ตอนที่ 12: กายาเหล็กไหลถือกำเนิด และเตาปฏิกรณ์ชีวภาพ
ภายในห้องลับใต้ดินที่ขุดลึกลงไปกว่ายี่สิบเมตรใต้คฤหาสน์ตระกูลมู่ อากาศที่เคยเย็นชื้นกลับกลายเป็ร้อนระอุจนบิดเบี้ยวเป็ระลอกคลื่น ผนังห้องที่ทำจากศิลาทนไฟเริ่มปรากฏรอยร้าวขนาดเล็กเนื่องจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของมวลอากาศ ใจกลางห้องนั้น ร่างของจ้าวหานนั่งขัดสมาธิอยู่ท่ามกลางกองซากเนื้อสัตว์อสูรระดับสูงที่ถูกเตรียมไว้กว่าสามร้อยชั่ง แสงสีส้มแดงจากแก่นอสูรเพลิงโลกันต์ที่วางอยู่ตรงหน้าแผ่ซ่านออกมาอย่างดุดัน ราวกับดวงอาทิตย์ขนาดย่อส่วนที่พยายามจะแผดเผาทุกสรรพสิ่งให้กลายเป็จุณ
จ้าวหานไม่ได้เพียงแค่นั่งสมาธิ แต่เขากำลังเผชิญกับนรกที่เกิดจากน้ำมือของตัวเอง เข็มนาโนนับพันเล่มจากพานท้ายปืนมหาประลัยบัดนี้ไม่ได้ปักอยู่เพียงแค่ไหล่ แต่พวกมันชอนไชไปตามกระดูกสันหลังและกระจายตัวเข้าสู่ไขกระดูกทั่วร่างกาย เส้นประสาททุกเส้นสั่นะเืด้วยความเ็ปที่เหนือกว่าจินตนาการ
[คำเตือน: กระบวนการ 'Bio-Alloy Reconstruction' เริ่มต้นขึ้นแล้ว... ขณะนี้อุณหภูมิในกระแสเืพุ่งสูงเกินเจ็ดสิบองศาเซลเซียส ผมกำลังเริ่มสลายโครงสร้างเซลล์หินเดิมของคุณเพื่อแทนที่ด้วยพันธะโลหะเหล็กไหล กรุณารักษาสติไว้ให้ดี เ้านาย ถ้าคุณสลบไปตอนนี้ มวลสารทั้งหมดจะหลอมละลายจนคุณกลายเป็ก้อนโลหะที่ไม่มีชีวิตทันที] เสียงของศูนย์ (Zero) ดังก้องในหัวของเขาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดและจริงจังกว่าปกติ
"อึก... ทำต่อไป... อย่าหยุด!" จ้าวหานคำรามลอดไรฟัน เืสีแดงเข้มที่ไหลซึมออกจากรูขุมขนถูกความร้อนแผดเผาจนกลายเป็ไอในพริบตา
กลไกที่เกิดขึ้นภายในร่างของจ้าวหานนั้นช่างซับซ้อนเกินกว่าที่หมอเทวดาคนใดในโลกเซียนจะเข้าใจ พลังงานจากแก่นอสูรเพลิงโลกันต์ไม่ได้ถูกดูดซับเป็พลังปราณ แต่มันถูกปืนมหาประลัยทำหน้าที่เป็ 'เครื่องปฏิกรณ์แปรรูป' ดึงเอาความร้อนระดับอะตอมเข้าไปหลอมรวมกับสารอาหารเข้มข้นจากเนื้อสัตว์อสูรที่เขาเพิ่งสวาปามเข้าไป
กระดูกของจ้าวหานที่เคยมีความหนาแน่นระดับหินแกรนิตบัดนี้กำลังถูกหลอมละลายและสร้างใหม่ เซลล์แต่ละเซลล์ถูกบีบอัดจนถึงขีดสุดก่อนจะถูกหุ้มด้วยชั้นฟิล์มโลหะเหล็กไหลที่บางเบาแต่แข็งแกร่งกว่าเหล็กกล้าพันปี ิัของเขาที่เคยเป็สีเทาหม่นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็สีดำขลับที่มีความมันวาวลึกซึ้งประดุจแร่ออบซิเดียนที่ถูกขัดเงาภายใต้ เงา ของเปลวเพลิงที่เต้นเร่า
[เริ่มขั้นตอนการสร้าง 'Internal Nuclear Reactor'... ผมกำลังวางโครงสร้างห้องเผาไหม้มวลสารขนาดจิ๋วไว้ที่จุดตันเถียนของคุณ เพื่อให้แก่นอสูรเพลิงโลกันต์ทำหน้าที่เป็แท่งเชื้อเพลิงถาวร ต่อไปนี้คุณจะไม่ต้องกังวลเื่การขาดแคลนมวลสารแบบกะทันหันอีกต่อไป เพราะเตาปฏิกรณ์นี้จะทำการสะสมพลังงานสำรองไว้ในรูปของประจุไอโซโทปตลอดเวลา]
ความเ็ปทวีคูณขึ้นเป็สิบเท่าเมื่อเข็มนาโนเริ่ม 'เย็บ' เตาปฏิกรณ์ชีวภาพเข้ากับอวัยวะภายใน จ้าวหานรู้สึกเหมือนร่างกายถูกผ่าแยกออกแล้วประกอบใหม่ด้วยเหล็กที่ร้อนจัด แสงสีแดงจากแก่นอสูรค่อยๆ หม่นลง ในขณะที่บริเวณหน้าท้องของจ้าวหานกลับเริ่มเปล่งแสงสีม่วงจางๆ ออกมาแทน
เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่ทราบได้ ท่ามกลางความมืดมิดภายในห้องลับที่ตกอยู่ภายใต้ เงา ของความเ็ปอันยาวนาน ในที่สุดเสียงะเิต่ำๆ ก็ดังออกมาจากร่างกายของจ้าวหาน คลื่นความร้อนลูกสุดท้ายะเิออกซัดเอาซากเนื้อสัตว์อสูรที่เหลือเพียงกากใยให้กระจายกลายเป็ผุยผง
จ้าวหานลืมตาขึ้น ั์ตาของเขามีประกายแสงสีม่วงวาบผ่านก่อนจะหายไป เขารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่หยั่งรากลึก ร่างกายของเขาบัดนี้ไม่ได้เบาสบายเหมือนคนทั่วไป แต่มันกลับ 'หนัก' ขึ้นอย่างมหาศาล ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเจือไปด้วยกลิ่นจางๆ ของโอโซนและความร้อน
เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ เสียงกระดูกและกล้ามเนื้อลั่นประดุจเสียงโลหะบดเคี้ยวกันอย่างทรงพลัง 'กายาเหล็กไหล' ขั้นต้นถือกำเนิดขึ้นแล้ว ิัของเขาสามารถทนทานต่อคมกระบี่ระดับปฐีได้โดยไม่ต้องโคจรพลังใดๆ และที่สำคัญที่สุดคือ 'เตาปฏิกรณ์ชีวภาพ' ในท้องของเขาที่กำลังหมุนวนทำหน้าที่สร้างพลังงานอย่างเงียบเชียบ
[ยินดีด้วยครับเ้านาย กระบวนการเสร็จสมบูรณ์ในระดับ 98 เปอร์เซ็นต์ มวลกล้ามเนื้อและความหนาแน่นของกระดูกเพิ่มขึ้นสามร้อยเปอร์เซ็นต์ าแจากการยิง Over-limit เมื่อคืนถูกสมานจนไม่เหลือแม้แต่รอยแผลเป็... และที่สำคัญ ตอนนี้คุณสามารถยิงระดับ 2 'พสุธากัมปนาท' ได้อย่างน้อยสามนัดต่อเนื่องโดยที่แขนยังติดอยู่กับบ่าครับ] ศูนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความภูมิใจ
"สามนัดรึ... ไม่เลวเลย" จ้าวหานกำหมัดแน่น ััได้ถึงพละกำลังมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ในท่อนแขนสีดำมันวาว "มวลสารในร่างกายข้าตอนนี้เสถียรขึ้นมาก ความรู้สึกหิวที่เคยทรมานเหมือนไส้จะขาดก็หายไป..."
[นั่นเป็เพราะเตาปฏิกรณ์กำลังทำงานครับ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ต้องกินนะ คุณยัง้ามวลสารใหม่ๆ มาเติมเต็มสิ่งที่เตาปฏิกรณ์เผาผลาญไปอยู่ดี เพียงแต่คุณจะอึดขึ้นและเก็บสำรองพลังงานได้นานขึ้นเท่านั้น]
จ้าวหานพยักหน้าเข้าใจ เขาหยิบชุดคลุมสีดำตัวใหม่มาสวมใส่ ปกปิดร่างกายที่ดูน่าเกรงขามไว้ภายใน เขาเดินไปที่ประตูห้องลับและเปิดออก พบกับมู่รุ่ยเสวี่ยที่ยืนรออยู่ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลและอาการตื่นตระหนก
นางจ้องมองจ้าวหานที่เดินออกมาด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง แม้เขาจะสวมชุดคลุม แต่นางกลับััได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวเขา มันไม่ใช่แรงกดดันของพลังปราณที่นางคุ้นเคย แต่มันคือความรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ต่อหน้าูเาเหล็กกล้าที่สามารถถล่มทับนางได้ทุกเมื่อ
"คุณชายจ้าว... ท่านปลอดภัยดีนะคะ?" นางถามด้วยเสียงสั่นเครือ "เมื่อครู่นี้... มีคลื่นความร้อนรุนแรงแผ่ออกมาจากห้องลับจนอาคมป้องกันเกือบจะแตกสลาย ข้าเกรงว่าท่านจะ..."
"ข้าไม่เป็ไร" จ้าวหานตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและหนักแน่น "การเลื่อนระดับกายาเรียบร้อยดี ขอบคุณสำหรับสมุนไพรและเนื้อสัตว์อสูรเ่าั้ มันช่วยได้มากจริงๆ"
มู่รุ่ยเสวี่ยลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่นางก็รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็เคร่งขรึมทันที "คุณชายจ้าว... ขณะที่ท่านกำลังฝึกฝน เมืองเมฆาครามกำลังลุกเป็ไฟ สำนักกระบี่เขียวประกาศตั้งค่าหัวท่านในราคาหนึ่งล้านหินปราณระดับสูง ข้อหาฆ่าผู้าุโชิงเฟิงและชิงสมบัติสำนัก นอกจากนี้... ตระกูลหลินยังใช้โอกาสนี้ปั่นหัวทางการให้ส่งทหารระดับสูงออกมาตามล่าท่านด้วย"
จ้าวหานเลิกคิ้วเล็กน้อย "หนึ่งล้านหินปราณรึ? ข้าเริ่มจะรู้สึกว่าตัวเองมีค่าขึ้นมาบ้างแล้วสิ... แล้วคนพวกนั้นรู้หรือไม่ว่าข้าอยู่ที่นี่?"
"ข้าสั่งปิดปากทุกคนในคฤหาสน์และเพิ่มอาคมพรางตาไว้แล้วค่ะ แต่ข้าเกรงว่าสำนักกระบี่เขียวจะมีวิชาตามล่าที่เป็เอกลักษณ์ หากพวกเขาััร่องรอยพลังงานของแก่นอสูรได้ คฤหาสน์ตระกูลมู่อาจจะไม่ใช่ที่ปลอดภัยอีกต่อไป"
จ้าวหานเดินไปที่ริมหน้าต่าง มองออกไปยังขอบฟ้าทางทิศเหนือที่บัดนี้เริ่มปรากฏลำแสงสีเขียวของกระบี่บินนับร้อยสายกำลังบินวนเวียนอยู่รอบกำแพงเมือง ภายใต้ เงา ของราตรีที่กำลังจะสิ้นสุดลง การล่าสังหารกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
"ในเมื่อพวกมันอยากเล่นบทนายพราน ข้าก็จะแสดงบทเหยื่อที่ดุร้ายให้พวกมันดูเอง" จ้าวหานเอ่ยพลางลูบรอยสักมิติที่แขน "แม่นางมู่... ท่านเตรียมรถม้าและเส้นทางหลบหนีออกจากเมืองไว้ให้พร้อม ข้าจะดึงความสนใจของพวกมันไปที่ประตูทิศตะวันตกเอง"
"ท่านจะสู้กับคนนับร้อยเพียงลำพังหรือคะ?" มู่รุ่ยเสวี่ยถามด้วยความตระหนก
จ้าวหานหันมามองนาง ั์ตาสีม่วงจางๆ วาบขึ้นอีกครั้ง "ข้าไม่ได้จะสู้... ข้าจะแค่ 'ล้างบาง' พวกที่ขวางทางให้หมดสิ้นเท่านั้น ท่านเตรียมตัวเดินทางเถอะ เมืองเมฆาครามแห่งนี้... เล็กเกินไปสำหรับข้าแล้ว"
คำพูดของจ้าวหานเต็มไปด้วยความมั่นใจที่มาจากรากฐานของ 'กายาเหล็กไหล' และเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในร่าง มู่รุ่ยเสวี่ยััได้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้พูดเกินความจริงแม้แต่น้อย นางจึงพยักหน้ารับคำและรีบไปสั่งการคนสนิททันที
ในขณะที่มู่รุ่ยเสวี่ยเดินจากไป จ้าวหานก็สื่อสารกับศูนย์อีกครั้ง "ศูนย์... พร้อมสำหรับการโชว์ประสิทธิภาพของ 'กายาเหล็กไหล' หรือยัง?"
[พร้อมเสมอครับเ้านาย! ผมทำการคำนวณทิศทางลมและความชื้นไว้เรียบร้อยแล้ว ถ้าคุณยิงระดับ 2 ในสภาวะปัจจุบัน ผมขอแนะนำโหมด 'Shockwave Dispersion' มันจะสร้างคลื่นกระแทกที่รุนแรงพอจะทำให้กระบี่บินพวกนั้นร่วงลงมาเหมือนแมลงวันโดนยาฆ่าแมลงเลยล่ะ!]
จ้าวหานแสยะยิ้มที่มุมปาก ท่ามกลาง เงา ของแสงจันทร์ยามใกล้รุ่ง เขาเดินออกไปสู่สนามหญ้าหน้าคฤหาสน์ สายลมพัดผ่านชุดคลุมสีดำของเขาจนสะบัดไหว ร่างกายที่อัดแน่นด้วยโลหะชีวภาพพร้อมแล้วที่จะพิสูจน์ให้โลกใบนี้เห็นว่า พลังฟิสิกส์ปรมาณูเมื่อรวมกับกายาที่แข็งแกร่งที่สุด จะสร้างตำนานที่น่าสะพรึงกลัวได้เพียงใด
ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบชั่วครู่ก่อนที่พายุเพลิงนิวเคลียร์จะพัดถล่มเมืองเมฆาครามเป็ครั้งสุดท้าย