คลืน…คลืน…เปี้ยง!!
เสียงฟ้าร้องกับเสียงฟ้าผ่าที่สลับกันดังขี้นเป็ระยะเป็สัญญาณว่าฝนใกล้จะตกหนัก เด็กน้อยวัย 9 ขวบ รีบวิ่งหาที่หลบฝนพร้อมด้วยสองมือหิ้วตะกร้าที่เต็มไปด้วยขนม
ซ่า…ซ่า…
ฝนเริ่มตกหนักแล้วเพิงสังกะสีที่ใช้หลบฝนเริ่มโยกไปมาเมื่อโดนพายุฝนกระหน่ำ ชาญรู้สึกหวาดระแวงว่ามันจะพังลงมา พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นบ้านร้างหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก เขาตัดสินใจวิ่งผ่าฝนไปบ้านหลังนั้นทันทีเพราะดูท่าแล้วฝนคงไม่หยุดตกเร็วๆ นี้แน่นอน
เมื่อมาถึงบ้านร้างชาญเห็นชายฉกรรจ์จำนวน 5 คน กำลังรุมกระทืบชายคนหนึ่งอยู่บนพื้น เขารีบหลบทันทีด้วยเกรงว่าจะได้รับอันตราย สักพักกลุ่มคนดังกล่าวก็ขับรถออกไปทิ้งให้ชายคนนั้นนอนจมกองเือยู่บริเวณกลางห้อง ชาญรีบวิ่งเข้าไปหาด้วยความสงสาร
“คุณครับเป็ยังไงบ้างได้ยินผมไหม”
เขาเอานิ้วชี้ไปแตะที่บริเวณจมูกปรากฏว่าชายผู้นี้ยังหายใจอยู่ พอรู้ว่ายังมีชีวิตอยู่ก็เริ่มใช้สายตาสำรวจดูร่องรอยาแตามตัว พบว่ามีแผลโดนมีดแทงที่บริเวณหน้าท้องแผลเดียวนอกนั้นเป็แผลฟกช้ำที่เกิดจากการโดนกระทืบ
“คุณครับๆ”
ชาญลองเรียกอีกครั้งพร้อมกับเอายาดมออกมาจากกระเป๋าเสื้อไปอังที่จมูกของชายผู้นั้น
เวลาผ่านไปสักพักฝนก็หยุดตกพร้อมกับชายแปลกหน้าเริ่มฟื้น
“โอ๊ย”
“ฟื้นแล้วเหรอครับ คุณรอผมสักครู่นะครับผมจะไปเรียกคนมาช่วย”
“ไม่เป็ไรเ้าหนูขอบใจมากนะ เธอช่วยหาโทรศัพท์ให้ฉันหน่อยได้ไหมน่าจะหล่นอยู่แถวนี้แหละ”
“ครับ”
“ฮัลโหลมาร์ค ฉันโดนดักทำร้ายนายมารับฉันหน่อยเดี๋ยวจะส่งพิกัดไปให้”
“เ้าหนูนั่นตะกร้าอะไร”
ชาญมองตามนิ้วที่ชี้ไปยังตะกร้าขนมที่อยู่มุมห้องก็ใเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขายังขายขนมให้ป้าไม่หมดแถมสภาพขนมตอนนี้ก็กระจัดกระจายเต็มพื้นไม่น่าจะขายได้แล้ว เขาหน้าซีดทันทีเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้
“เป็อะไรทำไมหน้าซีด”
“ขนมนั่นผมต้องขายให้หมดครับไม่งั้นป้าจะตีผมและคืนนี้ผมคงไม่ได้กินข้าวแล้วต้องนอนนอกบ้านครับ”
ชาญพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทำให้คนฟังรู้สึกหดหู่ใจมาก
“นายท่านๆ เป็ไงบ้างครับ”
ผู้ชายแต่งตัวชุดสูทประมาณ 10 คนวิ่งเข้ามาในห้องพร้อมกับถามขึ้นด้วยความเป็ห่วง
“ยังไม่ตาย เอาเงินให้เด็กคนนี้และพาไปส่งบ้านด้วยนะ”
ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ