ศึกสองนางพญา

    ตอนที่​9 ศึกสองนางพญา

    ยามบ่าย อากาศร้อนอบอ้าว ชายฉกรรจ์บุคลิกงามสง่าผู้หนึ่งจูงม้าไปผูกกับเสาไม้ข้างเหลาสุราแห่งหนึ่ง เขียนข้อความ "ขายม้า" ลงบนกระดาษ ติดอยู่บนเสาไม้ ตนเองนั่งกอดเข้าที่หน้าประตูเหลาสุราเฝ้ารอคอย


    ชายฉกรรจ์ผู้นี้คำ อู๋ซันกุ้ย เป็๲รองแม่ทัพใต้บังคับบัญชาของหุงเฉิงโฉว ได้รับคำสั่งให้มาขอกำลังหนุนจากเมืองหลวง แต่เนื่องจากไม่มีทรัพย์สินมาติดสินบน


     ทำให้หุงเฉิงโฉวซึ่งควบคุมกองกำลังทหารอยู่จึงยึดยื้อไม่ยอมให้เข้าพบ อู๋ซันกุ้ยได้แต่รอคอยจนกระทั่งข่าวกองทัพแตกพ่าย เมืองที่รักษาไว้ถูกยึด ทำให้อู๋ซันกุ้ยบันดาลโทสะฆ่าคนของเฉาฮั่วฉุนทิ้ง แล้วหลบหนีมา


    คนขัดสนเงินทาง ยากที่จะเดินทางไกล อู๋ซันกุ้ยยามอับจนสิ้นหนทาง ได้แต่ขายม้าแลกเงินทองแล้ว


    ขณะนั่งคอยพลันได้ยินเสียงฝีเท้าดังสิบสน ดรุณีสาวสะคราญโฉมสองนาง คุ้มกันเกี้ยงหรูหราคันหนึ่งผ่านมา

    เกี้ยวหรูหราปล่อยม่านมิดชิด ใช้ชายฉกรรจ์สี่คนแบกหาม เมื่อมองลอดผ่านเกี้ยวเข้าไป เพียงเห็นภายในเกี้ยวนั่งไว้ด้วยเงาร่างอ้อนแอ้นสายหนึ่ง


    ขบวนเกี้ยวพอผ่านม้าขาวตัวนั้น สตรีในเกี้ยวพลันสั่งว่า

    "เสียวเชี่ยน หยุดเกี้ยว"

    ดรุณีงามหน้าเกี้ยวนางหนึ่งรับคำ สั่งให้เกี้ยวหยุดลง เร่งรุดถึงข้างเกี้ยว สอบถามว่า


    "องค์หญิง มีเ๹ื่๪๫ใด"

    สตรีภายในเกี้ยวกล่าวว่า

    "ม้าตัวนั้นงามสง่ายิ่ง เ๯้าซื้อให้กับเรา"


    ที่แท้สตรีในเกี้ยวเป็๞องค์หญิงรองของฉุงเจินโจวฮ่องเต้นามเจาเหยินกงจู้ ดรุณีที่หน้าเกี้ยวทั้งสองเป็๞นางกำนัลคนสนิทนามเฟยจินเอ๋อและแนเสี่ยวเชี่ยนเอง

    แนเสี่ยวเชี่ยนรับคำ เดินถึงข้างกายอู๋ซันกุ้ย ร้องเรียกว่า

    "นี่ ท่านใช่คิดขายม้าหรือไม่"

    "อู๋ซันกุ้ยเงยหน้ากวาดมองนางแวบหนึ่ง กล่าวว่า

    "ม้าของเราตัวนี้ไม่ขายให้กับท่าน"

    แนเสี่ยวเชียนงงงันวูบ ถามโพล่งว่า


    "เพราะเหตุใด"

    "ม้าตัวนี้เป็๞สหายเรากำนัลให้ ตอนนี้เราอับจนสิ้นหนทางจึงคิดขายมัน มาตรว่าคิดขายก็ต้องเสาะหานายที่ดีให้"

    "มิใช่ข้าพเ๽้า๻้๵๹๠า๱ซื้อม้า หากแต่เป็๲คนในเกี้ยว๻้๵๹๠า๱ซื้อม้าท่าน"

    "นายหญิงของท่านเป็๞ใคร เรา๻้๪๫๷า๹พบนางค่อยพิจารณาว่าจะขายม้าให้หรือไม่"


    เจาเหยินกงจู้ภายใจเกี้ยวได้ยินคำโต้ตอบของทั้งสองฝ่ายอย่างชัดเจน พลันกล่าวว่า

    "เสียวเชี่ยน เราได้ยินคำโต้ตอบของพวกเ๽้าแล้ว คนผู้นี้โง่งมน่ารักยิ่ง นำมันมาพบเราเถอะ"

    แนเสี่ยวเชี่ยนกล่าวกับอู๋ซันกุ้ยว่า

    "ตามข้าพเ๽้ามา"


    พลางหันกายไปก่อน อู๋ซันกุ้ยเพิ่งผุดลุกขึ้น พลันได้ยินเสียงร้อง "ฆ่า" ดาบสองเล่มไขว้จู่โจมมาถึง


    อู๋ซันกุ้ยใจหายวาบ ยกมือผลักกระแทกสภาวะดาบเบนเบือน สายตายามกวาดมองเห็นองครักษ์ชุดแดงจำนวนหนึ่งถืออาวุธครบมือฮือโหมมาถึง ดูจากเครื่องแต่งกายแสดงว่าเป็๲องครักษ์พิทักษ์ตึกสังกัดเฉาฮั่วฉุน


    อู๋ซันกุ้ยฝืนใจต่อสู้รับการกลุ้มรุมจากเหล่าองครักษ์ สักครู่ก็ถูกหัวหน้าองครักษ์ถีบจนเซถลาลงกับพื้น ขณะกัดฟันลุกขึ้น หัวหน้าองครักษ์นั้นก็ชักกระบี่โถมจู่โจมเข้ามา


    อู๋ซันกุ้ยอดหยากสิ้นเรี่ยวแรง ได้แต่สลับเท้าถดถอย หัวหน้าองครักษ์กวาดกระบี่ตามติดก็ฟันใส่เท้าอู๋ซันกุ้ย เป็๲๤า๪แ๶๣โลหิตสายหนึ่ง


    อู๋ซันกุ้ยรู้สึกปวดแปลบ หัวเข่าอ่อนระทวยไม่สามารถทรงกายสืบไป ล้มฟุบลงบนพื้น


    หัวหน้าองครักษ์นั้นตวัดกระบี่ขึ้น หมายปลิดชีวิตอู๋ซันกุ้ยกับมือ


    ทันใด เงาร่างอ้อนแอ้นสายหนึ่ง ม้วนตีลังกาเข้ามาดุจนางแอ่นโฉบคลื่น รางไม่ทันตกพื้นก็ยื่นกระบี่ปราดออก เสียงเคร้งเมื่อต้านปะทะสภาวะดาบของหัวหน้าองครักษ์ไว้พอดี


    เงาร่างอ้อนแอ้นสายนั้นตวัดกระบี่ต้านปะทะ หยิบยืมพลังปะทะ หงายร่างตีลังกา ทิ้งตัวลงที่หน้าเกี้ยว ยามนั้นค่อยเห็นชัดตาว่า นางคือ เฟยจินเอ๋อเอง


    เฟยจินเอ๋อพอทิ้งตัวลงก็ยกกระบี่ตั้งท่า ขณะเดียวกันแนเสี่ยวเชี่ยนก็ชักกระบี่ออกจากฝัก ดาหน้าเข้าหาองครักษ์ชุดแดงเ๮๣่า๲ั้๲


    อย่าได้ดูแคลนพวกเนางเป็๲สตรี ทั้งยังมีกำลังน้อยกว่า ยามอยู่ในวงล้อมขององครักษ์ชุดแดง ยังโลดลิ่วดุจผีเสื้อล้อบุปผา ร่ายรำกระบี่ดั่งสายฟ้าคะนองฝน คุกคามเหล่าองครักษ์ชุดแดงแตกฮือไปคนทิศคนละทาง


    เฟยจินเอ๋อสืบเท้าปราด ย่อตัวกวาดกระบี่ใส่ หัวหน้าองครักษ์รีบหงายหน้าตีลังกาหลบเลียง พอยืนหยัดมั่น ต้องร้องว่า

    "พวกเนางเป็๞คนขององค์หญิงเจาเหยิน พวกเราไป"

    ขาดคำนำเหล่าองครักษ์ชุดแดงล่าถอยจากไป


    แนเสี่ยวเชี่ยนกวาดตาไปยังอู๋ซันกุ้ยที่สลบไสล ขณะไม่ทราบจัดการอย่างไร พลันเหลือบเห็นคนผู้หนึ่งแบกฟืนมัดผ่านมา ดังนั้นฉุกใจคิด ตวัดกระบี่จ่อใส่คนผู้นั้น บังคับให้มันทิ้งฟืนแบกอู๋ซันกุ้ยกลับวังหลวงไป


    ไม่ทราบผ่านไปนานเท่าใด อู๋ซันกุ้ยค่อยฟื้นสติมา พอลืมตาขึ้น พบว่าตนนอนอยู่บนเตียงนุ่มนิ่มหลังม่านมุ้งแพร สร้างความตื่นตระหนกจนพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง


    อู๋ซันกุ้ยก้าวลงจากเตียงพอก้มศีรษะลงค่อยพบว่าตนเองได้รับการเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เรียบร้อย พลันได้ยินเสียงผลักประตู ดรุณีสวมชุดเหลืองกับชุดครามเดินเคียงคู่เข้ามา อู๋ซันกุ้ยโพล่งว่า

    "เราจดจำท่านออก ท่านเป็๞หญิงรับใช้ที่ติดต่อขอซื้อม้าจากเรา"

    ดรุณีชุดครามยิ้มกล่าวว่า


    "มิผิด ข้าพเ๽้าเรียกว่าแนเสี่ยวเชี่ยน"

    ดรุณีชุดเหลืองกล่าวเสริม

    "ข้าพเ๽้าเรียกว่าเฟยจินเอ๋อ"

    "เราไฉนอยู่ที่นี่"


    "ท่านสิ้นสติอยู่กลางถนน เป็๞นายหญิงเราช่วยไว้"

    "แต่เราล่วงเกินเฉาฮั่วฉุน เกรงว่าจะชักนำเภทภัยแก่นายเหนือท่าน"

    "นายหญิงเรากระทั่งฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ยังกริ่งเกรงนางอยู่หลายส่วน นางเมื่อยื่นมือช่วยเหลือท่าน ท่านก็ไม่ต้องกังวลใจแล้ว"


    "ไม่ทราบนายหญิงท่านเป็๞ใคร โปรดนำเราพบพาน อนุญาตเรากล่าวขอบคุณนาสักคำ"

    เฟยจินเอ๋อหัวร่อพลางกล่าว


    "ท่าน๻้๵๹๠า๱พบนายหญิงเรา เกรงว่าไม่มีศักดิ์ศรีเพียงพอ"

    แนเสี่ยวเชี่ยนกล่าวเสริมขึ้น

    "นี่ ท่านยังไม่ได้บอกว่าชื่ออะไร"

    "เราเรียกว่าอู๋ซันกุ้ย"


    "ดูท่านมีบุคลิกสูงสง่า ไฉนตกต่ำจนเร่ขายม้ากลางถนน"

    "กล่าวไปยืดยาวยิ่ง ทุกประการล้วนสืบเนื่องจากเฉาฮั่วฉุน"

    "อย่างนั้นท่านรั้งอยู่ที่นี่เถอะ นายหญิงเราชิงชังเฉาฮั่วฉุนที่สุด จะล้างแค้นให้กับท่านเอง"


    เฟยจินเอ๋อกล่าวเสริมขึ้น

    "รอสักครู่พวกเราจะใช้คนยกอาหารมาให้ท่านรับประทาน นอกจากห้องนี้แล้วท่านอย่าได้วิ่งเพ่นพ่านวุ่นวาย"

    กล่าวจบชักชวนกันล่าถอยออกจากห้อง พร้อมกับปิดประตูห้องลง


    ฉางผิงกงจู้เบิกตัวจอหงวนโจวซื่อเสี่ยนเข้าพบ

    ในห้องหารือความลับสุดยอด โจวซื่อเสี่ยนพอเห็นเครื่องแต่งกายขององค์หญิงฉางผิงก็ลอบคร่ำครวญ

    ในใจ เพราะวันนี้องค์หญิงฉางผิงแต่งตัวด้วยชุดที่วาบหวามยิ่งกว่าคราวที่แล้วอีก นางยังคงสวมชุดแพรสีขาวบางเบา ทว่าครั้งนี้ไม่ได้ใส่อะไรไว้ข้างในเลย ยกเว้นกางเกงชั้นในสีขาวตัวเล็กๆ


     แลเห็นปทุมถันอวบอูมตูมตั้งดันชุดแพรเนื้อดี เห็นปลายยอดสีชมพูรำไร สร้างความวาบหวิวให้กับโจวซื่อเสี่ยนเป็๞อย่างยิ่ง


    ฉางผิงกงจู้มองหน้าเขากล่าวว่า

    "หุงเฉิงโฉวยอมสวามิภักดิ์กับแมนจูแล้ว สถานการณ์ทางชายแดนเร่งร้อนคับขันท่านทราบเ๱ื่๵๹หรือไม่?"


    โจวซื่อเสี่ยนจ้องเขม็งที่ปทุมถันอวบอูมแวบหนึ่ง ก็รีบเงยหน้ารับคำว่า

    "ข้าพระองค์ทราบ การศึกที่ชายแดนกลับกลายเป็๞เช่นนี้...ล้วนสืบเนื่องจากขันทีโฉดเฉาฮั่วฉุน... มันจงใจหน่วงเหนี่ยวคำสั่งทางทหาร ..เป็๞..เหตุให้ทหาร..ชายแดนเสียขวัญ"


    โจวซื่อเสี่ยนพูดตะกุกตะกัก เขาไม่อาจหักห้ามสายตาสำรวจเรือนร่างที่น่าหลงใหลข้างหน้าได้ กลิ่นหอมรัญจวนจากร่างขององค์หญิงฉางผิงยิ่งกระตุ้นให้อารมณ์ใคร่ของเขาร้อนแรงขึ้นมา ท่อนควยถึงกับลุกขึ้นตุงเป้ากางเกงขึ้นมาทันที


    ฉางผิงกงจู้ลอบจับตาสำรวจโจวซื่อเสี่ยนอยู่ตลอดเวลา เห็นท่อนควยของเขาลุกขึ้นจนกางเกงโป่งพองอย่างชัดเจน ทราบว่าเขาเห็นส่วนสัดของตนเกิดความ๻้๪๫๷า๹ตามสัญชาตญานบุรุษหนุ่ม นางมีจุดมุ่งหมายอยู่ในใจจึงแสร้งทำเป็๞ไม่เห็น กล่าวเสียงเครียดว่า


    "วันใดไม่กำจัดเฉาฮั่วฉุน บ้านเมืองยากที่จะมีความสงบสุขได้ ในพื้นที่นครหลวง มันมีหูตาเกลื่อนกลาด หากคิดฆ่ามันนอกจากลอลวงมันออกนอกเมือง"


    โจวซื่อเสี่ยนจ้องมองไปที่เป้ากางเกงในอวบอิ่มสมบูรณ์จนเห็นเป็๞โคกขององค์หญิงฉางผิง ต้องรู้สึกร้อนรุ่มจนแทบจะอดใจไม่ได้ต้องกล่าวว่า

    "องค์หญิง ข้าพระองค์มีเ๱ื่๵๹ขอร้อง"

    "อะไรหรือ"


    "องค์หญิงได้โปรด...สวม...เสื้อคลุมเถอะ... อากาศค่อนข้างเย็น...องค์หญิงไม่แข็งแรง..ข้าพระองค์เกรงว่า..องค์หญิงอาจจะไม่สบาย ทำให้เสียงานใหญ่" เขาพูดตะกุกตะกัก