กว่าเ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยจะมาถึงที่เกิดเหตุ เวลาก็ผ่านไปกว่า 30 นาที เนื่องจากสายฝนยังคงตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้การเดินทางล่าช้ากว่าปกติ เ้าของรถสามคันที่รอเ้าหน้าที่อยู่ก่อนหน้านี้รีบถือร่มลงจากรถไปเล่าเหตุการณ์ให้ตำรวจฟังตามความจริงว่ารถที่เกิดอุบัติเหตุน่าจะไม่ชินเส้นทางและมาด้วยความเร็ว
เมื่อตำรวจฟังคำให้การของพลเมืองดีทั้งสามคนเสร็จ ตำรวจก็ปล่อยให้พวกเขาออกจากที่เกิดเหตุหลังขอเบอร์โทรของพวกเขาเอาไว้เผื่อจะขอคำให้การเพิ่มเติม ไม่นานนักเ้าหน้าที่กู้ภัยก็นำร่างของจูฉิงอันออกจากรถได้ เ้าหน้าที่หลายคนตรวจสอบภายในรถจนพบว่าโทรศัพท์ของผู้ตายยังคงใช้งานได้ เพียงแต่หน้าจอแตกร้าวเท่านั้น เขาจึงหาเบอร์โทรล่าสุดเพื่อแจ้งให้ญาติทราบว่าเธอเสียชีวิตแล้ว
[ สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าคุณเป็ญาติเ้าของโทรศัพท์หรือเปล่าครับ ]
[ ไม่ใช่ครับ ผมเป็หัวหน้าของเธอครับ ไม่ทราบใครโทรมาครับ ]
[ ผมเป็เ้าหน้าที่กู้ภัยเมืองเหลียงเฮ่อครับ เ้าของโทรศัพท์ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้วครับ รบกวนคุณช่วยติดต่อญาติเพื่อมารับศพด้วยนะครับ ]
[ อะไรนะครับ!!! ]
[ ผมบอกว่าเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้วครับ รบกวนคุณติดต่อญาติมารับศพที่เมืองเหลียงเฮ่อด้วยนะครับ ]
หัวหน้าฝ่ายอึ้งไปพักใหญ่ ก่อนที่เขาจะน้ำตารื้นขึ้นมาด้วยความเศร้าโศก เขาไม่คิดว่าการส่งเธอไปทำงานครั้งนี้จะทำให้จูฉิงอันเสียชีวิตไปจริง ๆ
[ เธอไม่มีญาติครับ รบกวนคุณช่วยดูแลศพให้ผมก่อนนะครับ ผมจะทำเื่แจ้งบริษัทก่อนและจะเดินทางไปที่นั่นวันพรุ่งนี้ครับ ]
[ ตกลงครับ ถ้าคุณมาถึงแล้ว รบกวนโทรแจ้งผมที่หมายเลข ****** ได้เลยนะครับ ผมจะออกไปรอคุณที่ห้องเก็บศพของโรงพยาบาลเมืองเหลียงเฮ่อ ]
[ ขอบคุณมากครับ ]
[ ไม่เป็ไรครับ ยังไงผมขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ สวัสดีครับ ]
[ ครับ สวัสดีครับ ]
หัวหน้าฝ่ายวางสายไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินออกมาด้วยความสงสารเด็กที่มีความสามารถอย่างจูฉิงอัน กว่าที่เขาจะทำใจได้ก็กินเวลาไปมากถึงครึ่งชั่วโมง จากนั้นเขาจึงต่อสายหาฝ่ายบุคคลเพื่อแจ้งเื่ราวทั้งหมด ยังไม่ทันข้ามวัน เพื่อนร่วมงานในบริษัทต่างทราบข่าวการเสียชีวิตของจูฉิงอัน พวกเขาได้แต่เสียดายคนขยันอย่างเธอกันไม่น้อย ไม่ว่าใครให้เธอช่วยงาน จูฉิงอันไม่เคยปฏิเสธมาก่อน จนกระทั่งวันนี้ที่เธอจากไปอย่างไม่มีวันกลับ เพื่อนร่วมงานต่างเศร้าเสียใจไปตาม ๆ กัน ยิ่งกับเหล่าหัวหน้าฝ่ายและผู้บริหารที่รับรู้ถึงความสามารถของเธอด้วยแล้ว พวกเขาเองก็เสียใจไม่ต่างกัน
วันรุ่งขึ้น หัวหน้าฝ่ายต่างๆ เข้าร่วมประชุมกับผู้บริหารเพื่อวางแนวทางให้พนักงานไม่ต้องทำงานอย่างหักโหมจนประสบอุบัติเหตุอย่างไม่คาดคิดเหมือนกับจูฉิงอัน หลังการประชุมเสร็จสิ้นลง หัวหน้าฝ่ายการตลาดและหัวหน้าฝ่ายบุคคล เป็ตัวแทนบริษัทไปรับศพของเธอกลับมาจากเมืองเหลียงเฮ่อ
เพื่อนพนักงานที่สนิทกันของจูฉิงอันสองสามคน อาสาไปเก็บข้าวของในคอนโดที่พักของจูฉิงอันเพื่อนำมาเตรียมทำพิธีศพ ซึ่งบริษัทจะเป็เ้าภาพตลอดงานจนกว่าการฝังศพจะเสร็จสิ้น
ระหว่างที่เพื่อนพนักงานกำลังเตรียมเสื้อผ้า ข้าวของของจูฉิงอันกันอยู่ มีหนึ่งในเพื่อนที่ไปด้วยกันพบพินัยกรรมของจูฉิงอันเข้า เธอรีบนำไปให้เพื่อนคนอื่นๆ ดูด้วยกัน ก่อนจะเก็บเอาไว้ไปแจ้งหัวหน้าฝ่ายเพื่อให้เขาทำตามความประสงค์สุดท้ายของจูฉิงอัน
เทพชะตาเห็นแก่ความดีของจูฉิงอัน ท่านจึงเคลื่อนย้ายิญญาของเธอไปยังอีกภพหนึ่งซึ่งมีครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาตามความปรารถนาของเธอั้แ่ยังเด็ก ถึงแม้ครอบครัวนี้จะลำบากไปสักหน่อย แต่เื่ความรักใคร่ปรองดองของคนในครอบครัวนับว่าเหมาะสมที่จูฉิงอันจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
ณ ภพภูมิใหม่
จูฉิงอันที่กำลังนอนไม่ได้สติอยู่หลังจากผ่านพ้นความตายมาหมาด ๆ ตอนนี้เธอรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว และยังฝันแปลก ๆ ว่ามีเด็กหญิงคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนกับเธอตอนยังเด็กต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเพราะผู้เป็ย่ามาั้แ่จำความได้ จูฉิงอันรู้สึกสงสารเด็กน้อยจับใจ เธอมองดูภาพความทรงจำที่เหมือนดั่งความฝันนี้จนถึงตอนที่เด็กหญิงตายไปอย่างอนาถ จูฉิงอันได้แต่ภาวนาขอให้เด็กคนนี้ไปยังภพภูมิที่ดี แต่เด็กหญิงกลับขอร้องให้เธอช่วยดูแลครอบครัวแทนตัวเองเสียอย่างนั้น จูฉิงอันไม่รู้ว่าเหตุใดเด็กน้อยจึง้าให้เธอช่วยเช่นนั้น แต่เธอก็รับปากตามที่เด็กคนนั้น้าอย่างเต็มใจ ก่อนที่เด็กหญิงจะกล่าวขอบคุณและหายไปจากภาพฝันของเธอหลังจากนั้น
“ข้าบอกว่าพวกเ้ามันเป็ตัวขาดทุน! เ้ายังจะมาเรียกร้องอะไรอีก!!!”
“ฮึก.. ท่านแม่ ข้าขอร้องท่าน ฮือ.. ลูกข้าไม่สบายมากจริง ๆ ข้าอยากพานางไปหาหมอ ตอนนี้ท่านพี่ไปล่าสัตว์ ข้าไม่มีเงินติดตัวเลยสักอีแปะ ขอท่านแม่โปรดเมตตา”
“เพ้ย!!! นั่นมันเื่ของครอบครัวรองของเ้า เกี่ยวอันใดกับเงินของข้า!”
“ฮือ… ท่านย่า พี่ใหญ่ป่วยหนักจริง ๆ นะขอรับ เงินที่ท่านพ่อหามาได้ก็อยู่ที่ท่านย่า หากท่านย่าไม่ให้เงินพวกเราพาพี่ใหญ่ไปหาหมอ แล้วพวกเราจะเอาเงินที่ใดเล่า”
“ฮือ… ท่านย่าขอรับ ข้าขอร้องท่าน… โปรดช่วยพี่ใหญ่ด้วยขอรับ..”
“ฝันไปเถอะ นังนั่นมันตัวขาดทุน เื่อะไรข้าจะยอมเสียเงินเสียทองเพราะมัน พวกเ้ารีบไปทำงานกันได้แล้ว เสียเวลาข้าจริง ๆ ฮึ่ย!”
สะใภ้หลิน จูฉิงเฉิงและจูฉิงหยางพากันเข้าไปกอดขาแม่เฒ่าจูเอาไว้ก่อนที่นางจะออกจากบ้านไปนินทาคนในหมู่บ้านเหมือนกับทุกวัน
“ปล่อยข้านะเ้าพวกบ้า!!!”
เพี๊ยะ! พลั่ก! ตุ้บ!
แม่เฒ่าจูใช้ไม้เท้าตีทั้งสามคนอย่างไม่ออมแรง นางรำคาญสะใภ้รองกับลูกแฝดของนางที่กวนใจไม่เลิก จึงไม่คิดจะยั้งมืออีกต่อไป สะใภ้หลินเห็นลูกชายถูกตีอย่างแรงจนล้มลงไปกองกับพื้นก็ได้แต่รีบเข้าไปบังพวกเขาเอาไว้ แม่เฒ่าจูเห็นนางรักลูกมากก็ยิ่งหมั่นไส้ นางกลับตีพวกเขาต่ออย่างไม่คิดจะหยุดมือง่าย ๆ เสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปและความใของเด็กชายฝาแฝดดังไปทั่วทั้งลานบ้าน ชาวบ้านใกล้เรือนเคียงเห็นเื่เหล่านี้ประจำจนไม่รู้ว่าจะช่วยพวกเขายังไง เพราะแม่เฒ่าจูมักอ้างว่านี่เป็เื่ในครอบครัว ชาวบ้านจึงได้แต่มองดูพวกเขาถูกรังแกไม่เว้นแต่ละวัน ลูกชายนางจูที่รู้เื่ดียังไม่กล้าเอ่ยปาก แล้วพวกเขาเพื่อนบ้านจะกล้ายุ่งเื่นี้ได้อย่างไร
เสียงดังวุ่นวายด้านนอกทำให้จูฉิงอันค่อย ๆ ได้สติ เธอลืมตาอย่างยากเย็นเพราะพิษไข้ ภาพแรกที่เธอมองเห็นคือเพดานดินเหนียวเหมือนบ้านเรือนโบราณในชนบทเมื่อหลายพันปีก่อน จูฉิงอันรู้สึกปวดหัวขึ้นมาอีกครั้งพร้อมภาพฝันก่อนหน้านี้หมุนเวียนอยู่ในหัวของเธอ จูฉิงอันสูดหายใจลึกหลังจากทบทวนความทรงจำในหัวอีกรอบหนึ่ง ตอนนี้เธอมั่นใจแล้วว่าตนเองได้เข้ามาอยู่ในร่างของเด็กคนนั้นและเธอยังรับปากจะดูแลครอบครัวแทนเด็กคนนั้นไปแล้วด้วย จูฉิงอันฟังเสียงดังด้านนอกจนรู้ว่าย่าใจร้ายของเธอน่าจะกำลังตีแม่กับน้องชายฝาแฝดของเธอ จนใจที่ตอนนี้จูฉิงอันไร้เรี่ยวแรง เธอได้แต่นอนฟังเสียงร้องอันเ็ปพร้อมกับคำขอร้องซ้ำๆ ที่แม่กับน้อง ๆ ้าเงินเพื่อพาเธอไปหาหมอ จูฉิงอันเศร้าใจจนน้ำตาไหลรินออกมา เธอภาวนาให้ทั้งสามคนเลิกขอร้องย่าคนนั้นเสีย พวกเขาจะได้ไม่เจ็บตัว แต่น่าเสียดายที่ทั้งสามคนไม่รู้ถึงคำภาวนานั้น กว่าเสียงด้านนอกจะเงียบลงก็เป็ตอนที่น้องชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาวางมือเล็ก ๆ ไว้บนหน้าผากของเธอเพื่อวัดไข้
“พี่ใหญ่ ท่านเป็ยังไงบ้างขอรับ” จูฉิงเฉิงเอ่ยถามนาง
“แค่ก ๆ ข้าดีขึ้นแล้ว พวกเ้าไม่ต้องไปขอร้องท่านย่าอีกรู้หรือไม่” จูฉิงอันตอบกลับอย่างอ่อนแรง
“ฮึก.. ข้าไม่คิดว่าท่านย่าจะใจร้ายกับเราขนาดนี้ เงินพวกนั้นเป็ท่านพ่อหามาอย่างยากลำบาก ตอนนี้ท่านพี่ป่วยหนัก ท่านย่ากลับไม่ยอมนำเงินออกมา ฮือ…”
“อย่าร้อง… เ้าเป็พี่ชายคนโตของบ้าน ต้องเข้มแข็งให้มากรู้หรือไม่” จูฉิงอันอยากปลอบน้องชายมากกว่านี้ จนใจที่นางไม่อาจลุกขึ้นได้จากร่างกายอันอ่อนเพลีย
“ฮึก.. ตกลงขอรับพี่ใหญ่ ข้าไม่ร้องแล้ว เดี๋ยวข้าไปเอาข้าวต้มมาป้อนท่านนะ”
“อืม… ขอบใจเ้ามากอาเฉิง”