บทที่ 30 อยากเลี้ยงผึ้ง
โจวหลีอันนึกถึงผู้ชายคนที่เธอเจอวันนี้่เย็น
เธอรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก พอนึกย้อนกลับไป สายตาของชายคนนั้นที่มองเธอ ช่างเหมือนกับพวกผู้ชายลามกในยุคหลังจริง ๆ
ทั้งน่าขยะแขยงและทำเอาอยากจะอาเจียนออกมา โจวหลีอันคิดในใจ ‘ต่อไปนี้ต้องระวังตัวให้มากขึ้นเวลาอยู่แถวนี้ ตอนนอนก็ต้องปิดประตูหน้าต่างให้เรียบร้อย’
เช้าวันรุ่งขึ้น
โจวหลีอันทำมื้อเช้าอย่างง่าย ๆ แล้วเดินไปหาป้าหลี่ พร้อมกับเหตุผลที่เธอคิดไว้เมื่อคืน เมื่อมาถึงบ้านเห็นครอบครัวของป้าหลี่กำลังรับประทานอาหารเช้าพอดี
ทันทีที่ป้าหลี่เห็นโจวหลีอัน เธอก็ถามว่า "อันอัน กินอาหารเช้าหรือยัง?"
"กินแล้วค่ะ" โจวหลีอันตอบพร้อมรอยยิ้ม "ฉันมาหาป้าหลี่เพราะมีธุระนิดหน่อยน่ะค่ะ" เธอพูดจบก็เห็นป้าหลี่วางชามลงพลางเดินมาทางเธอแล้วถามขึ้นว่า "มีอะไรเหรอ?"
"ฉันมาซื้อลูกไก่ค่ะ"
ป้าหลี่แปลกใจ "ลูกไก่ตัวก่อนตายแล้วหรือไง?"
"ไม่ใช่ค่ะป้า" โจวหลีอันโบกมือไปมา "ฉันแค่อยากเลี้ยงไก่เพิ่มอีกหลาย ๆ ตัว ป้าก็รู้ว่าบ้านฉันที่เชิงเขาไม่ค่อยมีคน มันเงียบเหงาเกินไป ฉันก็คิดว่าในเมื่อฉันอยู่คนเดียวก็กินอาหารไม่ได้มากนัก เลยอยากเลี้ยงไก่เพิ่มอีกหน่อยเพื่อเป็เพื่อน พอเลี้ยงโตแล้วก็เอาไปขายที่สหกรณ์ ยังไงก็ถือเป็รายได้อีกทางหนึ่งใช่ไหมล่ะ?"
หลังจากฟังคำพูดของโจวหลีอัน ป้าหลี่ก็คล้อยตามความคิดของโจวหลีอัน ลองคิดสวมบทบาทเป็เธอดู ก็พบว่าสิ่งที่โจวหลีอันพูดมานั้นมีเหตุผล
ที่นั่นมันห่างไกลจริง ๆ และเธอก็อยู่คนเดียว การเลี้ยงไก่เพิ่มอีกหลายตัว มีเสียงไก่ร้องเจี๊ยบ ๆ ตลอดเวลา ก็จะทำให้รู้สึกกล้าขึ้นมาหน่อย นอกจากนี้โจวหลีอันยังจะได้รับเงินสามสิบหกหยวนจากตระกูลลู่ทุกเดือน ครอบครัวแบบนี้คงไม่ขาดแคลนอาหารแน่นอน
"ได้สิ คราวนี้จะเอากี่ตัวล่ะ"
ป้าหลี่พูดพลางพาโจวหลีอันไปที่เล้าไก่ของเธอ "แม่ไก่เหลือแค่สองตัวแล้ว ถ้าเธออยากได้ฉันจะให้เธอทั้งหมด"
โจวหลีอันคิดสักครู่ แล้วถามว่า "ป้ามีไก่ตัวผู้เหลืออีกกี่ตัวคะ?"
เมื่อได้ยินโจวหลีอันพูดแบบนั้น ป้าหลี่ถอนหายใจยาว ๆ แล้วตอบว่า "รุ่นนี้ยังมีเหลืออีกเจ็ดตัวนะ"
ป้าหลี่รู้สึกว่าไก่ตัวผู้เจ็ดตัวนี้ ส่วนใหญ่คงจะขายไม่ออกแล้วติดมือเธอไว้ ช่างน่าเสียดายจริง ๆ แต่ยังไม่ทันคิดหาทางออก เธอก็ได้ยินโจวหลีอันถามขึ้นมา "ป้าคะ ป้าขายไก่ตัวผู้ให้ฉันทั้งหมดได้ไหมคะ?"
ป้าหลี่มองดูโจวหลีอันด้วยความประหลาดใจ
"มันเป็แบบนี้ค่ะ" โจวหลีอันยิ้มพลางพูด "ยังไงก็ต้องเลี้ยงอยู่แล้ว สหกรณ์ก็รับซื้อไก่ตัวผู้ด้วย ฉันก็เลยคิดว่าจะเลี้ยงให้มากขึ้นหน่อย"
"ถ้าเธออยากได้จริง ๆ ป้าก็สามารถให้ทั้งหมดกับเธอได้"
"แน่นอนว่าฉันอยากได้แน่นอนค่ะ" โจวหลีอันคิดในใจว่า เธออยากได้ลูกไก่เล็ก ๆ มากเหลือเกิน
ไก่ตัวผู้สามารถนำมาใช้เป็พ่อพันธุ์ได้ โจวหลีอันยังไม่ทันได้ซื้อไก่มาเลย แต่ก็จินตนาการถึงภาพไก่ในมิติพิเศษที่จะมีเป็ฝูงใหญ่ในอนาคตแล้ว
"ได้เลย"
ป้าหลี่หาตะกร้ามาใบหนึ่ง ปูฟางข้าวไว้ด้านใน แล้วเริ่มจับไก่ให้โจวหลีอันทีละตัว "ฉันจะขายทั้งหมดให้เธอ แต่ไก่ตัวผู้ไม่มีประโยชน์เท่าไก่ตัวเมีย ฉันจะลดราคาลงให้ครึ่งหนึ่ง"
"ได้ค่ะ"
โจวหลีอันเริ่มนับเงิน แม่ไก่สองตัวราคาหนึ่งหยวน พ่อไก่เจ็ดตัวราคาเจ็ดเหมาห้าเฟิน รวมทั้งหมดสองหยวนเจ็ดเหมาห้าเฟิน
ป้าหลี่วางลูกไก่ในตะกร้าเสร็จแล้ว เดิมทีตั้งใจจะคิดราคาโจวหลีอันแค่สองหยวนห้าเหมา เพราะโจวหลีอันถือเป็ลูกค้าประจำรายใหญ่
แต่โจวหลีอันไม่ยอม ถึงแม้ว่าเธอยังคงขัดสนเงินทองอยู่ แต่ก็ไม่อยากเอาเปรียบใคร เพราะอย่างไรเสีย ป้าหลี่ก็ได้ลดราคาให้เธอไปครึ่งหนึ่งแล้ว
หลังจากซื้อลูกไก่เสร็จ โจวหลีอันเดินกลับบ้านและคำนวณค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในใจ
ก่อนหน้านี้ แม่โจวให้เงินเธอมาหนึ่งร้อยหยวนแต่ซื้อลูกไก่ไปแล้ว ขณะนี้เธอเหลือเงินในมืออยู่หนึ่งร้อยห้าสิบสามหยวนหนึ่งเหมากับอีกแปดเฟิน หลังจากกลับถึงบ้าน โจวหลีอันรีบนำลูกไก่ทั้งหมดเข้าไปในมิติพิเศษทันที
ก่อนหน้านี้ ไก่สามตัวอยู่ในมิติพิเศษได้เพียงวันกว่า ๆ ก็ถูกโจวหลีอันปล่อยออกมาแล้ว
ความจริงแล้ว ใน่ไม่กี่วันนี้มีคนมาที่บ้าน โจวหลีอันกังวลว่าถ้ามีคนเห็นว่าในเล้าไก่ไม่มีลูกไก่อยู่ อาจจะถามขึ้นมาได้ หลังจากนำลูกไก่สิบสองตัวเข้าไปในมิติพิเศษ โจวหลีอันก็มีสัตว์เล็ก ๆ รวมทั้งหมดสี่สิบสามตัวแล้ว!
มองดูที่หน้าจอเห็ด เผยให้เห็นว่าเธอยังเหลืออีกสิบเจ็ดที่ในมิติ
พูดตามตรง โจวหลีอันอยากเลี้ยงหมูจริง ๆ หลังจากมาถึงที่นี่ เธอก็รู้สึกว่าเนื้อหมูอร่อยขึ้น
แต่ในยุคที่ส่วนใหญ่ทุกอย่างเป็ของรัฐหรือส่วนรวม การหาหมูไม่ใช่เื่ง่าย
ถึงแม้จะเป็เช่นนั้น โจวหลีอันก็ไม่คิดจะยอมแพ้
ตราบใดที่ตั้งใจจริง ย่อมต้องหาได้แน่นอน! หลังจากนี้เธอต้องคิดหาช่องทาง จัดหาทั้งหมู วัว แพะ มาไว้ในมิติพิเศษในส่วนของฟาร์มปศุสัตว์ของเธอ
ตอนนี้ก็แค่รอให้พืชในมิติพิเศษชุดนี้เติบโตเต็มที่ แล้วจะปลูกอะไรในมิติพิเศษต่อไปค่อยคิดดูอีกที โจวหลีอันจึงตัดสินใจว่าจะไปดูที่ตลาดมืดก่อนแล้วค่อยว่ากัน
เมื่อ้าหาเงิน ก็ควรดูก่อนว่าอะไรมีราคาแพง แล้วค่อยปลูกสิ่งนั้น
คิดได้แบบนี้แล้ว โจวหลีอันก็มองดูที่หน้าจอเห็ดที่แสดงข้อความว่า
[ลูกไก่ของคุณกำลังหิว กรุณาให้อาหารโดยเร็ว]
โจวหลีอันจำต้องไปเตรียมเมล็ดข้าวโพดให้ลูกไก่ก่อน
หลังจากให้อาหารลูกไก่แล้ว โจวหลีอันก็เตรียมตัวออกจากมิติพิเศษ
ก่อนออกจากมิติ เธอหยิบเงินเหรียญที่ติดตัวมาออกมา แล้วเก็บรวมไว้กับเงินอื่น ๆ พลางนับเงินไปโดยไม่รู้ตัว และพบว่าขาดไปหนึ่งอย่าง!
แบบนี้ไม่ได้
โจวหลีอันรีบหยิบสมุดบัญชีออกมาตรวจสอบทันที ผลปรากฏว่าเธอลืมบันทึกค่าเช่ามิติคลังสินค้าไป! เธอปลอบใจตัวเองว่าการลืมบันทึกบัญชีครั้งแรกก็เป็เื่ปกติ พร้อมกับเตือนตัวเองไม่ให้ลืมในครั้งต่อไป แล้วจึงออกจากมิติพิเศษ
โจวหลีอันวางแผนที่จะใช้เวลาที่เหลือของวันนี้ไปเก็บฟืนบนูเา
ฟืนที่พ่อและพี่ชายของเธอหามาให้ก่อนหน้านี้ล้วนเป็ฟืนคุณภาพดี ซึ่งเป็ไม้ที่เผาไหม้ได้นาน แต่ไม้ประเภทนี้ติดไฟยาก ดังนั้นเธอจึงเตรียมตัวไปเก็บกิ่งไม้แห้งเล็ก ๆ กลับมาเพื่อใช้เป็ไม้ขีดไฟ
โจวหลีอันเช่าคลังสินค้าไว้และความช่วยเหลือของน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงของ่เช้า ห้องเก็บฟืนของเธอก็เต็มไปด้วยกิ่งไม้จำนวนมาก
หลังจากนั้นเธอยังนำใบไม้แห้งกลับมาจากูเา โดยใช้ใบไม้แห้งจุดไฟเผากิ่งไม้ ซึ่งวิธีนี้ทำให้การจุดไฟเร็วขึ้น ตอนที่เก็บฟืนเธอรู้สึกว่าคลังสินค้าที่เช่าอยู่นั้นค่อนข้างเล็ก เก็บไปได้ไม่กี่ครั้งก็เต็มแล้ว
แต่เธอก็ยังไม่กล้าเช่าพื้นที่คลังสินค้าเพิ่มเท่าไหร่
เพราะสำหรับเธอในตอนนี้ การใช้ประโยชน์จากคลังสินค้ายังไม่มากนัก เธอยอมเดินทางหลายรอบดีกว่าที่จะสิ้นเปลืองเงินไปโดยเปล่าประโยชน์
ในขณะนี้ก็ถึงเวลาของอาหารกลางวัน เธอทำหม้อไฟเครื่องในหมูแห้งทานกับข้าว
ขณะที่โจวหลีอันทานอาหารอย่างอร่อย เธอนึกขึ้นได้ว่าต้องให้อาหารไก่!
เมื่อเข้าไปในมิติพิเศษ ก็เห็นลูกไก่หิวกันจริง ๆ
หลังจากทานอาหารกลางวันเสร็จ โจวหลีอันก็ขึ้นเขาอีกครั้ง ครั้งนี้เธอโชคดีมาก เธอเก็บไข่ไก่ป่าได้อีกรังหนึ่ง รวมทั้งหมดสิบเอ็ดฟอง
ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังเห็นรังผึ้งขนาดใหญ่บนผนังหินอีกด้วย เมื่อเห็นรังผึ้งขนาดใหญ่ โจวหลีอันมีความคิดเพียงสองอย่าง
หนึ่งคือ อยากดื่มน้ำผึ้ง
สองคือ อยากเลี้ยงผึ้งในมิติพิเศษของตัวเอง แต่ตอนนี้มิติพิเศษของเธอเหลือที่ว่างแค่สิบเจ็ดที่เท่านั้น เธอจะให้เลี้ยงผึ้งแค่สิบเจ็ดตัวเหรอ?
นั่นมันน้อยเกินไปแล้ว!
โจวหลีอันเข้าไปในมิติพิเศษและเดินไปที่หน้าจอเห็ด
เธอจำได้ว่าบนนั้นมีปุ่มช่วยเหลืออยู่เธอคลิกเพื่อพิมพ์ข้อความ——
[ฉันสามารถเลี้ยงผึ้งได้ไหม?]
[ได้สิ ผู้เล่นเกมที่เคารพ]
เมื่อเห็นคำตอบนี้ ดวงตาของโจวหลีอันเปล่งประกายขึ้นมาทันที!
แต่โจวหลีอันก็ยังคงลองป้อนคำถามเพื่อทดสอบ
[ตอนนี้ฉันสามารถเลี้ยงผึ้งได้กี่ตัว?]
[สิบเจ็ดตัวเท่านั้น ผู้เล่นเกมที่เคารพ]
โจวหลีอัน "......"
[ฉันแค่จะบอกว่า ไก่หนึ่งตัวก็นับเป็หนึ่งที่แล้ว แต่ผึ้งที่ตัวเล็กกว่าไก่ตั้งเยอะก็นับเป็หนึ่งที่เหมือนกัน มันไม่ยุติธรรมไปหน่อยเหรอ?]
[ผู้เล่นเกมที่เคารพ โปรดมองทุกสรรพสิ่งในโลกด้วยสายตาที่เท่าเทียมกันนะ~]
โจวหลีอัน "......"
เป็เพราะระดับของเธอไม่เพียงพอ แต่ว่า เธอคิดในใจพลางพิมพ์ตอบ
[ถ้าผึ้งหนึ่งตัวนับเป็หนึ่งที่ ชาตินี้ฉันจะได้เลี้ยงผึ้งไหม?]
[แน่นอนว่าได้ ขอให้ผู้เล่นขยันทำการเกษตร หาประสบการณ์เพื่อเพิ่มระดับพื้นที่ในเกม]
โจวหลีอันพิมพ์ด้วยสีหน้าเ็า——
[แล้วฉันต้องถึงระดับไหน ถึงจะสามารถเลี้ยงผึ้งได้หนึ่งรัง?]
แม้จะเลี้ยงผึ้งเพียงหนึ่งรัง ก็น่าจะมีผึ้งอย่างน้อยหลายพันถึงหมื่นตัวแล้วใช่ไหม?