ไตเติ้ลขยี้ตา
มองป้ายราคาขายบ้านสลับกับตัวบ้านหลังใหญ่อยู่นาน
ให้ประเมินราคาจากสายตากับบ้านเดี่ยวมีบริเวณพื้นที่ใช้สอยกว้างขนาดนี้ แถมอยู่ในซอยก็ไม่ได้ลึกเท่าไหร่ให้คิดยังไงมันก็ไม่มีทางต่ำกว่าสี่ห้าล้านแน่ ๆ ราคามันควรจะอยู่สักสี่ล้านห้าไปจนถึงห้าล้านห้าเลยเสียด้วยซ้ำ
“ป๊ะป๋า ลูกพลับกลัว”
อยู่ ๆ เด็กน้อยก็พูดขึ้นมาดึงความสนใจของชายหนุ่มออกจากบ้านหลังโตนั้นได้ทันควัน
ทิดวัฒน์ก้มลงมองลูกชายที่นั่งอยู่ในกระบะข้างของรถมอเตอร์ไซค์เห็นชัดเจนเลยว่าเริ่มทำหน้าเบะ อยากจะร้องไห้ออกมา แต่น่าจะเพราะเขาเคยบอกว่ารำคาญเด็กที่ร้องไห้แหกปากเสียงดังน่าหนวกหูลูกพลับจึงพยายามกัดฟัน กลั้นเอาไว้อย่างเต็มที่ไม่ปล่อยเสียงโฮออกมาทั้งที่ตัวสั่นจะแย่อยู่แล้ว
‘เวรล่ะสิ! ตั้งใจจะแค่วิ่งรถผ่านแป๊บเดียวป้ายราคาทำเอาเผลอจอดรถดูเข้าจนได้’
เห็นปฏิกิริยาของลูกชายก็เริ่มหวั่นใจชายหนุ่มรีบอุ้มเ้าตัวเล็กขึ้นมากอด จับให้หันหน้าซุกเข้ากับแผ่นอกของตนเองจะได้ไม่ต้องมองไปที่บ้านหลังนั้นอีก
“ลูกพลับบอกว่ากลัว แปลว่าหนูมองเห็นอะไรใช่ไหมครับ”
ภานุวัฒน์ถาม เด็กชายขบริมฝีปากแน่นพยักหน้ารับหงึก ๆ โดยไม่พูดออกมา
“ไม่ต้องกลัวแล้วนะป๊ะป๋ากอดลูกพลับเอาไว้อย่างนี้พวกนั้นจะเข้ามาทำอะไรลูกพลับไม่ได้เด็ดขาด”
ไตเติ้ลพูดพร้อมกับลูบหัวปลอบใจลูกชาย
“ป…ป…ป่ะ…ป๊ะ..ป๋า ก็เห็นเหรอครับ” เ้าตัวเล็กซักขณะที่ซุกหน้าหลบเข้ากับแผ่นอกของพ่อ
“Full HD เลยล่ะครับ” ไตเติ้ลตอบ
“ฟ…ฟู? เห็…ด? ดี?”
ลูกพลับหน้าเหวอ ไอ้ความกลัวสุด ๆเมื่อกี้หายวับไปในทันทีเมื่อป๊ะป๋าพูดอะไรแปลก ๆ ออกมา
ฟู? เห็ดดี? ที่บ้านหลังนั้นมีเห็ดเยอะเหรอป๊ะป๋าจะเข้าไปเก็บเห็ดในบ้านหลังนั้นมากินเหรอ? ที่นั่นมีแต่ผีหน้าตาเละๆ แปลก ๆ น่ากลัวจะตายไป
“Full HD ครับ ไม่เกี่ยวกับเห็ด” ไตเติ้ลตอบ พยายามกลั้นหัวเราะ
หมดกันเ้าลูกพลับบรรยากาศตึงเครียดทั้งหมดหายไปกับเห็ดดี ๆ ฟู ๆ ของลูกพลับหมดแล้วเนี่ย
“ฟลู เอช ดี แปลว่า คมชัดมาก ๆ ครับ” ป๊ะป๋าอธิบาย
ภานุวัฒน์ลืมไปว่าโลกในปี พ.ศ. 2538 นั้นยังไม่มีภาพในระดับความละเอียดแบบFull HD กล้องถ่ายรูปก็ยังใช้ฟิล์มโทรศัพท์มือถือก็ยังเป็ระบบดาวเทียมรุ่นกระติกน้ำกับโทรทัศน์ก็ยังเป็เสาอากาศแบบก้างปลากับหนวดกุ้งอยู่เลยและไตเติ้ลก็ไม่รู้ตัวเลยด้วยว่าการที่ตอบลูกชายไปแบบนั้น จะทำให้ลูกพลับเข้าใจผิดไปเป็ว่าคำว่า Full HD นั้น เป็คำศัพท์ภาษาอังกฤษ แปลว่ามองเห็นชัดมาก
“งั้นเดี๋ยวเรากลับบ้านกันก่อนแล้วกันป๊ะป๋ายังค้างเล่านิทานภาษาอังกฤษให้ลูกพลับฟังไม่จบเลยเนาะ”
ไตเติ้ลตบมือลงเบา ๆที่กลางหลังเ้าตัวเล็กเป็การปลอบใจ
ลูกพลับพยักหน้ารับแล้วก็กอดพ่อเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยสุดท้ายแล้วป๊ะป๋าจึงพาลูกชายขี่รถกลับไปในท่าทางที่ถูกเกาะเป็ลิงแม่ลูกอ่อนไปทั้งอย่างนั้น
ชายหนุ่มคิดถึงตนเองตอนที่ยังเด็ก ๆในตอนนั้นเขาก็เป็เด็กที่มีจิตอ่อนและมองเห็นภูตผีิญญาง่ายแบบนี้แหละทุกคนบอกว่าผ่านไปสักพักพอโตขึ้นก็จะค่อย ๆ หายไปเอง แต่ที่ไหนได้พอยิ่งนานวันเข้าเื่เหล่านี้มันก็กลับยิ่งชัดเจนมากขึ้นจนกระทั่งถึงวันหนึ่งที่เขาเริ่มพาเพื่อนที่ไม่ใช่คนกลับมาที่บ้าน[1]คุณปู่ของไตเติ้ลที่พอจะเป็คนมีวิชาอาคมก็ลุกขึ้นมาโวยวายบอกว่าจะปล่อยไปแบบนี้ไม่ได้แล้วถ้าเป็อย่างนี้ต่อไปสักวันคงได้มีผีมาพาไปอยู่ด้วยอย่างแน่นอน
หลังจากนั้นคุณปู่ก็เที่ยวหาเครื่องรางของขลังมาให้เขาใส่พาไปบวชเณร่หยุดเรียนภาคฤดูร้อน ทั้งยังสอนคาถาอาคมต่าง ๆให้เขาพอจะได้มีติดตัวเอาไว้ใช้ป้องกันตัวเอง
……..
………..
เออ…คิด ๆดูแล้วถ้าการมองเห็นผีของลูกพลับนั้นไม่ใช่เพราะความเป็เด็กสื่อง่ายธรรมดา ๆแต่อาจเป็ผลกระทบสืบเนื่องจากการมีจิตมารสิงอยู่ในตัวล่ะ?
ถ้าเป็แบบนั้นมันน่าจะอันตรายใช่เล่นเลยทีเดียวนะ
ว่าไปแล้วลูกพลับก็อายุเจ็ดขวบแล้วด้วยมันเลยวัยของเด็กสามถึงห้าขวบที่น่าจะมองเห็นอะไรประหลาด ๆ ไปแล้วนี่นา
"ลูกพลับมองเห็นพวกคนหน้าตาโทรม ๆในบ้านหลังเมื่อกี้ด้วยเหรอครับ?"
ภานุวัฒน์ถามหลังจากขี่รถออกมาจากซอยแล้ว
"เขาเป็คนเหรอครับ? ลูกพลับนึกว่าผี"
เด็กชายถามตาแป๋ว พอออกมาจากสถานที่อย่างนั้นได้แถมยังถูกป๊ะป๋ากอดเอาไว้แน่นความกลัวของเด็กชายก็หายแวบไปได้ทันที
"เอ่อ…ก็ผีนั่นแหละครับแต่ก่อนที่จะเป็ผีเขาก็เคยเป็คนมาก่อนแล้วถ้าเราไปพูดให้คนอื่นได้ยินว่าสิ่งที่เราเห็นนั้นเป็ผีคนอื่นก็จะหวาดกลัวหรือพานเข้าใจว่าเราเป็คนขี้โกหกเพราะฉะนั้นป๊ะป๋าก็เลยตัดปัญหาเรียกพวกเขาว่าคนแทนครับ" ไตเติ้ลอธิบาย
"มิน่าล่ะเวลาลูกพลับบอกกับคนอื่นถึงได้มีแต่คนหาว่าลูกพลับเพ้อเจ้อ" เด็กชายสีหน้าสลด
พวกผีที่มาให้ลูกพลับเห็นส่วนใหญ่จะหน้าเหวอะเืโชก หรือเจตนาแลบลิ้นปลิ้นตาหลอกให้กลัว ตอนที่เห็นลูกพลับกลัวมากเลยแท้ ๆแต่พอไปบอกกับคนอื่นหรือขอให้ใครมาอยู่เป็เพื่อนเพราะกลัวผีก็มีแต่คนว่าลูกพลับโกหกเรียกร้องความสนใจทั้งนั้นเลย
"ส่วนใหญ่แล้วถ้าเขาไม่เห็นอย่างเราเขาก็ไม่เชื่อหรอกครับว่าเราเห็นอะไร"ภานุวัฒน์ลูบหัวปลอบใจลูกชาย
"ป๊ะป๋าก็เห็นเหรอครับแล้วทำไมแต่ก่อนพ่อหาว่าลูกพลับเพ้อเจ้อ ตอนที่มีคนมายืนอยู่ข้าง ๆ หน้าประตูบ้านเราแล้วลูกพลับก็ไม่กล้านอนคนเดียว"
เด็กชายยิ่งทำหน้าจ๋อยหนักขึ้นทุกทีน้ำตาเริ่มเอ่อคลอเบ้าจนแทบจะล้นเขื่อน
"ง่า…นั่นเป็พ่อภาคที่กำลังเมาแล้วก็โง่มากไงครับเลยมองไม่เห็นผี ขอโทษด้วยนะครับที่ตอนนั้นให้ลูกพลับนอนคนเดียวทั้ง ๆที่ลูกพลับกลัวมาก" ไตเติ้ลปลอบใจเด็กน้อยทั้งลอบถอนหายใจอยู่ในอก
นี่มันเป็ครั้งที่เท่าไหร่แล้ววะที่เขาต้องมาขอโทษแทนกับพฤติกรรมชั่ว ๆ ของไอ้เดชพ่องสารเลวเนี่ย
เด็กเล็กปกติไม่ต้องมองเห็นผีก็มักจะผวาหวาดกลัวจินตนาการของตัวเองไปเรื่อยอยู่แล้วแต่เด็กคนนี้นอกจากจะมองเห็นผีได้บ้านก็ยังอยู่ข้างวัด ใกล้กับเมรุเผาศพที่พวกผีเดินเพ่นพ่านกันขนาดนั้นน่าจะมองเห็นพวกมันมาั้แ่จำความได้เลยล่ะมั้งเนี่ยแล้วยังต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียวกับพ่อขี้เมาแถมล้อมรอบไปด้วยพวกผี ๆจากป่าช้าข้างวัดอีกเนี่ยนะ?
สอบถามกันไปสอบถามกันมาประมาณหนึ่งก็ได้คำตอบชัดเจนแล้วล่ะว่าเด็กลูกพลับคนนี้สามารถมองเห็นภูตผี ได้เหมือนกับไตเติ้ลจริง ๆ จะเป็เพราะด้วยจิตมารหรือไม่นั้นไม่สำคัญหรอกมันสำคัญที่ประเด็นว่า หากคนเรากลัวผีมาก ๆ นั้นจะไม่ส่งผลดีสักเท่าไหร่เพราะจิตที่หวาดกลัวจะไม่มั่นคง สั่นไหว เปรียบเหมือนหยดน้ำที่มีขนาดเล็กจิ๋วผิดกับพวกจิตมาดร้าย อาฆาต…
อืมถ้าจะให้พูดตามภาษาในนิยายแล้วก็น่าจะเรียกได้ว่าคือจิตมาร พวกนี้จะแข็งแกร่งมีขนาดใหญ่ และมีพลังแรงมาก ซึ่งพวกมันจะฉวยโอกาสกับจิตที่ไม่มั่นคงกับความหวาดกลัวของมนุษย์ เข้าสิงสู่และควบคุมคนคนนั้น
เอ๊ะ?
หรือนี่จะเป็สาเหตุที่ทำให้เด็กคนนี้ถูกจิตมารสิงตามท้องเื่ในนิยายนะ?
นั่นสิ ลูกพลับออกจะเป็เด็กเรียบร้อย น่ารักนิสัยดีขนาดนี้ ไม่มีทางจะโตขึ้นไปเป็เด็กแว้นสันดานอันธพาลได้เองอยู่แล้วถ้าไม่เจอการเสี้ยมสอนของไอ้จิตมารที่มองไม่เห็นเนี่ย
‘......’
เอาจริงดิ?
ถ้าเป็อย่างนั้นนี่น่าโมโหไอ้คนเขียนนิยายเื่นี้มากที่สุดเลยนะทำไมถึงวางพล็อตให้เด็กที่น่ารักนิสัยดีขนาดนี้โตไปเป็ผีร้ายโดยที่ไม่ใช่นิสัยและเจตนาของเด็กเลยได้วะเนี่ย
โชคดีของคนเขียนเลยนะที่ไตเติ้ลจำชื่อนักเขียนที่เขียนนิยายเื่นี้ไม่ได้ไม่อย่างนั้นถ้าเขาทะลุมิติหลุดออกไปจากโลกนี้ได้เมื่อไหร่ล่ะก็
เ้าคนเขียน...
อย่าได้คิดเชียวนะว่าแกจะมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขได้น่ะ!
[1]หึ!พูดแล้วก็เศร้า แต่อ้างอิงจากประสบการณ์จริงค่ะ ตอนป.5 คุณนักเขียนเองก็เคยพาตัวแบบนี้กลับมาที่บ้านเหมือนกันแล้วมันก็มาขี่หลังเรา ทำเราปวดหลังจนดิ้นพล่าน ป๊ะป๋า(ของไรต์)ก็ต้องมาพ่นน้ำมนต์จัดการไล่ผีให้เราT^T -ป๊ะป๋าของไรต์ก็มองเห็นผีมาั้แ่เด็กๆ เหมือนคูมป๊ะป๋าของลูกพลับเลยค่ะ แต่ป๊ะป๋าโชคดีกว่าเรา ไม่ค่อยเจอผีตัวโหด ๆสักเท่าไหร่