ตอนที่ 29 มณีทักษะ
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
มณีทักษะสามารถตรวจสอบได้ง่าย เพียงแค่เวเนเตอร์กวาดััสปีริตเข้าไปในมณีทักษะ ข้อมูลคร่าวๆ ก็จะปรากฏขึ้นในหัว
ไม่มีใครรู้ว่ามณีทักษะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร
และไม่มีใครรู้ว่าทำไมมันถึงอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มัน
เมื่อเฟิร์สทำการตรวจสอบมณีทักษะชิ้นนี้ สีหน้าอันยินดีของเขาก็จางลง
เมื่อเขาพบว่าทักษะที่อยู่ในมณีคือทักษะการโจมตี
ทักษะนี้สามารถเรียกรยางค์สีแดงออกมาโจมตีได้เท่านั้น แน่นอนว่านี่คือทักษะการโจมตีของนางพญาตัวนั้น
อย่างไรก็ตามความร้ายกาจของทักษะนี้ก็คือรยางค์สีแดงที่เรียกออกมาจะแข็งแกร่งเหมือนเหล็กกล้าที่สามารถใช้ได้ทั้งโจมตีและปกป้องตนเอง
เรียกได้ว่าหากเวเนเตอร์ที่มีไอเทมสปีริตไร้ประโยชน์ได้มันไป มันก็จะกลายเป็ผู้ช่วยอย่างดีให้กับพวกเขา
“น่าเสียดายที่มันไม่ใช่มณีทักษะสายสนับสนุน ฉันสามารถนำมันไปประมูลกับนิวโฮปได้ อย่างน้อยๆ อาจจะทำให้ฉันได้รับแกนสปีริตมาบ่มเพาะได้จำนวนไม่น้อย” เด็กหนุ่มเอ่ย
เนื่องจากมณีทักษะเป็ของหายาก น้อยครั้งนักที่จะมีโอกาสพบมัน มันจึงไม่ใช่สิ่งของที่มีขายตามร้านค้าทั่วไป
การปรากฏของมันแต่ละครั้ง หากผู้ที่โชคดีไม่ใช้มันด้วยตนเอง ก็จะมีการเปิดประมูลเพื่อซื้อขายมัน
เรียกได้ว่าการลงเทรดในครั้งเฟิร์สได้รับกำไรอย่างมหาศาลมากทีเดียว
“เดี๋ยวก่อน ทำไมแกนสปีริตนี้ถึงมีลวดลายปรากฏขึ้นด้วย” เฟิร์สเอ่ยอย่างประหลาดใจ
เมื่อเขาพบว่าแกนสปีริตที่เขาได้รับมาจากมอนสเตอร์นางพญานั้นมีแสงสีน้ำเงินเจือจางอยู่ข้างในนั้นด้วย ทั้งๆ ที่แกนสปีริตทั่วไปควรจะเป็สีขาวบริสุทธิ์
“จะว่าไปฉันก็ไม่เคยเห็นแกนสปีริตจากมอนสเตอร์นางพญาด้วยสิ หรือมันจะมีอะไรพิเศษกว่าแกนสปีริตมอนสเตอร์ตัวอื่น?”
ความสงสัยปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
แกนสปีริตของนางพญานั้นหาดูได้ยากมาก แม้แต่นิวโฮปก็ไม่เปิดเผยข้อมูลออกมา
นั่นหมายความว่ามันอาจจะมีความพิเศษอย่างที่เฟิร์สคิดไว้จริงๆ
“ฉันควรใช้มัน หรือนำมันไปขายดี?”
เฟิร์สตัดสินใจแล้วว่าจะบ่มเพาะวิถีกระบี่ แต่ถึงอย่างนั้นเส้นทางของเซียนกระบี่จำเป็ต้องใช้ร่างกายที่แข็งแกร่งเช่นกัน
ดังนั้นเขาจึงจำเป็ต้องฝึกฝนเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายา เพื่อจะรองรับการเข้าสู่วิถีกระบี่ที่แข็งแกร่งยิ่งๆ ขึ้นไป
มีหลายครั้งที่วิถีกระบี่หันย้อนกลับมาทำร้ายผู้ฝึกฝนกระบี่
การออกกระบี่ครั้งหนึ่งของวิถีกระบี่สามารถสร้างการโจมตีอันรุนแรงได้ หากร่างกายอ่อนแอแน่นอนว่าต้องไม่สามารถรองรับพลังเหล่านี้ได้ไหว
เฟิร์สที่ฝึกฝนวิถีกระบี่ที่หนึ่งได้สำเร็จก็ตระหนักถึงเื่นี้ได้ทันที เพราะมือข้างที่ถือกระบี่ของเขาในตอนนี้ปรากฏาแนับไม่ถ้วนออกมา
หากเขาไม่สามารถจบการต่อสู้ด้วยกระบวนท่านั้น มิคาดว่าเขาอาจจะได้รับาเ็มากกว่านี้แน่
เพราะร่างกายที่อ่อนแอนี้ทำให้เขาสามารถใช้วิถีกระบี่ที่หนึ่งออกมาได้เพียงแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น
ความจริงแล้วท่านอาจารย์ของเขามีเคล็ดวิชาฝึกฝนกายาอยู่มากมาย แต่ในตอนนั้นเขาเลือกที่จะบ่มเพาะเคล็ดวิชากายากระบี่ที่อยู่ในมรดกเซียนกระบี่มากกว่า
เพราะเคล็ดวิชากายานี้สามารถทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งราวกับกระบี่ และสามารถใช้ร่วมกับกระบี่ได้อย่างเยี่ยมยอด
เขาในตอนนี้เป็ถึงผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้า จึงไม่ได้กังวลหาก้าที่จะปรุงยา
แต่ปัญหาก็คือวัตถุดิบต่างๆ ที่จะต้องใช้เขาจำเป็ต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อที่จะได้มันมา
เฟิร์สจึงไม่ได้ใส่ใจกับทรัพย์สมบัติที่เขาพึ่งได้มามากนัก เพราะเขา้าที่จะขายมันมาั้แ่แรกอยู่แล้ว ยิ่งมณีทักษะที่สามารถทำงานได้มากกว่าพันล้านแล้ว เขาย่อมต้องขายมันออกไปแน่
“การบ่มเพาะเคล็ดวิชากายากระบี่จำเป็ต้องใช้พลังงานจำนวนมาก ฉันจึง้าแกนสปีริตที่จะบ่มเพาะมัน”
เฟิร์สตั้งใจที่จะนำเงินไปซื้อแกนสปีริตจำนวนมากเป็อันดับแรก
แม้เขาจะสามารถกู้เงินได้จำนวนนับพันล้าน แต่เงินนั่นเขาก็ต้องจ่ายคืน และการบ่มเพาะในระดับสูงเงินจำนวนนี้ย่อมไม่เพียงพอแน่
ดังนั้นเขาจึงต้องจัดการเื่เงินให้ดี
ทว่าตอนนี้เขากำลังจดจ่ออยู่กับแกนสปีริตของนางพญา
เขาไม่รู้ว่าหากนำมันไปขายเขาจะได้เงินมากกว่าแกนสปีริตธรรมดาหรือไม่
แต่ถึงอย่างนั้นความอยากรู้อยากเห็นของเขาในตอนนี้ก็มีมากกว่า
เฟิร์สจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่คาดไม่ถึง
นั่นก็คือการดูดซับแกนสปีริตก้อนนี้เข้าไป
ตอนนั้นเองดวงตาของเขาพลันเบิกกว้างขึ้น
“นี่มันอะไรกัน! ทำไมมันถึงดูดซับได้รวดเร็วขนาดนี้”
เกิดเหตุการณ์ประหลาด
ตามหลักแล้วการดูดซับแกนสปีริตแต่ละก้อนล้วนใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะดูดซับมันได้หมด
แต่ที่ประหลาดไปกว่านั้นก็คือพลังของแกนสปีริตไม่ได้ถูกชักนำให้โคจรไปยังจุดต่างๆ บนร่างกายตามการโคจรของค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อย
พลังงานก้อนนั้นหายเข้าไปในร่างกายของเฟิร์สอย่างไร้ร่องรอย
เสี้ยววินาทีนั้นเอง จิตสำนึกของเขาก็ถูกดึงเข้ามาในสถานที่แห่งหนึ่งที่เขาไม่รู้จัก
สถานที่แห่งนี้แม้ว่าเขาจะไม่รู้จักแต่กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจ
เฟิร์สพบว่าตัวเขาในตอนนี้กำลังอยู่ในสภาพที่ร่างกายเปล่าเปลือย กำลังยืนอยู่ในความมืดที่ไร้ก้นบึ้ง โดยที่้าเป็แสงสว่างที่ตัดกับความมืดอย่างชัดเจน
“ฮิ ฮิ ฮิ”
ตอนนั้นเองเสียงหัวเราะที่ฟังแล้วดูเ้าเล่ห์ก็ดังขึ้น
ในสายตาของเฟิร์สพลันมองเห็นร่างของเ้าของเสียงหัวเราะกำลังร่อนลงมา
มันคือตัวตนที่สวมชุดเกราะประหลาดสีม่วงดำทั้งตัว บนร่างแผ่รัศมีสีน้ำเงินที่บาดตาออกมาจนทำให้มวลอากาศรอบข้างราวกับจะถูกย้อมเป็สีน้ำเงินไปด้วยกัน
การปรากฏตัวของคนผู้นี้ทำให้เฟิร์สรับรู้แรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมา
“นายเป็ใคร?”
ดวงตาสีแดงโผล่ออกมาจากชายชุดเกราะ มันจ้องมองเข้ามาราวกับจะทำให้เฟิร์สถูกกุมขังอยู่ในนั้น
“เ้ามนุษย์กระจ้อยร่อย ช่างบังอาจนัก เ้ากล้าเอ่ยถามถึงนามของข้าผู้ยิ่งใหญ่อย่างนั้นหรือ?”
ตอนนั้นเองดวงตาสีแดงคู่นั้นก็ขยายใหญ่ขึ้น
มันขยายราวกับไม่มีจุดสิ้นสุด จนแทบจะบดบังแสงสว่างจาก้า
นั่นทำให้เฟิร์สรู้สึกประหลาดใจกับภาพนี้มาก
“เ้ามนุษย์ เ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะเอ่ยนามของข้า ต่อให้เ้าทราบมันก็หาได้เป็ประโยชน์กับเ้าไม่ เพราะตอนนี้ ... ข้าจะกินเ้าซะ!” คนผู้นั้นเผยรอยยิ้มอันน่าสยดสยองออกมา
คำพูดของเขาไม่ใช่คำขู่ และเขามีสิทธิที่จะทำมัน
ที่นี่คือก้นบึงของจิติญญาของเด็กหนุ่ม
คนลึกลับผู้นี้้าที่จะกลืนกินเขาเพื่อร่างนี้ เหมือนที่มันเคยทำกับมอนสเตอร์นางพญาตัวนั้น
ถูกต้องแล้ว คนผู้นี้ไม่ใช่มอนสเตอร์แต่มันกลับเป็บางสิ่งที่แฝงอยู่ในจิติญญาของมอนสเตอร์นางพญา
เมื่อมอนสเตอร์นางพญาถูกฆ่าและหลงเหลือแกนสปีริตเอาไว้ เ้าสิ่งนี้จึงติดมากับแกนสปีริตนั้น
ทันทีที่เฟิร์สทำการดูดซับแกนสปีริตก้อนนั้น มันจึงมีโอกาสที่จะกลืนกินร่างของเฟิร์สนั่นเอง
แท้ที่จริงแล้วมอนสเตอร์นางพญาที่เฟิร์สสู้ก่อนหน้านี้ไม่ใช่มอนสเตอร์นางพญาจริงๆ เพราะมอนสเตอร์นางพญาของอบิสแห่งนี้คงจะไม่ร้ายกาจขนาดนี้
ทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นเร็วมาก แม้ที่นี่จะเป็โลกแห่งจิต แต่มันก็ยังรวดเร็วอยู่ดี เพราะว่าสิ่งลึกลับตนนี้แข็งแกร่งและมีอำนาจที่จะทำมันอย่างแท้จริง
สิ่งมีชีวิตตนนี้ไม่ปล่อยให้เฟิร์สได้ถามคำถามอื่นใด มันลงมือกลืนกินจิติญญาดวงเล็กๆ ของเฟิร์สที่อยู่ด้านล่างทันที
ดวงตาสีแดงแผ่พลังอำนาจของสีน้ำเงินจนครอบคลุมโลกแห่งจิตแห่งนี้เอาไว้
เพียงแค่พลังอำนาจที่ครอบคลุมของมันก็สามารถกดดันมนุษย์คนนี้ให้แตกสลายได้แล้ว
ทว่าตอนนั้นเอง
ดวงิญญาที่ดูเล็กจ้อยของเฟิร์ส จู่ๆ ก็ขยายใหญ่
การขยายออกมันบดขยี้อำนาจสีน้ำเงินจนแตกสลาย
ิญญาของเฟิร์สขยายออกไปอย่างไม่หยุดยั้ง
จนกระทั่งในตอนนี้สิ่งมีชีวิตลึกลับนั่นกลับถูกสับเปลี่ยนตำแหน่งจนกลายเป็สิ่งเล็กจ้อยในฝ่ามือของเฟิร์สไปเสียแล้ว!