พวกเขาเดินตามยามเฝ้าประตูเข้าไปด้านในจวนคหบดีหวัง จากนั้นมีสาวใช้แต่งกายเรียบร้อยผู้หนึ่งเดินนำทางไปยังลานด้านหลัง
เพิ่งเดินมาถึงหน้าประตูเรือน ก็ได้ยินเสียงข้าวของตกแตกกระจัดกระจายดังโครมครามตามมาด้วยเสียงหญิงสาวตะโกนด่าดังลั่น
“ออกไป ออกไป ออกไป! พวกเจ้าทั้งหมดออกไปให้พ้น! ข้าหน้าตาอัปลักษณ์ยิ่งนัก ข้ารู้ว่าพวกเจ้าเห็นข้าเป็นเพียงตัวตลก!ข้าไม่ให้ดู! ไปให้หมด!”
สาวใช้ที่พาเดินนำหน้าถอนหายใจ หันกลับมากล่าวอย่างจนใจว่า “ช่วงนี้แผลที่หน้าของอี๋เหนียงยังไม่ดีขึ้นซ้ำยังปวดมาก นางเลยอารมณ์ไม่ค่อยดี ขอพวกท่านโปรดเข้าใจ”
หมอจางพยักหน้าเล็กน้อย “เจ็บกาย ใจย่อมปั่นป่วน ข้าเจอคนไข้เช่นนี้จนชินไปแล้ว”
สาวใช้ได้ยินเช่นนั้นก็เบาใจ รีบวิ่งไปเปิดประตูห้องเรียกเข้าไปว่า “อี๋เหนียงเจ้าคะหมอจางจากเมืองหลวงของมณฑลมาดูอาการให้ท่านแล้วเจ้าค่ะ!”
“ไสหัวไป!”
ทว่าพวกเขากลับได้ถ้วยชาสีขาวใบหนึ่งที่ถูกเขวี้ยงออกมาแทนคำตอบ
“ระวัง!”
ผู้ติดตามหมอจางร้องเตือนเสียงหลง กู้ฉางสุ่ยมือไว รีบคว้าตัวหมอจางให้ถอยออกมาเล็กน้อยถ้วยชาใบนั้นจึงเฉียดแก้มเขาไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด ก่อนจะกระแทกพื้นแตกกระจายเป็นเศษผงขาวราวกับหิมะ
สาวใช้เห็นเข้าก็ตกใจ รีบวิ่งเข้าไปในห้อง ใช้ทั้งคำหว่านล้อมและอ้อนวอน กว่าจะทำให้อี๋เหนียงสงบลงได้
พวกเถียนฮวนจึงได้ก้าวเข้าไปในห้อง ภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันงาและกลิ่นยาแปลกๆบางอย่าง
สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังอี๋เหนียงผู้ได้รับบาดเจ็บจากน้ำร้อนลวก นางมีใบหน้ารูปไข่เล็กเรียวขนคิ้วเรียวยาวดั่งใบหลิว ดวงตาหงส์เปล่งประกายเต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน ผิวขาวเนียนละเอียดเปล่งปลั่งน่าทะนุถนอมยิ่งนัก
น่าเสียดายที่ตอนนี้แก้มขวาของนางกลับบวมเป่งเป็นปุ่มปม ผิวหนังไม่เรียบเนียนเหมือนก่อนซ้ำยังถูกพอกด้วยน้ำมันงาอีกชั้นหนึ่ง ดูน่ากลัวไม่น้อย
ทว่าเถียนฮวนกลับไม่รู้สึกหวั่นใจเลย
ในอดีตที่โรงหมอตระกูลเถียน นางเคยเห็นคนบาดเจ็บหนักกว่านี้มาแล้ว ใบหน้าถูกลวกเล็กน้อยเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องใหญ่
ทว่าถูกพวกเขาจ้องมองเช่นนี้ ใบหน้าของซูอี๋เหนียงก็เริ่มเปลี่ยนสีอีกครั้ง
“จะรักษาก็รีบรักษา รักษาไม่ได้ก็ไสหัวไป อย่ามายืนหัวเราะเย้ยหยันข้าอยู่ที่นี่!”
หมอจางรีบเบือนสายตาไปทางอื่นก่อนกล่าวว่า “ขออี๋เหนียงยื่นมือมาให้ข้าจับชีพจรด้วยเถิด”
ซูอี๋เหนียงยื่นมือออกมา สาวใช้ก็รีบนำผ้ามาคลุมข้อมือไว้ หมอจางจึงค่อยๆ วางปลายนิ้วลงบนผ้าก่อนจะจับชีพจรอยู่พักหนึ่งแล้วจึงกล่าวช้าๆ “ร่างกายของอี๋เหนียงปกติดี เพียงแต่อาการบาดเจ็บจากแผลน้ำร้อนลวกที่ใบหน้าค่อนข้างรุนแรงเล็กน้อยโชคดีที่ทันทีที่ถูกลวกก็มีการประคบเย็นไว้แล้ว สองวันมานี้ก็ใช้น้ำมันงาทาไว้ตลอดทำให้แผลไม่ลุกลามมากนัก อาการจึงคงที่ แถมยังดีขึ้นเล็กน้อยด้วย อี๋เหนียงโปรดวางใจเพียงทายาอย่างต่อเนื่อง รอจนแผลตกสะเก็ดแล้วก็จะค่อยๆ ฟื้นตัวเอง”
“เรื่องไร้สาระแบบนี้ต้องให้เจ้ามาบอกหรือ หมอที่มาแต่ละคนก็พูดแบบนี้กันทั้งนั้น!บัดนี้ข้าเจ็บปวดยิ่งนัก! อีกอย่าง พวกเจ้าพูดเรื่องสะเก็ดแผล เมื่อสะเก็ดหลุดไปเล่าหน้าข้าต้องมีแผลเป็นแน่นอน เช่นนั้นข้าจะทำอย่างไร ข้าไม่อาจทนไปพบหน้าผู้ใดด้วยใบหน้าอัปลักษณ์เช่นนี้ได้!”ซูอี๋เหนียงพูดอย่างไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย “ถ้ามีวิธีรักษาก็รีบบอกมา ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ไสหัวไปซะ!พวกหมอเถื่อนที่เอาแต่หลอกเอาเงินแบบเจ้าน่ะ ข้าเจอมานักต่อนักแล้ว! ข้าไม่มีเวลามาสนทนากับพวกเจ้า!”
ถ้อยคำเสียดแทงเหล่านี้ทำเอาหมอจางสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่เขาก็สูดลมหายใจลึกแล้วเอ่ยอย่างอดทนว่า “รู้อยู่แล้วว่าท่านโดนน้ำร้อนลวก ข้าถึงได้เตรียมน้ำมันมาขวดหนึ่งตั้งใจจะให้ท่านใช้แต่ไหนๆ ตอนนี้ก็มีคนเอายาที่ดีกว่ามา ท่านก็ลองใช้ของที่ดีกว่าเถิด”
พูดจบ เขาก็โบกมือเรียกเถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยให้เข้ามา
เถียนฮวนรู้สึกตื่นเต้นจนหัวใจสั่นไหว นางรีบคว้าขวดยาจากมือกู้ฉางสุ่ยแล้วเดินเข้าไปยื่นให้ซูอี๋เหนียงด้วยตนเอง“ยานี้คือน้ำมันตัวอ้น มีสรรพคุณถอนพิษ ขับหนอง ฟื้นฟูบาดแผล และบรรเทาอาการเจ็บปวดใช้รักษาแผลน้ำร้อนลวกหรือแผลไฟไหม้ได้ดีกว่าน้ำมันงายิ่งนัก ตอนนี้ท่านอย่าเพิ่งร้อนใจรอทายานี้ก่อน ประเดี๋ยวอาการก็จะดีขึ้นเอง”
ซูอี๋เหนียงเจ็บมาหลายวันแทบเสียสติ ขอแค่หายได้เร็ว นางก็ไม่เกี่ยงอะไรทั้งนั้น!
ยิ่งตอนนี้คนที่พูดด้วยเป็นเถียนฮวนผู้มีใบหน้าเปี่ยมด้วยความจริงใจ เสียงก็นุ่มนวลอ่อนโยนทำให้อารมณ์ขุ่นเคืองในใจซูอี๋เหนียงจางหายไปไม่น้อย
นางพยักหน้า “เช่นนั้นข้าขอลองดูสักหน่อยเถิด”
สาวใช้รีบยกน้ำร้อนกับผ้ามาให้ เถียนฮวนหยิบผ้าชุบน้ำร้อนบิดหมาดๆ แล้วค่อยๆ เช็ดน้ำมันงาบนใบหน้าของซูอี๋เหนียงออกอย่างระมัดระวัง
เพียงเช็ดไปไม่กี่ครั้ง นางก็อุทานออกมาเสียงดัง
“ในแผลมีเศษตะกอน!”
สาวใช้ของซูอี๋เหนียงพยักหน้า “เจ้าค่ะ! สาวใช้ที่เทน้ำมันวันนั้น สมควรน่าตายยิ่งนักนำน้ำมันเก่าที่ใช้ทอดของมาทาให้อี๋เหนียง! สงสารก็แต่อี๋เหนียงถูกน้ำร้อนลวกไม่พอตอนเจาะตุ่มน้ำก็ยังมีเศษตะกอนไหลเข้าไปในผิวอีก! วันนั้นหมอก็เจาะอยู่นาน ยังเอาออกมาได้ไม่หมดเศษเล็กเศษน้อยบางชิ้นเล็กเกินไป เจาะออกไม่ได้ บัดนี้ยังติดอยู่ในตุ่มน้ำใส อี๋เหนียงคงทนทุกข์ทรมานยิ่งนัก!”
เช่นนั้น เหตุที่ทำให้ซูอี๋เหนียงร้อนใจคงเป็นเรื่องนี้สินะ
สำหรับสตรีแล้ว ใบหน้าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ยามนี้นางไม่เพียงถูกน้ำร้อนลวก แต่แม้แต่ผิวหนังก็ยังมีเศษสิ่งแปลกปลอมแทรกเข้าไปหากปล่อยให้แผลตกสะเก็ดไปเช่นนี้ สิ่งสกปรกเหล่านั้นก็จะฝังอยู่บนใบหน้า! เมื่อผิวฟื้นตัวดีแล้วใบหน้าของนางก็คงไม่อาจเรียบเนียนขาวใสได้ดังเดิม
นางจะทนได้อย่างไรเล่า
เมื่อได้ยินดังนั้น เถียนฮวนกลับยิ้มออกมา
“ดี น้ำมันตัวอ้นยังมีอีกหนึ่งสรรพคุณคือช่วยดูดสิ่งแปลกปลอมออกจากผิว หากอี๋เหนียงไว้ใจข้าตอนนี้ก็ให้ข้าช่วยเอาเศษตะกอนออกมาดีหรือไม่”
ซูอี๋เหนียงดวงตาก็สว่างวาบขึ้นมาทันที
“เจ้าทำได้จริงหรือ”
“ทำได้หรือไม่ ลองดูก็รู้เอง”
“ตกลง ข้าจะลอง!”
ถึงขั้นนี้แล้ว นางก็ไม่มีทางเลือกอื่นอยู่แล้ว
ซูอี๋เหนียงพยักหน้าในทันที ยอมมอบใบหน้าของตนให้เถียนฮวนดูแล
สีหน้าของเถียนฮวนก็เปลี่ยนเป็นจริงจังทันตา
นางเช็ดคราบสกปรกบนใบหน้าของซูอี๋เหนียงอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ไปขอเข็มเงินเล่มเล็กจากหมอจางมา
มือข้างหนึ่งของนางเทน้ำมันตัวอ้นออกมาป้ายลงบนแก้มที่ถูกลวกของซูอี๋เหนียง ส่วนมืออีกข้างก็ใช้เข็มเงินแตะลงเบาๆตรงบริเวณที่ป้ายยาไว้ เพียงไม่กี่ทีก็เขี่ยเอาเศษตะกอนเล็กๆ ออกมาได้หลายชิ้น
“สวรรค์! เขี่ยออกมาได้จริงๆ ด้วยเจ้าค่ะ!” สาวใช้ของซูอี๋เหนียงร้องอย่างตื่นเต้น
ซูอี๋เหนียงเองก็เห็นกับตา นางเอ่ยเสียงดัง “เจ้าทำต่อเลย! อย่าหยุดนะ!”
เถียนฮวนจึงค่อยๆ ป้ายน้ำมันตัวอ้นไปทั่วแก้มของนางแล้วใช้เข็มเงินเขี่ยเอาเศษตะกอนเล็กๆออกมาอย่างใจเย็น
นับว่าเป็นงานที่ละเอียดอ่อน ต้องใช้ทั้งความอดทน สายตา และเรี่ยวแรงเป็นอันมาก
เถียนฮวนใช้เวลาร่วมหนึ่งชั่วยามจึงทำจนเสร็จ พอวางเข็มเงินลง ทั้งมือทั้งเอวก็ปวดเมื่อยจนแทบยืนไม่ไหว
“เสร็จแล้วเจ้าค่ะ!”
นางรีบสูดลมหายใจลึกๆ ใบหน้าเผยรอยยิ้มออกมา
“อี๋เหนียงรู้สึกอย่างไรบ้างเจ้าคะ”