การใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่สองต่อสองกับลูกคลื่นเป็่เวลาที่ผมมีความสุขที่สุด แต่มันก็พ่วงมาด้วยภารกิจสุดท้าทายที่ผมคาดไม่ถึง... นั่นคือการเก็บงำความลับเื่ความสัมพันธ์ลึกซึ้งของเราสองคนไม่ให้พวกแม่บ้านและคนขับรถที่เดินทางมาทำงานแบบไป-กลับจับได้
ในบ้านหลังนี้มี ‘ป้าสม’ แม่บ้านเก่าแก่วัยห้าสิบปีที่คอยดูแลความสะอาดและจัดแจงข้าวของ และ ‘ลุงชัย’ คนขับรถวัยห้าสิบห้าปีที่ทำงานให้ครอบครัวของลูกคลื่นมานาน ทั้งสองคนจะเดินทางมาทำงานตอนแปดโมงเช้าและกลับบ้านไปตอนห้าโมงเย็น ซึ่งนั่นหมายความว่าใน่เวลาเก้าชั่วโมงนั้น ผมกับลูกคลื่นต้องสวมหน้ากาก ‘ติวเตอร์จอมเฮี้ยบ’ กับ ‘ลูกศิษย์จอมดื้อ’ อย่างแเีที่สุด
ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ตอนหกโมงเช้า แสงแดดอ่อนๆ สีทองเริ่มส่องทะลุผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาในห้องนอน แฟนตัวน้อยของผมยังคงหลับปุ๋ยอยู่ข้างๆ ศีรษะทุยซุกอยู่กับหน้าอกของผมอย่างแสนรัก แขนข้างหนึ่งกอดเอวสอบผมไว้แน่น ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอสะท้อนว่าเ้าตัวกำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงความฝันแสนหวานหลังจากเหน็ดเหนื่อยศึกรักมาตลอดทั้งคืน
ผมลอบยิ้ม ค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงเพื่อไม่ให้น้องตื่น จัดแจงสวมชุดนอนตัวเดิมแล้วเดินไปจัดการตัวเองในห้องน้ำ ก่อนจะสวมชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนเสื้อและกางเกงสแล็กดูดีมีภูมิฐานประหนึ่งอาจารย์มหาวิทยาลัยสวมทับแว่นตากรอกบาง จากนั้นผมก็ก้าวเท้าลงบันไดไปยังห้องโถงด้านล่างเพื่อชงกาแฟดำและเตรียมอาหารเช้าไว้รอน้อง
"ป้าสมครับ... วันนี้ไม่ต้องขึ้นไปทำความสะอาดห้องนอนลูกคลื่นหรอกนะครับ"
ผมเอ่ยบอกแม่บ้านร่างท้วมที่กำลังเตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดอยู่ที่เคาน์เตอร์ครัวในเวลาแปดโมงเช้าเศษๆ
"อ้าว... ทำไมล่ะคะคุณไมค์? ปกติป้าต้องขึ้นไปปัดกวาดเช็ดถูและเปลี่ยนผ้าปูที่นอนทุกวันจันทร์นะค๊า"
ป้าสมถามด้วยความสงสัยพลางเลิกคิ้วมองผม
"พอดีเมื่อคืนน้องอ่านหนังสือดึกมากครับ เกือบตีสี่... ผมเพิ่งอนุญาตให้น้องพักผ่อนต่อ และผมเพิ่งจัดระเบียบห้องให้น้องไปเมื่อเช้านี้เอง ป้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อยแรงด้วยครับ"
ผมอธิบายหน้านิ่งด้วยน้ำเสียงสุภาพและเป็ธรรมชาติที่สุดเท่าที่จะทำได้
ความจริงแล้วไม่ใช่เพราะลูกคลื่นอ่านหนังสือดึกวิชาการหรอกครับ... แต่เป็เพราะเมื่อคืนผมจัด ‘บทเรียนรักดุเดือด’ ให้น้องจนเกือบถึงเช้าต่างหาก สภาพห้องนอนตอนนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากระจุยกระจายขนาดไหน เสื้อผ้าที่ถูกถอดทิ้งระเกะระกะขอบเตียง คราบเจลหล่อลื่นที่เปรอะเปื้อนผ้าห่ม และกลิ่นอายแห่งความรักที่หอมอบอวลปนเปไปทั่วห้อง หากป้าสมก้าวเท้าเข้าไปเพียงก้าวเดียว ความลับที่พวกเราพยายามซ่อนไว้คงแตกดังโพละอย่างแน่นอน
"อ๋อ... อย่างนั้นเหรอคะ โถ... คุณหนูของป้าช่างขยันขันแข็งจริงเรียนหนักขนาดนั้นเลย คุณไมค์ก็เคี่ยวเข็ญน้องดีเหลือเกินค่ะ ป้าต้องขอบคุณคุณไมค์จริงๆ นะคะที่ดูแลน้องเป็อย่างดีแทนคุณผู้หญิงกับคุณผู้ชาย"
ป้าสมยิ้มแย้มกล่าวชื่นชมผมจากใจจริง
"ไม่เป็ไรครับ... มันเป็หน้าที่ของผมอยู่แล้ว"
ผมยิ้มสุภาพตอบกลับพลางลอบถอนหายใจในอกอย่างโล่งอก หน้ากากติวเตอร์ผู้แสนดีของผมทำงานได้อย่างไร้ที่ติจริงๆ ทั้งที่ข้างในลึกๆ แอบหัวเราะในความย้อนแย้งของตัวเอง
ผมประคองแก้วกาแฟขึ้นจิบ เดินกลับมานั่งคอยที่โต๊ะติวหนังสือกลางห้องโถงกว้างขวาง ร่างสูงใหญ่ของผมสวมชุดทำงานเรียบร้อยตั้งตารอเด็กดื้อ
สิบนาทีต่อมา เสียงฝีเท้าเนิบนาบและแ่เบาดังแว่วมาจากบันไดไม้เลื้อย ผมหันไปมองพบร่างกะทัดรัดของลูกคลื่นที่กำลังก้าวลงบันไดมาช้าๆ ท่าทางเดินของน้องดูติดขัดและแข็งเกร็งเล็กน้อยเนื่องจากความบอบช้ำจาการักเมื่อคืน ใบหน้าหวานยังดูง่วงงุนงัวเงีย แก้มเนียนมีสีแดงระเรื่อธรรมชาติ และที่ตลกแกมเอ็นดูที่สุดคือน้องสวมผ้าพันคอผ้าไหมผืนบางพันรอบลำคอขาวระหงไวอย่างแ่า ทั้งที่อากาศข้างนอกร้อนจะตาย
"อรุณสวัสดิ์ครับลูกคลื่น... วันนี้ตื่นสายนะ"
ผมแกล้งทักทายน้ำเสียงเข้มและดุส่งไปให้ต่อหน้าป้าสมที่กำลังยกจานผลไม้มาวาง
"อรุณสวัสดิ์ครับพี่ไมค์... ก็เมื่อคืนพี่สั่งการบ้านเยอะนี่ครับ ผมเลยนอนดึก..."
น้องตอบเสียงเบามุ่ยหน้าใส่ผมแวบหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ หย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้บุนวมอย่างระมัดระวังจนหลุดเสียงซีดปากเบาๆ ในลำคอ
"เจ็บสะโพกเหรอครับ? หรือว่าปวดหลังจากการนั่งอ่านหนังสือนานๆ?"
ผมแกล้งถามล้อเลียนพลางเลิกคิ้วมองผ้าพันคอของน้อง
"คะ... ครับ! นั่งอ่านหนังสือนานไปหน่อย... เลยเมื่อยตัวไปหมดเลย"
น้องถลึงตาใส่ผมแวบหนึ่งพลางแหวใส่เสียงอ้อมแอ้มเพื่อกลบเกลื่อนความอาย ป้าสมที่ยืนอยู่ใกล้ๆ รีบเอ่ยขึ้นด้วยความเอ็นดู
"โถ... คุณหนูขา ขยันน่ะดีแล้วค่ะ แต่อย่าหักโหมจนร่างกายทรุดโทรมนะคะ ป้าเป็ห่วง... คุณไมค์ก็เบามือน้องหน่อยนะคะ อย่าดุเคี่ยวเข็ญน้องจนระบมไปทั้งตัวแบบนี้เลยค่ะ ป้าเห็นแล้วสงสาร"
คำพูดของป้าสมช่างทิ่มแทงเข้ากลางเป้าหมายอย่างแม่นยำทำเอาลูกคลื่นหน้าแดงฉ่าลามไปถึงใบหูรีบก้มหน้าหลบสายตา ส่วนผมได้แต่ยิ้มรับคำพูดนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"ครับป้าสม... คืนนี้ผมจะ ‘เบามือ’ ให้น้องมากกว่าเดิมครับ จะพยายามไม่ให้ระบมจนเดินไม่ไหว"
ผมเน้นคำว่าเบามือและระบมเป็พิเศษจนลูกคลื่นแอบยกเท้าเล็กใต้โต๊ะมากระแทกหน้าแข้งของผมเบาๆ เป็การประท้วง
หลังจากป้าสมเดินเลี่ยงไป ลุงชัยคนขับรถก็เดินเข้ามาในห้องโถงเพื่อรายงานความพร้อมของรถยนต์
"คุณไมค์ครับ... วันนี้มีแพลนพาน้องออกไปข้างนอกหรือไปซื้อหนังสือคู่มือเรียนเพิ่มเติมที่ห้างไหมครับ? ลุงตรวจเช็กสภาพรถเรียบร้อยแล้วพร้อมเดินทางครับ"
ลุงชัยถามอย่างนอบน้อม
"วันนี้ไม่มีแพลนออกไปไหนครับลุงชัย... ผมอยากให้น้องติวเข้มและทำข้อสอบจำลองอยู่ที่บ้านตลอดทั้งวัน ่นี้ใกล้สอบโค้งสุดท้ายแล้ว ไม่อยากให้เสียสมาธิกับการเดินทางครับ"
ผมตอบชี้แจงน้ำเสียงปกติ
"ดีเลยครับคุณไมค์ เคี่ยวเข็ญน้องให้หนักๆ เลยครับ ลุงอยากเห็นคุณหนูสอบติดคณะดีๆ ป๊ากับม้าของน้องกลับมาจะได้ภูมิใจ ลุงเอาใจช่วยนะครับคุณหนู"
ลุงชัยหันมาพยักหน้าให้กำลังใจลูกคลื่นที่ทำหน้ามุ่ยตอบกลับ
่สายของวัน ป้าสมขอตัวออกไปซื้อวัตถุดิบทำอาหารกลางวันที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแถวบ้าน ส่วนลุงชัยก็ขับรถไปส่งและรอรับกลับ ซึ่งนั่นทำให้มี่เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่คฤหาสน์หลังใหญ่ไร้ผู้คนอื่นใดนอกจากพวกเราสองคน
ทันทีที่เสียงรถยนต์ขับพ้นประตูรั้วบ้านและประตูปิดลง ผมก็สละหน้ากากติวเตอร์สุดโหดทิ้งทันที หมุนเก้าอี้ดึงตัวลูกคลื่นที่นั่งตัวเกร็งอยู่ขึ้นมานั่งคร่อมบนตักกว้างของผมอย่างรวดเร็ว
"อ๊ะ! พี่ไมค์! ทำอะไรเนี่ย เดี๋ยวป้าสมกลับมาเห็นจะทำยังไงเล่า"
น้องตื่นตระหนกพยายามดิ้นหนีแต่ผมก็ใช้แขนแกร่งโอบรัดเอวบางคอดกิ่วไว้แน่นบีบก้นงอนเบาๆ
"ป้าสมเพิ่งออกไปเมื่อกี้เองครับ... กว่าจะกลับก็เป็ชั่วโมง พี่ขอกอดฟัดให้หายคิดถึงหน่อยเถอะ เมื่อกี้ตอนมีคนอื่นอยู่ต้องทำเป็นิ่ง พี่อึดอัดจะตายอยู่แล้วครับ"
ผมซุกใบหน้าคมไซ้ซอกคอขาวดึงผ้าพันคอ ออกสูดความหอมหวานฟอดใหญ่จนน้องสั่นสะท้านตัวอ่อนปวกเปียกยอมพิงซบอกผม
"พี่เลี้ยงบ้าอำนาจ... รังแกผมตลอดเลย"
น้องบ่นงึมงำแก้มแดงแจ๋แต่สองมือก็ขยับกอดคอผมแน่นลูบเบาๆ ที่ท้ายทอยผมอย่างออดอ้อน
"เด็กดี... เจ็บมากไหมครับเมื่อกี้ตอนเดินลงมา? พี่เห็นเราเดินเกร็งๆ"
ผมถามน้ำเสียงนุ่มทุ้มอย่างเป็ห่วงลูบคลึงต้นขาขาวและก้นงอนผ่านกางเกงขาสั้นบำบัดอาการปวดเมื่อยล้า
"เจ็บสิครับ... พี่ไมค์ตัวใหญ่อย่างกับั์ แถมเมื่อคืนยังทำตั้งหลายรอบ ผมระบมสะโพกไปหมดแล้วเนี่ย" น้องค้อนขวับใส่ทำหน้ามุ่ยน่ารักน่าฟัด
"งั้นเย็นนี้... หลังจากพวกป้าสมกลับบ้านไปตอนห้าโมงเย็น..."
ผมลูบไล้ปลายนิ้วไปตามแนวเรียวขาเสลาเบาๆ
"พี่จะช่วยนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อสะโพกและขาให้เป็พิเศษ... เอาแบบไม่มีเสื้อผ้าขวางกั้นเลย ดีไหมครับ?"
"พี่ไมค์ลามกที่สุด นวดธรรมดาก็พอมั้งครับ!"
น้องแหวใส่หน้าแดงฉ่าดึงมือผมออกจากต้นขาพยายามลุกกลับไปนั่งเก้าอี้ของตัวเอง
ผมหัวเราะร่าด้วยความเอ็นดู ยอมปล่อยให้น้องกลับไปนั่งเก้าอี้เพื่อเตรียมตัวติวหนังสือต่อ แต่ก่อนจะเริ่มบทเรียน ผมเอื้อมมือไปจับมือเล็กของน้องใต้โต๊ะเขียนหนังสือ สอดประสานนิ้วมือของเราเข้าด้วยกันแ่าใต้โต๊ะโดยที่คนภายนอกไม่สามารถมองเห็นได้
เมื่อเข็มนาฬาชี้บอกเวลาห้าโมงเย็น ป้าสมและลุงชัยกล่าวลาและเดินทางกลับบ้านพักของตัวเอง เสียงประตูรั้วคฤหาสน์ปิดลงและล็อกลงอย่างแ่า ความกดดันจากการเก็บความลับตลอดวันมลายหายไปสิ้น
ผมเดินไปล็อกประตูหน้าบ้าน ลงกลอนอย่างแ่า ก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มเ้าเล่ห์ประดับใบหน้าหล่อเหลาให้กระต่ายน้อยที่นั่งกอดเข่ารออยู่บนโซฟากลางโถงกว้าง
"ป้าสมกับลุงชัยกลับไปหมดแล้วครับลูกคลื่น..."
ผมสืบเท้ายาวๆ เข้าไปหาคนตัวเล็ก ช้อนอุ้มร่างกะทัดรัดขึ้นมาแนบอกกว้างอย่างง่ายดาย
"คราวนี้... ก็ถึงเวลาทบทวนบทเรียนและนวดผ่อนคลายวิชารักของเราสองคนแบบจัดเต็มแล้วนะครับเด็กดื้อ"
ลูกคลื่นซุกหน้าแดงซ่านเข้าหากล้ามอกอุ่นกว้างพึมพำยอมจำนนเสียงแ่เบา
"อื้อ... เบามือหน่อยนะครับพี่เลี้ยงของผม..."
ความลับแสนหวานในคฤหาสน์หลังใหญ่ดำเนินต่อไปอย่างเร่าร้อนและซาบซึ้งใจท่ามกลางสองเราตลอดค่ำคืนอันแสนหวานฉ่ำ