ตอน 3 จะลงเอยกับสกุลไหนกันแน่
"หากหลานจื่อหลงพ่อของเ้ายังอยู่ข้าว่าเขาคงจะมาร่วมดื่มชากับข้าที่นี่แทนเ้าเป็แน่ไม่ให้เ้าต้องรีบรุดมาที่นี่ด้วยตนเอง"
"หลานเจาฝู ยินดีมาที่นี่เพื่อขอบคุณท่านาุโถันที่ได้ส่งเสบียงไปช่วยเหลือหลานเจาฝูในครั้งนี้มิเช่นนั้นชัยชนะครั้งนี้คงยากที่จะได้กลับมาสู่เมืองหลวง"
"ถันเสี่ยวถานเ้าอย่าเสียมารยาทเดินผ่านข้ากับท่านแม่ทัพหลานเจาฝูยังไม่รีบทำความเคารพ"
"ท่านพ่อถันเสี่ยวถานขออภัย "
"คารวะท่านแม่ทัพหลานเจาฝู เสี่ยวถันจะนำของว่างมาให้ท่านตอนนี้"
พูดจบเสี่ยวถานก็เดินหันหลังกลับไปที่โรงครัว
ระหว่างที่เดินไปนั้น นางคิดในใจว่า
"นี่คือท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝูผู้โด่งดังเช่นนั้นหรือช่างรูปงามเคร่งขรึมน่าเกรงขามเสียจริงจะดีแค่ไหนกันหากท่านได้เป็สามีของข้า"
"ท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝูมาถึงจวนข้าถือว่าพระเ้าเปิดวาสนาให้ข้าแล้ว"
เสี่ยวถานถือจานขนมพร้อมกับไหเหล้าไปให้ท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝูที่ศาลาในสวน...
เมื่อวางของลงที่โต๊ะนางส่งสายตาออดอ้อนให้กับท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝู...
เมื่อพ่อของนางเห็เข้าก็คิดในใจว่า...
"ไอ๊หย๊าาา ดูท่าทีที่ไม่สงบขงอนางสิเสี่ยวถานลูกข้าเห็นทีจะชมชอบท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝูเสียแล้ว"
"จะดูไปก็ดูเหมาะสมกันไม่น้อยงั้นหากสกุลหลานกับสกุลถันเกี่ยวดองกันทั้งสองสกุลจะยิ่งใหญ่ขนาดไหนกัน"
"ดี ดีจริงๆ หลานจื่อหลงสหายข้า เ้าอยู่ปรโลกไม่ต้องกังวลข้าจะมอบลูกสาวของข้าให้บุตรเ้า เ้าว่าอย่างไรล่ะ ฮ่าๆ"
ท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝูทำสีหน้าแปลกใจ จึงเอ่ยถาม
"ท่านผู้าุโถัน เหตุใดอยู่ดีๆท่านก็หัวเราะออกมา"
"หนุ่มเช่นเ้าไม่เข้าใจความคิดของคนแก่เช่นข้าหรอก"
"ท่านว่ามาเถอะ หลานเจาฝูผู้นี้ย่อมเคารพคำพูดของท่าน"
"เ้าพูดจริงหรือ งั้นข้าจะไม่เกรงใจเ้าแล้วนะ"
"ข้าเห็นว่าเ้ากับถันเสี่ยวถานเหมาะสมกันยิ่งนัก...ข้าอยากยกนางให้เ้า เ้ามีความเห็นอย่างไร"
"หลานเจาฝู ออกรบที่ชายแดนมาหลายปี อยู่แต่กับราชการรบเกรงว่าจะดูแลคุณหนูเสี่ยวถานได้ไม่ดี ถือว่าเกรงใจท่านผู้าุโถันแล้ว"
"ได้ ได้งั้นเื่นี้ข้ายังไม่บีบบังคับเ้า...ให้เ้ากลับไปคิดทบทวนให้ดีเสียก่อน"
"หลานเจาฝู เสียมารยาทแล้ววันนี้ยังต้องเข้าเฝ้าฝ่าาเพื่อรายงานสถานการณ์รบ หลานเจาฝูขอตัว"
"ดี งั้นไว้พบกันพรุ่งนี้ที่ท้องพระโรงเอาเถอะกลับไปเถอะเขยข้า"
"ถันเสี่ยวถานลูกข้ารีบไปส่งท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝูที่หน้าจวนแทนข้าที"
"เสี่ยวถานจะไปเดี๋ยวนี้"
เสี่ยวถานนางเดินมาหาท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝู... ด้วยท่าทีโอนอ่อนน้ำเสียงอ่อนหวาน
"เชิญท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝู"
ระหว่างที่เดินไปที่หน้าจวนนั้นเพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝูมากขึ้น... นางแกล้งสะดุดก้อนหิน
"อะ อะ อ๊าย ช่วยด้วย"
นางร้องขอความช่วยเหลือก่อนที่ร่างกายของนางจะโน้มตัวล้มลงที่พื้น
"แม่นางเสี่ยวถาน เป็อะไรหรือไม่"
"ข้าเจ็บที่เท้า ข้าลุกขึ้นเดินไม่ไหวเลย"
ท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝู...ตัดสินใจอุ้มร่างของนางขึ้นบนอก
เสี่ยวถาน เอามือทั้งสองโอบกอดคอของท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝูด้วยความตื้นเขินและพึงพอใจ
ท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝูอุ้มร่างนางกลับเข้าเรือน...
"ห้องของแม่นางอยู่ทางไหน"
สาวใช้ของเสี่ยวถานรู้งานนำทางท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝูไปยังห้องนอนของเสี่ยวถาน
เมื่อไปถึงห้องนอนของนางแล้วท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝูก็อุ้มร่างของนางไปถึงเตียงนอนค่อยๆบรรจงวางนางลงบนเตียง
เสี่ยวถานตั้งใจใช้แขนโอบคอของท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝูไม่ปล่อยจนท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝูเสียหลักใบหน้าเกือบจะไปชนปากของนาง
ท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝู...เห็นว่าเหตุการณ์ดูไม่ค่อยเหมาะสมจึงรีบผลักนางออกและตีตัวออกห่าง
"เช่นนี้เกรงว่าจะไม่เหมาะสม แม่นางเสี่ยวถานพักผ่อนให้ดีเจาฝูขอลา"
"ทะ ท่านแม่ทัพ เดี๋ยวสิ อะโอ้ยย เจ็บจัง"
นางจงใจส่งเสียงร้องโอดครวญเพื่อรั้งให้ท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝูสนใจ
แต่เจาฝูไม่สนใจรู้ทันอุบายของนางรีบตรงไปขี่มาที่ผูกรอไว้หน้าจวนมุ่งหน้าไปยังวังหลวงในทันที
ณ วังหลวง
"ท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝู ขอเข้าพบฝ่าา..."เสียงขันทีเฒ่าส่งเสียงร้องขอต่อฝ่าา
"อืม... ให้เข้ามาได้"
"หลานเจาฝูคารวะฝ่าา...บัดนี้นำชีวิตรอดกลับมาพบท่านได้ถือว่าเป็วาสนา ศึกรบครั้งนี้นักหนานัก"
"ท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝู...เ้าช่างเกร่งกาจนักไม่เสียทีที่ข้าไว้เ้าให้เป็ถึงแม่ทัพใหญ่ออกควบคุมทัพรบแทนข้า"
"พรุ่งนี้เช้าค่อยมารายงานสถานการณ์รบแก่ข้าที่ท้องพระโรงพร้อมกับทุกคนเถอะ...วันนี้ข้ายังไม่อยากฟัง"
"คืนนี้ข้าจัดงานเลี้ยงฉลองการชนะศึกที่อุทยานหลวงเ้าเป็ถึงแม้ทัพใหญ่ต้องมาร่วมงานให้ได้ข้าจัดเตรียมสาวงามมากหน้าหลายตาไว้รอเ้า"
"หลานเจาฝูน้อมรับบัญชาของฝ่าา เจาฝูขอลา"
ณจวนสกุลโจว
โจวหว่านโหลวถูกปล่อยตัวจากการคุมขัง...
โจวหว่านโหลวทันทีที่ออกมาได้ก็ทำท่าทีขึงขังรีบตรงเข้าไปหาโจวเหล่าสางพ่อของเขาเอง
"ออกมาได้เสียทีนะลูกข้า "
"ท่านพ่อ ท่านใจร้ายกับข้าเกินไปแล้ว"
"ข้าใจร้ายกับเ้าั้แ่เมื่อใดกันที่ข้าทำเช่นนี้ก็เพื่อเ้าทั้งหมด"
"ตกลงแล้ว เหยาจิ่นหยวนของขาได้ผู้ใดเป็สามีของนาง"
"ฮ่าๆ ข้าจะบอกให้ว่าคืนนั้นไม่มีบุตรชายของสกุลใดไปงานเลี้ยงเลือกคู่ของนาง...เห็นทีจะมีแต่บุตรชายสกุลโจวที่แสนโง่เขลาของข้าคนนี้ที่อยากจะไปหานาง...เ้าไม่เห็นหรือว่าทั่วทั้งเมืองหลวงไม่มีสกุลใดที่้านาง"
โจวหว่านโหลวยิ้มออกมา พึมพำกำตัวเอง
"ดีจริงๆ ถึงแม้ข้าจะไม่ได้เ้าขอเพียงแต่เ้ายังไม่ได้ตกลงปลงใจเป็ภรรยาของผู้ใดข้านี้ก็พอใจแล้ว"
"คืนนี้เป็งานเลี้ยงฉลองนำทัพชนะศึกที่ฝ่าาจัดขึ้นในอุทยานหลวง...เพื่อเป็หน้าเป็ตาให้สกุลโจว เ้าต้องพาฮูหยินของเ้าไปร่วมงานนี้"
"ท่านพ่อ!!ทำแบบนี้หากเหยาจิ่นหยวนเห็นเข้านางจะเกลียดข้า"
"เกลียดเ้า!! เกลียดเ้าแล้วอย่างไรเ้าทำเื่ใดผิดต่อนาง... เื่ที่เ้าทำย่อมถูกต้องธรรมเนียมทั้งหมดเ้าเพียงแค่พาฮูหยินไปร่วมงานสำคัญของฝ่าานับว่าเป็การให้เกียรติต่อเชื้อพระวงศ์และเป็หน้าเป็ตาให้กับสกุลโจว...มีอะไรไม่เหมาะสมกัน!!!"
โจวหว่านโหลวจึงจำเป็ที่จะต้องไปร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้...
แต่ในครั้งนี้แปลกออกไปจากทุกครั้งองค์หญิงสามเหยาจิ่นหยวนถูกรับเชิญให้ไปร่วมงานนี้ด้วยนางเองคิดว่าโจวหว่านโหลวต้องมาร่วมงานเลี้ยงที่สำคัญนี้แน่นางจึงยอมที่จะไปร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ด้วย...
เมื่อแสงพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า... ทั่วท้องฟ้ามืดครึ้มมีแสงดาวระยิบระยับ ดนตรีบรรเลงเคล้าคลอเบาๆเหล่าขุนนางใหญ่น้อยและคุณชายจากสกุลต่างๆค่อยๆเข้ามานั่งประจำที่ของตนในอุทยานหลวง...เพื่อชมการร่ายรำของสาวงาม...
ณอุทยานหลวง...
เมื่อองค์หญิงเหยาจิ่นหยวนเดินไปถึงที่นั่น ดนตรีและการร่ายรำที่ครื่นเครงอยู่ต่างหยุดเงียบลง ทุกคนต่างทำท่าใและหวาดกลัวที่พบนางที่นี่ต่างพูดพึมพำออกมาว่า...
"เหตุใดองค์หญิงสามปรากฏตัวที่นี่ ข้ากลัวนางข้าไม่อยากเป็โรคประหลาดเช่นนาง "
"หลายปีมานี้ผู้คนไม่พบนางนางเองไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชนเช่นนี้ วันนี้นางคิดอย่างไรจึงมาที่นี่"
"นางช่างน่ารังเกียจนัก"
ฟางจูได้ยินคำพูดพวกนั้นของเหล่าแขกที่มาร่วมงานก็เกิดเป็ห่วงความรู้สึกขององค์หญิง...
"องค์หญิงท่าน้าจะกลับตำหนักหรือไม่"
"ฟางจู เ้าไม่ต้องเป็ห่วงข้าข้าชินกับคำพูดที่ไร้ยางอายพวกนี้นานแล้ว เป็ข้าเองที่ปล่อยข่าวลือให้พวกเขาคิดเช่นนี้ดังนั้นข้าไม่ได้รู้สึกอับอายกับคำพูดพวกนั้นหรอก"
"งั้นเหตุใดท่านมีสีหน้าที่ผิดหวังเช่นนั้น"
"ฟางจูเ้ามองดูสิ มองดูชายในดวงใจของข้าวันนี้มาที่นี่พร้อมกับฮูหยินของเขา ข้าช่างปวดใจยิ่งนัก"
ทั้งสองมองหน้าสบสายตากันด้วยความอาวรณ์ หากทำได้โจวหว่นโหลวแทบจะอยากลุกมากอดนาง...
ยังไม่ทันได้อยู่รอชมการร่ายรำจนจบ...เหยาจิ่นหยวนก็ทนไม่ไหวลุกเดินหนีออกไปจากอุทยานหลวงไปยังสระบัวหลวง สถานที่นางมักจะนัดพบกับโจวหว่านโหลว...เมื่อหว่านโหลวเห็นเช่นนั้นก็รีบร้อนรีบตามนางออกไปโดยที่ไม่สนใจฮูหยินของตนแม้แต่น้อย...
หว่านโหลวตามนางไปกระทั่งไปถึงสระบัวเขาหยุดชะงักมองดูนางอยูาครู่หนึ่งก่อนที่จะเดินเข้าไปหานางที่ริมสระบัว...
แต่หารู้ไม่ ว่าฮูหยินของตน (ชุนกวงเยว่)สงสัยในท่าทีของสามีแอบตามา...พบว่าสามีของตนให้ความสนใจกับองค์หญิงสาม นางเห็นกับตาว่า..หว่านโหลวค่อยๆเดินเข้าไปโอบกอดองค์หญิงสามจากด้านหลัง
"ท่านปล่อยข้านะ หว่านโหลวปล่อยข้า!! ข้าทำแบบนี้ไม่เหมาะสมหากใครมาเห็นเข้าจะตำหนิข้าได้"
"ไม่ ข้าไม่ยอมปล่อยท่านเป็อันขาด...เพียงแค่ข้าเห็นใบหน้าของท่าน ข้าก็ทนไม่ไหว หัวใจของข้าราวกับว่าจะะเิออกมา"
"เหตุใดท่านจึงเป็เช่นนั้น "
"เพราะในใจของข้า มีเ้าเพียงผู้เดียวไม่้าผู้ใดอีก..."
"ท่านอย่าพูดเพ้อเจ้อ ท่านแต่งฮูหยินเข้าจวนแล้วในใจของท่านจะมีข้าได้อย่างไร"