บทนำ
“ว่าแต่คุณเริ่มเสียตัวั้แ่เมื่อไหร่” ชายหนุ่มเอ่ยถามเมื่อได้ทำธุระเสร็จสิ้น
“คุณสิงถามทำไมคะ” หญิงสาวที่อยู่หน้ากระจกหันมาถามชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเตียง ความสงสัยที่ว่าเขาอยากจะรู้ประวัติเธอทำไมกัน
“ก็อยากรู้ไม่ได้เหรอ”
“บัวนึกว่าคุณจะสนใจเฉพาะแค่นอนกับบัวซะอีก”
ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นสูงมองคนตรงหน้าผ่านกระจกอย่างวิเคราะห์ ใบหน้ารูปไข่ผิวนวลเนียนนั้นกำลังถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางมียี่ห้อ “ก็แล้วแต่คนนะขึ้นอยู่กับคนนั้นว่า น่าสนใจแค่ไหน มีอะไรที่น่าค้นหาไหม”
หญิงสาวหยุดเครื่องมือในมือลง หันมายังชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเตียงพลางยิ้มน้อยๆ “เอ๊ะ...แสดงว่าบัวน่าสนใจน่าค้นหาเหรอคะคุณถึงถามบัว”
“แล้วคิดว่ายังไงล่ะ”
“อืม..บัวคิดว่าบัวก็น่าสนใจคนหนึ่งที่สามารถดึงดูดคุณให้ถามได้” หญิงสาวพูดหยอกแม้ว่ารู้สึกเขินที่ชายหนุ่มกำลังสนใจในตัวเธอ
“แต่ตอนนี้อย่านอกเื่สรุปแล้ว คุณเริ่มเสียตัวั้แ่ตอนไหน”
“อืม..บัวเริ่มเสียตัวตอนอยู่มัธยมปลาย ตอนนั้นบัว้าใช้เงินไปรักษาแม่และใช้เงินดูแลที่บ้าน บัวก็เลยเริ่มงานั้แ่วันนั้น”
เขาถึงกับถอนหายใจหนักๆ เมื่อชีวิตมนุษย์เกิดมาต้นทุนไม่เหมือนกัน เขานี่สิสบายมาั้แ่เด็กๆ ชีวิตไม่มีคำว่าลำบากซึ่งต่างกับเธอมากคิดแล้วก็อดสงสารเธอไม่ได้
“ชีวิตคุณลำบากั้แ่เด็กเลยเนอะ”
“ก็ทำยังไงได้ละคะ เมื่อเราเกิดมาไม่ได้มีอย่างคนอื่นเขา และที่บัวมีทุกวันนี้ได้ก็เพราะเงินที่เกิดจากการขายตัวนี่แหละค่ะ ทำให้บัวได้จบพยาบาล ส่วนน้องอีก2 คนตอนนี้ใกล้จบปริญญาแล้ว ต้องขอบคุณการขายตัวที่ทำให้บัวมีวันนี้”
“ดูเหมือนว่าคุณจะภาคภูมิใจนะสีหน้าออกเชียว”
“ค่ะ...บัวภาคภูมิใจตรงที่ได้มีเงินใช้มีเงินดูแลคนที่บัวรัก” แม้ว่าเธอจะภูมิใจที่สามารถหาเงินมาเลี้ยงตัวเองแถมเลี้ยงน้องได้ซึ่งแลกมากับศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงที่มีแต่คนดูถูก
“เฮ้อ....น่าสงสารคุณนะ แล้วคิดว่าจะเลิกขายตัวไหม”
อยู่ๆ เขาก็เอ่ยถามขึ้นมาซึ่งไม่มีใครถามคำถามนี้กับเธอเลยมีเขาเป็คนแรกที่ถาม
“ค่ะ ...นี่งานของคุณเป็งานสุดท้ายแล้ว บัวอยากมีชีวิตเป็ของตัวเองเสียทีจบงานนี้ถือว่าเสร็จสิ้น”
เมื่อได้ยินดังนั้น เขาถึงกับบ่นเสียดายแต่ก็เป็เื่ที่น่ายินดีอยู่หรอกที่ตัวเธอกำลังจะเป็อิสระแล้ว “น่าเสียดายนะ ที่ผมไม่ได้เจอคุณอีก”
“ไม่ต้องเสียดายหรอกค่ะ ผู้หญิงที่เขา้านอนกับคุณเยอะแยะไป บัวคิดว่าคุณไม่ได้ขาดหญิงสาวข้างกายสักหน่อยและอีกอย่างคุณควรจะดีใจที่มีคนหลุดพ้นจากงานแบบนี้”
“อืมใช่...ผมควรจะดีใจที่คุณเลิกทำงานนี้ และผมก็ไม่ขาดผู้หญิงที่จะหลับนอนด้วย แต่ผมขาดอย่างหนึ่ง” สายตาเขาจับจ้องมองไปที่หล่อน สายตานั้นดูมีอะไรบางอย่าง
“ขาดอะไรคะ” หญิงสาวมองเขาผ่านกระจก เธออยากรู้ว่าเขาขาดอะไรทั้งที่ตัวเขาเองนั้นชีวิตมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามา
“ขาดคนที่พูดจาแบบนี้ไง”
บัวถึงกับหลุดขำ มองหน้าเขาผ่านกระจกอย่างไม่เชื่อสายตาว่าเขาจะเป็คนขี้เล่นเหมือนกัน “คุณติดใจคำพูดของบัวเหรอคะ”
“ผมไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้ ตรงๆ ดี ผมชอบ”
“ขอบคุณนะคะที่คุณชอบ บัวขอให้คุณได้เจอกับคนที่เหมือนกับบัวนะ”
“ขอบคุณครับ ผมคิดว่าผมต้องได้เจอคนนั้นอีกครั้งแน่”
“ค่ะขอให้เป็อย่างนั้น แต่ถ้าไม่มีอะไรแล้ว งั้นบัวไปก่อนนะคะ โชคดีนะคะคุณสิง” เธอซึ่งแต่งตัวแต่งหน้าเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาที่เธอจะออกไปจากห้องเสียทีหลังทำธุระกับเขาเสร็จสิ้น
“โชคดีเหมือนกันครับคุณบัว ขอให้คุณไปมีชีวิตที่คุณ้านะ”
“ขอบคุณค่ะ”
นี่คือบทสนทนาครั้งสุดท้ายของสิงหากับบัวฤทัย ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปคนละทางหลังจากที่ได้ตกลงทำสัญญาซื้อขายกันเสร็จสิ้น
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย จน 3 ปีผ่านไป โชคชะตาก็ทำให้บัวได้มาเปิดร้านกาแฟอยู่ใต้ตึกบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งเธอไม่รู้ว่าคนที่จะมาเป็เ้าของคนใหม่นั้น เป็เขาเองที่เธอเคยรับใช้ปรนนิบัติอยู่บนเตียงและร้านกาแฟก็เป็เงินจากเขาที่เธอเอามาลงทุนทำธุรกิจของตัวเองแม้ว่าร้านจะไม่ได้ใหญ่มากแต่ก็พอเลี้ยงตัวเธอได้ตอนนี้เธอไม่ต้องเลี้ยงดูใครแล้วน้องชายก็เรียนจบมีงานทำแล้ว
เมื่อชายหนุ่มลงมาจากตึกหลังจากทำสัญญาซื้อขายเสร็จสิ้นและกำลังเดินผ่านร้านแห่งหนึ่งที่ตกแต่งร้านได้ดึงดูดสายตาของเขาชายหนุ่มมองเข้าไปในร้าน กลับพบว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าคล้ายกับคนที่เขาเคยรู้จักมาก่อนหน้านี้
เขาหยุดชะงักและเลี้ยวขาก้าวเดินไปทีละก้าวไปยังร้านค้าที่อยู่ไม่ไกลนัก ตาก็ยังจ้องมองคนในร้านที่กำลังตั้งใจทำของบางอย่าง ดูเธอจะมีความสุขมากกับการทำอาชีพนี้ เธอมีรอยยิ้มที่สดใส สีหน้าบ่งบอกกำลังมีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่ในมือ
“พี่บัวคะ ลูกค้าสั่งลาเต้เย็นแก้วหนึ่งค่ะ” พนักงานสาวเดินมายังหน้าเคาน์เตอร์ และบอกออเดอร์กับคนที่อยู่ในร้านโดยที่เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองเพียงตั้งใจทำสิ่งที่อยู่ในมือให้เสร็จสิ้น
“ได้จ้ะเดี๋ยวพี่ทำให้นะ รอแปบหนึ่ง”
“ค่ะ”
ชายหนุ่มจำน้ำเสียงเธอได้ และชื่อเธอก็ยังชื่อนี้ เขาเดินเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ ดวงตายังคงจ้องเธอ
“ชาเขียวแก้วหนึ่งครับ”
“ค่ะรอสักครู่นะคะ” หญิงสาวแหงนหน้าขึ้นมามอง เธอกลับหยุดงานที่ทำในมือลง แล้วยิ้มให้กับแขกผู้มาใหม่
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ”
“ค่ะไม่ได้เจอกันนานเลย สบายดีนะคะ”
“สบายดีครับ”
ต่างคนต่างมองหน้ากันมีรอยยิ้มที่เป็ตัวเชื่อมระหว่างทั้งสอง ที่พวกเขาไม่เคยลืมกันเลย และวันนี้โชคชะตาก็ได้นำพาให้กลับมาเจอกันอีกครั้ง