เฟยหรงพุ่งผ่านป่าไปอย่างรวดเร็วด้วยท่าร่างมักรเหินเวหาระดับ์ที่เขาได้เรียนรู้มาจากหอคอยเทพัด้วยความเป็อัจฉริยะในการฝึกฝนองเขา เฟยหรงใช้มันออกมาอย่างง่ายดายเพียงแค่อ่านทบทวนอยู่ไม่กี่ครั้ง เรียกได้ว่าพร์ของเขานั้นอยู่ในระดับปีศาจอย่างแท้จริง ระยะทางที่เขาไปได้ก็เกือบหนึ่งร้อยเมตรด้วยกันและด้วยความเร็วระดับนี้ต่อให้เป็ระดับนักรบก็ไม่อาจจะตามเขาได้ทันเวลาอย่างแน่นอน
เฟยหรงเมื่อเข้ามายังส่วนลึกของป่าแน่นอนว่าเขาย่อมเก็บทุกอย่างที่เป็วัตถุดิบปรุ่งยาที่จำเป็สำหรับเขาโดยมีกู่เทียนหลงคอยให้คำแนะนำและบอกถึงสรรพคุณต่างๆของยาแต่ละชนิดให้กับเฟยหรงได้ฟัง และแน่นอนด้วยนิสัยใฝ่เรียนใฝ่รู้ของเฟยหรงในระยะเวลาไม่นานเขาก็จำสรรพคุณของสมุนไพรระดับต้นได้อย่างขึ้นใจ
"โฮกก!!"
"โอ้ ดูเหมือนข้าจะเข้ามายังที่ๆไม่ควรเข้ามาเสียแล้ว"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้นเบื้องหน้าของเขาคือพยัคฆ์สายฟ้า กับสิงโตเพลิงเมฆา สัตว์อสูรขอบเขตราชันที่กำลังต่อสู้กันอยู่ ทั่วทั้งตัวของอสุรทั้งสองตนในเวลานี้ล้วนแต่มีาแฉกรรจ์อยู่หลายจุดด้วยและและมีอาการเหนื่อยหอบอย่างเห็นได้ชัด
"เ้าปีศาจน้อยโชคดีใช้ได้นี่ เวลานี้เ้ารอให้พวกมันสู้กันจนตายไปข้างและลงมือในตอนนั้นเ้าก็จะได้แกนอสูรระดับราชันมาบ่มเพาะพลังปราณแบบฟรีๆเลยนะ แถมถ้าหากเ้าสิงโตตัวนั้นมีแก่นเปลวเพลิงละก้เ้าจะได้มีจิตวิยญานเพลิงเมฆาอีกด้วยนี่นับว่าเป็เปลวเพลิงขั้นเริ่มต้นที่ดีสำหรับเ้าเลยทีเดียว"กู่เทียนหลงกล่าวออกมาเช่นนั้น ทางด้านเฟยหรงเองก็มองพวกมันต่อสู้กันด้วยดวงตาที่เป็ประกายจนในที่สุดพยัคฆ์สายฟ้าก็พลาดท่าและโดนสิงโตเพลิงเมฆาเข้าไปขย้ำคอมันจนสิ้นใจ
ในเสี้ยวพริบตานี้เองเฟยหรงยกยิ้มพร้อมทั้งพุ่งทยานไปด้านหน้าอย่างเต็มกำลังพร้อมทั้งกิ่งไม้ในมือที่ถูกเคลือบด้วยปราณัสีทองงดงาม ชั่วระยะเวลานั้นสิงโตเพลิงเมฆาตอบสนองอย่างรวดเร็วและง่ายดายจนทำให้กิ่งไม้ที่ฟาดใส่ตัดผ่านต้นไม้ด้านหลังขาดสบั้นราวกับตัดกระดาษ เฟยหรงหรี่ตามองมันในทันทีและใช้ออกด้วยท่าร่างัเหินเวหาเปลี่ยนทิศทางไปหาเ้าสิงโตเพลิงเมฆาอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งร่างกายเปร่งประกายไปด้วยสีเงินเจิดจ้า หมัดที่ดูธรรมดาๆแต่ทรงพลังพลันต่อยเข้าไปยังาแสาหัสที่เ้าพยัคฆ์สายฟ้าทิ้งไว้ก่อนตายจนทำให้มันต้องกู่ก้องคำรามด้วยความโกรธและเ็ป
"ทักษะกายัเทวะขั้นแรก"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้นตรงบริเวณมือของเขาพลันเปลี่ยนไปกลายเป็กงเล็บของัสีทองและใช้มันแทงซ้ำไปยังจุดอ่อนเดิมของสิงโตเพลิงเมฆาจนในที่สุดมันก็สิ้นใจตายไปอย่างไม่ยินยอม ส่วนเฟยหรงนั้นหลังจากใช้ออกด้วยวิชาที่เกินกว่าระดับของตนเองทั้งหมดเขาเองก็พลันหอบหายใจระรัวด้วยความเหนื่อยล้าพลังปราณัเมื่อครู่ถูกเรียกใช้ออกมาจนหมดไม่เหลือแม้แต่นิดเดียว โชคดีที่เขาเป็ผู้ฝึกตนพลังวิยญานด้วยไม่เช่นนั้นเกรงว่าเขาจะต้องสลบไปอย่างแน่นอน
"แห๊ก!!สู้ข้ามขั้นมากไปก็ไม่ดี โชคดีที่เ้าสิงโตตัวนี้มันใกล้ตายอยู่ แล้วไม่เช่นนั้นไหนเลยจะจัดการมันง่ายดายถึงเพียงนี้"เฟยหรงมองไปที่ร่างของสิงโตเพลิงเมฆาด้วยแววตาที่หลากหลาย เห็นได้ชัดว่าเ้าสิงโตตัวนี้เเกร่งเกินกว่าที่เขาจะสู้ได้ด้วยสภาพปกติของมันโชคยังดีที่ใช้ออกด้วยพลังเต็มที่ไม่เช่นนั้นคนที่เพลี่ยงพล้ำเห็นทีจะเป็เฟยหรงเอง
"โอ้ ไม่เลว ห่างกันเกือบสี่ขั้นใหญ่เ้าก้เอาชนะมาได้สมแล้วที่เ้าเคยเป็ถึงเทพา"กู่เทียนหลงกล่าวอย่างยินดียิ่ง ส่วนเฟยหรงนั้นเมื่อได้ยินเขาก็พลันหน้ามุ้ยเล็กน้อยพร้อมกล่าว "เหอะ เกือบตายสิไม่ว่าโชคยังดีที่ใช้วิชาระดับ์ไม่เช่นนั้นเป้นข้าเองที่ต้องตาย"
"เอาน่าๆถึงอย่างไรก็ชนะแล้วจะกล่าวให้มากความไปใย รีบเก็บศพของพวกมันแล้วไปดูกันว่าเ้าเสือนั่นปกป้องอะไรอยู่"เฟยหรงรีบนำศพของสิงโตเพลิงเมฆาและพยัคฆ์สายฟ้าเข้าไปในแหวนมิติทันที ก่อนที่ตัวเขาจะค่อยๆเดินเข้าไปบริเวณถ้ำที่ไม่ได้ลึกมากเท่าไรและสิ่งที่เขาพบคือลูกพยัคฆ์สายฟ้าตัวน้อยสามตัวที่กำลังร้องออกมาด้วยเสียงเล็กๆ
"ที่แท้ก็ปกป้องลูกของมันนี่เอง เอาเถอะถึงอย่างไรข้าได้ประโยชน์จากร่างของแม่พวกเ้า ดังนั้นข้าจะเลี้ยงดูพวกเ้าเอง"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้นพร้อมทั้งเดินไปอุ้มเ้าพยัคฆืสายฟ้าทั้งสามตัวและเดินออกจากถ้ำไป
"เหอะเ้าหนูนี่คิดจะเลี้ยงสัตว์ทุกชนิดเลยหรืออย่างไร"กู่เทียนหลงกล่าวอย่างหน่ายใจ บนหัวของลูกศิษย์คนนี้ของเขานั้นมีเม่นมารม่วงกลืนมิติ ในอ้อมแขนมีลูกพยัคฆ์สายฟ้าอีกสามตัว ในใจพลันคิดว่าเ้าศิษย์คนนี้จะเปิดร้านขายสัตว์เลี้ยงหรืออย่างไรกัน แต่เขาก็ได้แค่คิดและไม่ได้กล่าวห้ามอะไร
เฟยหรงเมื่อเดินออกมาจากถ้ำแล้วและกำลังจะออกไปจากที่นี่ทันใดนั้นเขากลับต้องชะงักฝีเท้าลงเบื้องหน้าปรากฏกลุ่มคนที่เขารู้จักดีนั่นคือพวกรุ่นเยาว์ตระกูลหลี่ที่บัดนี้ได้พุ่งเข้ามาล้อมเขาเอาไว้
"โอ้ นึกว่าใครที่แท้ก็เ้าพวกสุนัขตระกูลหลี่นี่เอง"เฟยหรงกล่าวอย่างไม่ใส่ใจอะไรนัก เขาเพียงค่อยๆปลอบประโลมพยัคฆืสายฟ้าในอ้อมแขนเท่านั้น
"เหอะ จะตายแล้วยังไม่รู้ตัว เฟยหรงเ้ารุ้หรือไม่ว่าข้ารอวันนี้มาั้แ่วันที่เ้าทำลายงานแต่งของข้าแล้ว และข้าจะให้โอกาสเ้าได้เอ๋ยวาจาเป็ครั้งสุดท้าย ฮ่าๆๆๆ"หลี่เฉิงกล่าวอย่างเย้ยหยันในเวลานี้เหล่ารุ่นเยาว์ของตระกูลหลี่พลันหัวเราะเยาะเฟยหรงกันอย่างบ้าคลั่งราวกับพวกมันเป็ผุ้กุมชัยชนะไว้ในเมื่อ ในเวลาเช่นนี้เฟยหรงเพียงเอ่ยถามสั้นๆว่า "คนอื่นรู้หรือไม่ว่าเ้าแอบตามข้ามาเช่นนี้"
"ฮ่าๆๆเ้าจะหาคนช่วยอย่างนั้นหรือถึงจะถามหาคนอื่น ข้าจะบอกเอาไว้ระดับข้าทำอะไรมิเคยเหลือร่องรอย วันนี้ติดตามมาเพื่อฆ่าเ้าข้าย่อมไม่ให้ให้ผุ้ใดสังเกตุเห้น และเมื่อเ้าตายไปตระกูลเฟยของเ้าก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้! ฮ่าๆๆ"มันหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งในเวลานี้เมื่อเฟยหรงรับรุ้แล้วว่าไม่มีใครรู้ว่าหลี่เฉิงตามมา เขาก็พลันยกยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะมองพวกมันทั้งหมดด้วยแววตาที่ดูแคลน
"เหอะ อาศัยพวกเ้าคิดจะฆ่าๆตบะ แรกเริ่มขั้นห้าสามคนแรก เริ่มขั้นเจ็ดสองคน แรกเริ่มขั้นแปดหนึ่งคน อย่างพวกเ้าไม่นับเป็อันใดได้หาก้าจะสังหารข้าอย่างน้อยต้องมีบิดาพวกเ้ามาด้วย"เฟยหรงกล่าวอย่างเย้ยหยัน เหล่ารุ่นเยาว์ตระกูลหลี่พากันโกรธเกรี้ยวจนถึงขีดสุดและไม่อาจจะทนได้อีกต่อไป พวกมันพุ่งตัวไปหาเฟยหรงอย่างรวดเร็วฝ่ามือโลหิตที่เป็ดังไม้ตายระดับดำของตระกูลหลี่ถุกใช้ออกมาหมายจะฆ่าเฟยหรงในการโจมตีนี้ แต่มีหรือที่เฟยหรงจะยอมง่ายๆ
ชายหนุ่มวางพยัคฆ์สายฟ้าตัวน้อยลงกับพื้นและหลบการโจมตีของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วและพริ้วไหวและเตะสวนกลับไปจนพวกมันที่มีตบะระดับแรกเริ่มขั้นห้าได้แต่นอนกระอักเืพร้อมทั้งร้องโหยหวน ในพริบตาพวกตบะขั้นห้าก็ลงไปนอนกองกับพื้นกันหมด เฟยหรงไม่หยุดเพียงเท่านั้นในระหว่างที่เขาพุ่งไปมือของเขาได้คว้าจับกิ่งไม้ที่เล็กเรียวไว้ได้หนึ่งอันและในจังหวะนั้นทักาะปราณกระบี่ของเขาก็พลันสำแดงพลังของมันขึ้นมาอีกครั้งฟาดฟันพวกตบะขั้นที่เจ็ดจนตัวขาดสั้นจนในเวลานี้เหลือเพียงหลี่เฉิงคนเดียวที่กำลังยืนขาสั่นพร้อมทั้งระหว่างขามีของเหลวสีเหลืองไหลออกมาไม่ขาดสาย ดวงตามองมาที่เฟยหรงอย่างหวาดกลัวอย่างสุดขีด
เฟยหรงเดินไปหามันด้วยย่างก้าวที่มั่นคงสบัดกระบี่ไปด้านหลังสังหารพวกระดับห้าที่ร้องโหยหวนอย่างรวดเร็วและง่ายดาย ก่อนจะหันไปทางหลีเฉิงและยกยิ้มอย่างอมหิต "ดูเหมือนเ้าจะเข้าใจผิดอะไรไปอย่างนะที่ข้าถามว่ามีใครรู้หรือไม่ว่าเ้ามาที่นี่จุดประสงค์ไม่ใช่เพราะข้าอยากจะขอความช่วยเหลือแต่อย่างใด แต่เพราะข้าจะได้ฆ่าเ้าได้ง่ายๆโดยที่ไม่มีใครรุ้ว่ามันเป็ฝึมือข้าอย่างไรเล่า"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้น หลี่เฉิงในเวลานี้พลันสติแตกแล้วร่ำร้องราวกับคนบ้า
"ยะ อย่าเข้ามาๆ!!ขอสั่งให้เ้าหยุดเดี๋ยวนี้!!"มันกล่าวออกมาแต่ทว่านั่นกลับเป็คำกล่าวสุดท้ายก่อนที่กิ่งไม้จะตัดผ่านคอมันไปอย่างง่ายดายโดยที่มันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันตายแล้ว
"เหอะ มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่จะปล่อยศัตรูให้อยู่รอด"เฟยหรงกล่าวอย่างเ็าเขาทิ้งกิ่งไม้ลงและเดินไปอุ้มเ้าลูกพยัคฆ์ตัวน้อยทั้งสามและหายไปจากบริเวรนั้นอย่างรวดเร็วเหลือทิ้งไว้เพียงศพของรุ่นเยาว์ตระกูลหลี่ที่สภาพแทบจะเรียกได้ว่าไม่มีชิ้นดีให้นอนอยู่อย่างนั้น