บันทึกรักบ้านสกุลเทพ

    คู่หมั้น 1

    “รู้สึกยังไงบ้าง?” รวีถามน้องสาวเพื่อนที่อยู่บนเตียงคนไข้ ตอนนี้ในห้องมีเตียงเพิ่มขึ้นมาอีกเตียงอยู่ข้างๆ กันหนิงส่ายหน้า “แต่ว่า...”เด็กสาวมองยังอีกคนที่อยู่เตียงข้างๆ ก่อนจะมองเลยไปยังพี่ชายของตัวเองที่นั่งนิ่งอยู่ที่โซฟาเธอจำเรื่องราวทั้งหมดตอนที่เป็นวิญญาณได้ จำได้ทุกเรื่องไม่มีตกหล่นหรือขาดหาย ในตอนที่พี่ชายของเธอกำลังเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายเธอก็รู้สึกตัวแล้ว เป็นเพราะพี่ฟ้าสางปมด้ายวิญญาณเสร็จแล้วนั่นเองเธอมัวแต่มองพี่หมออย่างดีใจและสับสนที่เห็นพี่ริน แม้เธอจะรู้เรื่องของทั้งคู่ดีอยู่แล้ว แต่ก็อดที่จะเจ็บแปลบในอกไม่ได้รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่พี่คทากระเด็นออกไป เธอมองพี่ฟ้าอย่างตื่นตกใจ แต่พี่ฟ้ากลับบอกให้เธอรีบกลับเข้าร่าง พอเข้าร่างได้แล้วเธอก็ร้องไห้ยกใหญ่เพราะตกใจและเสียขวัญ ความรู้สึกมากมายพรั่งพรูออกมา...เธอกลัว กลัวมาก มากจนน้ำตาไหลออกมาไม่หยุดแต่ตอนนี้หนิงเป็นห่วงพี่ชายมากกว่า เขาดูโทษตัวเองและสับสนอย่างเห็นได้ชัดรวีลูบหัวเด็กสาวเบาๆ ก่อนจะเดินไปนั่งลงที่โซฟาอีกตัว เขามองเพื่อนตัวเองโดยไม่พูดอะไร“หนิงเป็นยังไงบ้างลูก?” หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับชายวัยกลางคนอีกคน ทั้งคู่เป็นพ่อแม่ของคทาและหนิงโสภาชะงักเล็กน้อยตอนที่เห็นหญิงสาวที่นอนอยู่เตียงข้างๆ ลูกสาว “นี่? ...”โสภาอุทานเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหาผู้เป็นลูกสาว “ฟื้นแล้วเหรอลูก ยังเจ็บตรงไหนไหม?”“ไม่ค่ะแม่ หนิงดีขึ้นมากแล้ว” เด็กสาวยิ้มให้บุพการีไม่ต้องเป็นห่วง“ดีแล้ว นอนพักนะลูก” โสภาบอกลูกสาวก่อนจะเกินไปดูอาการอีกคน “นี่คงเป็นลูกสาวที่นราพูดถึงแน่ แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ?”ถ้าเด็กสาวเป็นอะไรไป ยัยนราจะไม่มาแหกอกเธอหรือยังไงโสภามองสำรวจร่างกายลูกสาวของเพื่อนอย่างหนักใจ ถึงจะดูซีดเซียวไปบ้าง แต่ก็ดูไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรงมาก พอจะโล่งใจไปได้บ้าง“เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ได้?” โสภาถามลูกชายของเธอหลังจากนั่งลงยังโซฟาตัวตรงข้ามกับลูกชาย ซึ่งสามีของเธอนั่งอยู่ก่อนแล้วรวีเป็นคนลุกขึ้นเพื่อให้พ่อแม่เพื่อนนั่งเอง จากนั้นก็ขอตัวออกไปด้านนอกพร้อมกับแฟนสาว“มันเป็นความผิดของผมเองครับแม่”“หมายความว่ายังไง?” ผู้เป็นแม่เงียบไปเมื่อมองเห็นใบหน้าของลูกชายที่เงยหน้าขึ้นมองชัดๆ“ผม...ผมไม่ทำตามที่เธอบอกเอาไว้ ก็เลย...เป็นแบบนี้” ผู้เป็นลูกพูดเสียงเศร้าอย่างสำนึกเสียใจ ผู้เป็นแม่หันมองสามี ซึ่งเขาก็มองตอบพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่ายกเรื่องนี้ให้เธอเป็นคนจัดการ“แล้วหนูฟ้าเป็นยังไงบ้าง?”“หมอบอกว่านอนพักสักหน่อยก็จะดีขึ้นเองครับ” คทามองพ่อและแม่ของตน “แม่ครับ พ่อกับแม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อนใช่ไหมครับ?”ผู้เป็นแม่ถอนหายใจ บอกเล่าให้ลูกๆ ฟังว่า “พ่อกับแม่น่ะเป็นเพื่อนกับนราแม่ของหนูฟ้า เรื่องแบบนี้แม่เจอบ่อยจนชินเลยล่ะ สมัยเรียนน่ะใช่ไหมคุณ”ผู้เป็นสามีพยักหน้า“เพื่อน?” เป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียน แต่ทำไมไม่เคยเจอเพื่อนคนนี้ของพ่อกับแม่เลย “ทำไมผมไม่เคยเจอ?”“เคยนะ สมัยที่ลูกอายุห้าขวบละมั้ง ใช่ไหมคุณ?” โสภาหันไปพูดกับผู้เป็นสามี “ตอนนั้นนรายังอุ้มลูกทั้งสองคนมาด้วยเลย แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีก เพราะนราไม่ค่อยอยู่บ้านเท่าไหร่ แต่ก็ยังติดต่อกันเรื่อยๆ นะ”โสภาพูดอย่างแสนคิดถึง “แต่พวกลูกคงจะจำไม่ได้ ตอนนั้นพวกหนูฟ้าก็เพิ่งจะขวบเดียวเอง”“เรื่องที่แม่เคยพูดกับผมก่อนหน้านี้น่ะ...”เมื่อลูกชายพูดถึงเรื่องที่เธอเคยพูดก่อนหน้านี้ เธอก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง “แม่จะไม่บังคับลูกหรอกนะ แต่แม่ขอร้อง มะ...”“ผมจะบอกว่าผมตกลงครับ”“ฮะ!” ผู้เป็นแม่อุทาน เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม? ก่อนหน้านี้ขอร้องแล้วขอร้องอีกก็ไม่เห็นลูกชายของเธอจะสนใจ“ผมตกลงตามที่แม่พูดครับ” คทายืนยันในสิ่งที่ตัวเองเพิ่งพูดอีกครั้ง“ได้ๆๆ เดี๋ยวนะๆ” ผู้เป็นแม่ร้อนรนค้นกระเป๋าของตัวเองอย่างรีบร้อนก่อนที่ลูกชายเธอจะเปลี่ยนใจโธ่เอ๊ย!บทจะง่ายก็ง่ายจริงๆ ถึงจะไม่รู้ว่าอะไรที่ไปดลใจให้ลูกชายสุดที่รักของเธอเปลี่ยนใจได้ แต่ก็ถือว่าได้ทำตามสัญญาและคำขอร้องของเพื่อนรักของเธอได้แล้ว“นราเพื่อนแม่บอกให้เอาอันนี้ให้ถ้าลูกตอบตกลงน่ะ” ผู้เป็นแม่ยื่นซองเอกสารขนาดเล็กให้ลูกชายคทารับซองนั้นมาเปิดดู ข้างในเป็นจดหมายฉบับหนึ่งและมีแหวนสีทองวงหนึ่งอยู่ด้วย
    สวัสดีจ้ะพ่อหนุ่มน้อย เธอคงเป็นลูกชายของยัยโสภาสินะ ป่านนี้คงโตเป็นหนุ่มแล้วถ้าเธอได้อ่านจดหมายฉบับนี้ก็แปลว่าเธอตอบตกลงเรื่องการหมั้นหมายกับลูกสาวน้าแล้ว น้าไม่ได้จะบังคับอะไรเธอหรอกนะ น้าขอให้เธอดูแลนางฟ้าแค่ช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น น้าบอกอะไรเธอไม่ได้มาก แต่เอาเป็นว่าช่วงนี้ครอบครัวของน้าไม่ปลอดภัยเท่าไหร่นัก ถ้าเธอตกลงก็ขอให้สวมแหวนไว้ ไม่ต้องห่วง ถ้าครบกำหนดหนึ่งปีแล้วเธอยืนยันว่าจะไม่แต่งงานกับนางฟ้า น้าก็จะยกเลิกการหมั้นหมายและถอดแหวนให้เธอเอง แต่ระหว่างนี้ขอให้เธอดูแลนางฟ้าให้น้าหน่อยนะจ๊ะ ช่วยอย่าให้ลูกสาวน้าทำอะไรเกินตัวหรืออะไรที่เป็นอันตรายกับน้องมากนักปล. สุดท้ายนี้ อย่าให้นางฟ้ากลับไปที่บ้านนะ ขอบใจมากนรา สกุลเทพคทาอ่านเนื้อหาในจดหมายที่ไม่ได้ยาวมากนัก ก่อนจะเหลือบไปมองคนที่ถูกฝากฝังไว้ ซึ่งเขาเป็นสาเหตุให้เธอต้องนอนสลบไสลอยู่บนเตียงเองคทาหยิบแหวนที่ติดมากับจดหมายก่อนจะนำมันมาสวมลงที่นิ้วนางข้างซ้ายของตน ทันทีที่เขาสวมแหวนลงบนนิ้ว แหวนก็เปลี่ยนรูปร่างตนเอง จากแหวนกลมเกลี้ยงสีทองไปเป็นแหวนกลมขอบตัดสีเงิน พร้อมขนาดที่เหมาะกับนิ้วของเขาพอดี ราวกับว่ามันรู้รสนิยมและความชอบของผู้สวมใส่ด้านนางฟ้าก็ปรากฏแหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายเช่นเดียวกัน รูปแบบคล้ายกัน แต่มีขนาดที่เล็กกว่าซึ่งเป็นขนาดที่พอดีกับนิ้วของเธอคทาลองดึงแหวนออก แต่พบว่าไม่สามารถดึงออกได้ ชายหนุ่มนึกไปถึงข้อความในจดหมายที่อ่านเมื่อครู่ เพราะอย่างนี้น้านราถึงบอกว่าจะเป็นคนถอดให้เองเมื่อครบกำหนดเวลาสินะ“พ่อกับแม่ไม่บังคับแกหรอกนะ” บัญชาเอ่ยขึ้น หลังจากเงียบอยู่นาน “ถึงเวลาแล้วแกจะถอนหมั้นก็ได้ถ้าแกต้องการ แต่ตอนนี้พ่อขอให้แกหมั้นกับหนูฟ้าไปก่อน ถือว่าพ่อกับแม่ขอร้อง”โสภาพยักหน้ากับคำพูดของสามี“ครับ” คทามองแหวนบนนิ้วครู่หนึ่ง ในแววตาเกิดประกายบางอย่างขึ้น “หลังจากนี้ผมจะพานางฟ้าไปอยู่ที่คอนโด พ่อกับแม่คงไม่ว่าอะไรนะ?”“คอนโดลูก...” โสภาอ้าปากมองลูกชายตาค้าง ถึงจะบอกว่าเป็นคู่หมั้นกันแล้วก็เถอะ แต่อยู่ๆ จะแยกตัวไปอยู่กันสองต่อสองนี่มันก็ออกจะเกินไป“แล้วแต่แก” บัญชาตอบทันทีจนผู้เป็นภรรยาหันมองดังขวับ “แล้วเรื่องน้อง...”“เรื่องนี้ผมจะให้น้องเลือกเองก็แล้วกัน หลังจากนี้ก็ให้พ่อกับแม่ดูแลเหมือนเดิม ผมว่าผมคงเข้มงวดกับน้องเกินไป”“เย้! อุ๊ย...” หนิงที่มองเหตุการณ์ทุกอย่างอยู่บนเตียงเงียบๆ ดีใจเสียงดังจนทุกคนที่ลืมไปว่ายังมีเธออยู่ในห้องหันขวับมามองเธอเป็นตาเดียว“อย่าดีใจให้มันมากนัก” คทาดุน้องสาวตัวเองอย่างหมั่นไส้ “เลือกแล้วก็อย่ามาโอดครวญที่หลัง ถ้าพี่รู้พี่จะเอาไม้กวาดตีให้หลังลายเลย”“หูย...นึกว่าอยู่ในยุคนางทาส” เด็กสาวบ่นกับตัวเองอุบอิบ ก่อนจะส่งยิ้มแฉ่งให้พี่ชายที่กำลังทำตาเขียวใส่ “ทราบแล้วค่ะ หนิงจะไม่โอดครวญ”...ให้พี่รู้เด็ดขาด