“พี่ใหญ่ พี่ตงเป่า พวกพี่มาทำอะไรที่นี่หรือ” เกาจิ้งฮวาร้องเรียกพี่ชายอย่างดีใจ “พี่ตงเป่ามาด้วยอย่างนี้ ฉันต้องได้กินบะหมี่เ้าประจำแน่ๆ เลย”
“พี่ตงเป่ารู้ใจหวาหวาที่สุดเลยใช่ไหมล่ะ ไปกันเถอะจิ้งหยวน ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว” หลิวตงเป่ารีบลากเพื่อนให้ออกเดินทันที
“หวาหวา ถุงเท้าของน้องไปเปื้อนอะไรมา” เกาจิ้งหยวนถามเหมือนไม่ใส่ใจ
“อ๋อ...ตอนคาบเรียนศิลปะ ฉันไม่ทันระวัง ก็เลยทำจานสีหล่นใส่น่ะค่ะ เปื้อนนิดหน่อยเอง พี่ชายอย่าเอาเื่นี้ไปฟ้องป้าจางนะคะ” เกาจิ้งฮวาเกาะแขนพี่ชายอย่างเอาใจ
“ใช่ๆ เวลาป้าจางบ่นนะ หูแทบชาเลย” หลิวตงเป่าทำท่ายกนิ้วให้ “ป้าจางบ่นได้สามวันสามคืนไม่มีซ้ำ ฉันว่าต้องให้ป้าจางไปลงสถิติโลกไว้หน่อยก็จะดี”
เกาจิ้งหยวน เกาจิ้งฮวา และหลิวตงเป่านั่งกินบะหมี่ด้วยความหิว ไม่มีใครยอมพูดกับใคร ต้องรอจนกว่าพวกเขาจะจัดการบะหมี่ตรงหน้าจนหมดแต่ละคนจึงเงยหน้าขึ้น
“อิ่ม...อิ่มมาก ท้องฉันจะแตกแล้ว” หลิวตงเป่านั่งลูบท้องตัวเองอย่างสบายใจ
“บะหมี่เ้านี่ยังอร่อยเหมือนเดิมเลยนะคะ วันนี้ฉันกินได้หมดชามโดยไม่ต้องแบ่งให้พวกพี่ช่วยด้วยล่ะ” เกาจิ้งฮวายิ้มให้พี่ชายอย่างมีความสุข “ฉันเก่งแล้วใช่ไหมคะพี่ใหญ่”
“กินเหมือนตอนกลางวันไม่ได้กินอะไรมา หรือว่าข้าวที่โรงเรียนไม่อร่อย” เกาจิ้งหยวนยิ้มให้น้องสาว
เกาจิ้งฮวาก้มหน้าทำเป็ดูมือถือก่อนที่จะตอบคำถาม เพราะเธอกลัวว่าพี่ชายจะจับสังเกตได้ แต่ไหนแต่ไรเกาจิ้งฮวาไม่เคยโกหกพี่ชายสำเร็จเลยสักครั้ง “ตอนกลางวันฉันก็กินเยอะนะคะ แต่วันนี้ต้องวิ่งไปมาอยู่หลายที่ ทั้งต้องไปหาอาจารย์แนะแนวเื่เรียนต่อชั้นมัธยมปลาย ทั้งต้องคอยรวบรวมการบ้านไปส่งอาจารย์ที่ห้องพักอีก พี่ใหญ่ก็รู้ว่างานหัวหน้าห้องน่ะมีเื่ให้ต้องทำเยอะแยะ”
“ใช่ๆ ดีที่ตอนนั้นฉันไม่ได้เป็หัวหน้าห้อง ไม่งั้นป่านนี้ฉันคงต้องวิ่งหัวหมุนเหมือนหวาหวานั่นล่ะ” หลิวตงเป่าพูดเสริม “ว่าแต่หวาหวา เธออยากเรียนต่อชั้นมัธยมปลายที่ไหนเหรอ”
“ฉันกับหวาหวาจะสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่งของเมืองเรา และฉันกับน้องมั่นใจว่าจะต้องได้เรียนอยู่ห้องเดียวกัน” เกาจิ้งหยวนตอบคำถามแทน
“อ้อ...โรงเรียนมัธยมปลาย S นายเคยบอกฉันแล้วนี่นะ แต่นายคงลืมอะไรไปอย่างหนึ่ง ฉันก็จะสอบเข้าที่นี่เหมือนกัน และคิดว่าคราวนี้พวกเราสามคนก็คงจะได้อยู่ห้องเดียวกันด้วย” หลิวตงเป่าพูดอย่างมั่นใจ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้ เพราะพวกเขาทั้งสามเรียกได้ว่าเป็นักเรียนอัจฉริยะประจำโรงเรียนเลยทีเดียว
“ไปกันเถอะ วันนี้ฉันอยากซื้อแฮมเบอร์เกอร์กลับไปไว้กินตอนกลางคืน ตั้งใจว่าจะอ่านหนังสือดึกก็เลยอยากจะตุนเสบียงเอาไว้สักหน่อย” เกาจิ้งหยวนชวน
“นายซื้อให้ฉันด้วยอันหนึ่ง” หลิวตงเป่ารีบบอก
“ลุงหลิวไม่ให้เงินนายมาโรงเรียนหรือไง วันนี้วันเดียว ฉันใช้เงินเก็บทั้งหมดของฉันไปเกือบหมดแล้ว นายนี่มันตัวสิ้นเปลืองจริงๆ” เกาจิ้งหยวนบ่นเพื่อนอย่างไม่ค่อยจริงจังนัก
“พ่อให้เงินฉันเหมือนเดิมนั่นล่ะ เพียงแต่ว่าตอนนี้ฉันเก็บเงินซื้อโน้ตบุ๊กใหม่อยู่น่ะสิ” หลิวตงเป่าบอก
“ทำไมพี่ถึงไม่ให้คุณลุงซื้อให้ล่ะคะ” เกาจิ้งฮวาถาม
“พี่แค่อยากใช้เงินเก็บส่วนตัวซื้อน่ะ อีกอย่างพี่กำลังจะซื้อของขวัญวันเกิดชิ้นใหญ่ให้พ่อด้วย” หลิวตงเป่าตอบยิ้มๆ
“เงินเก็บก็มี เงินค่าทำงานพิเศษก็มี ยังมารีดไถจากฉันที่ได้เงินมาโรงเรียนวันละน้อยนิด” เกาจิ้งหยวนว่าเพื่อน
“อย่างนายเนี่ยนะเงินเก็บน้อยนิด นายสอนพิเศษให้รุ่นน้องมัธยมปีหนึ่งตั้งหลายคน ได้ค่าจ้างมากกว่าที่ฉันไปทำงานพิเศษเสียอีก” หลิวตงเป่าเบะปาก
“ฉันก็ต้องเก็บเงินไว้เตรียมการสิ เผื่อว่าอะไรมันจะไม่เป็ไปตามความคาดหมาย ฉันยังมีน้องสาวที่น่ารักที่ต้องดูแลอีกทั้งคน” เกาจิ้งหยวนลูบศีรษะน้องสาวอย่างเอ็นดู
“เฮ้อ...อิจฉาคนมีพี่น้องจัง” หลิวตงเป่าทำท่าไหล่ตก
เกาจิ้งหยวนกับเกาจิ้งฮวามองหน้ากันก่อนที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง เวลาที่ทั้งสามคนอยู่ด้วยกันช่างมีความสุขจริงๆ
“ร้านนี้น่ะเหรอที่นายอยากกิน” หลิวตงเป่าหยุดอยู่ไม่ไกลจากรถขายแฮมเบอร์เกอร์เท่าไหร่นัก “คนเยอะเหมือนกันนะ สงสัยคงจะอร่อยจริงๆ ว่าแต่นายรู้จักร้านนี้ได้ยังไง”
“ก็รู้มาจากคุณชายหยุนนักชิมประจำห้องของเรายังไงล่ะ รายนั้นสามารถแนะนำร้านเด็ดได้ั้แ่ร้านดังไปจนถึงแผงลอยเลยล่ะ” เกาจิ้งหยวนตอบ
“ฉันลืมนายลูกหมูนั่นไปได้ยังไงนะ จะว่าไป ร้านที่หมอนั่นแนะนำก็เด็ดจริงๆ นั่นล่ะ ฉันยังจำได้ที่หมอนั่นเคยซื้อตั้นปิ่งต้นหอมใส่ไข่ของคุณยายที่อยู่หลังโรงเรียนของเรามาให้ ใครจะไปคิดว่าร้านเก่าๆ แบบนั้นจะทำตั้นปิ่งได้อร่อยและหอมมาก” หลิวตงเป่าทำท่าสูดหายใจ “ไปกันเถอะรีบไปต่อแถวกัน เดี๋ยวจะมืดเสียก่อน แม่เลี้ยงนายจะได้ไม่มาหาเื่พวกนายอีก”
“ฉันไปซื้อให้เองค่ะ พวกพี่รออยู่ที่นี่ก็แล้วกัน” เกาจิ้งฮวาอาสาพร้อมกับแบมือขอเงินพี่ชาย
“พวกนายรออยู่ที่นี่ล่ะ เดี๋ยวฉันจะไปซื้อเอง” เกาจิ้งหยวนพูดพร้อมกับเดินไปต่อแถวอย่างเร็ว
แถวเริ่มขยับไปเรื่อยๆ จนเกาจิ้งหยวนได้เลื่อนไปอยู่ตรงกลางแถวแล้ว มีเด็กชายตัวอวบคนหนึ่งที่กำลังกินแฮมเบอร์เกอร์ในมืออย่างเอร็ดอร่อย เพราะรอเพื่อนที่กำลังต่อแถวอยู่ ซึ่งบังเอิญว่าทั้งสองคนยืนอยู่ด้านหน้าเกาจิ้งหยวนพอดี
“นายจะรีบกินไปไหน เดี๋ยวก็กินหมดก่อนฉันหรอก ถ้าหมดแล้วฉันไม่แบ่งให้นะ” เด็กชายตัวผอมพูดกับเพื่อน
“กินแค่ชิ้นเดียวเอง ในถุงนี่ยังมีอีกตั้งสองชิ้น” เด็กชายตัวอ้วนตอบเพื่อน เขาเปิดปากถุงให้เพื่อนดู ซึ่งเกาจิ้งหยวนก็มองเห็นพอดีว่าเด็กชายสั่งแฮมเบอร์เกอร์ชนิดใด
“พี่ขอโทษนะน้องชาย พี่ไม่ได้ตั้งใจ” เกาจิ้งหยวนก้มลงหยิบแฮมเบอร์เกอร์ใส่ถุงส่งให้เด็กชายร่างอวบอย่างเร็ว
“ขอบคุณครับพี่รูปหล่อ ผมเดินไม่ดูเองล่ะ แต่ว่าผมขอดูก่อนนะเผื่อว่าพี่ชายจะหยิบของผมสลับกับของพี่”
“ดูจากกระดาษห่อ นายก็สั่งเบอร์เกอร์หมูไม่ใช่หรือ พี่ก็สั่งเบอร์เกอร์หมูเหมือนกัน ถ้ามันจะสลับกันบ้างก็คงจะไม่เป็ปัญหาหรอกใช่ไหม” เกาจิ้งหยวนพูดยิ้มๆ
“นั่นสิ เบอร์เกอร์หมูเหมือนกัน พี่ชายเขาก็ยังไม่ได้แกะห่อออกเลยด้วย นายจะพูดจาไร้สาระอยู่ทำไม ไปเถอะรีบกลับบ้านกัน” เด็กชายตัวผอมบอกกับเพื่อน “พี่ชายพวกผมกลับบ้านก่อนนะครับ แฮมเบอร์เกอร์ร้านนี้อร่อยมาก ผมรับรองว่าพี่ชายต้องไม่ผิดหวัง”
เกาจิ้งหยวนมองตามหลังเด็กชายทั้งสองคนอย่างอารมณ์ดี ‘ขอโทษด้วยนะน้องชาย พรุ่งนี้ก็ให้พ่อกับแม่ของน้องชายมาจัดการกับคนขายเอาเองก็แล้วกัน’
“นายยืนยิ้มอะไรอยู่คนเดียว” หลิวตงเป่าถาม
“พวกนายไปไหนกันมา” เกาจิ้งหยวนไม่ตอบคำถาม
“พาหวาหวาไปซื้อปากกาที่ร้านเครื่องเขียนฝั่งโน้นมา นายซื้อเสร็จแล้วใช่ไหม พวกเรารีบกลับบ้านกันเถอะ”