THE OCCULT PRINCE (เ้าชายไสยเวท)
ตอนที่ 22: กระจกเงาส่องกรรม และหัวใจที่ไม่เคยสยบ
หมอกสีเงินจางๆ ที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ใน "แดนิญญานิรันดร์" ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบสุข แต่มันคือไอระเหยของ "ความทรงจำ" ที่ตกค้างจากดวงิญญานับล้านมหาศาล ที่นี่ไม่มีทิศเหนือใต้ ไม่มีกลางวันหรือกลางคืน มีเพียงเศษเสี้ยวของอดีตที่ลอยคว้างอยู่ในมิติที่พร่ามัว ทุกย่างก้าวของ สิงหราช บนพื้นดินที่ดูเหมือนทำจากแก้วผลึกส่งเสียงสะท้อนกังวานลึกเข้าไปในจิติญญา
ร่างกายซีกซ้ายของสิงหราชบัดนี้ถูกปกคลุมด้วยเกล็ดอสูรสีนิลอย่างสมบูรณ์ กรงเล็บแหลมคมของเขาลากไปกับพื้นแก้วจนเกิดประกายไฟสีม่วง ทุกครั้งที่ "หัวใจอสูร" เต้น ความเ็ปจะแล่นพล่านเหมือนถูกน้ำกรดสาดใส่กระดูก ทว่าแววตาของเขายังคงเ็าและทรนงอย่างที่สุด เขามองผ่านหมอกหนาไปยังใจกลางมิติ ที่ซึ่งมีแสงสีขาวนวลตาที่แสนคุ้นเคยและแสนเกลียดชังในเวลาเดียวกัน
"นายท่าน... ข้าััได้ถึงกลิ่นอายที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าสรวง์" บุหลันแดง เอ่ยพลางกุมหน้าอก นางเริ่มมีอาการหายใจไม่ออกเพราะความบริสุทธิ์ของที่นี่กำลังขจัดพิษอาถรรพ์ในร่างของนาง "มันเป็กลิ่น... เหมือนดอกมะลิป่าที่ท่านเคยเล่า..."
"กลิ่นของความอ่อนแอ..." สิงหราชแค่นเสียงกระซิบ "และกลิ่นของ 'กรงขัง' ที่พวกเทพใช้พันธนาการข้าไว้กับความเป็มนุษย์"
ทันใดนั้น หมอกสีเงินรอบตัวพลันม้วนตัวเป็เกลียว ก่อรูปเป็ภาพของสตรีในชุดสไบสีนวล ใบหน้าของนางงดงามและเปี่ยมด้วยความเมตตาประดุจพระแม่ธรณี นางคือ "พระนางสร้อยดารา" มารดาผู้ล่วงลับของสิงหราช นางเดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับยื่นมือที่เรียวบางออกมา แววตาเต็มไปด้วยความโโหยหาและความเ็ป
"สิงหราช... ลูกรักของแม่..." เสียงของนางแ่เบาแต่ก้องกังวานในใจ "พอเถิดลูก... เืที่เปื้อนมือของลูกมันมากพอที่จะท่วมทั้งจักรวาลแล้ว กลับมาเป็ลูกที่น่ารักของแม่เถิด ทิ้งความแค้นนั้นไว้เื้ั และแม่จะพาลูกไปสู่ความสงบนิรันดร์"
บุหลันแดงถึงกับเข่าอ่อนเมื่อเห็นภาพนั้น ความอ่อนโยนที่แผ่ออกมาทำให้จิตสังหารของนางสลายไปจนสิ้น นางมองไปที่สิงหราชด้วยความหวังว่าเขาจะยอมหยุดความบ้าคลั่งนี้ลง
ทว่า... สิงหราชกลับยืนนิ่ง มือขวากำด้าม "พระขรรค์สุริยะทมิฬ" ไว้แน่นจนเส้นเืปูดโปน รอยยิ้มแสยะค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่มีเกล็ดอสูรปกคลุม
"แม่ของข้า..." สิงหราชเอ่ยเสียงเรียบ "ท่านรู้ไหมว่าข้าเรียนรู้อะไรจากการนอนกลางกองศพในป่าช้าตลอดสิบปี? ข้าเรียนรู้ว่า 'ความสงบ' คือสิ่งที่คนตายมีไว้ปลอบใจตัวเอง แต่ 'อำนาจ' คือสิ่งที่คนเป็ใช้กำหนดชะตากรรม!"
เขาตวัดพระขรรค์ฟันแหวกอากาศตัดผ่านร่างมายาของมารดาจนขาดสะบั้น!
"เพล้งงงงง!"
เสียงเหมือนแก้วแตกดังสนิทไปทั่วมิติ ร่างของมารดาสลายกลายเป็ควันสีม่วง ก่อนจะเผยให้เห็นตัวตนที่แท้จริงเื้ั... มันคือ "กระจกเงาส่องกรรม" ศาสตราิญญาที่ใช้ดึงเอาจุดอ่อนที่สุดในใจคนมาสร้างเป็ภาพหลอนเพื่อสูบกินิญญา
"แกกล้าดียังไงที่เอา 'แม่ข้า' มาเป็เหยื่อล่อ!" สิงหราชคำรามจนมิติสั่นะเื
ปรากฏร่างของ "จอมราชันย์ิญญา" ชายชราในชุดคลุมสีเทาที่ไร้ใบหน้า ลอยตัวออกมาจากเงาของกระจก "เ้ามันคืออสูรที่ไร้หัวใจ! แม้แต่ภาพของมารดา เ้ายังกล้าทำลาย นี่คือเหตุผลที่เ้าถูกตราหน้าว่าเป็กาลกิณี!"
"กาลกิณีงั้นเหรอ? ขอบใจที่ชม!" สิงหราชทะยานตัวเข้าใส่ดุจสายฟ้าสีดำ "เนตรสูญสิ้นวัฏสงสาร: บดขยี้มโนธรรม!"
เขาไม่ใช้อาวุธ แต่ใช้มือซ้ายที่เป็กรงเล็บอสูรคว้าหมับเข้าที่ขอบกระจกเงาส่องกรรม พลังงานจาก
"หัวใจอสูร" ไหลทะลักเข้าสู่กระจก ทว่าไม่ใช่เพื่อถูกสูบกิน แต่เป็การ "อัดฉีดความคลุ้มคลั่ง" เข้าไปจนกระจกเริ่มรับไม่ไหว
"แกบอกว่านี่คือจุดอ่อนของข้า? เปล่าเลย... นี่คือเชื้อเพลิงที่จะทำให้ข้าเผาผลาญพวกแกให้สิ้นซาก!"
ตูมมมมมมมมมมม!!!
กระจกั์ะเิออกเป็เศษเล็กเศษน้อย แรงะเิทำลายดวงิญญาของผู้คุมมิติจนแหลกสลาย สิงหราชยืนหอบท่ามกลางเศษกระจกที่สะท้อนภาพใบหน้าอสูรของเขาเป็หมื่นๆ ชิ้น
ในวินาทีนั้นเอง ท่ามกลางซากปรักหักพังของิญญา ดวงไฟดวงเล็กๆ สีขาวบริสุทธิ์ดวงหนึ่งลอยเข้ามาััที่หน้าอกซีกขวาที่ยังเป็มนุษย์ของเขา ความร้อนรุ่มจากหัวใจอสูรพลันสงบลงชั่วขณะ พร้อมกับภาพความทรงจำที่แท้จริงของแม่เขาที่ถูกส่งผ่านมา...
"สิงหราช... อย่าให้ใครมาบอกว่าลูกคือความตาย... เพราะลูกคือ 'การเริ่มต้นใหม่' ที่แม่ยอมแลกด้วยชีวิต..."
สิงหราชนิ่งไปครู่หนึ่ง หยดน้ำตาหยดเล็กๆ ที่เป็สีแดงเข้มไหลออกจากตาข้างที่เป็มนุษย์ ก่อนที่เขาจะปาดมันทิ้งอย่างรวดเร็ว
"ข้ารู้แล้วแม่..." เขาพึมพำ น้ำเสียงหนักแน่นกว่าครั้งไหนๆ "ข้าจะไม่ใช่แค่คนทำลายโลก... แต่ข้าจะเป็คนสร้างมันขึ้นมาใหม่ ตามที่ท่าน้า"
เขาหันไปหาบุหลันแดงที่กำลังมองเขาด้วยความอัศจรรย์ใจ "ไปกันเถอะ... สิ้นสุดทางเดินของแดนิญญาแล้ว เบื้องหน้าคือ 'หุบเขาอสูรา' ที่ซึ่งต้นกำเนิดของข้ารออยู่!"