12.ศึกชิงนาง
“พวกเ้าไปเตรียมห้องสักห้อง ให้พวกเขาพัก”หนิงหรงหันไปสั่งจ้าวอี้หานและจ้าวจื่อหาน“อย่าลืมเตรียมน้ำให้คุณชายน้อยนี่อาบด้วย”หนิงหรงสั่งเพิ่มเติม เดินนำกลุ่มคนเหล่านี้
“พวกเ้าคงยังไม่ได้กินข้าวมื้อเย็น”หนิงหรงหันไปถามเด็กน้อยที่เดินข้างๆตัวสูงเท่าๆเธอ
“อืม”เสียงเ็าตอบกลับมา
ถึงยังไงเ้าหนูน้อยนี่ก็ยังเด็ก อดอาหารจะไม่ดีต่อร่างกายนางก็ใช่ว่าจะใจร้ายกับเด็กได้ลงคอ ถึงแม้เด็กนี่จะน่าหมั่นไส้ก็ตาม
“เสี่ยวเมิ่ง ไปเตรียมอาหารด้วย ข้าจะพาพวกเขาไปรอที่ห้องหนังสือจัดการทุกอย่างเรียบร้อยเมื่อไหร่ก็มาตาม"
“เ้าคะคุณหนู”เสี่ยวเมิ่ง จ้าวจื่อหานและจ้าวอี้หานแยกย้ายไปทำตามคำสั่งอย่างว่องไว
“อ้อเกือบลืม”หนิงหรงหยุดเท้าลงเหลือบมองกองไฟและสัตว์อสูรที่ยังไม่ได้ย่างส่วนหนึ่งและบางส่วนย่างค้างไว้ถูกวางไว้บนใบไม้ “หลิวอานเฉินอี้ท่านไปจัดการย่างเนื้อให้เสร็จ อย่าลืมเอาไปกองไว้หน้าบ้านข้าคิดว่าเ้าตัวตะกละพอหายใมันคงกลับมาเอง”เฉินอี้และหลิวอานแยกไปทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็วเหลือเพียงหวงเหวินที่เดินตามนางมา
คนจากอาณาจักรเฟยเหลือบมองสัตว์อสูรที่กลายเป็อาหารด้วยความรู้สึกยากจะบรรยายทำสายตาเหมือนจะถามว่าคงไม่ได้เอาพวกนี้มาให้พวกเขากินนะ
“อาหารของพวกเ้าย่อมไม่ใช่เนื้อย่างอสูร เนื้อพวกนี้มีเ้าของแล้ว”หนิงหรงอธิบายอย่างรู้ทันความคิดดูท่าแล้วแม้กระทั่งคนจากอาณาจักรเฟยเองก็เห็นว่าการกินเนื้อสัตว์อสูรเป็เื่ประหลาด
คนจากต่างอาณาจักมีสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อย
หวงเหวินก้าวเข้าไปในห้องคนแรกจุดตะเกียงแล้วกลับออกมายืนเฝ้าหน้าห้องเมื่อในห้องมีแสงสว่างหนิงหรงจึงก้าวเข้าไปคนแรก ตามมาด้วยเด็กชายขณะที่ราชันยอดยุทธหยุดยืนเฝ้าที่ประตูทางเข้าพวกมันไม่กลัวว่าเด็กหญิงจะทำอันตรายเ้านายมันได้แม้ระดับพลังยุทธของคนทั้งคู่จะใกล้เคียงกันทว่านายของมันมีพลังมากพอที่จะโค่นล้มสัตว์อสูรระดับเจ็ดได้เทียบได้กับผู้ฝึกยุทธระดับเก้าเด็กหญิงย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเ้านายผู้มีพลังสูงส่งตามสายเื
หนิงหรงนั่งลงที่ตั่งยาวซ้ายมือยกกาน้ำขึ้นรินใส่ถ้วยชาสองใบผลักไปทางเด็กชายที่นั่งลงบนตั่งตัวขวามือของเธอหนึ่งถ้วย หยิบขึ้นดื่มเองถ้วยนึง
“ตอบคำถามข้าได้แล้วกระมัง”หนิงหรงกล่าว “อะไรคือลมปราณที่แข็งแกร่ง”
เด็กชายหยิบถ้วยชาขึ้นมาดื่มแล้ววางลงด้วยกริยามารยาทงดงาม สูงส่งแบบผู้ถูกสั่งสอนมาอย่างดี
“ลมปราณในร่างของผู้ฝึกยุทธล้วนมีความแตกต่างกันเป็พร์ที่ได้รับจากฟ้าอย่างไม่เท่าเทียมคนทั่วไปมีพลังลมปราณปกติสามารถไปถึงระดับยอดยุทธได้ หากฝึกฝนอย่างเหมาะสมคนบางกลุ่มสามารถไปถึงได้แค่ระดับกลาง คนบางกลุ่มอาจก้าวไปถึงราชันยอดยุทธหรือตำนานแห่งราชัน คนทั้งหลายมีพลังลมปราณที่ใกล้เคียงกัน พัฒนาไปคล้ายๆกันแต่มีกลุ่มคนพิเศษที่พลังลมปราณแข็งแกร่งมาั้แ่เกิดได้รับพร์อันประเสริฐมา แม้ในขณะที่คนกลุ่มนี้มีระดับพลังยุทธอยู่ในระดับต่ำหากรู้จักใช้อย่างเหมาะสม อาจชนะคนที่อยู่ในระดับสูงกว่าได้เช่นข้าอยู่ระดับห้าโค่นสัตว์อสูรระดับเจ็ดทั้งป่าได้หากเป็สู้มนุษย์ก็เท่ากับว่าข้าโค่นผู้ใช้ยุทธระดับเก้าได้”
เด็กชายเล่าขณะมีสีหน้าหยิ่งผยองในความสามารถที่ตนเองมี
หนิงหรงเห็นแล้วหมั่นไส้เ้าเด็กน้อยตรงหน้าแอบตกตะลึงกับความรู้ใหม่ที่ได้ยิน
“ข้าจัดอยู่ในกลุ่มคนพิเศษสินะ”หนิงหรงถาม “ข้าพึ่งอยู่ระดับสี่ เพราะปราณที่แข็งแกร่งกว่าคนธรรมดาข้าจึงไม่ได้รับอันตรายจากพลังยุทธของราชันยอดยุทธหรือ”
“อืม”เด็กน้อยตอบ “ปราณของเ้าน่าจะเป็สายที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ร่ายกายพลังยุทธยังแบ่งออกเป็อีกหลายสาย หากค้นพบว่าตนเองมีลมปราณไปทางสายใดก็จะหาเส้นทางการฝึกที่เหมาะสมกับตนได้”น้ำเสียงเ็าของเด็กน้อยอธิบาย
“ข้าไม่เคยได้ยินเื่เช่นนี้มาก่อนการฝึกยุทธมิใช่ว่าเ้าต้องฝึกทุกอย่างหรือ เช่น ฝึกการใช้อาวุธ ร่างกายวิชาตัวเบา”
“ย่อมต้องฝึกทุกอย่างแต่มีเพียงอย่างเดียวที่เหมาะกับพลังลมปราณของผู้ฝึกยุทธ จึงต้องเน้นฝึก”น้ำเสียงเ็าอธิบาย “เ้าเพิ่งสี่ขวบแต่ก้าวขึ้นสู่ระดับสี่ถูกจัดได้ว่าอยู่ในกลุ่มอัจฉริยะรุ่นเยาว์แล้วเด็กทั่วไปในวัยนี้บรรลุระดับหนึ่งก็ถือว่าเร็วแล้วบางทีอาจเพราะเ้าฝึกฝนสิ่งที่เหมาะกับพลังลมปราณของตนเองจึงก้าวหน้าเร็วขึ้น”
แน่นอนว่าหนิงหรงฝึกทุกอย่างโดยเฉพาะเื่กำลังเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและมีกล้ามเนื้อเร็วขึ้นก่อนเข้าเรียนวิชายุทธกับอาจารย์ถางนางจะฝึกฝนร่างกายเองบางครั้งก็มีอาจารย์ถางช่วยแนะนำและปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ตามความก้าวหน้าของพลังยุทธหนึ่งเดือนที่ผ่านมาหนิงหรงยังคงผูกทรายสองกิโลไว้ที่แขนและขา แต่กลับไม่รู้สึกหนักแต่อย่างใดคล้ายกับว่าเริ่มคุ้นชินแล้ว
“อาณาจักรเฟยของพวกเ้าสอนเื่สายของลมปราณหรือพวกเ้าถึงได้มียอดยุทธ์มากมายเกลื่อนเมืองหนำซ้ำยังมีระดับราชันยอดยุทธด้วย"
“อืม...มีความรู้อีกมากมายที่อาณาจักรฮุ่ยไม่มี อาณาจักรเฟยมีคนมีสมองมากมายผู้ฝึกยุทธจึงก้าวไปถึงระดับสูงได้”
หนิงหรงฟังแล้วหนังตากระตุกนี่มันหลอกด่าคนอาณาจักรฮุ่ยว่าโง่จึงมีพลังยุทธที่ต่ำต้อยไม่มีใครไปถึงราชันยอดยุทธได้ หนำซ้ำแค่ยอดยุทธยังมีเพียงน้อยนิดคนส่วนใหญ่ก็มีแค่พลังยุทธระดับกลางเท่านั้น
“ปัง!”หนิงหรงตบโต๊ะเสียงดังด้วยความโกรธจัดถึงอย่างไรเธอก็คือคนของอาณาจักรฮุ่ย ตอนนี้สกุลฮุ่ยนับเธอเป็ญาติ เธอจึงไม่พอใจกับคำพูดอวดดีของเด็กอายุหกขวบ
‘หนอยไอ้เด็กป.1 กล้ามาทำอวดดีต่อพี่สาววัยทำงานเรอะ!’ หนิงหรงโมโหนึกอยากสั่งสอนเ้าเด็กประถมนี่
“ให้มันน้อยๆหน่อยเถอะ!!”หนิงหรงตวาดลั่นห้อง
หวงเหวิน และราชันยอดยุทธมองเข้ามาในห้องสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กทั้งสองคน แน่นอนว่าแค่เด็กทะเลาะกันพวกเขาไม่คิดจะสอดมือเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ก็ต้องคอยระมัดระวังความปลอดภัยให้เ้านายหากว่าเด็กสองคนตีกันขึ้นมาย่อมต้องมีอีกฝ่ายาเ็
“หรือที่ข้าพูดไม่จริง”เด็กชายย้อนถามเสียงเ็าจัดการรินน้ำให้ตัวเองดื่มด้วยท่าทางสง่างาม
“เ้ามันยโสเกินไปแล้ว!”หนิงหรงยืนขึ้น สาวเท้าไปหยุดตรงหน้าเด็กน้อยยืนค้ำหัวอีกฝ่ายที่ทำเพียงมองมาด้วยความเ็าไม่เห็นการคุกคามของเธออยู่ในสายตาเลยสักนิด
“อาณาจักรเฟยมียอดยุทธมากมายแล้วอย่างไรเ้ามีสิทธิ์อะไรมาพูดจาดูิ่อาณาจักรอื่น!”หนิงหรงตวาดใส่
“เ้าแค่รับความจริงไม่ได้”เด็กน้อยตอบกลับไม่มีท่าทีหวาดกลัว
“ฮึ ฮึ”หนิงหรงหัวเราะในลำคอชั่วร้ายจนคนยืนเฝ้าหน้าห้องพากันขนลุกทว่าคนกำลังถูกคุกคามกลับนั่งนิ่งจ้องมองด้วยความเ็าราวกับเื่ตรงหน้าไม่เกี่ยวอะไรกับตนเอง
“คุณหนูอย่า!”หวงเหวินร้องห้ามทว่าไม่ทันแล้วมือของเด็กหญิงยื่นไปหยิกแก้มทั้งสองข้างของเด็กชาย
เหล่าราชันยอดยุทธใจนิญญาออกจากร่าง ยืนอ้าปากค้าง
“ปากดีนักนะเ้าหนู”หนิงหรงออกแรงทั้งดึงทั้งบีบแก้มนุ่มๆอย่างเมามัน
ทว่าเ้าเด็กน้อยตัวแข็งทื่อด้วยความใไปเรียบร้อยจนลืมเจ็บ
หนิงหรงที่ลงมือแกล้งเด็กไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังสร้างปัญหาใหญ่หลวงที่จะตามหลอกหลอนตัวเองขึ้น
“คุณหนูรีบปล่อยมือเร็วเข้า!” หวงเหวินพุ่งเข้าไปในห้องทำท่าจะดึงมือคุณหนูออก
วินาทีนั้นเด็กชายหรี่ตาลงส่อเค้าอันตรายตวัดสายตามุ่งร้ายมาทางหวงเหวินจนคนถูกมองขนลุกวูบ ชะงักมือที่จะจับแขนหนิงหรง
“อ่า...แย่แล้วคุณหนู”หวงเหวินกุมขมับโอดครวญกับสิ่งที่กำลังจะตามมาใครจะไปคิดว่านางจะลงมือเช่นนี้
หนิงหรงเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติรีบปล่อยมือออกจากใบหน้าเด็กน้อยที่เป็รอยแดงเพราะการลงมือรังแกของเธอเ้าเด็กตรงหน้านอกจากตกตะลึงแล้วก็ไม่ได้มีท่าทีอื่นยกเว้นตอนที่หวงเหวินจะดึงมือเธอออก เ้าเด็กนี่ถึงกับแผ่กลิ่นอายสังหารออกมา
“แย่อะไร”หนิงหรงถามขณะมองความผิดปกติตรงหน้า
ทว่ายังไม่ทันได้คำตอบเด็กชายก็กล่าว
“กันคนผู้นี้ไปให้ห่างจากภรรยาของข้า”น้ำเสียงเยือกเย็นของเด็กน้อยดังขึ้น
ราชันยอดยุทธทั้งสองดึงหวงเหวินออกห่างหนิงหรงพวกเขายืนเป็กำแพงขวางกั้นไว้ตรงกลางระหว่างหวนเหวินและหนิงหรงด้วยแววตาสีหน้าจริงจังอย่างยิ่ง
หนิงหรงยืนกระพริบตาด้วยความงุนงง “ภรรยา?”หนิงหรงมองหน้าเด็กชาย สุดท้ายจึงตั้งสติได้
“ใครเป็ภรรยาเ้ากัน!”หนิงหรงตะคอกใส่เด็กน้อยตรงหน้าที่ไม่รู้พูดบ้าอะไร
ทว่าเด็กน้อยมีสีหน้าบูดบึ้งเหมือนเด็กน้อยเองก็ไม่ยินยอมทำหน้าราวกับถูกบังคับขืนใจ
“หวงเหวินนี่มันเื่อะไรกัน!”หนิงหรงตวาดลั่นวันนี้เธอตวาดหลายรอบแล้วนะ! เธอไม่ได้มีนิสัยแอะอะก็ชอบตวาดหรอกนะ!
“ยังมายืนขวางทำบ้าอะไรไสหัวไป!”หนิงหรงทำท่าจะผลักราชันยอดยุทธทั้งคู่ที่ยืนขวางกลางออกทว่าพวกเขารีบพลิ้วกายหลบหนีทำราวกับว่าเธอเป็โรคระบาด
หวงเหวินทำหน้าเหมือนอยากร้องไห้ ท้ายที่สุดก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
“คุณหนูเกรงว่าท่านก่อเื่ใหญ่แล้ว”หวงเหวินเกริ่นนำอยากให้คุณหนูมีเวลาเตรียมใจ
“ก่อเื่อะไรข้าแค่หยิกแก้มสั่งสอนเ้าเด็กน้อยไม่รู้ความนี่เท่านั้น!”หนิงหรงหันไปมองเ้าเด็กน้อยที่ทำสีหน้าเหมือนสตรีถูกข่มแหง
“เฮ้อ คุณหนู!”หวงเหวินถอนหายใจคุณหนูมาจากอีกโลกหนึ่งคงไม่รู้ธรรมเนียม
“อาณาจักรเฟยมีธรรมเนียมว่าหากบุรุษถูกสตรีลวนลามเท่ากับว่าสตรีเป็ฝ่าย้าจับจองบุรุษเป็สามีในอนาคต”
คำอธิบายนั้นราวกับฟ้าผ่าลงบนหัวของหนิงหรงเกินความสั่นะเืยันจิติญญาอยู่ครู่นึง ทว่าคำพูดต่อมายิ่งทำให้นางิญญาแทบหลุดออกจากร่าง
“หากบุรุษยอมรับการเกี้ยวพา เรียกอีกฝ่ายเป็...ภรรยาบุรุษจะต้องแต่งงานกับสตรีผู้นั้นในอนาคตตามที่ตนลั่นวาจาเรียกขานอีกฝ่ายเป็ภรรยา!!!”
หนิงหรงอ้าปากค้าง “ข้า ข้า ข้า”นางพูดไม่ออกอยู่ครู่นึง
“ข้าแค่หยิกแก้มเองนะ ข้าลวนลาม ข้าเกี้ยวพาที่ไหน!!!”หนิงหรงตวาดด้วยความตกตะลึง “นี่มันเื่บ้าบออะไรกันทำไมข้าต้องเป็ภรรยาเด็กอวดดีนี่ด้วย!”
“เ้าลวนลามข้า เ้าต้องรับผิดชอบ!”คำพูดของเด็กชายผู้มีน้ำเสียงไร้อารมณ์เหมือนน้ำเย็นราดลงบนหัวหนิงหรงทำให้นางหนาวเยือก
“นี่เป็เื่เข้าใจผิด ข้าไม่ได้จะเกี้ยวเ้า! อย่ามาคลุมถุงชนให้ข้านะ!”หนิงหรงโวยวายใส่เ้าเด็กน้อยที่กลับนั่งนิ่งรักษาอารมณ์เยือกเย็นไว้ทั้งๆที่เกิดเื่ใหญ่เช่นนี้
หมอนี่ไม่ใช่ว่าควรลุกขึ้นมาโวยวายโต้เถียงรึเหตุใดหนิงหรงเริ่มรู้สึกว่าพฤติกรรมของตนเหมือนเด็กน้อยขี้โวยวายขณะที่เด็กชายกลับเหมือนผู้ใหญ่ที่นิ่งรับสถานการณ์อย่างเยือกเย็น
“ต่อให้ไม่มีเจตนา เ้าก็ต้องรับผิดชอบ ข้าตัดสินใจแล้วต่อไปนี้เ้าคือสะใภ้สกุลเฟย”เด็กชายกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นทรงพลังแบบผู้ใหญ่ที่ตัดสินชี้ขาดเื่ราว
‘ตัดสินใจแล้วบ้าบออะไรกัน ไม่คิดว่าข้าจะไม่สมัครใจเลยรึ ไอ้เด็กเวร!’หนิงหรงคิ้วกระตุก นึกอยากเถียงเ้าเด็กน้อยให้ถึงที่สุดทว่ามีเสียงเอ่ยแทรกขึ้น
“สกุลเฟยหรือ”เสียงของคุ้นเคยดังขึ้นใช่แล้วเสียงของเยี่ยนเฟยผู้หายไปนานนับเดือน “คงไม่ใช่สกุลเฟยที่ปกครองอาณาจักรเฟยหรอกนะ”เสียงของเยี่ยนเฟยเต็มไปด้วยความคุกคาม
หนิงหรงหันกลับไปมอง เยี่ยนเฟยยังเหมือนวันวานใบหน้าขาวผ่องเรียวยาว คิ้วเข้ม จมูกโด่ง รับกับริมปีปากบางเฉียบและคางที่สวยได้รูป ทุกอย่างรวมออกมาเป็หนุ่มรูปงามบวกกับร่างกายสูงโปร่งมีมัดกล้ามนั่น ยิ่งทำให้หนิงหรงเผลอเหม่อมองอยู่ครู่นึงยิ่งเมื่อเ้าตัวแผ่จิตสังหารคุกคาม ยิ่งทำให้คล้ายสัตว์ป่าดุร้ายกระหายเือันตรายแต่ว่าทรงเสน่ห์
“หมับ!”มือของใครบางคนคว้าลงบนแขนเธอหนิงหรงหันไปมอง บัดนี้ข้างกายเธอ มีเด็กชายตาสีเงินยืนเคียงข้างหนำซ้ำยังจับแขนเธอไว้ เขามีสีหน้าไม่พอใจยามที่มองหน้าเธอ
‘ไม่พอใจอะไรหว่า’หนิงหรงงุนงงกับเ้าเด็กน้อย
“ถูกต้องเป็สกุลเฟย ที่ปกครองอาณาจักรเฟย”เด็กชายตอบด้วยน้ำเสียงเ็าขณะกระตุกยิ้มอย่างผู้ที่เหนือกว่า
หนิงหรงมองเยี่ยนเฟยและเด็กชายส่งสายตาปะทะกันไปมาจนแทบจะมีไฟลุกท่วมด้วยความงุนงง มองทั้งคู่ที่มาถึงก็ทำท่าจะตีกันด้วยความไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นสุดท้ายนางจึงตัดสินใจทำลายบรรยากาศแปลกๆนี่ทิ้ง
“เยี่ยนเฟย...เ้าพึ่งมาถึงหรือ”หนิงหรงถามขึ้นขณะยิ้มให้
เยี่ยนเฟยหันมายิ้มตอบ ทำให้โลกดูสว่างไสวขึ้นภายในพริบตา
“ขอรับ พึ่งมาถึง คุณหนูสบายดีหรือไม่”น้ำเสียงอ่อนโยนเต็มไปด้วยความห่วงใยของเยี่ยนเฟยทำให้จิตสังหารของเด็กชายพวยพุ่ง
ยิ่งเมื่อหนิงหรงแกะมือเด็กชายออก เด็กชายยิ่งมีสีหน้าโกรธจัด
หนิงหรงทำท่าจะก้าวเข้าไปหาเยี่ยนเฟยถามไถ่ถึง่เวลาตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาและเล่าเื่มากมายให้ฟังกลับถูกเด็กชายคว้าแขนไว้อีกครั้ง
คราวนี้หนิงหรงเริ่มจะหงุดหงิด นางจะคุยกับชายหนุ่มรูปงามไอ้เด็กน้อยนี่ทำไมชอบทำตัวเป็มารผจญอยู่เรื่อยหนิงหรงถลึงตาใส่เ้าเด็กน้อยอย่างไม่พอใจ
“เ้าเป็ภรรยาข้า ห้ามสนิทสนมกับชายอื่น”เสียงของเด็กน้อยออกคำสั่งเต็มไปด้วยความจริงจังจนหนิงหรงขนลุกกับคำพูดที่ออกจากปากเด็กที่ฟังดูแก่แดดเกินวัย
หากว่ามีชายหนุ่มรูปงามมาพูดเช่นนี้ด้วยนางรู้สึกดีแต่นี่คนพูดเป็เด็กแค่หกขวบ
บรึ้ยยย คิดแล้วก็ขนลุก นางไม่ชอบเลี้ยงต้อยหรอกนะดูท่าว่าต้องพูดกับเ้าเด็กน้อยนี่ให้รู้เื่ไม่อย่างนั้นเ้าเด็กจอมโมเมนี่ก็จะทึกทักเอาว่าเธอยินยอมเป็เมียในอนาคต
“ฟังให้ดีนะ เ้าหนู!”หนิงหรงกล่าวโดยลืมไปว่าตัวเองแค่สี่ขวบขณะดึงมือเด็กน้อยออกจากแขนตน
“เ้ามันแค่เด็กหกขวบ คนอย่างข้าไม่มีทางชอบเด็กน้อยอย่างเ้าแน่นอนรู้เอาไว้ด้วย!”หนิงหรงประกาศ
“เ้าก็เด็กแค่สี่ขวบ เป็เด็กน้อยยิ่งกว่าข้า”เด็กชายโต้อย่างไม่ยอมแพ้ “แล้วข้าก็ไม่ใช่แค่เด็กข้าเป็ราชนิกูลสูงส่งของอาณาจักรเฟย มีทั้งอำนาจทั้งเงินทองที่ไม่ว่าใครหน้าไหนก็เทียบไม่ได้ เ้าเป็ภรรยาข้าเ้าจะมีทุกสิ่งอย่างที่เ้า้า เมื่อเ้าเป็ภรรยาข้าย่อมมีข้าผู้สูงส่งคอยปกป้องดูแลเ้า”เด็กชายกล่าวด้วยน้ำเสียงหยิ่งทะนงในชาติกำเนิดและอำนาจที่ตนมี
หนิงหรงฟังแล้วอยากเอาเท้าก่ายหน้าผาก โอ้ยกลุ้มคะ!
“ข้าไม่ได้หมายถึงเื่ สถานะ หรืออำนาจเงินทอง ข้าหมายถึง...”หนิงหรงเหยีดยิ้มร้ายกาจ กวักมือเรียกให้เยี่ยนเฟยเดินเข้ามาใกล้
“เ้าดูให้เต็มตา ว่าคนอย่างเ้าสู้อะไรชายผู้นี้ได้บ้าง”หนิงหรงเหยียดยิ้มชั่วร้าย
เด็กชายมีสีหน้าดำทะมึนดูโกรธจัดเมื่อกำลังจะถูกเปรียบเทียบกับคนที่เห็นแล้วขัดตาขณะที่เยี่ยนเฟยแสยะยิ้ม
“เ้าดูให้ดี คนผู้นี้รูปร่างสูงโปร่ง กำยำเต็มไปด้วยกล้ามมัดแข็งแกร่งใบหน้าเรียวยาว คิ้วได้รูป จมูกโด่ง ริมฝีปากบางแดงเรื่อ รับกับคางประกอบออกมาเป็ชายหนุ่มรูปงามราวกับภาพวาด”หนิงหรงผายมือไปทางทางเยี่ยนเฟยกล่าวชื่นชมรูปโฉม จนผู้ชายทั้งหลายฟังแล้วยังกระดากอาย
“แล้วเ้าละ ตัวเล็กนิดเดียว แขนขาสั้นๆ ใบหน้าก็แค่เด็กน้อยน่ารักน่าเอ็นดูเ้ามีอะไรเทียบกับชายหนุ่มรูปงามได้บ้าง!!”
คำพูดของหนิงหรงรุนแรงเสียจนสั่นะเืหัวใจของเด็กน้อยให้แตกร้าวดวงตาไหววูบด้วยความตกตะลึง เด็กน้อยผู้หยิ่งทะนงในตนเองภาคภูมิใจในความสูงส่งที่ตนมี มาบัดนี้เพิ่งได้ลิ้มลองความพ่ายแพ้เป็ครั้งแรกในชีวิตคำวิจารณ์ของหนิงหรงทำลายความภาคภูมิใจของเด็กน้อยจนสิ้น
ใช่แล้วต่อให้เขามีทุกสิ่งเหนือกว่าเ้าหนุ่มรูปงามนั่นแล้วอย่างไรเพียงแต่เขาบัดนี้เป็เพียงเด็กชายคนนึงไม่อาจเทียบกับบุรุษที่เติบโตเต็มวัยแล้วได้ ไม่มีสิ่งใดสู้ได้เลย
“อ่า...ยังมีๆ”หนิงหรงทำท่าเหมือนเพิ่งนึกได้ “บัดนี้เยี่ยนเฟยก้าวขึ้นสู่ระดับยอดยุทธแล้ว..”หนิงหรงเยาะเย้ยเด็กน้อย
“เ้าอยู่แค่ระดับห้า เ้ามีอะไรสู้คนผู้นี้ได้อย่างน้อยๆจะเป็สามีข้า เ้าต้องรูปงามสู้คนผู้นี้ให้ได้หนำซ้ำต้องมีพลังยุทธสูงส่งด้วย”หนิงหรงกล่าววาจาใจร้ายทำร้ายจิตใจเด็ก
เด็กน้อยกำหมัดแน่น มีสีหน้าเ็ป กับความจริงที่โหดร้ายทว่าเพียงพริบตาเดียวขณะที่คลายหมัดออกก็กลับคืนสู่ความเยือกเย็นและหยิ่งทะนงอีกครั้ง
หนิงหรงเห็นแล้วประหลาดใจที่เ้าเด็กน้อยกลับเป็ปกติได้รวดเร็วถึงเพียงนี้และนางก็เริ่มมีลางสังหรณ์ไม่ดีว่าหลังจากนี้ชีวิตนางต้องพบเจอกับความวุ่นวายแน่นอน
“วันนี้ข้าอาจจะยังสู้คนผู้นี้ไม่ได้ วันนึงในอนาคต เมื่อข้าโตขึ้นข้าต้องรูปงามกว่า วรยุทธสูงส่งกว่าชายผู้นี้อย่างแน่นอน!”เด็กชายประกาศอย่างมั่นใจ
“อนาคตเ้าต้องเป็ภรรยาของข้า เฟยหานตงผู้นี้!”เด็กน้อยประกาศ ขณะเชิดหน้าอย่างหยิ่งทะนง
ใช่แล้ว...คนสกุลเฟยล้วน เกิดมารูปงามทั้งสิ้นไม่ว่าบุรุษหรือสตรีเขาเองก็ยังถูกยกย่องว่าในอนาคตต้องรูปงามมากเช่นกัน
หนิงหรงอ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออกถึงเ้าเด็กนี้จะมีเค้าความงามเมื่อโตขึ้นแต่เธอก็ไม่คิดว่าเด็กคนนึงจะมีความมั่นใจในตนเองได้ขนาดนี้
“ฮึ ฮึ”หนิงหรงหัวเราะชั่วร้าย
“ไว้เ้าโตเป็หนุ่มรูปงามเมื่อไหร่ค่อยมาพูดเื่นี้กับข้าเถอะเ้าเด็กน้อย!”หนิงหรงว่า ก่อนจะสะบัดชายเสื้อเดินจากไปโดยมีเยี่ยนเฟยตามประกบปล่อยให้เด็กชายยืนนิ่งค้างกับสิ่งที่ได้ยิน
‘ใช่แล้วต้องรอให้ข้าเติบโตก่อน...ถึงเวลาข้าจะมาทวงภรรยา!’เด็กชายครุ่นคิด
แม้ความจริงแล้วเื่ธรรมเนียมลวนลามบุรุษนั้นจะมีช่องว่างโดยที่บุรุษตัดสินใจเลือกได้ว่าจะยินยอมรับ สตรีเป็ภรรยาหรือไม่แต่ทางเชื้อพระวงศ์นั้นแตกต่าง เมื่อถูกสตรีคนแรกลวนลามจะถือเป็โชควาสนาของบุรุษและสตรี หากเมื่อบุรุษพึงพอใจย่อมต้องยกสตรีผู้นั้นเป็ภรรยาของตนยิ่งเมื่อลั่นวาจาออกไปแล้วยิ่งต้องทำตาม! ทว่าบ่อยครั้งเช่นกันที่มีสตรีคิดทอดกายยั่วยวนแน่นอนว่าสตรีเ่าั้ล้วนเป็ได้แค่ของเล่นบุรุษ โดยบุรุษปฏิเสธได้
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม สตรีล้วนต้องระมัดระวัง เมื่อพบผู้ชายจากอาณาจักรเฟยพวกเขาจริงจังกับคำพูดของตน ยิ่งเมื่อลั่นวาจาจะรับภรรยาแล้วพวกเขายิ่งไม่มีทางยอมปล่อยมือหากสตรีที่้าเพียงแค่บุรุษมาสนองความ้าชั่วคราวของตนพวกนางจะถอยห่างจากคนอาณาจักรนี้ ยิ่งสตรีทั่วไปต่อให้ชอบพอบุรุษอาณาจักรเฟยแค่ไหนพวกนางก็แทบจะไม่กล้าเข้าไปลวนลามด้วยพลังยุทธสูงส่งของบุรุษหากบุรุษไม่ชอบพอสตรีผู้ใดมักใช้วิธีฆ่าทิ้งเสียหากพวกนางลงมือลวนลาม พวกนางจะได้ไม่ใช้มาเป็ข้ออ้างเพื่อแต่งงานดังนั้นบุรุษอาณาจักรเฟยจึงถูกวางไว้เป็ของสูง ที่สตรีห้ามแตะต้องอย่างเด็ดขาดพวกเขารักและเกลียดได้รุนแรงจนะเืฟ้าดิน!!!
“เสี่ยวเมิ่งเชิญคุณชายกับคนกลุ่มนี้ไปพักผ่อนสะ”หนิงหรงหันไปสั่งเสี่ยวเมิ่งที่ยืนรออยู่หน้าประตูตอนนี้องครักษ์ทั้งหมดของเธอมารวมตัวอยู่บริเวณนี้หมดแล้วคาดว่าพวกเขาคงจัดการทุกอย่างหมดแล้วทั้งห้องพัก อาหารคน และอาหารเ้ากระต่าย
“ส่วนเ้า เยี่ยนเฟย”หนิงหรงหันไปมองคนที่เดินตามหลังมา“รีบกลับไปพักผ่อนเสียพรุ่งนี้ข้ามีเื่มากมายที่อยากรู้จากเ้า”กล่าวจบหนิงหรงก็เดินตรงกลับเข้าห้องนอนสั่งจ้าวอี้หานและจ้าวจื่อหานยืนเฝ้าหน้าห้องห้ามใครเข้ามารบกวนเวลาเดินลมปราณของนางนับจากนี้ไปเป็เวลาสองชั่วโมง