ตอนที่ 2
หลังจากที่วายุซื้อน้ำเสร็จเขาก็รีบขึ้นมายังชั้นวีไอพี ชั้นบนสุดของทางโรงพยาบาลที่เหนือเมฆน้องชายของวายุนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลแห่งนี้เป็โรงพยาบาลของครอบครัวและชั้นที่อยู่ก็เป็ชั้นที่ดีที่สุดของที่นี่
"เป็ยังไงบ้างไอ้น้องรัก"วายุเปิดประตูเข้ามาก็เอ่ยทักทายน้องชายคนเดียวของเขาทันทีด้วยรอยยิ้ม
"ก็อย่างที่เห็นนี่แหละครับพี่"เหนือเมฆน้องชายคนเล็กของบ้าน เขามีกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง ทั้งสองแยกย้ายกันบริหารงานหลังจากเรียนจบ
"แล้วทำยังไงถึงเกิดอุบัติเหตุได้วะ" วายุเดินเข้ามาใกล้ๆเตียงคนป่วยแล้วเอ่ยถามน้องชายเหนือเมฆเป็คนที่ชอบขับมอเตอร์ไซค์คันใหญ่แต่เหนือเมฆก็ไม่น่าพลาดทำให้ตัวเองเป็อันตราย ถึงจะเป็รถสองล้อก็ตาม เพราะรถคันที่เหนือเมฆชอบขับมีระบบเซฟตี้พอสมควร
"ฝนมันตกถนนมันลื่นมั้งพี่"ที่จริงมันมีมากกว่านั้นแต่เหนือเมฆไม่คิดที่จะพูดมันออกมา
"แล้วรถยนต์มีทำไมไม่ใช้"วายุบ่นน้องชาย ที่ชอบขับแต่รถเล็ก รถใหญ่ก็มีไม่ยอมใช้
"โอ๊ยพี่...จะมาเยี่ยมหรือมาบ่นผมกันแน่ครับเนี่ยคุณแม่บ่นผมคนเดียวหูผมก็ชาไปหมดแล้ว" เหนือเมฆพาดพิงผู้เป็แม่ ซึ่งท่านก็นั่งอยู่ในห้องนี้ด้วยเพราะท่านเดินนำขึ้นมาก่อน ตอนนี้ท่านกำลังปอกผลไม้ให้ลูกชายอยู่
"เออๆ...แล้วนี่เป็ยังไงบ้างอาหมอมาดูหรือยัง แล้วท่านว่ายังไงบ้าง"อาหมอก็คือคุณหมอที่เชี่ยวชาญเื่กระดูกของทางโรงพยาบาลแห่งนี้โรงพยาบาลแห่งนี้เป็โรงพยาบาลที่เหนือเมฆเป็ผู้บริหารอยู่
"กระดูกร้าวเยอะคงต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะกลับมาเป็เหมือนเดิมครับพี่"เหนือเมฆพูดพร้อมกับทำหน้าเศร้า เพราะต่อจากนี้โอกาสที่จะกลับมาเป็เหมือนเดิมได้ก็จริงแต่คงต้องใช้เวลานาน
"แล้วปวดมากมั้ยน่ะ"วายุยังคงถามถึงอาการของน้องชายต่อด้วยความเป็ห่วง
"ปวดสิครับพี่แต่ดีขึ้นกว่าตอนแรกหน่อยแล้วครับ ผมพึ่งได้ยาแก้ปวดก่อนที่พี่จะมาเมื่อสักครู่นี้เองครับ"
"แล้วแฟนแกมาเยี่ยมบ้างหรือยังล่ะ"เหนือเมฆคบหาอยู่กับเบลนางแบบชื่อดัง ได้เกือบปีแล้ว เื่นี้ใครๆก็รู้เพราะเธอค่อนข้างดังในวงการ่นี้
"อย่าไปถามถึงเลยครับ...ว่าแต่พี่ชายผมเมื่อไหร่จะหาพี่สะใภ้ให้ผมสักทีล่ะครับ" เหนือเมฆรีบเปลี่ยนเื่ทันทีเขาไม่อยากพูดถึงผู้หญิงหลายใจคนนั้นอีก
"ไม่อยากมีว่ะ...เห็นเมียไอ้ชลแล้วอยู่แบบนี้ดีกว่า"ชลธารเพื่อนสมัยเรียน ตอนนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ เมื่อวายุลงมากรุงเทพ ทุกครั้งชลธารก็มักจะชวนไปเที่ยวอยู่บ่อยๆภรรยาของชลธารเป็ผู้หญิงขี้หึงแล้วก็ดุมากๆ
"ผู้ชายที่พูดแบบนี้ทุกคน แสดงว่ายังไม่เจอคนที่ถูกใจ"
"อ้าวเปลี่ยนจากหมอสูติมาเป็จิตแพทย์ั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย" เหนือเมฆเป็หมอสูติส่วนวายุเป็หมอหัวใจ ทั้งสองเลือกเรียนหมอเพราะมีกิจการโรงพยาบาลที่จะต้องดูแลแล้วก็ต้องเรียนบริหารควบคู่ไปด้วย จนตอนนี้ทั้งสองได้ทำงานกันมาหลายปีแล้ว
พี่ชายกับน้องชายก็คุยกันไปเรื่อยๆ โดยมีคุณแม่ของพวกเขานั่งฟังอมยิ้มอยู่ใกล้ๆพวกเขาสองคนมักจะชอบพูดคุยกันอย่างนี้เป็ประจำเวลาได้เจอหน้ากัน
หลังจากที่วายุมาเยี่ยมน้องชายได้สักพักใหญ่ๆเขาก็ขอตัวกลับ เพราะคนไข้คง้าการพักผ่อนแล้ววายุเองก็้าพักผ่อนเหมือนกัน เขาจึงกลับมาบ้านเมื่อกลับมาถึงบ้านได้ไม่นานก็เหมือนจะมีใครบางคนมาหา เพราะเด็กในบ้านเดินมาตามเขาที่หลังบ้าน บอกว่ามีแขกมาขอพบ
"อ้าวไอ้ชล ไปไงมาไงครับมึง"วายุเอ่ยทักทายเพื่อนทันที ที่เห็นแค่เพียงด้านหลังของมัน ชลธารหรือผู้หมวดชลเป็คุณตำรวจชลธารรับราชการั้แ่เรียนจบใหม่ๆ
"ก็มาหามึงนั่นแหละไอ้หมอ"ชลธารหันมาเจอเพื่อนจึงรีบเอ่ยทักทายขึ้นทันที คล้ายกับคนที่คิดถึงเพื่อนมานานแสนนาน
"จมูกดีจริงๆนักนะ กูพึ่งจะถึงนี่แหละ"วายุกับชลธารเป็เพื่อนกันมานาน เมื่อวายุกลับมาบ้านชลธารมักจะมาหาอย่างนี้เป็ประจำ
"นี่เพื่อนนะครับไม่ใช่แมว"วายุหมายถึงสุนัขต่างหาก!
"คงไม่ได้คิดถึงกูใช่มั้ยที่มาเนี่ย"วายุรีบเอ่ยขึ้นอย่างรู้ทัน เพราะทุกครั้งที่เขากลับมาบ้าน ชลธารมักจะมาชวนเขาไปเที่ยวด้วยกันอยู่เสมอ
"คืนนี้วางมั้ย" นั่นไง!แบบนี้ทุกทีวายุคิดในใจ จะอะไรซะอีกล่ะ มันชอบมาชวนไปเที่ยวน่ะสิ กินดื่ม สังสรรค์ ตามประสาผู้ชายนั่นแหละ
"มึงมีอะไรพูดมาเลยดีกว่า"
"แหมเพื่อน...ก็นานๆทีจะได้เจอเพื่อนรักสักครั้ง เราไปสังสรรค์กันหน่อยเป็ไง"หนีเมียไปเที่ยวอีกตามเคยครับ แล้วมันก็จะอ้างกับเมียมันว่ามาหาผม
"ว่างนักหรือไง แม่...เอ๊ย!! แล้วเมียมึงไม่ว่าเหรอ" เมียของมันดุอย่างกับแม่ไม่มีผิดแล้วก็ขี้หึงมากๆด้วย จากคำบอกเล่าของมันนะ
"นี่ไอ้หมอมึงจะพูดถึงเมียทำไม...ไปไม่นานเดี๋ยวก็กลับ"ชลธารกลัวเมียเป็ที่สุด กว่าจะได้เปิดหูเปิดตาสักครั้งก็ต้องรอให้วายุลงมากรุงเทพแล้วก็อ้างว่ามาหาวายุ ถ้าอ้างเพื่อนคนนี้เมียจะไม่ว่าอะไร
"เออๆ...ที่ไหนเมื่อไหร่ก็ว่ามา"สุดท้ายแล้ววายุก็ต้องยอมไปด้วยอยู่ดี เพราะเห็นแก่ความเป็เพื่อนอีกอย่างเขาก็จะได้ไปเปิดหูเปิดตาด้วย
"ที่เดิมเป็ไง สาวเยอะดี"ชลธารเสนอ นี่ขนาดมันกลัวเมียนะ ถ้าไม่กลัวจะขนาดไหน
"เสียภาพพจน์คุณหมอหมด...ไปก็ได้แล้วเจอกัน"ตอนแรกเหมือนจะบ่นๆ แต่สุดท้ายวายุก็ตกลงไปกับเพื่อนอยู่ดี
"ไม่เอาๆ เดี๋ยวกูมาเจอมึงที่นี่แล้วเราไปด้วยกัน"ชลธารกลัวว่าวายุจะเบี้ยวเหมือนหลายๆครั้งที่ผ่านมา
"เพื่อ..." วายุเลิกคิ้วสูงถามจะมาให้มันเหนื่อยทำไม ขับไปขับมาเจอกันที่โน่นก็จบ
"มึงชอบเบี้ยวกูคราวที่แล้วก็ทีนึงและ" ชลธารว่า...
"คราวที่แล้วกูเจ็บมือขับรถไม่ไหว"วันนั้นวายุเจ็บมือจริงๆ
"เหรอครับคุณหมอคราวนี้มึงคงจะเจ็บตีน" ชลธารไม่เชื่อว่าวายุเจ็บมือ นี่มันข้ออ้างชัดๆชลธารเชื่อแบบนั้น
"เออๆ พูดมากน่าเจอกันที่นี่ก็ได้" ยอมๆไปก็จบ เอาไงก็เอาวายุยังไงก็ได้อยู่แล้วดีซะอีกเขาจะได้มีคนขับรถให้นั่ง
"งั้นผมกลับก่อนนะครับ"พอหมดธุระ ชลธารจึงขอตัวกลับ เพราะเขาจะต้องกลับไปทำงานต่อ
"นี่คือธุระ!...มาแค่นี้ที่หลังมึงโทรมาก็ได้หรือเปล่าวะ" วายุยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆให้เพื่อน
"กูผ่านมาพอดีอยากเห็นหน้ามึงด้วย" ชลธารส่งสายตาระยิบระยับแกล้งเพื่อน
"หยี...ขนลุก!รีบๆ ไปเลย" วายุเอ่ยไล่ ก็ดูมันส่งสายตามาสิ ถ้าเป็คนอื่นคงโดนตีนไปแล้ว ไอ้เพื่อนบ้า!
ทางด้านพริ้งพราว
"พราวๆ วันนี้ไปเที่ยวกัน"ต้นหอมเพื่อนที่เช่าห้องอยู่ด้วยกันเอ่ยชวนพริ้งพราวให้ไปเที่ยวด้วยกันคืนนี้
"ไม่ล่ะ ต้มหอมไปเถอะ"พริ้งพราวไม่ค่อยชอบไปเที่ยวในที่แบบนั้นสักเท่าไหร่
"ไปนะพราว วันนี้วันเกิดแฟนเรา เขาเลี้ยงไปนะๆ" ต้นหอมเพื่อนของพริ้งพราวคนนี้ ที่จริงเธอสองคนก็ไม่ได้สนิทกันสักเท่าไหร่แค่เจอกันที่ทำงานแล้วชวนกันมาเช่าห้องอยู่ด้วยกัน จะได้ช่วยกันหารค่าเช่าห้อง ค่าน้ำค่าไฟ ประหยัดไปได้เยอะเลยแต่ตอนนี้เพื่อนของเธอลาออกจากโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ไปแล้ว
"ต้นหอม..." พริ้งพราวไม่อยากไปแต่จะปฏิเสธยังไงดีล่ะ
"ไม่ต้องพูดแล้วลุกเลยไปเปลี่ยนชุดเถอะ เดี๋ยวเสียฤกษ์หมด" ต้นหอมบอก ทำให้พริ้งพราวรู้สึกแปลกๆฤกษ์อะไร!
"ฤกษ์อะไรเหรอต้นหอม"เธองงกับคำพูดของเพื่อน แค่ไปเที่ยวต้องมีฤกษ์ด้วยเหรอ
"เปล่าๆ ไม่มีอะไร"เหมือนต้นหอมจะหลุดปากพูดอะไรที่ไม่สมควรพูดออกมา
"ครั้งนี้ครั้งเดียวนะต้นหอมก็รู้ว่าเราไม่ชอบไปเที่ยวในที่แบบนั้น" ในเมื่อเธอปฏิเสธไม่ได้เพราะเพื่อนชวนหลายครั้งแล้ว
"ได้เราสัญญา...ไปเถอะเร็วๆเข้า"แล้วพริ้งพราวก็เข้าห้องน้ำไปเปลี่ยนชุดใหม่ ชุดที่เธอเลือกใส่ในวันนี้เป็ชุดกางเกงยีนขาสั้นเสื้อเชิ๊ตแขนยาวกระดุมหน้าสีขาวพับแขนขึ้นนิดหน่อยพอน่ารัก
"ชุดนี้น่ะเหรอเราไปเที่ยวผับนะพราว"ต้นหอมมองเพื่อนที่ดูขัดตากับชุดที่พริ้งพราวเลือกมาใส่
"ถ้าใส่แบบต้นหอมเราไม่ไปนะ"ก็ชุดที่ต้นหอมใส่เป็กระโปรงยีนสั้นๆ กับเสื้อสายเดี่ยวสีแดงจัด
"ก็ได้ๆ งั้นไปกันเถอะ"ต้นหอมกลัวพริ้งพราวจะเปลี่ยนใจ เธอก็เลยตามใจอยากใส่อะไรก็ใส่เพราะต้นหอมมีภารกิจสำคัญรออยู่
ณ ผับชื่อดังกลางใจเมือง
"ที่นี่น่ะเหรอที่ต้นหอมชอบมา"เมื่อมาถึงหน้าพับพริ้งพราวก็เอ่ยถามขึ้น แค่ด้านนอกเสียงก็ดังออกมาจนหูอื้อไปหมดแล้วด้านในเสียงจะดังขนาดไหน ไม่เห็นหน้ามาเที่ยวเลยสักนิด
"ใช่ที่นี่นี่แหละสนุกจะตาย ป่ะเข้าไปด้านในกัน"แล้วต้นหอมก็เดินนำพริ้งพราวเข้าไปด้านใน พริ้งพราวเดินตามต้นหอมเข้าไปผู้คนแออัดมีทั้งกลิ่นควันบุหรี่ กลิ่นแอลกอฮอล์ คลุ้งไปหมด เหม็นก็เหม็น
เมื่อทั้งสองเดินผ่านผู้คนที่หนาแน่นเข้าไปด้านในจนสำเร็จก็มีผู้ชายอยู่กลุ่มหนึ่งโบกไม้โบกมือเรียก คงจะเป็กลุ่มแฟนของต้นหอมแน่ๆ เลย
"นั่นไง...โต๊ะนั้น"ต้นหอมรีบจับมือเพื่อนให้เดินตามเธอไปติดๆ ภายในนั้นมีทั้งกลิ่นเหล้า กลิ่นบุหรี่กลิ่นน้ำหอม มันเหม็นไปหมด คนก็แน่น พริ้งพราวไม่เคยมาเที่ยวในที่แบบนี้มาก่อนนี่เป็ครั้งแรก ถ้าเพื่อนของเธอไม่คะยั้นคะยอให้เธอมา เธอก็คงไม่มีวันที่จะมาเที่ยวในที่แบบนี้แน่นอน
"นั่งก่อนครับคนสวย"ผู้ชายในกลุ่มคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเมื่อเธอสองคนเดินมาถึงที่โต๊ะ
"พราวอยากดื่มอะไรมั้ย" ต้นหอมถามเพื่อน
"ไม่ล่ะ ต้นหอมดื่มเถอะ"พริ้งพราวปฏิเสธ เพราะเธอไม่รู้จะดื่มอะไรแล้วที่วางอยู่บนโต๊ะมันก็มีแต่สิ่งที่เธอคิดว่าไม่น่าจะอร่อยเลยสักนิด
"ได้ยังไงล่ะครับมาเที่ยวทั้งทีจัดเต็มไปเลยครับ" เสียงผู้ชายคนถัดไปเอ่ยบอกพริ้งพราวพร้อมกับมองมาที่เธอด้วยสายตาแปลกๆ
"ไม่ดีกว่าค่ะ" เธอเห็นสายตาที่มองมาที่เธอแต่ละคน เธอบอกตามตรงรู้สึกกลัวมากๆ
"พราว...อย่าเื่มากน่าพี่เขาให้ดื่มเธอก็ดื่มๆไปเถอะ" ต้นหอมพูดเสริมทันที
"งั้นขอน้ำเปล่าก็ได้ค่ะ"พริ้งพราวไม่รู้จะปฏิเสธยังไง ก็เลยขอเป็แค่น้ำเปล่า ดีกว่าจะต้องดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งเธอไม่ถนัดเอาเสียเลย
"น้ำเปล่า...เฮ้ยมึงจัดให้น้องเค้าหน่อยสิ"ผู้ชายอีกคนพูดพร้อมกับพยักหน้าให้กัน
"ได้เลยครับคนสวย ใหม่ๆก็งี้แหละอีกหน่อยเดี๋ยวก็ชินไปเองแหละครับ"ทำไมพริ้งพราวถึงได้รู้สึกว่าตัวเองไม่ชอบสถานการณ์อะไรแบบนี้เลย กลัวก็กลัวแล้วคนที่พริ้งพราวรู้จักก็มีแค่ต้นหอมคนเดียวเท่านั้นแล้วตอนนี้ต้นหอมก็ไปนั่งข้างๆ ผู้ชายอีกคนซึ่งน่าจะเป็แฟนของเธอตอนนี้พริ้งพราวก็เลยเคว้ง เหมือนนั่งอยู่คนเดียวท่ามกลางผู้ชายที่เธอไม่รู้จักเลย
"นี่ครับน้ำเปล่าแถมน้ำแตงโมปั่นด้วยแก้วนึงครับ" แล้วน้ำเปล่ากับน้ำแตงโมผสมแอลกอฮอล์ก็ถูกเสิร์ฟลงตรงหน้าพริ้งพราวสีสันสวยงามน่าดื่ม
"ขอบคุณค่ะ"แล้วเธอก็รับสองแก้วนั้นมาวางไว้ตรงหน้า
"พราวดื่มน้ำหน่อยสิ"ต้นหอมอีกแล้ว ทำไมถึงอยากให้เธอดื่มมันนักนะ พริ้งพราวเริ่มไม่ค่อยพอใจ
"เรายังไม่หิว" ก็เธอไม่อยากดื่มพริ้งพราวเป็คนขี้กลัว กลัวไปเสียหมด แล้วสถานการณ์แบบนี้มันก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งรู้สึกกลัวมากขึ้น
"ดื่มเถอะน่า...ดื่มแล้วรับรองเธอจะได้ขึ้น์"อุ๊ย! ต้นหอมหลุดปาก
"หมายความว่ายังไง"พริ้งพราวรู้สึกถึงสีหน้าและท่าทางของเพื่อนที่แปลกๆไปแต่เธอก็ไม่ค่อยมั่นใจ
"เราหมายความว่า มันอร่อยมากยังไงล่ะไม่มีอะไรหรอกดื่มสิ"พริ้งพราวเธอทนเพื่อนคะยั้นคะยอไม่ไหว ก็เลยยกแก้วขึ้นดื่มไปหน่อยนึง แล้วก็วางแก้วลงอีกสักพักต่อมา...
"เอ๊ะ! ทำไมรู้สึกร้อนๆต้นหอมเธอร้อนมั้ย" พริ้งพราวเริ่มรู้สึก ถึงความผิดปกติของร่างกายตัวเอง
"ก็ไม่นี่ เธอใส่เสื้อแขนยาวมาหรือเปล่า"ต้นหอมพูดกับเพื่อน แต่สายตามองหน้าผู้ชายคนหนึ่งในกลุ่มที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกันอย่างมีพิรุธ
"งั้นเราขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ"ครั้งนี้พริ้งพราวไม่ฟังเสียง รีบหยิบกระเป๋าแล้วลุกขึ้นออกจากตรงนั้นไปทันทีเธอกำลังรู้สึกกลัวอะไรบางอย่าง เพราะสีหน้าและแววตาของผู้ชายที่นั่งอยู่ด้วยกันมองเธอแปลกๆั้แ่เธอมานั่งแล้ว
"คนสวยเดี๋ยวพี่พาไป"ผู้ชายคนหนึ่งในกลุ่มเสนอตัวที่จะเดินไปเป็เพื่อน
"ไม่เป็ไรค่ะ ฉันไปคนเดียวได้"เธอเดินออกไป โดยมีผู้ชายคนนั้นเดินตามเธอมาติดๆ ตอนนี้เธอรู้สึกกลัวเพื่อนของเธอทำอะไรกับเธอกันแน่ ทำไมรู้สึกร้อนแปลกๆอย่างนี้ แล้วผู้ชายคนนั้น หนึ่งในกลุ่มที่นั่งอยู่ด้วยสายตาที่มองเธอมาั้แ่ที่เธอเข้ามานั่ง เธอรู้สึกว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ
"อย่าตามมานะ"ตอนนี้พริ้งพราวเริ่มวิ่งแล้ว แต่ด้วยความที่ผู้คนแน่นมากเธอเลยไปได้ไม่ไวเท่าไหร่
"อย่าเล่นตัวหน่อยเลยน่าเธอกำลัง้าผมนะสาวน้อย" ผู้ชายคนนั้นเดินตามเธอจนทัน แล้วคว้ามาที่ข้อมือของเธออย่างแรง
"ไอ้บ้า...ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ"เธอผลักผู้ชายคนนั้นอย่างแรง จนผู้ชายคนนั้นเซไปทางด้านหลังเมื่อเธอได้โอกาส เธอจึงรีบวิ่งหนีสุดแรงอีกครั้ง
"ปัก...โอ๊ย!!"