“ห้ากระทิงเหล็กขึ้นไปยันไว้”
เมื่อได้รับคำสั่ง ชายห้าคนที่ถือโล่ใหญ่ครึ่งตัวก็พุ่งออกไปทันที พวกเขาล้วนใส่ชุดเกราะหนัก ชัดเจนว่าเป็นักรบสายป้องกัน กระทั่งสกิลที่ใช้ยังไม่แตกต่างเช่น [กำแพงเหล็ก] ที่จะสร้างเงาโล่ขึ้นด้านหน้า พอเรียงกันแล้วก็ยิ่งเหมือนกำแพงจริง ๆ เพียงแค่มีรูปร่างต่างกันเล็กน้อย
ขณะเดียวกัน สายสนับสนุนแนวหลังแทบไม่ต้องรอให้ใครสั่ง พวกเขาได้ร่ายสกิลบัฟป้องกันใส่แทงค์ จากนั้นร่ายบัฟโจมตีให้คนทั้งกลุ่ม
สมาชิกของกิลด์กระทิงโหดลงมืออย่างเป็ระบบ แต่คนนอกยังเคลื่อนไหวช้ากว่าหนึ่งจังหวะ
ฝูงอีกาเหล็กชนปะทะเข้ามาแล้วเสียงดังกระหึ่ม สะเก็ดไฟแตกกระจายถี่ยิบจนกำแพงโล่เริ่มร้าว กระนั้นพวกมันเองก็ค่อย ๆ ถูกนักเวทไฟใช้ [เสาเพลิง]แผดเผา นักธนูกยิง [โหมกระหน่ำ] ทิ้งฝนลูกศรลงมาจากฟ้า ทำให้อีกาเหล็กจำนวนมากร่างพรุนทะลุและะเิกระจุยอย่างต่อเนื่อง ส่วนที่ยังเล็ดรอดไปได้ก็โดนนักรบสายโจมตีใช้ดาบฟัน หอกแทง ขวานสับสะบั้น จนเศษซากขนอีกาพลิ้วกระจาย
กระทิงคลั่งยังไม่ได้แสดงฝีมือ แค่กวาดตาสำรวจสมาชิกอยู่ใจกลางของกลุ่มเท่านั้น ซึ่งไม่มีใครกล้าบ่นหรือดูแคลนเขา
“เธออัปสกิลใหม่แล้ว?” กระทิงคลั่งเอ่ยถามสตรีแห่งแดนสนธยาเป็ครั้งที่สอง
“อืม เป็การสร้างภาพมายาขึ้นในขอบเขตที่ฉันสามารถเข้าใจได้” นิสาตอบอย่างไม่มีปิดบัง
“บางทีเอกลักษณ์ของเธอคงเป็พวกสายเลทเกม เพราะดูเหมือนภาพมายาที่ว่านั่นจะยังมีบางส่วนที่บิดเบี้ยวอยู่นะ” กระทิงคลั่งวิเคราะห์ตามตรง
ความไม่สมจริงของสกิล[แดนสนธยา] ถึงขั้นอีกายังเมินเฉยไม่สนใจ โอกาสหลอกลวงสำเร็จนับว่าต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ซึ่งหญิงสาวเองก็ยอมรับแต่โดยดี
ไทเทพที่เพิ่งถอยกลับมาได้ยินบทสนทนาเข้าพลันหยุดคิด จากนั้นกล่าวแนะนำว่า “คุณลองกำหนดแค่จุดเล็ก ๆ ที่จะสร้างภาพมายาสิ คุณภาพของมันอาจจะเพิ่มมากขึ้นกว่าตอนที่ใช้แบบวงกว้างก็ได้”
กระทิงคลั่งเลิกคิ้วรีบเอ่ยสนับสนุน“ความคิดดี เธอลงมือเลย”
นิสายิ้มแห้ง ตลอดเวลามานี้เธอพยายามสร้างภาพมายาให้ครอบคลุมพื้นที่กว้าง ไม่เคยคิดพลิกแพลงอะไรมาก่อน หรือเธออาจจะก้าวะโเกินศักยภาพของสกิล ผลลัพธ์จึงไม่ค่อยดีนัก
เมื่อทบทวนดูแล้วหญิงสาวก็ไม่รอช้า สองตาเพ่งเล็งไปด้านหน้าเพื่อสร้างก้อนหินขนาดใหญ่ที่กำลังพุ่งเข้าชนศัตรูอย่างกะทันหัน ซึ่งครั้งนี้ฝูงอีกาแทบแตกกระเจิงไม่เป็กระบวนจนร่างเหวี่ยงกระแทกใส่กันเอง เปิดโอกาสให้คนอื่น ๆ รุกหนักทำลายศัตรูทั้งหมดได้ในเวลาอันสั้น
“ฉันทำได้!” นิสาร้องด้วยความตื่นเต้น
กระทิงคลั่งพึงพอใจไม่น้อย พลางชมว่า “ใช้ได้ ทั้งอากาศและแสงเงารอบ ๆก้อนหินทำให้มันดูจริงจนคุกคามเป้าหมายได้แล้ว”
หญิงสาวยิ้มร่า รีบหันไปขอบคุณไทเทพเป็การด่วน ความสำเร็จนี้ส่งผลต่อจิตใจของเธอมาก กระทั่งลำดับความคิดในการใช้พลังยังเปลี่ยนแปลงไป นิสาพอจะเข้าใจพลังของตัวเองแล้ว เป็เพราะความผิดหวังนับครั้งไม่ถ้วนทำให้เธอพยายามแสดงฝีมือให้ดูยิ่งใหญ่มาตลอดเพื่อดึงดูดความสนใจจากกิลด์ดังๆ ทั้งที่ความจริงนั้นรูปแบบพลังที่เธอถือครองไม่มีความจำเป็ต้องเน้นให้มันยิ่งใหญ่อลังการเลยสักนิด
ใจความสำคัญของเอกลักษณ์นี้คือการล่อลวงเป้าหมายให้ได้ต่างหาก!
กระทิงคลั่งมองชายหญิงคู่นี้อย่างจริงจัง คนหนึ่งมีศักยภาพซ่อนเร้นสูง อีกคนก็มีไหวพริบดีเลิศ เขาบังเอิญมาอยู่ในตำแหน่งที่เห็นทุกอย่าง นับว่ามีโชคเหนือกว่าผู้นำกลุ่มอื่น ๆ บ้างแล้ว
หลังจากการต่อสู้ระลอกแรกจบลง ขบวนทัพเดินหน้าต่อ กระทิงคลั่งก็ไม่รีรอที่จะชักชวนคนทั้งคู่ “ถ้าไม่รังเกียจ ฉันอยากจะชวนเธอเข้าร่วมกับกิลด์กระทิงโหดของเรา”
นิสาตาโต ผงะถอยหลังไปเล็กน้อยพลางเหลือบมองไทเทพด้วยความลังเล
“ไม่ต้องห่วง ฉันกำลังจะชักชวนเขาด้วยเหมือนกัน ต้องยอมรับว่าทั้งสองคนมีโอกาสพัฒนาไปได้ไกล ในอนาคตคงจะเป็กำลังหลักให้ฝ่ายมนุษยชาติได้อย่างแน่นอน แบบนี้ฉันจะปล่อยไปเฉย ๆ ได้เหรอ ที่สำคัญเธอก็เป็ผู้มีพลังเอกลักษณ์คนหนึ่ง เชื่อมั่นในตัวเองให้มากกว่านี้หน่อย”
กระทิงคลั่งอธิบาย สร้างความอิจฉาตาร้อนให้พวกที่ไร้สังกัดอีกแปดคนที่เหลือโดยไม่ทันคิด
ไทเทพหัวเราะ ทำเป็ไม่สนใจบรรยากาศอึดอัดคับข้อง “รอจบดันก่อน ระหว่างนี้ฉันจะลองไตร่ตรองไปด้วยแล้วกันนะ”
“เฮ้ย ไตร่ตรองบ้าอะไร กิลด์กระทิงโหดของเราอยู่อันดับสี่ในประเทศเลยนะโว้ย!”
“แกไม่รู้หรือไง พี่กระทิงคลั่งไม่ชักชวนใครง่าย ๆ หรอกนะ ยังไม่รีบตอบรับอีก”
เสียงเจี๊ยวจ๊าวดังมาจากสมาชิกของกิลด์กระทิงโหดทันที เป็เพราะท่าทางไม่กระตือรือร้นของไทเทพช่างระคายเคืองลูกตาพวกเขาเสียเหลือเกิน
“พวกแกเงียบไปเลย!” กระทิงคลั่งคำราม ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะชอบใจพลางกล่าวต่อไปว่า “ตกลง ฉันจะรอคำตอบหลังจบดัน แต่ทางฉันเองก็จะพิจารณาพวกนายให้ถี่ถ้วนกว่านี้เหมือนกัน ตั้งใจรักษามาตรฐานเอาไว้ล่ะเพราะถ้าเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ฉันอาจต้องคิดเื่รับพวกนายดูใหม่อีกที”
นิสาฟังแล้วอยู่ไม่สุข ใจหนึ่งก็อยากมีสังกัดเต็มแก่ ยิ่งเป็กิลด์อันดับสูงอย่างกระทิงโหดก็ยิ่งมีโอกาสได้รับทรัพยากรมากขึ้น แต่เมื่อคิดดูให้ดีแล้วการอยู่เคียงข้างตัวตนอันยิ่งใหญ่แบบไทเทพไว้คงจะเป็การดีกว่า
หญิงสาวจึงไม่คัดค้านและเลือกที่จะพยักหน้าเห็นด้วยกับชายหนุ่ม
ขบวนทัพเฉพาะกิจรุกล้ำเข้าไปเรื่อยๆ พลางหยุดปะทะกับฝูงอีกาเหล็กเป็ระยะ แต่ไทเทพดูจะตกที่นั่งลำบากไม่น้อย เนื่องจากเพลเยอร์นอกคอกที่รู้สึกว่าถูกข้ามหัวเริ่มลอบกัดเขา เช่นแกล้งเสียหลักพุ่งมาชนใส่จนไทเทพเกือบพลาดท่าหลุดเข้าไปกลางดงศัตรู บางครั้งก็หวดดาบวงกว้างมาทางเขาหน้าตาเฉย
แต่ทั้งหมดนั้นไม่สามารถคุกคามชีวิตของไทเทพได้เลยสักนิด ด้วยปฏิกิริยาตอบสนองที่ว่องไวราวกับลิง กระทั่งยังเป็ถึงลิงระดับเทพมีหรือที่เขาจะป้องกันตัวเองไม่ทัน?
ไทเทพแสร้งมอบรอยยิ้มตอบกลับไปทุกครั้ง สำหรับเขา คนพวกนี้ไม่มีค่าพอจะให้ลงมือตอบโต้
ปล่อยพวกมันไว้เดี๋ยวธรรมชาติก็คัดสรรเอง
ซึ่งไม่ต้องรอนาน ความโง่ไร้ยางอายของกลุ่มชายฉกรรจ์ก็เริ่มแสดงผล
คำกล่าวของกระทิงคลั่งผู้นำทีมบุกดันเจี้ยนนั้นเป็สิ่งสำคัญมาก ยิ่งฝ่าเข้ามาลึกมากเท่าไรก็ยิ่งพบฝูงอีกาที่มีรูปแบบการโจมตีมากเท่านั้น และเพียงแค่เพลเยอร์กระจอกคนหนึ่งเผลอก้าวล้ำออกไปจากกลุ่มเพื่อจะหามุมผลักไทเทพ มันก็แทบจะโดนอีกาเกือบครึ่งเปลี่ยนวิถีบินออกจากฝูงถลาเข้าจู่โจมใส่อย่างรวดเร็ว พริบตาเดียว ร่างของเพลเยอร์คนนั้นพลันขาดกระจุยเป็ชิ้น ๆ ดูน่าสยดสยอง
“ไอ้โง่เอ๊ย! ใครอยากไปตายแบบไร้ค่าเหมือนมันก็เชิญแตกแถวออกไปซะตอนนี้เลย” กระทิงคลั่งหัวเสีย
แต่ถึงจะไม่มีคำเตือนของกระทิงคลั่งก็ตาม ความตายของไอ้โง่คนหนึ่งย่อมมากพอให้เรียกสติทุกคนแล้ว จากนั้นก็ไม่มีใครกล้าสนใจจะลอบทำร้ายไทเทพไปมากกว่านี้จนตัวเองต้องเสี่ยงอีก
การบุกดันเจี้ยนดำเนินต่อโดยไม่มีความผิดพลาด จนมาถึงใจกลางของป่าซึ่งเป็พื้นที่เปิดโล่ง
บนยอดไม้ต้นหนึ่ง ปรากฏอีกาปีศาจที่ดวงตามีเปลวไฟลุกไหม้ เห็นได้ชัดเลยว่ามันมีขนาดตัวใหญ่กว่าอีกาก่อนหน้านี้ทั้งหมด
ซึ่งระบบที่เงียบหายไปนานได้รายงานขึ้นมาในเวลานี้
“ทีมของคุณกำลังเผชิญหน้ากับผู้บัญชาการทมิฬ ‘อีกาเหล็กเพลิง’เลเวล 40 [ระดับฝันร้าย]”
ที่แท้มันก็คือบอสตัวแรกของดันเจี้ยนแห่งนี้ ส่วนระดับฝันร้ายที่ไทเทพไม่เคยรู้มาก่อนก็คือระดับที่อยู่ระหว่าง[อันตราย] กับ [ทำลายล้าง] นั่นเอง โดยระบบเพิ่งอัปเดตข้อมูลนี้ให้เขาในทันทีที่ประสบเหตุ
“กระจายกำลังกันออกไปและคอยระวังสกิล [ทะเลเพลิง]ของบอสไว้” กระทิงคลั่งออกคำสั่ง
พร้อมกันนั้น นิสาก็ลอบใช้สกิล [รู้แจ้งสรรพสิ่ง] ดึงเอาข้อมูลของบอสมาแปะลงในแชทของปาร์ตี้
ผู้บัญชาการทมิฬ[อีกาเหล็กเพลิง]เลเวล 40, [ระดับฝันร้าย]
บอสตัวที่หนึ่ง[ดันเจี้ยนอีกาเหล็ก]
ชุดสกิล
[อาละวาด]
[ทะเลเพลิง]
[ะเิพายุ]
[ฝนดาวตก]
ข้อมูลที่ได้มาก็แค่ผิวเผินจนแทบจะไร้ประโยชน์ นิสาสมควรต้องอัปสกิลนี้ให้เต็มก่อนโดยเร็วเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของมัน
บอสอีกาเหล็กเพลิงตัวสูงใหญ่ประมาณห้าเมตร บริเวณปีกทั้งสองข้างเกิดการปะทุของพลังธาตุไฟอยู่ตลอดเวลาเช่นเดียวกับดวงตาของมัน ซึ่งกำลังเปล่งรัศมีน่าเกรงขามดูทรงอำนาจสมกับตำแหน่งผู้บัญชาการ
ห้ากระทิงเหล็กแยกออกจากกันอย่างรู้งาน ขณะที่แนวหลังของกิลด์กระทิงโหดก็พยายามยืนอยู่ในระยะที่สามารถสนับสนุนพวกเขาได้แบบทันท่วงที
และในที่สุด หัวหน้าทีมอย่างกระทิงคลั่งก็เริ่มลงมือบ้างแล้ว
บอสอีกาเหล็กเพลิงมีท่าท่างดุร้ายพลางร้องคำรามทันที มันสะบัดปีกส่งตัวเองให้ลอยขึ้นฟ้า เปิดฉากโจมตีก่อนด้วยสกิล [ฝนดาวตก] ซึ่งเป็การสลัดขนจากปีกเปลวไฟทั้งสองข้างลงมาอย่างรุนแรง ด้วยคุณสมบัติ ‘แข็งดุจเหล็ก’รวมเข้ากับ ‘ธาตุไฟ’ ก็ราวกับเป็ภาพฝันร้ายของทุกชีวิตแล้ว
แต่กระทิงคลั่งเตรียมพร้อมอยู่นาน ขวานั์สองคมพลันถูกเขาเหวี่ยงหมุนเป็วง กระทั่งมันกลายเป็กระแสพลังที่หนักหน่วง แผ่พุ่งแรงดูดมหาศาลออกไปรอบ ๆ จนฝนดาวตกของบอสไม่อาจเล็ดรอดผ่านอวตารเทพแห่งขวานผู้นี้ไปได้ สุดท้ายถูกเขาฟาดทำลายสิ้นซากแม้แต่เปลวไฟยังมอดดับ
“โจมตี!” กระทิงคลั่งแผดเสียงคำรามสวนกลับไปบ้าง สีหน้าท่าทางดุร้ายไม่แพ้บอสอีกาเหล็กเพลิงเลยสักนิด
สมาชิกของกิลด์กระทิงโหดฮึกเหิมสุดใจ บรรยากาศแบบนี้ยังช่วยกระตุ้นกลุ่มคนนอกทั้งเก้าไปด้วย
รังของอีกาเหล็กด้านในสุด
เหนือขึ้นไปบนยอดเมฆ ฟ้ามืดครึ้มส่งเสียงคำรามเป็ระยะ ได้ปรากฏร่างของอีกาปีศาจที่มีถึงสองหัวสี่ปีก ดวงตาแดงก่ำของมันจดจ้องลงไปเบื้องล่างอย่างคลุ้มคลั่ง ก่อนจะคำรามในลำคอ ความเปลี่ยนแปลงนี้กระตุ้นให้หัวอีกข้างตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ เพราะคลื่นพลังที่แผ่ครอบคลุมรังแห่งนี้ไว้ดันไปััเจอตัวตนที่มันรังเกียจเข้า ความคับแค้นที่ไม่เคยจางหายไปถูกปลุกขึ้นมาอย่างรุนแรง ส่งผลให้อำนาจของสัตว์ปีศาจระดับทำลายล้างสั่นะเืไปทั่วดินฟ้า