เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว ซูหนิงจิงเรียกให้แม่บ้านมาช่วยยกกล่องกระดาษขึ้นไปยังห้องของเธอและลูกโดยแบ่งกล่องกันคนละครึ่งจากที่ซื้อมา ส่วนเทปติดกล่องก็แบ่งกันคนละครึ่งเช่นเดียวกัน แม่บ้านไม่สอบถามอะไรมากมายเช่นเคย พวกเธอช่วยคุณผู้หญิงกับคุณหนูยกกันคนละไม้คนละมือขึ้นไปที่ห้องของเ้านายแต่ละคน หลังจากยกขึ้นไปแล้ว ซูหนิงจิงก็บอกให้พวกเธอออกไปก่อน แล้วค่อยเตรียมอาหารเย็นให้เธอกับลูกทีหลัง แม่บ้านทั้งสามรับคำของคุณผู้หญิงก่อนจะออกจากห้องไปทำหน้าที่อย่างอื่นก่อนถึงเวลาทำอาหารเย็นให้พวกเธอ
ซูหนิงจิงมองภาพห้องนอนที่มีสิ่งของต่าง ๆ มากมายของเธอพร้อมกับถอนหายใจยาว ในเมื่อตัดสินใจแล้ว ซูหนิงจิงก็จะไม่คิดถึงวันเวลาที่แย่ ๆ อีกต่อไป เธอเริ่มเก็บเสื้อผ้าทั้งหมดลงในกล่องและเหลือไว้เพียงชุดที่จะใส่พรุ่งนี้เท่านั้น ซูหนิงจิงเปิดเซฟที่มีเครื่องประดับที่เธอสะสมเอาไว้เก็บใส่กล่องกระดาษทั้งหมด ถ้าไปถึงที่ก้านโจวแล้วเธอค่อยหาซื้อตู้เซฟใหม่มาเก็บเอาไว้ทีหลัง โชคดีที่จ้าวไห่ถังไม่แอบเอาเครื่องประดับของเธอไปให้ผู้หญิงคนนั้น
ด้านซูหนิงเซียวเองก็เก็บหนังสือเรียนของเธอลงกล่องจนหมด แล้วจึงเริ่มเก็บเสื้อผ้ามากมายที่แม่ซื้อให้ลงกล่องทั้งหมด เธอเหลือชุดเดรสไว้หนึ่งตัวสำหรับใส่ในวันพรุ่งนี้เพื่อเดินทางไปยังก้านโจวพร้อมกับแม่ เครื่องประดับและของขวัญมากมายที่แม่เธอซื้อให้ั้แ่เล็กก็ถูกเก็บลงในกล่องเช่นกัน
เมื่อถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว ซูหนิงจิงก็เดินไปเรียกลูกสาวลงไปกินข้าวด้วยกัน โชคดีที่ตลอดสิบปีที่ผ่านมาเธอไม่ได้ซื้อเสื้อผ้ามากนักนอกจากชุดทำงาน จึงทำให้เธอใช้เวลาไม่นานในการเก็บเสื้อผ้า ส่วนซูหนิงเซียวนั้นก็ยังเหลือสิ่งของที่ต้องเก็บอีกนิดหน่อยเท่านั้น
“เก็บของเสร็จหรือยังลูก”
“เหลืออีกไม่มากแล้วค่ะแม่ แล้วแม่ล่ะคะ”
“ของแม่เสร็จหมดแล้วล่ะ ลูกเก็บเสร็จก็รีบเข้านอนนะ พรุ่งนี้รถขนส่งจะมาถึงบ้านนี้ประมาณเก้าโมงเช้า คืนนี้แม่จะลองหาดูบ้านเช่าที่ก้านโจวแล้วพรุ่งนี้พอเราไปถึงค่อยดูกันว่าจะอยู่ไปก่อนได้หรือเปล่า”
“ได้ค่ะแม่”
เมื่อถึงห้องอาหารที่แม่บ้านเตรียมอาหารขึ้นโต๊ะเอาไว้ให้แล้ว ทั้งสองคนก็นั่งกินข้าวกันเงียบ ๆ เพื่อทบทวนว่ายังเหลืออะไรที่พวกเธอไม่ได้เก็บอีกหรือเปล่า หลังจากทั้งสองทานอาหารเสร็จแล้ว ซูหนิงจิงก็เดินไปส่งลูกที่ห้องแล้วดูว่าลูกเก็บของเป็อย่างไรบ้าง พอเห็นว่าลูกสาวเธอเก็บของได้อย่างเป็ระเบียบเธอก็ยิ้มพร้อมกับลูบหัวซูหนิงเซียวก่อนจะกลับห้องไป
“เก็บของเสร็จลูกก็รีบเข้านอนนะ นอนหลับฝันดีนะลูก”
“ค่ะแม่ แม่ก็อย่านอนดึกนักนะคะ พรุ่งนี้แม่ยังต้องขับรถอีก”
“จ๊ะลูก ลูกรีบเข้าไปเก็บของต่อเถอะ”
ซูหนิงเซียวพยักหน้ายิ้มรับคำแม่ของเธอก่อนจะเดินเข้าห้องเพื่อเก็บสิ่งของส่วนตัวของเธอต่อ ส่วนซูหนิงจิงก็ไปยังห้องทำงานเพื่อค้นหาข้อมูลบ้านเช่าที่ก้านโจว เธอเลือกบ้านที่ไม่ใหญ่นักเพราะอย่างไรเธอก็คิดว่าจะเช่าเพียงแค่หนึ่งหรือสองเดือนเท่านั้น ก่อนที่จะหาทำเลซื้อตึกสักแห่งเพื่อทำร้านอาหาร
ซูหนิงจิงจดเบอร์โทรของบ้านแต่ละหลังเอาไว้และกลับไปโทรสอบถามเื่ราคารวมทั้งเงื่อนไขระยะเวลาการเช่าของเธอว่าที่ไหนสามารถให้เธอเช่าได้บ้าง กระทั่งมีบ้านหลังหนึ่งที่ยอมให้เธอเช่าได้สองเดือนโดยราคาค่าเช่าอยู่ที่เดือนละห้าพันหยวนซึ่งเธอยอมรับได้ ซูหนิงจิงแจ้งเ้าของบ้านว่าเธอน่าจะไปถึงที่นั่น่บ่ายของวันพรุ่งนี้ เ้าของบ้านจะได้ทำความสะอาดบ้านรอจนกว่าเธอจะไปถึงแล้วค่อยเซ็นสัญญาเช่าบ้านในวันพรุ่งนี้ หลังคุยเสร็จแล้วซูหนิงจิงก็เข้าไปอาบน้ำนอนทันที
หลังอาหารเช้าวันต่อมา ซูหนิงจิงให้แม่บ้านไปช่วยกันขนกล่องทั้งหมดลงมาจากห้องของเธอกับลูกสาวเพื่อรอให้รถขนส่งมาถึงในอีกประมาณหนึ่งชั่วโมง
“คุณผู้หญิงกับคุณหนูจะไปไหนกันเหรอคะ”
“พวกเราจะย้ายออกจากที่นี่แล้วน่ะ หลังจากนี้พวกเธอก็คอยดูแลคุณผู้หญิงคนใหม่กับลูก ๆ ของเธอก็แล้วกันนะ”
“เอ่อ แต่พวกเรากลัวว่าจะถูกไล่ออกน่ะสิคะ ถ้าทำอะไรไม่ถูกใจเข้า”
“พวกเธอไม่ต้องกังวลหรอก คุณผู้ชายไม่น่าจะทำแบบนั้น”
“พวกเราเข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณคุณผู้หญิงที่ดูแลพวกเรามาตลอดหลายปีนะคะ เดี๋ยวพวกเราขอตัวไปขนของลงมาให้คุณผู้หญิงกับคุณหนูก่อนค่ะ”
“ไปเถอะ เก็บออกมาให้หมดนะ อย่าให้เหลือทิ้งเอาไว้แม้แต่กล่องเดียวล่ะ”
“ค่ะ คุณผู้หญิง”
แม่บ้านทั้งสามไปช่วยกันเก็บกล่องลงมาทีละห้องเพื่อที่จะได้ไม่หลงลืมกล่องของคุณผู้หญิงกับคุณหนูเอาไว้ที่บ้านนี้อีก พวกเธอใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ขนกล่องทั้งหมดเกือบยี่สิบใบลงมาวางเอาไว้ที่ห้องรับแขก
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถขนของที่ซูหนิงจิงจ้างเอาไว้ก็มาถึง พวกเขาเข้าไปช่วยกันยกกล่องทั้งหมดขึ้นรถบรรทุกหกล้อคันเล็กที่ซูหนิงจิงเลือกเอาไว้อย่างรวดเร็ว ซูหนิงจิงเห็นว่าพวกเขาจัดการเก็บของขึ้นรถหมดแล้วก็ชวนลูกสาวออกไปขึ้นรถเพื่อจะได้ออกเดินทางไปยังเมืองก้านโจวที่อยู่ทางตะวันตกของเมืองหลวงหลายร้อยกิโลเมตร
แม่บ้านทั้งสามได้แต่มองส่งรถทั้งสองคันที่วิ่งออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้อย่างสงสาร พวกเธอเห็นมาตลอดว่าคุณผู้หญิงดีแสนดีขนาดไหน แต่คุณผู้ชายกลับทำร้ายสองแม่ลูกที่ดีเช่นนี้ได้ พวกเธอไม่คิดว่าคุณผู้หญิงจะยอมแพ้ผู้หญิงอีกคนง่ายๆ แต่ในเมื่อคุณผู้หญิงของเธอไม่ได้มีท่าทางโศกเศร้า พวกเธอจึงทำได้แค่รอเ้านายใหม่ที่กำลังจะเดินทางกลับมาอยู่ที่คฤหาสน์หลังนี้เท่านั้น ความจริงพอรู้ว่าคุณผู้หญิงจะไม่อยู่แล้ว พวกเธอเองก็คิดอยากลาออกไปหางานที่ใหม่ทำเช่นกัน แต่พวกเธอขอดูก่อนว่าคุณผู้หญิงคนใหม่เป็คนแบบไหน ถ้าทนไม่ไหว พวกเธอก็จะลาออกไปเอง
ซูหนิงจิงแวะพารถขนของเติมน้ำมันให้เต็มถังก่อน ที่ทางออกเมืองหลวง และแวะซื้อกาแฟเพื่อกินระหว่างขับรถทางไกล ส่วนซูหนิงเซียวก็สั่งกาแฟเผื่อพี่ชายคนขับกับคนขนของด้วยเช่นกัน หลังแวะปั้มน้ำมันกันเกือบยี่สิบนาที รถทั้งสองคันก็ขับตามกันไปต่ออีกเกือบสามชั่วโมง ก่อนที่ซูหนิงจิงจะพาพวกเขาแวะเติมน้ำมันและทานอาหารเที่ยงสักครึ่งชั่วโมง
“นี่เงินค่าอาหารค่ะ พวกคุณไปเลือกกินได้ตามสบายเลยนะคะ อีกครึ่งชั่วโมงค่อยเดินทางกันต่อ”
“ได้ครับ ขอบคุณคุณผู้หญิงครับ”
ซูหนิงจิงพยักหน้ายิ้มรับคำของชายหนุ่มทั้งสองที่มาช่วยขับรถและขนของให้พวกเธอสองแม่ลูก ซูหนิงเซียวจับมือแม่ของเธอเดินไปหาอะไรง่าย ๆ กินเพื่อที่จะได้ไม่ต้องแวะเข้าห้องน้ำที่ไหนอีก
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถทั้งสองคันก็พร้อมที่จะออกเดินทางต่อแล้ว พวกเขาเดินทางต่ออีกสองชั่วโมงก็เข้าสู่เมืองก้านโจวในเวลาประมาณบ่ายสามโมง ซูหนิงจิงโทรหาเ้าของบ้านว่าเธอกำลังจะไปถึงแล้ว เพราะเมื่อคืนนี้ซูหนิงจิงให้เ้าของบ้านส่งพิกัดมาให้เธอทางโทรศัพท์แล้ว
[ ตอนนี้คุณถึงไหนแล้วคะ ]
[ ตอนนี้ฉันเข้ามาในก้านโจวแล้วค่ะ กำลังจะเลี้ยวไปที่หมู่บ้านที่คุณบอกเอาไว้ น่าจะอีกไม่เกินครึ่งชั่วโมง ]
[ อ่อ ถ้าอย่างนั้นก็เจอกันที่บ้านตามพิกัดที่ฉันบอกคุณนะคะ ฉันรออยู่ที่บ้านแล้ว ]
[ ตกลงค่ะ ขอบคุณมากนะคะ เดี๋ยวพบกันค่ะ ]
ซูหนิงจิงวางสายโทรศัพท์หลังจากรู้ว่าเ้าของบ้านรออยู่ก่อนแล้วทันที ซูหนิงเซียวช่วยแม่ดูทางไปด้วยจนกระทั่งถึงทางเข้าหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มี รปภ. อยู่ด้านหน้า ซูหนิงจิงไม่แลกบัตรแต่บอก รปภ.ว่าเธอกำลังจะเช่าบ้านที่นี่อยู่และจะมาซื้อคีย์การ์ดเข้าหมู่บ้านทีหลัง รปภ.เห็นว่าเธอมาพร้อมรถขนของจึงปล่อยให้เธอเข้าไปได้ เพราะเขาเองก็ได้รับข่าวจากเ้าของบ้านก่อนหน้านี้แล้วว่าจะมีคนเช่าบ้านมาในวันนี้