" มาจ้า เร่เข้ามา มะเขือเทศสดๆหวานๆจากสวนแท้ๆเลยจ้า มาชิมดูก่อนได้ไม่ซื้อไม่ว่ากันนะจ้ะ "
" มันคือมะเขือเทศแน่หรือแก้วเอ้ยเกิดมาป้าไม่เคยเจอมะเขือเทศอะไรทำไมใหญ่ขนาดนี้ "
" อันนี้ที่ป้าเห็นเขาเรียกว่ามะเขือเทศท้อจ้าลูกใหญ่เท่ากำมือนี่แหละ ค่าบำรุงดีๆก็อาจจะใหญ่ได้กว่านี้นะจ๊ะ "
" อ๋องั้นเหรอป้าไม่เคยรู้มาก่อนงั้นเอาให้ป้าสัก 1 กิโลกรัมก็ได้ลูก "
" ได้เลยจ้าแต่ว่าฉันจะขายแพงกว่าตลาดนิดนึงนะจ๊ะเพราะว่าผักของฉันปลอดสารพิษจากถ้าไม่เชื่อป้าลองเอาไปตรวจก่อนได้เลย "
" โอ๊ยไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้นหรอก เท่าไหร่ล่ะ "
" มะเขือเทศสีดาโลละ60 จ้ะ มะเขือเทศท้อโลละ 80 จ้าแล้วก็มะเขือเทศราชินี โลละ 100 บาทจ้ะ ป้าเอาพันธุ์ไหนดีจ้ะ "
" เอามะเขือเทศท้อนี่แหละ "
" ได้เลย ขอบคุณนะจ้ะป้า " หลังจากที่แก้วตาขายมะเขือเทศให้กับลูกค้าคนแรกได้แล้วเธอก็นำเงินที่รับมาจากลูกค้ามาตบๆไปตามตะกร้ามะเขือเทศที่วางอยู่
' เฮงๆรวยๆ '
หลังจากนั้นมะเขือเทศทั้ง 3 สายพันธุ์เกือบ 100 กิโลกรัมก็ขายหมดเกลี้ยง สองพ่อลูกยิ้มกันหน้าบานพากันกลับไปที่บ้านอย่างอารมณ์ดี
" เป็ไงบ้างแก้วขายได้บ้างไหม " ก็เลยถามน้องสาวอย่างเป็ห่วงเนื่องจากชาวบ้านไม่นิยมกินมะเขือเทศกันสักเท่าไหร่ แต่หลังจากที่รู้ว่ามะเขือเทศที่นำไปขายนั้นขายหมดเกลี้ยงเขาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาก
กับข้าวมื้อเย็นของวันนี้แก้วตานำลูกปลาซิวมาทอดกรอบ ตำน้ำพริกผักสดกินง่ายๆมีไข่เจียวเพิ่มมาอีกจานเท่านี้ สาม คนพ่อลูกก็อิ่มแปล้แล้ว
ฤดูกาลยังคงหมุนเวียนเปลี่ยนผันไปจนตอนนี้เข้าสู่ฤดูฝนอีกครั้งแล้ว สามพ่อลูกจึงตกลงกันว่าจะชวนกันขึ้นเขาไปหาเก็บเห็ดเอาไว้มาทำกับข้าวกิน
แก้วตากับพี่ชายเดินถือตะกร้าและมีดไปคนละใบส่วนพ่อนั้นเดินตัวเปล่าตามมาด้านหลัง
" โอ้โหเห็ดเยอะมากเลยนะแก้วเอ็งไปเก็บตรงโน้นเดี๋ยวพ่อจะเก็บตรงนี้เอง "
" งั้นผมไปตรงนู้นนะพ่อ " ก็เลยบอกกับพ่อและน้องสาวจากนั้นก็เดินไปอย่างอีกฝั่งนึง ซึ่งเป็กอไผ่ตรงนั้นจะมีเห็ดตับเต่าและเห็ดผึ้งขึ้นอยู่มากมาย
ชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านมักจะขึ้นมาเก็บไปกินบางบ้านก็เก็บไปขายที่ตลาดนัดหน้าวัดด้วย
วันนี้แก้วตาตั้งใจจะทำแกงเห็ดตับเต่าใส่ปลาย่าง น้ำพริกผักและไข่เจียวหอมๆทั้งสามคนช่วยกันเก็บทั้งเห็ดตับเต่าและเห็ดผึ้งจนเต็มตะกร้าที่ถือมาด้วยก่อนจะลงจากเขา
" เดี๋ยวแก้วไปทำกับข้าวก่อนนะจ๊ะพ่อ แกงเผื่อบ้านลุงหนึ่งด้วยจ้ะ "
" อืมๆไปเถอะลูก "
เช้าวันต่อมาแก้วตาจัดการรดน้ำผักที่ปลูกเอาไว้ที่หลังบ้านแล้วก็เดินตามพ่อออกไปที่ไร่ สามพ่อลูกช่วยกันตัดผักใส่เข่งเอาไว้รอพ่อค้ามารับ
" ผักพวกนี้ต้องรื้ออกแล้วปลูกใหม่แล้วนะ "
" ใช่จ้ะพี่กล้า นี่เป็รอบสุดท้ายแล้วจ้ะไม่งั้นผักจะแกรนไม่อร่อย "
" งั้นก็มาช่วยกันเถอะจะได้เสร็จไวๆ " นพเอ่ยบอกลูกทั้งสองจากนั้นเขาก็ช่วยลูกๆ จัดการรื้อรากผักเก่าๆออกจากแปลงทั้งหมด กว่าจะเสร็จก็เย็นพอดี เขาจึงให้แก้วตากลับบ้านไปทำกับข้าวเสียก่อน
" แก้วเองกลับไปทำกับข้าวเถอะลูก ตรงนี้เหลือไม่เยอะแล้ว พ่อกับพี่เองทำกันได้ "
" ก็ได้จ้ะ งั้นแก้วไปทำกับข้าวก่อนนะจ้ะ "
" แก้ว พี่อยากกินขาหมูต้มยำ แซ่บๆ "
" จัดไปจ้ะ พ่อละอยากกินอะไรไหม "
" อะไรก็ได้ เองทำอะไรก็อร่อยทั้งนั้นแหละลูก "
แก้วตาเดินกลับไปบ้านเพื่อทำกับข้าว เธอเข้าไปเอาขาหมูในมิติออกมาพร้อมกับเครื่องปรุงที่ต้องใช้ จากนั้นก็ออกมาจัดการต้มยำขาหมู ในระหว่างที่เธอกำลังทำกับข้าวอยู่นั้น ลุงหนึ่งได้มาหาที่หน้าบ้าน
" แก้ว ไอ้นพ มีใครอยู่บ้านไหมวะ "
" อยู่จ้ะลุง มีอะไรหรือเปล่าจ้ะ "
" มีๆ ป้าเองไม่ค่อยสบาย ลุงเลยตะมาวานให้เองช่วยทำข้าวต้มให้ป้าเองสักถ้วย "
" ได้เลยจ้ะ เดี๋ยวแก้วทำเสร็จจะยกไปให้นะจ้ะ "
" เอาตังค่าหมู ไปซื้อมาใส่นะ "
" ไม่ต้องจ้ะลุง แค่นี้เอง ลุงเห็นแก้วเป็คนอื่นคนไกลเหรอจ้ะ "
" ฮ่าๆๆ เป็ไงล่ะ โดนหลานย้อนขนได้ ทีตัวเองยังไม่รับเงินค่าแรงจากหลาน ทีนี้จะมาจ่ายเงินค่าหมูอีก " นพเอ่ยขึ้นพลางหัวเราะเยาะพี่ชายตนเอง
" เออๆ ข้าผิดเองแหละ หึ งั้นลุงกลับไปดูป้าเองก่อนนะแก้ว "
" จ้ะลุง "
หลังจากที่แก้วตาจัดการทำข้าวต้มหมูสับให้ป้าสะใภ้เสร็จแล้ว ก็ให้พี่ชายช่วยยกไปส่งที่บ้านลุงหนึ่ง พร้อมกับต้มยำขาหมูในหม้อเบอร์ 18 อีกครึ่งหม้อด้วย
" ถืออะไรกันมาเยอะแยะ ไอ้นพ ไอ้กล้า "
" ข้าวต้มครับลุง ส่วนในหม้อ ต้มยำขาหมูครับ "
" เออวุ้ย ลาบปากข้าอีกแล้ว ข้ากำลังคิดว่าจะไปเก็บผักมาจิ้มน้ำพริกซะหน่อย "
" ที่สวนไม่มีผักแล้วครับลุง วันนี้เราเพิ่งจะรื้อต้นเก่าๆออกทั้งแปลงเลย ลุงต้องรอไปอีกเดือนนั่นแหละครับ "
" อดเลยทีนี้ ข้าจะเอาผักที่ไหนกินล่ะ "
" แก้วปลูกไว้กินหลังบ้านครับ ยังพอมีอยู่ 2-3แปลง "
" มะเขือเทศในสวนก็อร่อยนะพี่ ลองชิมดูหรือยัง ข้าไปขายที่ตลาดนัดหน้าวัดมาขายดีมากเลยล่ะ " นพเอ่ยบอก
" ถ้ามันขายดี เองก็เอาไว้ขายเถอะ ข้ากินแค่ผักหลังบ้านเองก็พอ "
" พี่หนึ่งบอกหลานไปด้วยสิ เดี๋ยวก็ลืมอีก " วาสนาเมียจองหนึ่งเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
" จ้ะๆ พี่ลืมไปแล้วนั่นแหละ " นพถึงกับมองบนเมื่อได้ยินพี่ชายพูดจากับเมียเสียหวานหยด