โดยนิสัยแล้วซูลั่วเป็นคนตั้งรับในเรื่องความรัก ซึ่งเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในหมู่เด็กจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าบนดาวรกร้าง
เพราะการถูกพ่อแม่ทอดทิ้งตั้งแต่ยังเล็ก ทำให้พวกเขาโหยหาแต่ก็หวาดกลัวความรู้สึกผูกพัน
แต่ไม่รู้ทำไม แค่คำพูดง่าย ๆ ของฉู่ซิงหลาน กลับสัมผัสจุดที่เปราะบางที่สุดในใจของเธอได้อย่างแม่นยำ
เมื่อมองใบหน้างดงามของอีกฝ่าย และแววตาที่เต็มไปด้วยความผูกพันลึกซึ้ง ซูลั่วก็อดพึมพำออกมาไม่ได้ “ถ้าคุณเป็นแบบนี้ตลอดไปก็คงจะดี”
“พี่สาวอยากให้ช่วงเวลาอ่อนไหวของผมดำเนินต่อไปไม่มีวันสิ้นสุดเหรอครับ?” ดวงตาของฉู่ซิงหลานเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้น เขาค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้ จนกลิ่นฟีโรโมนในอากาศเข้มข้นขึ้นตามไปด้วย
ซูลั่วถึงกับพูดไม่ออก...เธอไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อย!
แต่ในอากาศกลับอบอวลไปด้วยกลิ่นไม้ซีดาร์ที่นับวันยิ่งเย้ายวน
ซูลั่วคิดในใจ ‘บางที...นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว’
เธอหลุบตาลงเล็กน้อย เอื้อมมือไปโอบรอบคอของฉู่ซิงหลาน แล้วประทับจูบลงไปตรง ๆ
ฝ่ายหนึ่งต้องการทำทุกอย่างเพื่อเอาใจคู่ของตน ส่วนอีกฝ่ายก็คิดว่านี่คือค่ำคืนสุดท้าย จึงไม่จำเป็นต้องเก็บซ่อนความรู้สึกไว้อีกต่อไป
ในที่สุด ท่ามกลางกลิ่นหอมเข้มข้นของไม้ซีดาร์ ก็ได้มีกลิ่นหอมหวานของกุหลาบเข้ามาผสานอย่างลงตัว
“พี่สาวครับ กลิ่นฟีโรโมนของพี่...ผมชอบมากเลย!”
“หุบปากน่า”
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านมู่ลี่เข้ามา ตกกระทบบนเตียงคู่ที่ถูกนำมาประกบติดกัน
ชายหนุ่มผู้มีหูจิ้งจอกปุกปุยค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้กลิ่นฟีโรโมนที่ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ
เมื่อก้มลงมอง ก็พบว่าสองมือของตนกำลังกอดรัดร่างของผู้หญิงในอ้อมแขนไว้แน่น
ฉู่ซิงหลานถึงกับตัวแข็งทื่อ...
เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงอ่อนไหวยังคงฝังแน่นอยู่ในหัวของเขาอย่างชัดเจน
และภาพที่ชัดเจนที่สุดก็คือ...ตัวเขาที่เอาแต่เกาะติดผู้หญิงคนนี้ไม่ห่าง แถมยังออดอ้อนสารพัด!
บนใบหน้าหล่อเหลาฉายแววหงุดหงิดอย่างชัดเจน เขากำหมัด ดึงมือกลับ แล้วลุกขึ้นสวมเครื่องแบบที่รีดเรียบกริบ
ก่อนจะจากไป ฉู่ซิงหลานเหลือบไปเห็นเสื้อผ้าของตัวเองที่กองอยู่ในตู้เสื้อผ้าของอีกฝ่าย มุมปากของเขาพลันกระตุกขึ้นอีกครั้ง
ไม่อยากจะยอมรับเลยจริง ๆ ว่าไอ้คนที่ทำตัวน่ารำคาญในช่วงเวลาอ่อนไหวนั่นคือตัวเอง!
เขาทำหน้าเย็นชาแล้วหันหลังเดินจากไป และในวินาทีที่ก้าวออกจากห้องพักแคบ ๆ แห่งนั้น เขาก็กลับคืนสู่ร่างองค์ชายเก้าผู้ลึกลับ เย็นชา และทรงอำนาจตามคำร่ำลืออย่างสมบูรณ์แบบ!
เมื่อเสียงประตูปิดลงพร้อมกับเสียงคลิก ซูลั่วที่นอนอยู่บนเตียงก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
‘ทุกอย่างคงจะจบลงแล้วสินะ’ เธอคิด ‘อีกไม่นานก็คงจะได้รับข้อความขอยกเลิกการแต่งงาน’
ในความเป็นจริง ฉู่ซิงหลานที่นั่งอยู่บนยานบินกำลังก้มหน้ามองข้อมูลส่วนตัวบนสมองกลของตนเอง ในช่องคู่สมรสปรากฏชื่อ [ซูลั่ว]
บีสต์แมนในช่วงอ่อนไหวอาจจะไม่สนใจอะไรมากนัก แต่สัญชาตญาณพื้นฐานยังคงอยู่ และสัญชาตญาณนั้นก็บอกฉู่ซิงหลานว่าผู้หญิงคนนี้เหมาะสมกับเขาอย่างยิ่ง
และความรู้สึกที่เขาชอบกลิ่นฟีโรโมนของเธอก็เป็นเรื่องจริง
เพียงแต่การแต่งงานด้วยวิธีนี้ แถมยังต้องมาใช้ช่วงเวลาอ่อนไหวร่วมกันอีก มันช่างเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดเกินไปจริง ๆ!
โดยเฉพาะ...การที่เขาไปออดอ้อนเธอสารพัด!
ฉู่ซิงหลานนวดขมับ แล้วหันไปพูดกับหลัวจี๋ นายทหารคนสนิทที่พยายามทำตัวลีบที่สุดอยู่ข้าง ๆ “ตอนนั้นทำไมนายไม่ห้ามฉัน?”
หลัวจี๋แทบจะม้วนตัวเป็นก้อนด้วยความคับข้องใจ “องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะไปกล้าห้ามพระองค์ได้อย่างไร? อีกอย่าง องค์ราชินีก็ทรงมีรับสั่งให้กระหม่อมพาพระองค์มาส่งที่นี่ กระหม่อมก็ทำได้แค่ปฏิบัติตามนะพ่ะย่ะค่ะ”
ในใจของหลัวจี๋นั้นคิดว่า ‘ฝ่าบาท ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจำต้องโยนความผิดให้ฝ่าบาทแล้ว เพราะถ้าองค์ชายพิโรธขึ้นมา กระหม่อมรับไม่ไหวจริง ๆ!’
ฉู่ซิงหลานแค่นเสียงเย็นชา “ดูท่าช่วงนี้นายจะว่างมากสินะ งั้นก็ไปดาวรกร้างสักรอบแล้วกัน ได้ข่าวว่าแถวนั้นมีโจรสลัดอวกาศชุกชุม ถ้ายังตัดหัวพวกมันไม่ได้สักสองสามหัว ก็ไม่ต้องกลับมารายงานตัว”
“พ่ะย่ะค่ะ...o(╥﹏╥)o”
ฉู่ซิงหลานกลับไปยังที่พักของตนเองเป็นอันดับแรก เขาอาบน้ำร้อนเพื่อชะล้างกลิ่นกุหลาบที่หอมหวานจนเลี่ยนให้หมดไป
ไม่คิดเลยว่าผู้หญิงที่ดูเย็นชาคนนั้น จะมีฟีโรโมนเป็นกลิ่นกุหลาบหอมหวาน
เขาเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเครื่องแบบที่รีดเรียบกริบ แล้วมุ่งหน้าไปยังพระราชวัง
ในสวนกุหลาบของพระราชวัง องค์ราชินีสือหลานในชุดกระโปรงยาวสีทองสง่างามกำลังตัดแต่งกิ่งกุหลาบอยู่
แม้จะเป็นถึงเผ่าเงือกผู้ทรงพลัง แต่พระองค์ก็จากท้องทะเลมานานแสนนานแล้ว
ราวกับกุหลาบที่ถูกเล็มหนามออก แล้วนำไปปักไว้ในแจกันคริสตัลอันงดงาม
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า สือหลานก็ตรัสขึ้นโดยไม่หันกลับมามอง “ซิงหลาน ลูกมาได้จังหวะพอดี ไปช่วยแม่หยิบแจกันคริสตัลใบโปรดของแม่มาที”
ฉู่ซิงหลานถึงกับพูดไม่ออก แต่ก็ยังคงหันหลังกลับไปหยิบแจกันใบโปรดของพระมารดามาให้
สือหลานเลือกกุหลาบที่ชอบที่สุดไว้สองสามดอก พระนางตัดแต่งกิ่งเล็กน้อยแล้วจึงนำไปใส่ในแจกัน ก่อนจะรับสั่งกับข้ารับใช้ว่า “นำไปไว้ที่ห้องนอนของข้า”
“เพคะ ฝ่าบาท”
สือหลานเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นใบหน้าบึ้งตึงของโอรส พระองค์ก็แย้มสรวล “มาดื่มชายามบ่ายกับแม่สิ”
“เสด็จแม่ ตอนนี้เพิ่งจะยามเช้าเองนะพ่ะย่ะค่ะ!”
“อ้อ งั้นก็แปลว่าลูกเพิ่งจะลงมาจากเตียงของนางสินะ?”
“...”
บทสนทนาจบลงทันที ถ้าคนตรงหน้าไม่ใช่แม่แท้ ๆ ของเขา ป่านนี้คงได้เห็นดีกันไปแล้ว
สือหลานประทับลงบนเก้าอี้ยาวในสวน ให้หุ่นยนต์รับใช้นำน้ำเต้าหู้หวานและอาหารเช้าของฉู่ซิงหลานมาเสิร์ฟ เมื่อเห็นโอรสไม่มีกะจิตกะใจจะกิน พระองค์ก็แย้มสรวลแล้วตรัสว่า “ลูกยังไม่ได้ยกเลิกการแต่งงานใช่หรือไม่?”
ถูกเผงอีกแล้ว...
ผู้บัญชาการที่ขึ้นชื่อว่าอารมณ์ร้ายที่สุดในดาวอัลฟ่าได้แต่ตอบเสียงอู้อี้ “พ่ะย่ะค่ะ แต่ลูกไม่อยากแต่งงานกับนาง”
“แต่การที่ลูกไม่ได้ยกเลิกการแต่งงานกับนางในทันที ก็พิสูจน์แล้วว่าลึก ๆ ลูกรู้ดีว่านางเหมาะสมกับลูกมาก ซิงหลาน การจับคู่พันธุกรรมที่เข้ากันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็คือบุพเพสันนิวาส ทำไมไม่ลองทำความรู้จักกันต่อไป ให้โอกาสกันและกันหน่อยไม่ได้หรือ?”
“เสด็จแม่ ไม่ใช่ว่าการจับคู่พันธุกรรมที่เข้ากันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ทั้งหมดจะเป็นบุพเพสันนิวาสนะพ่ะย่ะค่ะ อย่างเช่นเสด็จแม่กับเสด็จพ่อ...”
รอยยิ้มอ่อนโยนบนมุมปากของสือหลานค่อย ๆ จางหายไป
ฉู่ซิงหลานเม้มปาก “ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ เสด็จแม่ ลูกพลั้งปากไป”
สือหลานไม่ได้พิโรธ พระนางเงยหน้าขึ้น ทอดพระเนตรผ่านสวนดอกไม้อันงดงามออกไปไกลแสนไกล แต่ก็ยังคงไม่เห็นทิวทัศน์นอกกำแพงวัง
“ซิงหลาน แม้อำนาจสูงสุดจะเจิดจรัส แต่ในขณะเดียวกันมันก็มาพร้อมกับพันธนาการมากมายที่ทำให้เราต้องสูญเสียบางอย่างไป แม่ไม่อยากให้ลูกต้องเข้าไปติดอยู่ในวังวนนั้น”
ฉู่ซิงหลานเงยหน้าขึ้น “ถ้าเช่นนั้น ที่จริงแล้วเสด็จแม่ต้องการให้ลูกอยู่กับซูลั่วใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ?”
“ลูกโง่ของแม่ สถานการณ์ของพวกเรากับพวกเจ้าไม่เหมือนกัน แม่จะไม่บังคับให้ลูกต้องเลือกอะไร เพียงแต่หวังว่าลูกจะให้โอกาสตัวเองได้ลองดูสักครั้ง ถ้าถึงที่สุดแล้วมันยังไม่ได้ผล ก็ค่อยเลือกในสิ่งที่ใจลูกต้องการ”
ฉู่ซิงหลานไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาอยู่เป็นเพื่อนพระมารดาจนเสวยพระกระยาหารเช้าเสร็จ แล้วจึงลุกขึ้นจากไป
เขากลับไปยังกองบัญชาการทหาร ทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการสะสางงานที่คั่งค้าง พยายามไม่คิดถึงเรื่องแต่งงาน และไม่คิดถึงผู้หญิงคนนั้น
ในทางกลับกัน ซูลั่วกำลังจ้องมองสมองกลของตัวเองด้วยความสงสัย
หรือว่าสมองกลจะเสีย?
ทำไมเธอถึงยังไม่ได้รับคำร้องขอยกเลิกการแต่งงานจากฉู่ซิงหลานเลยล่ะ?