วันนี้มีชาวเมืองมากมายมายืนมุงอยู่สองข้างทางเพื่อรอขบวนเ้าสาวจากต่างแดนพวกเขารู้แล้วว่าเ้าสาวของชินอ๋องแห่งแคว้นเจี้ยนคือบุตรสาวเ้าเกาะหลงอวี้ ซึ่งมีชื่อเสียงเื่แร่ต้วนเสินอันแข็งแกร่งมีตำนานเื่ ‘มุกเกล็ดั’ ซึ่งเป็ยาอายุวัฒนะ ผู้ที่ได้กินมันเข้าไปจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้เป็พันๆปีเลยทีเดียว แต่ก็เป็เพียงเื่ที่เล่าลือต่อๆ กันมาเท่านั้น เพราะไม่มีผู้ใดเคยพบเห็นมุกเกล็ดัที่ว่านั้นมาก่อนนอกจากนี้ยังมีสมุนไพรที่ทำจากพืชหายากใต้ทะเลซึ่งสามารถแก้พิษสารพัดชนิดได้อีกด้วย
มีผู้คนลือกันว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็เงื่อนไขสำคัญระหว่างแคว้นเจี้ยนและเกาะหลงอวี้ในการซื้อขายแร่ต้วนเสินข่าวลือนี้ย่อมทำให้เกิดข้อครหานินทาว่าคนจากเกาะหลงอวี้มักใหญ่ใฝ่สูง คิดเกี่ยวดองกับราชวงศ์เจี้ยนแม้พวกเขาจะปกครองตนเอง เป็อิสระ ไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจของแคว้นใด แต่เกาะเล็กๆเกาะหนึ่งที่อยู่ห่างไกลความเจริญเช่นนั้น จะมาเทียบกับแคว้นเจี้ยนที่ยิ่งใหญ่ได้อย่างไร
แต่ไม่ว่าคำติฉินนินทาในหมู่ผู้คนชาวแคว้นเจี้ยนจะเป็ไปในทางใดก็ไม่มีผลต่องานมงคลที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันนี้
ขบวนเกี้ยวเ้าสาวมาถึงแล้วเจี้ยนฮั่นเทียนเพียงเหลือบตามองปราดหนึ่ง แล้วขี่ม้านำขบวนไปยังตำหนักของตนเองท่ามกลางเหล่าชาวเมืองที่อยากเห็นหน้าชินหวางเฟยยิ่งนักไม่รู้ว่านางจะขี้ริ้วขี้เหร่ไม่คู่ควรกับชินอ๋องของพวกเขาหรือไม่ประการใด
แต่นางเป็สตรีจากแดนไกลไม่ควรจะงามสู้เหล่าคุณหนูบุตรหลานขุนนางชั้นสูงในเมืองหลวงได้ กิริยามารยาทก็คงจะหยาบกระด้างดั่งคนในพื้นที่ห่างไกลไม่ต่างจากหญิงที่มาจากชนบทกระมัง
จนกระทั่งขบวนเ้าสาวมาหยุดลงที่หน้าตำหนักชินอ๋องเจี้ยนฮั่นเทียนจึงะโลงมาจากหลังม้า และเดินเข้าไปแง้มผ้าม่านเพื่อรับเ้าสาว
เ้าสาวในชุดสีแดงพร้อมผ้าคลุมหน้ามิดชิดเอื้อมมือเรียวเล็กขาวผ่องออกมาวางไว้บนมือใหญ่หยาบกร้านจากการจับดาบและง้าวของพระสวามี
เจี้ยนฮั่นเทียนก้มลงมองมือเล็กๆดูบอบบางนั้นแล้วไม่ได้สนใจอันใดอีกทำเพียงจับจูงมือของนางเข้าไปด้านในเพื่อทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดินตามธรรมเนียมให้เสร็จสิ้นเท่านั้น
พิธีการต่างๆผ่านไปอย่างราบรื่น เ้าสาวถูกส่งตัวไปยังห้องหอแขกที่มาร่วมงานต่างอยากเห็นหน้าเ้าสาวของชินอ๋องยิ่งนัก แต่ก็ไม่มีโอกาสนั้นคงต้องรอให้ถึงวันที่มีการจัดงานเลี้ยงหรือพิธีการอื่นๆ กระมัง
ในห้องหอที่ประดับประดาด้วยผ้าแดงและข้าวของเครื่องใช้หรูหราหยางซิ่วอิงยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเตียงหลังใหญ่ ผ้าคลุมหน้าเ้าสาวยังไม่ได้ถูกเปิดออกนางวางเดิมพันกับตนเองอยู่ในใจว่าค่ำคืนนี้ ชินอ๋องอะไรนั่น จะทิ้งนางไว้ในห้องหอเพียงลำพังหรือไม่
เื่ทำนองนี้นางเคยพบเห็นมาแล้วเมื่อครั้งที่ไปท่องเที่ยวทั่วหล้ากับท่านน้าหญิงท่านน้ามักเล่าให้ฟังว่าบุรุษนั้นมีหลายประเภท ประเภทชั่วช้าหาดีไม่ได้ก็มีอยู่มากประเภทสมองเท่าเมล็ดถั่วและขับเคลื่อนการกระทำต่างๆ ด้วยหัวแม่โป้งเท้าก็มีไม่น้อยนางอยากจะรู้นักว่า ชินอ๋องผู้นี้จะจัดอยู่ในประเภทใด
หากเขากล้าทิ้งนางไว้ในห้องหอล่ะก็พรุ่งนี้ทั้งเขาและแคว้นเจี้ยนจะได้เจอฤทธิ์เดชของนางอย่างแน่นอน
หยางซิ่วอิงที่กำลังยกมือขึ้นมาหักกระดูกข้อนิ้วดัง‘กร๊อบ…แกร๊บ’ เตรียมพร้อมจะก่อเื่ ได้ยินเสียงประตูห้องเปิดออก ตามด้วยเสียงฝีเท้ามั่นคงแต่ก็แ่เบาตามแบบฉบับคนฝึกยุทธ์
ไม่นานนางก็เห็นปลายรองเท้าสีดำมาหยุดอยู่ตรงหน้านางและผ้าคลุมหน้าเ้าสาวของนางก็ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นบุรุษหนุ่มใบหน้าเ็าแต่เห็นแล้วไม่รู้สึกระคายสายตาเท่าไรนักในความคิดของนาง
เจี้ยนฮั่นเทียนใช้คันชั่งเปิดผ้าคลุมเ้าสาวจึงได้เห็นรูปโฉมพระชายาเอกของตนเป็ครั้งแรก ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคาดหวังเลยว่านางจะมีรูปร่างหน้าตาเป็อย่างไรต่อให้นางจะตาเข ปากเบี้ยว หรือไม่สมประกอบก็ช่าง เพราะอย่างไรเขาก็ต้องรับนางเป็ชายาอยู่ดี
ไม่คิดว่าสตรีที่กล้าเสนอตนเป็ชายาของเขาจะมีรูปโฉมงดงามเป็เอก ไร้จุดตำหนิหรือข้อบกพร่องใดๆ อีกทั้งดวงตากลมโตที่ดูคล้ายใสซื่อนั้นมีประกายบางอย่างที่ชวนให้ค้นหาอย่างน่าประหลาด
และเวลานี้นางยังค่อยๆ แย้มรอยยิ้มที่ดูงดงามอ่อนหวาน แต่กลับทำให้เขารู้สึกว่ากำลังมองดูสัตว์ร้ายที่กำลังจ้องจะขย้ำเหยื่ออย่างไรพิกล
“คารวะชินอ๋องหม่อมฉันมีนามว่าหยางซิ่วอิง ยินดีที่ได้พบหน้ากันเสียทีเพคะ”
แม้กระทั่งน้ำเสียงของนางก็ยังไพเราะกังวานและใสกระจ่างราวกับกระดิ่งเงินทำให้เจี้ยนฮั่นเทียนชะงักไป ภาพที่เห็น เสียงที่ได้ยิน กับบรรยากาศรอบตัวของนางเหตุใดจึงสวนทางกันเช่นนี้
“อืม...เ้าเดินทางมาตลอดหลายวันคงเหนื่อยแล้ว ข้าจะให้สาวใช้ของเ้าเข้ามาปรนนิบัติก็แล้วกัน”ท่าทางของเขายังคงดูเ็าห่างเหิน หยางซิ่วอิงทำเพียงยักไหล่เท่านั้น
สาวใช้ที่เข้ามาปรนนิบัตินางคือสาวใช้ที่มารดาส่งมาให้จากเกาะหลงอวี้ไม่เพียงรู้งานเป็อย่างดี แต่ยังมีพลังในแบบของเผ่าไน่เอ๋อร์เช่นกัน ที่สำคัญคือค่อนข้างเข้มงวดราวกับมารดาจะส่งให้มาเป็ตัวแทนคอยควบคุมดูแลนางให้อยู่กับร่องกับรอยอย่างไรอย่างนั้น
“ข้ากับถานอู่จะคอยเฝ้าอยู่ด้านนอกหากมีเื่ร้ายแรงประการใด คุณหนูะโเรียกได้เลยเ้าค่ะ” คำกระซิบของ ‘โม่ฟาง’ ทำให้หยางซิ่วอิงมองหน้าสาวใช้รุ่นน้าอย่างสงสัยอย่างนางนี่น่ะหรือจะมีเื่ร้ายแรงอันใดได้
โม่ฟางมองดวงตากลมโตดูใสซื่อของเ้านายแล้วถอนหายใจทีหนึ่ง
“ช่างเถิดๆข้าออกไปก่อนแล้วกันเ้าค่ะ คุณหนูก็พักผ่อนนะเ้าคะ”
หยางซิ่วอิงยักไหล่พลางเดินกลับเข้ามายังโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยอาหารมากมายเมื่อเห็นแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าตนเองยังไม่ได้กินอะไรมาั้แ่่สายนางจึงคีบอาหารซึ่งอุดมไปด้วยหมูเห็ดเป็ดไก่เข้าปาก โดยไม่ได้รอพระสวามีที่ไม่รู้ว่าหายไปไหนแล้วั้แ่เปิดผ้าคลุมหน้าของนางออก
ใช้เวลาไม่นานอาหารบนโต๊ะก็พร่องลงหลังจากบ้วนปากไปแล้ว ก็ยังไม่เห็นชินอ๋องกลับเข้ามา
หรือเขาจะทิ้งนางไว้ในห้องหอคนเดียวจริงๆ?
หยางซิ่วอิงกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียมพลางหักข้อนิ้วเตรียมหาเื่พระสวามีที่ไหนได้ ประตูถูกเปิดออกอีกแล้ว และเสียงฝีเท้านั่นย่อมต้องเป็เขาไม่ผิดแน่
‘รอดตัวไปนะ’ นางเอ่ยอยู่ในใจ
“ง่วงแล้วหรือยังหากเ้าง่วงแล้ว ข้าจะดับเทียนให้”
“ดับเลยก็ได้เพคะ”
เจี้ยนฮั่นเทียนใช้กำลังภายในดับเทียนด้วยการกวาดแขนครั้งหนึ่งเทียนทุกเล่มที่จุดให้ความสว่างก็ดับลงในทันที
หยางซิ่วอิงไม่คิดอันใดมากเมื่อพบเตียงก็ปีนขึ้นไปแล้วนอนหลับตาลงเงียบๆ จะว่านอนสบายก็ได้ ติดแต่ว่าต้องนอนเบียดกับคนแปลกหน้าเท่านั้น
แต่ช่างเถิดอีกเดี๋ยวคงชินไปเอง
เจี้ยนฮั่นเทียนมองดูหวางเฟยหมาดๆของตนเองปีนขึ้นเตียงไปโดยไม่ได้ให้ความสนใจเขาเลยอยู่ในความมืดเงียบๆเมื่อเห็นนางนอนนิ่งแล้ว เขาจึงก้าวเท้าตามขึ้นไป พลางนึกถึงคำพูดของเล่อฉีเมื่อครู่ที่เขาแยกออกไปอาบน้ำที่ห้องในเรือนใหญ่ของตนเอง
‘การทิ้งให้เ้าสาวอยู่เฝ้าเรือนหอในคืนแต่งงานเพียงลำพัง อาจทำให้หวางเฟยเกิดความขุ่นข้องหมองใจได้นะพ่ะย่ะค่ะ’
การทำให้สตรีผู้นี้ขุ่นข้องหมองใจเป็หนึ่งในเงื่อนไขที่สัญญาซื้อขายแร่ต้วนเสินจะสิ้นสุดลงได้นี่คือสาเหตุที่เขาต้องเดินกลับมานอนที่นี่อีกครั้งหลังจากที่ตั้งใจว่าจะกลับไปนอนที่เรือนของตนเอง มิใช่เพราะรังเกียจแต่เพราะเขาทำตัวไม่ถูกต่างหาก
เขาไม่เคยนอนในห้องเดียวและบนเตียงเดียวกับสตรีแปลกหน้ามาก่อนอยู่ดีๆ จะให้เขานอนกับนางั้แ่คืนแรกที่พบหน้ากัน?ช่างเป็ความรู้สึกที่แปลกประหลาดยิ่งนัก
ในเมื่อนางยอมนอนหลับไปง่ายๆเช่นนั้นเขาก็ไม่ต้องลำบากคิดอะไรให้มากความ
เจี้ยนฮั่นเทียนนอนหลับตาลงข้างๆหวางเฟยของเขาในคืนแรกของการแต่งงานเช่นนี้เอง
เช้าวันถัดมาเมื่อลืมตาตื่นก็ไม่พบพระสวามีหมาดๆ แล้ว หยางซิ่วอิงหาวยาวๆ ทีหนึ่งแล้วค่อยลงไปจัดการตนเองที่ด้านหลังฉากกั้น
หลังจากได้ยินเสียงดังจากด้านในโม่ฟางจึงเดินเข้ามาช่วยเ้านายแต่งกาย
“ท่านอ๋องตรัสว่าคุณหนูต้องเข้าวังไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้และฮองเฮาเ้าค่ะ”
หยางซิ่วอิงที่เอียงหน้ามองซ้ายขวาในคันฉ่องว่าต่างหูใส่ได้เรียบร้อยดีหรือไม่เพียงพยักหน้ารับง่ายๆ
‘ไม่รู้ว่าจะได้พบเ้าลูกสุนัขหลี่อ๋องกับพระชายาของมันหรือไม่หากพบแล้วล่ะก็... หึหึหึ’
โม่ฟางที่เห็นคุณหนูรองแสยะยิ้มกางกรงเล็บราวกับจะขย้ำใครสักคนก็กระแอมออกมา
“อะแฮ่ม...เข้าไปในพระราชวังต้องสำรวมนะเ้าคะ จะก่อเื่ก็ออกจะเร็วเกินไปสักหน่อยเพราะนี่เพิ่งจะวันแรกหลังงานสมรสเท่านั้นเอง รออีกหน่อยเถิดเ้าค่ะ”
หยางซิ่วอิงถึงกับหันไปมองค้อนสาวใช้รุ่นน้าอะไรจะมองนางในแง่ร้ายปานนั้น นางเพียงอยากจะเห็นหน้าชั่วๆ ของหลี่อ๋องและเมียหลวงของมันเท่านั้นเองไม่ได้จะจับมันไปต้มกินวันนี้เสียเมื่อไร
ขบวนรถม้าตำหนักชินอ๋องรออยู่ที่หน้าตำหนักแล้ววันนี้หยางซิ่วอิงอยู่ในชุดหรูหรากรุยกรายเต็มยศในแบบที่นางไม่เคยสวมใส่มาก่อน...หากไม่นับชุดเ้าสาว ที่นางเพิ่งเคยสวมในวันแต่งงาน... แม้จะรู้สึกไม่เคยชินและน่ารำคาญอยู่บ้างแต่นางกลับคิดว่าแปลกใหม่ดี ไหนๆ ก็ได้มาเที่ยวในเมืองหลวงแล้วลองใช้ชีวิตเช่นคนเมืองหลวงดูบ้างจะเป็ไรไป
นางถูกองครักษ์ของตำหนักชินอ๋องนำทางขึ้นไปบนรถม้าโดยมีโม่ฟางและถานอู่ติดตามมาอย่างเงียบๆ
เหล่าองครักษ์มองผู้ติดตามทั้งสองของหวางเฟยอย่างพิจารณาบุรุษนามว่าถานอู่นั้น มองด้วยตาเปล่าก็รู้แล้วว่ามีวรยุทธ์สูงส่งร่างกายหรือก็สูงใหญ่กำยำตามแบบฉบับของชาวเกาะหลงอวี้ ส่วนสาวใช้คนสนิทแม้จะไม่ใช่ดรุณีน้อยวัยแรกแย้ม แต่ก็ไม่อาจดูเบาได้ ดูจากฝีเท้าที่แ่เบานั้นแล้วก็คงมีวรยุทธ์เช่นกัน
ส่วนหวางเฟยนั้น...รูปโฉมโดดเด่นงดงามผิดไปจากที่คาดเอาไว้มากจริงๆ เช่นนั้นท่านอ๋องของพวกเขาก็นับว่าไม่เสียเปรียบแล้วกระมัง?
★★★★★
ฝากนิยายเื่ก่อนๆ ของไรท์ด้วยนะคะ
