เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 91 เปลี่ยนแปลงงานเลี้ยง (1)

            แม้จะตอบตกลงว่าจะไปดูการตกแต่งสถานที่งานฉลองวันเกิด แต่ซูอินไม่ได้ขึ้นรถไปด้วยในทันที

            เธอรู้ว่าหลิงจื้อเฉิงงานยุ่งแต่เธอไม่รีบร้อนให้ตระกูลหลิงรีบจัดการงานวันเกิดเธอจะไม่ให้เรื่องที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้มารบกวนแผนที่วางไว้อย่างเด็ดขาด

            ซูอินเชิญสองสามีภรรยาตระกูลซูมาร่วมกินมื้อเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรมก่อนจะพาพวกเขาขึ้นไปชั้นบนนำโต๊ะเรียน หนังสือเรียน รวมถึงข้าวของที่เธอไปช็อปปิ้งมาเมื่อวานขนไปไว้ในรถตู้

            “ครั้งนี้ขนของไปหมดแล้ว มาคราวหน้าไม่จำเป็นต้องเสียเงินจ้างรถนะคะพวกเรานั่งรถบัสกลับกันก็ได้”

            ทุกครั้งที่เจอกันสองสามีภรรยาตระกูลซูไม่เคยร้องไห้ต่อหน้าเธอเลยอีกทั้งยังยัดเงินใส่มือเธอเพื่อให้ออกไปกินข้าวข้างนอกจะได้ไม่ต้องลำบากเรื่องเงิน ราวกับว่าพวกเขาเองไม่ขัดสนอย่างไรก็ตามความยากจนก็สะท้อนออกมาให้เห็นจากหลายๆ ด้าน

            ในตอนนี้ซูอินไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินแต่ก่อนอื่นเธอต้องมั่นใจก่อนว่าสองสามีภรรยาคุ้มค่าต่อการที่เธอจะเสียเงินให้พวกเขาและต่อให้มั่นใจ การจะก้าวจากคนจนไปเป็นคนรวยต้องค่อยเป็นค่อยไปหลายครั้งที่การรวยในชั่วข้ามคืนก็ไม่ใช่เรื่องดี

            เธอต้องทำให้สองสามีภรรยาตระกูลซูฉลาดพวกเขาคงไม่สามารถจินตนาการได้ว่าบุตรสาวที่เขาเพิ่งรู้จักคนนี้จะมีเงินก้อนใหญ่ถึงเจ็ดแสนหยวนพูดตามความจริง ทั้งคู่ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ เพราะตอนนี้กำลังประทับใจ

            อินอินนั่งรถหรูมาตั้งแต่เด็ก แต่กลับเข้าใจพวกเขาและเป็นฝ่ายร้องขอว่าจะนั่งรถบัส

            เป็นเด็กที่รู้เรื่องจริงๆ

            รถตู้โคลงเคลงไปมา เมิ่งเถียนเฟินมองออกไปนอกหน้าต่างดูสาวน้อยที่ยืนยิ้มตาหยีอยู่หน้าโรงแรม หัวใจของเธอฟูขึ้นมาอีกครั้งอยากให้เวลาผ่านไปเร็วๆ จนแทบรอไม่ไหว

            จนเมื่อรถตู้เลี้ยวจากมุมถนนไป ซูอินจึงหันกลับมา

            “ฉันจะขึ้นไปเก็บของ”

            เอ่ยทิ้งไว้เพียงประโยคเดียวเธอก็รีบกลับขึ้นไปบนห้องการออกกำลังกายเมื่อเช้าและขนข้าวของทำให้เหงื่อออกจนตัวเหม็นเธอควรรีบไปอาบน้ำให้สะอาด

            อาบน้ำและเป่าผมจนแห้ง เธอก็รู้สึกสดชื่นอีกครั้งเมื่อนึกถึงสถานที่ที่ต้องไปและอาจเจอกับบางคน ทำให้เธอชะงักไปครู่หนึ่ง หยิบชุดกระโปรงที่เพิ่งซื้อมาใหม่เมื่อวานออกมา

            ชุดเดรสสีฟ้าขาวลายทางตรง มีทรงเก็บเอว เนื้อผ้าบางเบาระบายอากาศได้ดี ทั้งสวยและสวมใส่สบาย

            นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญสิ่งสำคัญคือชุดเดรสตัวนี้เคยแขวนอยู่ในตำแหน่งสะดุดตาของร้านเสื้อผ้าสตรีในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง

            สวมเสื้อผ้าแล้วจึงทำผม ถักเปียที่หน้าผากผ่านลงมาด้านหลังเมื่อดื่มน้ำพุแห่งจิตวิญญาณก็ขจัดปัญหาผมชี้ฟูให้สุขภาพดีและมีน้ำหนักพาดอยู่ด้านหลังผมของเธอเงางามมาก เสียอย่างเดียวคือดูแลรักษาไม่ง่าย ไม่เหมาะสมกับเจอลมและแสงแดดแต่อีกสักครู่เธอก็จะนั่งรถไปแบบสวยๆ

            แต่งตัวเสร็จเธอเดินผ่านตู้ที่อยู่ใกล้ประตูเพื่อส่องกระจกทุกอย่างสมบูรณ์แบบมากจริงๆ

            เธอยิ้มสวยให้สาวน้อยในกระจก เมื่อเห็นตนเองงดงามเช่นนี้ในใจของซูอินก็รู้สึกดี

            มองนาฬิกาพบว่าผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมงแล้วเธอปรายตามองคนในกระจกอีกครั้งก่อนจะเดินลงมาจากชั้นบนด้วยท่าทีไม่รีบร้อน

            ด้านล่าง หลิงจื้อเฉิงกำลังคุยอยู่กับหลินเฉวียน

            หลินเฉวียนเป็นคนปากหนักแต่หลิงจื้อเฉิงมีประสบการณ์ด้านธุรกิจมาหลายปี ถึงแม้อีกฝ่ายจะไม่พูด นานๆทีจะเปิดเผยข้อมูล แต่นั่นก็พอที่จะทำให้หลิงจื้อเฉิงตกใจได้

            ครอบครัวนั้นให้ความสำคัญกับซูอินจริงๆ ด้วย!

            โรงแรมหลิงกวงกำลังเกิดเรื่องมากมาย ผู้นำอย่างหลิงจื้อเฉิงจึงยุ่งมากเขารีบตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อมารับซูอิน จนถึงตอนนี้ผ่านไปสองชั่วโมงเต็มแล้วอันที่จริงในใจเขาไม่ค่อยสบอารมณ์แต่สิ่งที่หลินเฉวียนเปิดเผยออกมากลับทำให้ความไม่พอใจของเขาหายไปทันที

            ดวงตาภายใต้รอยแผลเป็นของหลินเฉวียนเป็นประกาย

            อีกฝ่ายรู้ดีว่า เขาไม่ใช่คนโง่

            ทั้งสองคนต่างมีความคิดเป็นของตนเอง เริ่มสังเกตอีกฝ่ายต่อไปคนหนึ่งพยายามหาเรื่องคุย อีกคนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ขณะนั้นเองซูอินก็เดินออกมาจากลิฟต์

            แดดยามเช้าส่องลงมาที่เด็กสาวซึ่งปล่อยผมหลวมๆ ชุดเดรสแขนกุดกระโปรงยาวแถบสีฟ้าขาวเผยให้เห็นคอเรียว แขนและข้อเท้ารูปลักษณ์ของเธอไม่ได้สวยมากแต่อารมณ์ที่สดใสและละเอียดอ่อนของเด็กสาวเพียงพอแล้วที่จะดึงดูดผู้คน

            เมื่อเห็นปฏิกิริยาของทั้งคู่ ซูอินจึงเผยรอยยิ้มที่มุมปาก

            “เสร็จแล้วค่ะ ไปกันเลยไหมคะ”

            หลิงจื้อเฉิงพยักหน้าพร้อมวาดมือเชื้อเชิญเดินออกมาด้านนอกก็เป็นฝ่ายเดินไปเปิดประตูหลัง ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ

            รถเมอร์เซเดสเบนซ์วิ่งอย่างราบรื่นไปบนถนนซูอินหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่านเงียบๆ พาดหัวข่าวบนหนังสือพิมพ์บอกว่ารัฐบาลมีประชุมหารือเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจอีกครั้งล้วนเป็นคำทางการที่จอมปลอม แต่ซูอินจับเนื้อหาเหล่านั้นได้ว่าเมืองผิงกำลังจะเริ่มการรื้อถอน

            จิตใจที่พยายามข่มไว้โหมขึ้นมาอีกครั้งตอนนี้เธอจดจ่อที่เรื่องนี้เต็มๆ ไม่มีอารมณ์สนใจเรื่องอื่น หลิงจื้อเฉิงพูดเปิดประเด็นหลายครั้งแต่เธอตอบกลับง่ายๆ แค่ “อืมอืมอาอา”

            ทักษะการสนทนาที่ยอดเยี่ยมในด้านธุรกิจของหลิงจื้อเฉิงกลับไม่ได้ผลจนทำให้เขาหงุดหงิดโชคดีที่โรงแรมที่ซูอินพักอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมหลิงกวงก่อนที่บรรยากาศจะน่าอึดอัดมากไปกว่านี้ รถก็มาจอดที่ประตูด้านหน้าโรงแรมพอดี

            เขาลงจากรถแล้วเดินมาเปิดประตูหลังใช้มือบังอย่างใส่ใจไม่ให้ศีรษะของเธอกระแทกโดนขอบรถ

            “ลงจากรถได้แล้ว”

            ซูอินจัดกระโปรงให้เรียบร้อยก่อนจะลงจากประตูหลัง

            ยังไม่ทันจะสัมผัสแสงแดดร้อนๆ นอกรถเธอก็รู้สึกว่ากำลังถูกมองราวกับเป็นคนสำคัญ

            ซูอินเงยหน้า เมื่อเห็นว่าใครตามมาก็แสดงอาการดีใจ

            นึกอะไรก็เป็นแบบนั้นจริงๆ สินะ

            รถจอดอยู่ด้านข้าง ก่อนที่สองแม่ลูกตระกูลหลิงอู๋อู๋กับหลิงเมิ่งจะลงมาจากรถหรูอีกคันหนึ่งหลิงเมิ่งกำลังมองมาทางนี้ ดวงตาจับจ้องเขม็งมาที่เธอ

            หลิงเมิ่งโกรธซูอินจนอกแทบแตกแล้ว

            เพราะเด็กบ้านนอกคนนี้ทำให้เธอต้องถูกขังอยู่ในสถานพินิจ

            อู๋อู๋รักหลิงเมิ่งด้วยใจจริง เมื่อบุตรสาวถูกขังที่สถานพินิจเธอจึงไปหาเจ้าหน้าที่ผู้คุมสถานพินิจและมอบของกำนัลให้ถึงแม้คนเหล่านั้นจะได้รับแรงกดดันจากทางมณฑล และต้องทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องทว่าหากมีการเพิ่มเงินสินบนให้เป็นการส่วนตัว พวกเขาก็สามารถจัดการเรื่องเหล่านี้

            หลิงเมิ่งถูกขังอยู่ในสถานพินิจจึงไม่ได้ใช้ชีวิตลำบากมีห้องส่วนตัว เครื่องนอนใหม่เอี่ยมอู๋อู๋เตรียมเงินใส่บัตรรับประทานอาหารให้เธอโดยเฉพาะสามารถซื้อขนมในร้านค้าของสถานพินิจได้ตามใจชอบ

            ราวกับว่าแค่เปลี่ยนสถานที่พักผ่อน

            แม้เป็นเช่นนั้น แต่หลิงเมิ่งก็ยังรู้สึกหดหู่ ความโกรธที่มีต่อซูอินเพิ่มมากขึ้น

            ตอนที่อยู่ในสถานพินิจเธอครุ่นคิดเป็นอย่างดีว่าเมื่อออกไปจะต้องจับตาดูซูอินแต่ยังไม่ทันจะลงมือ ก็ได้ยินข่าวใหม่จากพ่อแม่ งานวันเกิดครั้งนี้ต้องจัดให้ซูอินครึ่งหนึ่งและการจัดการทุกอย่างต้องตามใจอีกฝ่าย

            ความเกลียดชังก่อนหน้านี้ทวีคูณขึ้นไปอีกหลิงเมิ่งแทบจะอกแตกตายอยู่แล้ว!

            ดีที่อู๋อู๋ทำให้เธอสงบลง “เด็กโง่ แค่วันเกิดครั้งเดียวแป๊บเดียวอุปสรรคนี้ก็จะผ่านไป ธุรกิจของพ่อจะเจริญก้าวหน้ามากขึ้นเมื่อถึงเวลานั้นเด็กนั่นก็คงทำได้แค่มองด้วยความอิจฉา!”

            เมื่อนึกถึงคำพูดนี้หลิงเมิ่งจึงพยายามควบคุมอารมณ์เธอมองซูอินอย่างพินิจพิจารณา ก่อนจะสังเกตเห็นเสื้อผ้าที่ซูอินสวมอย่างรวดเร็ว

            เธอจำชุดนี้ได้แม่นยำ มันถูกแขวนไว้ตรงตำแหน่งที่เห็นชัดเจนที่สุดบนหน้าต่างของแบรนด์ที่เธอชอบดีไซน์สีฟ้าขาวลายทางสะดุดตามาก หลายวันก่อนเธอไปเดินช็อปปิ้ง เห็นปุ๊บก็ถูกใจแต่พอลองสวมกลับต้องผิดหวัง

            สีฟ้าและสีขาวขับให้ผิวของเธอดูคล้ำดีไซน์แขนกุดแต่เป็นกระโปรงยาวเผยให้เห็นจุดด้อย เมื่อลองสวมทำให้เธอดูขี้เหร่สุดๆ

            แน่นอนเธออดสงสัยไม่ได้ว่า กระโปรงชุดนี้ทำออกมาให้ใครใส่

            แต่ในวันนี้ซูอินที่อยู่ตรงหน้าเธอกำลังสวมมันอยู่อีกทั้งยังดูดีมาก

            ความโกรธที่สะกดไว้เมื่อครู่ลุกโชนอีกครั้ง หลิงเมิ่งเดินตรงไปโดยปราศจากรอยยิ้มน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง “ทำไมเธอยังมาที่นี่อีก”

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน