บทที่ 27 แม่ชีจากโบสถ์แห่งแสง
ร็อบบ์กล่าวทักทายเสียงใส “โอ้ สวัสดี! ยินดีที่ได้รู้จัก”
ชายหนุ่มแสดงความสุภาพเมื่อคนอื่นสุภาพกับเขา
บารอน เพอร์ซิอัสกล่าวอย่างเคร่งขรึม “เราได้รับจดหมายจากคุณว่ามีผู้ใช้ความตายขโมยกระดูกเพื่อพยายามสร้างกองทัพแห่งความตาย และวางแผนสมรู้ร่วมคิดบ้า ๆ และท่านดยุกก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก…”
เมื่อเขาพูดแบบนี้ ร็อบบ์ก็รู้สึกอาย ไม่กี่วันที่ผ่านมา เพราะความเกียจคร้านและจงใจอธิบายว่าเรื่องนี้ร้ายแรงมาก เขาจึงไม่อยากให้นายกเทศมนตรีใช้เขาไปหาไอ้หัวขโมยนั่น แต่ไฉนเรื่องกลับตาลปัตรจนดยุกแห่งจักรวรรดิส่งคนมา มันเกินไปไหม?
หากเป็นเพียงจอมโจรกระจอก ท่านดยุกคงต้องหลั่งน้ำตาหลังจากพยายามออกค้นหาอย่างอุตสาหะ
เฮ้อ ฉันไม่มีขนมปลอบใจซะด้วยสิ
ในขณะที่คิดเรื่องนี้ ชายหนุ่มก็เห็นบารอน เพอร์ซิอัสแสดงความเคารพอย่างเคร่งขรึม โดยมือข้างหนึ่งวางบนหน้าอกและโค้งลำตัวตั้งฉากกับพื้น เนื่องจากเขาสวมชุดเกราะหนักจึงไม่ง่ายที่จะทำเช่นนั้นนัก
เขาพูดอย่างจริงจังว่า “ขอบคุณที่ให้ข้อมูลสำคัญเช่นนี้ หลังจากได้รับการจดหมาย ท่านดยุกได้ส่งหน่วยสอดแนมไปตรวจสอบหมู่บ้านหลายแห่งในบริเวณใกล้เคียง และต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าเมืองส่วนใหญ่ใกล้กับแนวเขาสนดำถูกขโมยโครงกระดูก ในบางพื้นที่มีโครงกระดูกถูกขโมยไปเพียงเล็กน้อย ในขณะที่เมืองอื่น ๆ มีการขโมยโครงกระดูกเป็นร้อย ๆ ส่วนในเมืองที่ไม่มีนักบวช การขโมยนั้นร้ายแรงมากซึ่งนับได้ราว ๆ เจ็ดร้อยโครงกระดูก!”
เมื่อมาถึงจุดนี้ เขาก็หยุดชั่วคราวและขอให้ร็อบบ์ทบทวนสิ่งที่เพิ่งได้ยินไป จากนั้นเขาก็พูดต่อว่า “เจ้าเมืองบางคนคิดว่ามันเป็นสัตว์ป่าที่ขุดกระดูกจึงปล่อยไป ไม่มีใครสนใจเรื่องนี้มาก่อนจนกระทั่งคุณเขียนจดหมายมา ท่านดยุกจึงส่งคนไปสอดแนมจนเรื่องนี้กระจ่างชัด”
ร็อบบ์อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงเมื่อได้ยินและคิดว่า …วุ่นวายอะไรอย่างนี้! แล้วการสมคบคิดครั้งใหญ่นั่นมีจริง ๆ เหรอ คราวหลังไม่ควรปากพล่อยแบบเน้!!
บารอน เพอร์ซิอัสพูดด้วยสีหน้าหนักใจ “เห็นได้ชัดว่าความกังวลของคุณถูกต้อง มีผู้ใช้ความตายที่ชั่วร้ายกำลังจัดตั้งกองทัพแห่งความตายขนาดใหญ่ หากไม่จัดการ พระเจ้าคงรู้ดีว่ามันจะกลายเป็นอะไร และปีนี้ยังเป็นปีแห่งมังกรดำโบยบิน…”
เขากล่าวต่อเสียงทุ้ม “กองกำลังหลักทั้งหมดของอัศวินกำลังปกป้องเมืองแห่งนักบุญด้วยกลัวว่ามังกรดำจะโจมตี เราไม่กล้าแม้จะข่มตานอน ขณะเดียวกันอัศวินสิงโตขาวก็คอยปกป้องไบรต์โร้ด หากมังกรดำปรากฏขึ้น พวกเขาจะต่อสู้จนตัวตาย ตอนนี้กำลังหลักของอัศวินไม่กล้าวิ่งโร่ไปไหน เพราะนั่นจะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ความตายรวบรวมกองทัพแห่งความตายแล้วทำการสมรู้ร่วมคิดครั้งใหญ่”
ร็อบบ์สาปแช่งในใจ เวรเอ๊ย! ฉันได้กลิ่นตุ ๆ ของปัญหาลอยมา
บารอนอธิบายต่อ “กองทัพหลักไม่สามารถเคลื่อนไหวอย่างไร้จุดหมายได้ในขณะนี้ ท่านดยุกกล่าวว่าต้องหาที่ซ่อนของผู้ใช้ความตายให้พบและคาดเดาการเคลื่อนไหวของมันก่อนที่จะส่งอัศวินสิงโตขาวออกไป เมื่อพบก็ให้จัดการกองทัพแห่งความตายอย่าให้หนีไปได้ และรีบถอนตัวไปที่ไบรต์โร้ดเพื่อปกป้องเมืองต่อจากการโจมตีของมังกรดำ”
ชายหนุ่มตอบเสียงอ่อน “โอ้ ฉันเข้าใจแล้ว มันยากจริง ๆ”
เขาต้องรีบเปลี่ยนเรื่องโดยด่วน ไม่งั้นบารอนคงเชิญตัวเองเข้าร่วมทีมออกตามหาเบาะแสของเจ้าหัวโขมยนั่นแน่!!
การกระทำเช่นนี้จะทำลายชีวิตที่อยากอยู่เงียบ ๆ ของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
หากคุณปฏิเสธคำสั่งของโบสถ์แห่งแสงหรือขับไล่ผู้คนที่อยู่ต่อหน้าเหล่านี้ไป สถานะนักบวชจอมปลอมจะถูกเปิดโปงอย่างแน่นอน
อีกทั้งกองทัพของอาณาจักรเวทมนตร์แห่งแกรนและผู้ศรัธาโบสถ์แห่งแสงจะแห่กันมาเหมือนกระแสน้ำ ฉันก็ต้องคอยกันคนเหล่านั้นออกไปอีก บัดซบ นี่มันไม่ใช่งานป้องกันหอคอยที่เขาเคยทำเหรอ?
การป้องกันหอคอยน่าเบื่ออีกแล้ว!
ถ้าไม่อยากสร้างปัญหาให้ตัวเองก็แค่ตัดบทซะ!!
ร็อบบ์จึงหันไปหาแม่ชีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตอนนี้มีโอกาสสังเกตแล้วว่าเธอเป็นคนรูปร่างสะโอดสะอง ชุดสีน้ำเงินนี้ไม่สามารถปิดบังท่วงท่าอันสง่างามได้ ประกอบกับใบหน้าเย็นชาทำให้น่ามองยิ่งขึ้น ชายหนุ่มถามว่า “แม่ชีผู้นี้มีนามว่าอะไร?”
ร็อบบ์เบี่ยงเบนความสนใจได้สำเร็จ!
บารอนรีบแนะนำทันที “นี่คือ อิชีร์ แม่ชีของโบสถ์แห่งแสง! เพราะเหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับการติดตามของผู้ใช้ความตายและเวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ใช้ความตายคนนั้นโชคร้ายแล้ว ดังนั้นดยุกจึงขอความช่วยเหลือจากโบสถ์แห่งแสงและส่งแม่ชีคนนี้มาช่วยเราในการสืบสวน”
ว้าว! ร็อบบ์ปลื้มปริ่มยิ่งนัก …คุณมีแม่ชีคอยช่วยเหลืออยู่แล้ว แล้วยังจะมาหาฉันอีกทำไม! อาเมน!!
อย่างไรก็ตามมีปัญหาใหม่ตามมา เนื่องจากแม่ชีมาจากโบสถ์แห่งแสง เธอจะรู้ว่าเขาเป็นนักบวชปลอมหรือไม่? ลองดูไปก่อนละกัน!
ร็อบบ์ยิ้มเป็นมิตรให้เธอ “ยินดีที่ได้รู้จัก อิชีร์”
ใบหน้าสูงส่งของอิชีร์ไม่แสดงอารมณ์ใด อีกทั้งน้ำเสียงยังไร้ความรู้สึก
เธอตอบเสียงแข็งว่า “สวัสดี คุณพ่อ”
ร็อบบ์พูดกับตัวเองว่า ‘ไปได้สวยแฮะ ดูเหมือนเธอจะไม่รู้ว่าฉันเป็นนักบวชจอมปลอมสินะ’
ลองคิดดูสิในยุคกลางนี้ ข้อมูลและการขนส่งยังด้อยพัฒนา โบสถ์แห่งแสงที่แม่ชีอาศัยอยู่เป็นเพียงโบสถ์เล็ก ๆ เธอจะทราบได้อย่างไรว่านักบวชในโบสถ์แห่งแสงทั้งทวีปผู้นั้นเป็นนักบวชจริง ๆ?
ไม่ต้องพูดถึงเธอ แม้ว่าพระสันตะปาปาจะเดินทางมา เขาก็ไม่อาจทราบได้ว่ามีนักบวชจริงหรือไม่ เว้นแต่จะได้ดู ‘รายชื่อนักบวช’ ในโบสถ์ทุกแห่งทั่วทวีป …โอ้พระมารดา เขายังคงไม่พบชื่อของฉันสินะ!
อิชีร์พูดอย่างเย็นชา “คุณพ่อ เรามาที่นี่เพื่อตามหาผู้ใช้ความตายให้เร็วที่สุด โปรดพาเราไปดูสถานที่เกิดเหตุ เพราะอาจมีเงื่อนงำบางอย่างที่ผู้ใช้ความตายทิ้งไว้”
“อื้ม! เยี่ยมไปเลย ตามฉันมา”
ร็อบบ์คิดกับตัวเอง …ตราบใดที่คุณไม่ขอความช่วยเหลือจากฉัน คุณจะทำอะไรก็ได้เท่าที่ต้องการ
เขานำทางไปยังโบสถ์ข้างหน้า โดยมีบารอน แม่ชีและทหารกลุ่มใหญ่เดินตามมาด้านหลัง ส่วนนายกเทศมนตรีกับพวกเศรษฐีรออยู่ด้านนอก และไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามา
ลิลเลียนกำลังทำความสะอาดโบสถ์กับลานหญ้า เมื่อเห็นผู้คนกับกองทัพมากมาย เธอรู้สึกกลัวจึงไปซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้และเผยใบหน้าใบหน้าออกมาเพียงครึ่งเดียว
ร็อบบ์กังวลว่า ‘พวกคนชั้นสูง’ ที่อยู่รอบตัวเขาจะโจมตีเธอ ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องต่อสู้กับพวกเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นชายหนุ่มจึงโบกมือให้สองสามที
เมื่อเห็นเช่นนั้น ลิลเลียนก็เข้าใจได้ทันทีจึงเดินกลับไปที่ห้องคนรับใช้และไม่ได้ออกมาอีก