บทที่14
แข็งแกร่งขึ้น
ทั่วทั้งสนามรบชายแดนของทั้ง2 ดินแดนบัดนี้ซากศพนอนตายเกลื่อนกลาดร่างของผู้พ่ายแพ้ในากลายเป็ร่างไร้ิญญาที่ผู้คนนั้นไม่แยแสถ้าลองนำร่างเ่าั้มารวมกันมันคงจะกลายเป็ูเาขนาดเล็ก 1 ลูกเลยทีเดียว
นี่เป็วันที่10 ของาทั้งสองดินแดน ผู้คนสูญเสียไปเป็จำนวนมากทั้ง 2 กองทัพเองก็าเ็เท่าๆกันกองกำลังทหารที่ตนเองและเตรียมมามันได้ล้มตายไปประมาณ2 ใน 10 ส่วน
แต่กระนั้นานั้นก็ดูไม่มีท่าทางว่าจะยุติลงผู้ที่สามารถเอาตัวรอดมาได้พวกเขาเองก็ภาวนาให้ตนเองนั้นจะรอดต่อไป
ท้องนภาในยามเย็นดวงอาทิตย์ยามอัสดงกำลังส่องแสงประกายสว่างไสวเป็สีส้มอมแดงพอไปทั่วทั้งท้องนภา
ท้องนภาสีแดงสดที่เหมือนกับโลหิตที่ไหลอาบไปทั่วทั้งสนามรบกองกำลังรบที่ 3 สามารถรอดพ้นจากาในวันนี้กลับมาที่ค่ายของตนเองได้
หลี่หยางและอี้ชิงพวกเขาเป็หนึ่งในนั้นพวกเขาทั้งสองสามารถรอดพ้นจากาที่ดุเดือดกลับมาที่กองทัพได้
แต่ว่าร่างกายของพวกเขาทั้งสองก็ดูเหนื่อยล้าแล้วก็อิดโรยเป็อย่างมาก2 นายบ่าวทำการเดินกอดคอแล้วก็ช่วยกันประคองร่างกายกลับไปที่ค่ายกล
นักรบที่รอดกลับมาจากในสมรภูมิไม่มีผู้ใดแสดงรอยยิ้มแห่งความปิติเลยสักนิด
พวกเขาต่างรู้ดีว่านี่มันไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาจำเป็จะต้องลงไปในสมรภูมิอีกไม่กี่วันข้างหน้าเขาเองก็ต้องลงไปอีกครั้งสมรภูมิที่เหมือนกับลานปะาสำหรับพวกเขา
ท่ามกลางความรู้สึกที่ขุ่นมัวผู้คนที่ทำหน้าตาบึ้งตึงอยู่ๆหลี่หยางเขาก็ได้ฉีกยิ้มออกมาเขาทำการฉีกยิ้มออกมาจากมุมปากทั้งสองข้างอย่างไร้เหตุผลทั้งที่ร่างกายในตอนนี้มันทั้งาเ็แล้วก็เหนื่อยล้า
อี้ชิงหันไปสังเกตเห็นนายน้อยของตนเองที่กำลังแสดงรอยยิ้ม “ นายน้อย~ ”
ตัวของมันไม่รู้ว่าจะพูดอันใดได้แต่ส่งเสียงเรียกนายน้อยของตนเองที่กำลังแสดงรอยยิ้ม
“ พวกเราทำได้แล้ว ” นั่นเป็คำตอบที่หลี่หยางตอบกลับอี้ชิง
“ ว่าอย่างไรนะขอรับ? ” อี้ชิงเอียงคอสงสัยไม่เข้าใจเลยน้อยของตนเองเลยสักนิด
“ ข้าบอกว่าพวกเราทำได้แล้ว เ้าเองก็ควรจะแสดงรอยยิ้มนี่เป็ครั้งแรกเลยที่ตัวของข้าทำการเอาชนะสิ่งที่ตนเองตั้งใจเอาไว้ได้”
“ แต่นี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายมันเพิ่งเริ่มต้นต่อจากนี้พวกเราทั้งสองจะเอาตัวรอดในาที่โหดร้ายนี้ให้ได้”
“ ข้าสัญญาว่าข้าจะไม่เป็เหมือนเดิมอีกแล้วต่อจากนี้ข้าจะแข็งแกร่งขึ้นแข็งแกร่งพอที่จะไขว่คว้าทุกอย่างเอามาไว้ในมือของข้า” หลี่หยางเพิ่งทำออกมาด้วยใบหน้าที่มันเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม
สำหรับผู้คนในตอนนี้พวกเขาคงจะหมดหวังเป็อย่างมากกับาที่โหดร้ายแต่ตัวเขากลับรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก
เพราะว่านี่มันเป็เพียงแค่ก้าวแรกสำหรับเขาเท่านั้นผู้คนนั้นอาจจะมองว่ามันคือย่างก้าวแห่งความตายที่จะก้าวเดินลงไปภายในสมรภูมิ
แต่สำหรับเขามันคือสถานที่ที่จะบ่มเพาะให้เขานั่งโต
“ นายน้อย~ ”
“ ไปเถอะต่อจากนี้เพียงแค่เ้าติดตามข้าเพียงแค่เดินตามหลังเข้ามาก็พอพวกเราสองคนจะต้องรอด ” แววตาทั้งสองข้างที่มันสื่อความรู้สึกออกมานั้นมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง
††††
ใต้ต้นไม้ใหญ่บริเวณด้านหลังกองทัพทุ่งหญ้าเขียวขจีบัดนี้กำลังเอนเอียงไปมาตามสายลมยามเย็นที่กำลังพัดผ่านแสงของพระอาทิตย์ยามอัสดงส่องแสงทอประกายปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณสายลมยามเย็นพัดผ่านเรือนผมสีดำกำลังปลิวไสวไปมาใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบฝุ่นกำลังหันรับแสงอาทิตย์ยามอัสดงพี่กำลังสาดส่องเข้ามากระทบ
ร่างของหลี่หยางกำลังนั่งอยู่ภายใต้ต้นไม้ใหญ่เขากำลังรออี้ชิงอยู่
ไปตอนนี้เขาเพิ่งจะกลับมาจากาาอันดุเดือดที่เพิ่งผ่านพ้นไป
ฝ่ามือของเขายกขึ้นแล้วก็ตวัดลงมันทำให้ปรากฏข้อความจากระบบขึ้นมาตรงหน้าของเขา
----------------
ชื่อ หลี่หยาง LV15
เผ่ามนุษย์
ฉายา-----
HP[400/150]
MP[130/130]
ค่าความเหนื่อยล้า[100/25]
ค่าความหิว[100/40]
ค่าความกระหาย[100/30]
ค่าประสบการณ์EXP[3000/120]
ค่าสเตตัสหลัก
ความแข็งแกร่ง72 หน่วย
ความรวดเร็ว70 หน่วย
ความยืดหยุ่น54 หน่วย
ประสาทัั65 หน่วย
เส้นพลังปราณ50 หน่วย
สติปัญญา36 หน่วย
---------------
ข้อความจากระบบปรากฏขึ้นมาตรงหน้านี่คือระดับของเขาที่อยู่ในตอนนี้เลเวลที่มันเพิ่มขึ้นแล้วก็ระดับค่าความสามารถที่มันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
หลี่หยางที่กำลังจ้องมองมันเขากำลังยกยิ้มที่มุมปากอย่างพึงพอใจ ‘ ถ้าไม่ได้เป็เพราะว่าาในวันนี้ระดับความสามารถคงจะไม่ได้เพิ่มขึ้นขนาดนี้อย่างแน่นอนในตอนต่อสู้ค่าสถานะก็เพิ่มขึ้นด้วยตามร่างกายแถมในตอนที่เลเวลเพิ่มขึ้นค่าสถานะเองก็เพิ่มขึ้นเรียกได้ว่าได้สองอย่างในครั้งเดียว’
การต่อสู้จะแตกต่างจากการฝึกซ้อมเพราะว่าการฝึกซ้อมนั้นเขาจะได้ค่าสเตตัสเพียงแค่เพิ่มขึ้นตามความสามารถของร่างกายที่ถูกเพิ่มขึ้นเท่านั้น
แต่ว่าการต่อสู้ของเขาจะได้รับค่าสเตตัสทั้งในตอนที่ต่อสู้แล้วก็เมื่อสังหารได้เขาก็จะได้ค่าประสบการณ์ทำให้เลเวลมันเพิ่มขึ้นไปอีก
แต่มันก็แลกมากับความอันตรายในวันนี้สิ่งที่เขาได้พบเจอมันคือคมดาบมากมายและคมกระบี่มากมายที่พุ่งตรงเข้ามาหาเขา
อันที่จริงแล้วตัวของเขานั้นคิดว่าตนเองนั้นจะตายไปตั้งหลายครั้งแต่ถือว่ายังดีที่สามารถรอดพ้นมาจนถึงในตอนนี้ได้
‘ เราแข็งแกร่งขึ้นแล้วหรือยัง ’ นั่นคือคำถามที่มันบังเกิดขึ้นภายในใจของเขาในยามที่ใช้ดวงตามองไปยังดวงอาทิตย์ยามอัสดงที่กำลังลับลาจากฟ้าเบื้องหน้า
หลังจากที่นั่งรออยู่นั้นร่างของอี้ชิงได้วิ่งมาแต่ไกลหลี่หยางกำลังนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หูของเขาได้ยินเสียงฝีเท้า
มันเป็สิ่งที่เขารู้สึกว่าร่างกายของเขามันเปลี่ยนไปใบหน้าของเขาหันไปมองพบเห็นว่าอี้ชิงกำลังวิ่งมาแต่ว่าเขาอยู่ห่างออกไปตั้งหลายร้อยเมตร
แต่เขากลับสามารถได้ยินเสียงฝีเท้าของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจนประสาทััการแยกตัวของเขาเพิ่มขึ้น
หลี่หยางแสดงรอยยิ้มบนใบหน้าเพราะว่านั่นเป็สิ่งยืนยันว่าพวกค่าสถานะที่มันเพิ่มขึ้นด้านหน้าของเขามันเป็จริงอย่างที่มันได้แสดงอยู่
ถ้ามันเพิ่มขึ้นความสามารถทุกอย่างภายในร่างกายของเขาตามตามค่าสถานะนั้นมันก็จะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน
อี้ชิงวิ่งมาด้วยท่าทางรีบเร่งแต่ว่าคราวนี้เขาไม่ได้วิ่งมาเพียงแค่ตัวเปล่าแต่เขากลับแบกบางอย่างมาด้วย
เมื่อเขาวิ่งมาถึงสิ่งที่เขากระทำก็คือการวางของที่ตนเองแบกมาลงไปด้านหน้านายน้อย
มันคือถุงผ้าขนาดใหญ่
อี้ชิงให้ทำการรีรอเขารีบเปิดมันอย่างรวดเร็วหลี่หยางให้ดวงตามองเข้าไปด้านในปรากฏพบเห็นว่าด้านในมันเป็อาหารจำนวนมาก “ พวกนี้มัน…”
อี้ชิงได้มองตรงไปที่นายน้อยของตนเองด้วยดวงตาเปล่งประกาย “ อาหารขอรับวันนี้พวกเราสามารถสังหารศัตรูได้เยอะข้านำเอาของยืนยันไปแลกมาได้อาหารจำนวนมากมายเลยทีเดียวแถมยังเหลือเอาไว้แลกของอื่นๆอีกนะขอรับ”
พวกเขาทั้งสองรวมกันแล้ววันนี้ที่สังหารศัตรูภายในสมรภูมิไปคงจะมีมากมายไม่ใช่น้อยไม่ต่ำกว่า50 คนอย่างแน่นอน
หลี่หยางเมื่อได้ยินเช่นนั้นเขาก็ได้ฉีกยิ้มทั้งสองได้เริ่มทำการนั่งกินอาหารกันบริเวณนั้น
อาจจะเป็ครั้งแรกก็ได้ที่พวกเขาได้กินอาหารเยอะขนาดนี้ภายในกองทัพที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายโดยทั่วไปแล้วเสบียงที่ถูกเตรียมให้เหล่าทหารมันก็เป็เพียงแค่เสบียงที่ให้เหล่าทหารกินพอที่จะอยู่ท้องเท่านั้น
แต่ในครั้งนี้พวกเขาทั้งสองกับได้กินจนอิ่มท้องแล้วก็มานั่งพิงอยู่ที่ต้นไม้ขนาดใหญ่ด้านหลัง
ตอนนี้ทั่วทั้งบริเวณมันมืดมิดกล่องไฟเล็กๆถูกก่อขึ้นบริเวณด้านหน้าให้ความอบอุ่นกับร่างกายของพวกเขาทั้งสองราตรีนี้เป็ราตรีที่มืดมิดม่านเมฆสีดำมันปกคลุมไปทั่วทั้งท้องนภาจนแทบจะไม่เห็นดวงจันทรา
“ นายน้อยวันนี้ไม่ฝึกเดินลมปราณงั้นรึขอรับ? ” อี้ชิงเขาประหลาดใจที่เห็นนายน้อยของตนเองยังคงนั่งพิงต้นไม้อยู่ข้างๆ
“ ไม่ละวันนี้เหนื่อยแล้ว ”
“ ว่าแต่อี้ชิงเ้าช่วยเล่าเื่ของข้าให้ฟังหน่อยได้หรือไม่ ” หลี่หยางพูดขึ้นในขณะที่ดวงตากำลังมองไปยัง้าท้องนภาที่มืดมิด
“ ว่าอย่างไรนะขอรับ? ”
“ เื่ของข้าอย่างไรล่ะเื่ของข้าข้าไม่รู้อันใดเลยนอกจากตัวเองคือผู้ใดเ้ายังไม่เคยเล่ารายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับตัวของข้าในอดีตให้ฟังเลยนะ”
“ เื่นั้นนายน้อยอยากจะรู้จริงๆอย่างนั้นหรือขอรับ? ” อี้ชิงไม่แสดงใบหน้าสลดใจออกมา
สำหรับเขาแล้วเขาคิดว่าที่นายน้อยของตนเองเป็เช่นนี้มันก็ดีอยู่แล้วเพราะว่ามันเกรงว่าถ้านายน้อยของตนเองได้รู้เื่ราวที่เกิดขึ้นในอดีตมันอาจจะทำให้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไป
“ ไม่เป็อะไรเล่ามาเถอะของข้าอยากจะรู้ทั้งหมดนั่นแหละเื่ราวที่เกิดขึ้นกับข้าในอดีตไม่ว่ามันจะเป็เื่ที่ย่ำแย่หรือว่าดีก็ตาม”
“ เ้าบอกว่าข้าเป็ลูกของอนุสินะ ก็แสดงว่าเป็ภรรยาคนรอง ” หลี่หยางแสดงใบหน้าอันเฉยชาเป็อย่างมากในขณะที่พูด
“ ใช่ขอรับ!!! ”
“ แต่ว่าที่จริงแล้วสำหรับตัวของนายน้อยมันก็มีเื่ราวที่ซับซ้อนกว่าผู้อื่นสักหน่อย”
“ เล่ามาเถอะตัวข้ากำลังรอฟังอยู่ไม่เป็อันใดข้าสัญญาว่าไม่ว่าเื่ราวในอดีตของข้าจะเป็อย่างไรมันก็ไม่มีทางจะเปลี่ยนแปลงความคิดของข้างในตอนนี้ได้” หลี่หยางเขายืนยันอย่างหนักแน่นกับผู้ที่อยู่ข้างกายของตนเอง
อี้ชิงที่นั่งอยู่ข้างๆเขาทำใบหน้าลังเลเล็กน้อยเขากำลังครุ่นคิดและตัดสินใจอยู่ภายในใจก่อนที่จะตอบกลับมาหลังจากที่คิดได้แล้ว “ เข้าใจแล้วขอรับ”
“ เช่นนั้นข้าจะเริ่มเล่าจากต้นกำเนิดของนายน้อยก่อนเลย ”
หลี่หยางเขาทำใบหน้าเรียบเฉยแล้วก็ทำการเอี้ยวหูฟังเื่ที่อี้ชิงกำลังจะทำการเล่าออกมา
จบบท