จานอาหารเช้าที่ใช้แล้วกองรวมกันอยู่ในอ่าง สเตฟานี่เดินไปหยุดตรงเคาน์เตอร์ ยกถ้วยกาแฟขึ้นดื่ม ขณะเดียวกันก็ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ทัศนียภาพของูเากําลังเปลี่ยนไป แมกไม้เริ่มผลัดใบ จากสีเขียวชอุ่มเป็ น้ำตาลแกมทองด้วยฤดูใบไม้ร่วงกําลังย่างเข้ามา
ทางด้านหลังของบ้านไร่เก่าแก่หลังนี้ สายน้ำใสในลําธารไหลผ่านเกาะแก่ง ตัดลึกเข้าไปในพื้นดินอันกว้างไกล ตรงจุดหนึ่งของลําธารนั้น คือสะพานหินแบบเก่าที่ทอดเชื่อมสองฟากฝั่งไว้ และทําให้บรรยากาศออกจะโรแมนติกอยู่มากลังบรรจุฟืนกองโพนตั้งอยู่ข้างประตูบ้านด้านหลัง เป็เชื้อเพลิงที่จะใช้ตลอดฤดูหนาวในแถบ นิว อิงแลนด์ แห่งนี้
เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ ละสายตาจากภาพความงามยามอรุณรุ่งของฤดูใบไม้ร่วงที่ปรากฏอยู่กับสายตา วางถ้วยกาแฟลงรวมกับจานชามที่จะต้องล้างเห็นจะต้องละงานล้างจานนี้ไว้ก่อน เพราะตอนนี้จะต้องต้มน้ำเพื่อซักผ้ากองพะเนินที่รวบรวมมาไว้
ระเบียงบ้านด้านหลังนั้น ได้ถูกแบ่งส่วนหนึ่งออกเป็ห้องซักผ้า ทั้งเครื่องซักผ้าและเครื่องอบให้แห้งตั้งอยู่ตรงมุมห้อง พื้นที่ส่วนเล็กๆ ในห้องนั้นมีเสื้อผ้าที่ใช้แล้วกองสุมอยู่ พร้อมกับตะกร้าที่ใช้แยกผ้า ซึ่งเธอเริ่มลงมือด้วยการเลือกเสื้อสีขาวใส่ลงในเครื่องซักผ้าก่อน
วันนี้เป็วันหนึ่ง ที่อากาศดีมากสามารถจะเอาผ้าออกไปตากบนราวรับแสงแดดแทนการอบได้ และที่ดียิ่งกว่านั้น ก็คือแสงแดดช่วยให้เสื้อผ้าดูสะอาดและมีกลิ่นหอมสดชื่นด้วย
เธอถลกแขนเสื้อเชิ้ตสีเทาตัวเก่าหลวมโพรก ขึ้นมาจนถึงข้อศอก มันเป็เสื้อเก่าของเพอรี่ซึ่งใหญ่เกินตัวมากนัก แต่ก็ใส่ทํางานได้อย่างสบายไม่ต้องกังวลในเื่ความสกปรกเปรอะเปื้อนด้วย กางเกงยีนที่สวมอยู่สีจางด้วยความเก่า เนื้อผ้าออกจะหน่ายด้วยถูกซักมามากมายหลายครั้ง
ปอยผมทางด้านหลังรัดรวบขึ้นเป็หางลา ใช้เศษผ้าสีฟ้าผูกไว้รวบๆ สเตฟานี่ไม่สนใจที่จะแต่งหน้าเพราะถึงแม้จะแต่งมันก็ไม่ช่วยให้สะสวยขึ้น โดยเฉพาะเมื่อจะต้องซักผ้า ล้างจาน ปัดฝุ่นที่จับเกาะอยู่ตามเครื่องเรือน ต้องปัดกวาดเช็ดถูบ้าน 2 ชั้นหลังนี้ กว่าจะเสร็จงานเหงื่อก็คงช่วยลบเครื่องสําอางออกหมด ยิ่งกว่านั้นในยามเช้าของวันเสาร์เช่นนี้ ถ้าจะมีใครสักคนมาที่บ้านก็เห็นจะเป็เพียง มิสซิสแฮมเมอร์มิลล์ ซึ่งจะต้องเอาไข่ไก่สดมาส่งประจําสัปดาห์เท่านั้น
เมื่อมีเสียงเคาะประตูบ้านด้านหน้าดังขึ้นนั้น สเตฟานี่จึงรู้ได้ทันทีว่า คนที่อยู่ภายนอกเป็ใคร
"เข้ามาเถอะ" เธอร้องบอก ก้มหน้าก้มตาเลือกผ้าใส่เครื่องซักไปพลาง เมื่อได้ยินเสียงประตูเปิดออกและปิดลง เธอก็เสริมว่า "ฉันอยู่ในครัวนี่แน่ะ คุณแฮมเมอร์มิลล์" ห้องซักผ้ากับห้องครัวก็อยู่ไม่ไกลกันนัก "เอาไข่วางไว้บนเคาน์เตอร์เลยนะ ถ้ามีมากกว่านั้นอีกสักโหลก็วางไว้ด้วยฉันเอาเอง เพอรี่เขาอยากกินแองเจิล เค็ก ตั้งใจไว้เหมือนกันว่าบ่ายวันนี้จะทําให้เขากิน"
มีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นตรงประตูที่เปิดออกสู่ระเบียง สเตฟานี่ไม่สนใจแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง กําลังหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวหนึ่งของพี่ชายขึ้นมาตรวจ เพราะเขามักจะทําหมึกหยดใส่กระเป๋าเสื้ออยู่เสมอ
"คุณก็คงไม่รู้เหมือนกันใช่ไหมว่าฉันจะใช้อะไรถึงจะซักหมึกที่เปื้อนเสื้อตัวนี้ของเพอรี่ออก?" เธอขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ "ฉันลองอย่างนั้นก็แล้วอย่างนี้ก็แล้ว มันก็ยัง..." เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นนั้น สเตฟานี่กับประสานสายตากับบร็อคที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่เข้าอย่างจัง เธอยืนตัวแข็งไปในทันทีอุทานออกมาเพียงว่า "บร็อค..." และชื่อที่เผลอพลังออกมานั้นก็ทําให้ใไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า
"ลองใช้สเปรย์ฉีดผมดูสิ เห็นเลขาฯ ผมเขาว่าใช้ได้ผลนะ" เขาเสนอแนะขึ้นด้วยน้ำเสียงที่บอกความขําขัน เช้าวันนี้เขาอยู่ในกางเกงขายาวผ้าเนื้อหยาบสีทราย ซึ่งเป็สีเดียวกันกับเสื้อเสวตเตอร์ตัวหนาหนักมีลวดลลายตรง่อก
เธอตวัดสายตามองไปยังนาฬิกาที่ติดอยู่ข้างฝาผนังอีก ไม่กี่นาทีก็จะ 8 โมงครึ่งแล้ว
"คุณมาที่นี่ทําไมน่ะ?" สเตฟานี่ถามอย่างไม่เข้าใจ ยังคงถือเสื้อเชิ้ตไว้ในมือ อยู่กลางกองผ้าที่จะซักอยู่เช่นเดิม "ฉันคิดว่าคุณเป็..."
"คนส่งไข่งั้นรึ? ผมรู้แล้ว" เขาลงมือที่กอดอกลง พร้อมกับยืดตัวขึ้น "แล้วก็ขอตอบคําถามเสียด้วยว่า ผมก็มาหาคุณน่ะสิ"
"ค่ะ...แต่...ก็เช้านี้คุณต้องพบกับเพอรี่นี่คะ" สเตฟานี่พูดเหมือนจะทักท้วง
"ก็พบกันแล้วละ...2-3 นาที ว่าแต่คุณจะเดินมาตรงผม หรือว่าจะให้ผมบุกกองผ้าเข้าไปหาคุณ?" เขาถามกึ่งเหน็บแนมกึ่งล้อ
สเตฟานี่วางเสื้อเชิ้ตที่ถืออยู่ในมือลงข้างเครื่องซักผ้า และทันใดก็นึกถึงการแต่งเนื้อแต่งตัวขึ้นมาได้ ก้มลงมองเสื้อตัวโคร่งกับกางเกงยีนเก่าๆ ที่สวมไว้ มีความรู้สึกเหมือนตัวเองยืนเปลือยกายอยู่ต่อหน้าเขา ด้วยเรียวปากที่เผือดซีดไร้สีลิปสติกแต่งแต้มไว้
"ที่จริง ก่อนจะมาคุณควรจะโทรศัพท์มาบอกให้ฉันรู้ตัวล่วงหน้าเสียก่อนนะคะ" เธอยกมือขึ้นจับพวงผมพร้อมกับก้าวข้ามกองผ้าออกมา
"ถ้าโทรมาก็ไม่ได้เห็นภาพที่น่าดูอย่างนี้น่ะสิ" บร็อคเอื้อมไปรับมือถึงรั้งร่างเข้าสู่อ้อมแขน มือข้างหนึ่งโอบอยู่กับแผ่นหลังขณะพิจารณาใบหน้าที่แหงนขึ้นมอง "รู้ไหมว่าเวลาคุณแต่งตัวอย่างนี้กน่ารักเหมือนเด็กๆ นะ"
มันไม่ใช่คําชมที่สเตฟานี่อยากจะได้ยินเลย เธอเบี่ยงหน้าหนีเสีย จุมพิตของเขาจึงถากไปบนนวลแก้มมีความรู้สึกเหมือนพื้นที่รองรับอยู่ใต้ฝ่าเท้าโคลงเคลงอยู่ไปมา แต่จริงๆ แล้วมันเป็เพราะขาสั่นมากกว่า
"ฉันไม่อยากเหมือนเด็กเล็กๆ อย่างที่คุณว่าหรอกค่ะ" เธอพูดตรงๆ ยกมือขึ้นแก้โบผ้าที่ผูกผมออก แต่ดูเหมือนเธอจะผูกมันแน่นเกินไป และมือก็สั่นเกินกว่าจะแก้ออกได้ทันใจ
เธอพยายามจะขยับตัวหนี เมื่อบร็อคจับร่างหมุนให้หันหลัง แต่เขาทาบฝ่ามือไว้กับ่ไหล่
"อยู่เฉยๆ" เขาสั่ง และสเตฟานี่ก็ได้แต่ยืนนิ่งๆ เมื่อเขาช่วยแก้ปมผ้าที่รัดพวงผมออก เมื่อสําเร็จแล้วก็ใช้นิ้วเสยให้มันสยายออก "เอาละ ตอนนี้ก็เป็สาวแล้วสบายใจหรือยังล่ะ?" รอยยิ้มหัวกระจายอยู่ในดวงตาคู่สีเทา
แต่ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจในคําตอบ เมื่อโน้มศีรษะลงประทับจุมพิตลงบนเรียวปาก ขณะที่ตวัดร่างเธอเข้าสู่อ้อมแขน มันเป็จุมพิตที่หักหาญสร้างความรู้สึกใหม่ๆ ให้บังเกิดขึ้น ร่างที่แข็งขึ้นเอนเข้าไปหาเขาด้วยแรงปรารถนา เขาไล้ริมฝีปากไปทั่วนวลแก้มและซอกหู
"คุณแน่ใจจริงๆ น่ะหรือว่าจะไม่พบผมอีกก่อนที่ผมจะไปจากที่นี่?" น้ำเสียงของเขาแฝงแววขุ่นเคืองไว้
"ก็ไม่แน่ใจเท่าไรนักหรอก" สเตฟานี่ตอบไปตามความจริง เปลือกตาปิดสนิทเมื่อเขาเน้นไรฟันลงไป่คอจนถึง่ไหล่
"แล้วนี่พ่อแม่คุณไปไหนหมดล่ะ? คุณคิดว่าจะมี ใครมาอีกนอกจากผู้หญิงที่มาส่งไข่นั้น?" เขาถามด้วยเสียงคาดคั้น
"พ่อแม่ฉันตายหมดแล้วละค่ะ" เธอตอบเสียงเบาออกจะแคลงใจว่าทําไมเขาถึงไม่รู้เื่นี้ "ก็มีแต่มิสซิส แฮมเมอร์มิลล์ เท่านั้นแกมักจะมาตอน 9 โมง"
เธอได้ยินเสียงบร็อคสูดลมหายใจลึกๆ เมื่อเงยหน้าขึ้นและฝืนยิ้มให้เธอ
"ถ้าอย่างนั้น ทําอาหารเช้าให้ผมกินหน่อยได้ไหมล่ะ? ก่อนจะมานี่ยังไม่กินอะไรเลย รีบมาเพราะกลัวว่าคุณอาจจะออกไปซื้อของข้างนอกแล้วก็จะไม่ได้พบกัน"
เธอไม่กล้าจะถามอะไรต่ออีกเมื่อเขาพูดออกมาเช่นนั้น ได้แต่รับทราบเงียบๆ
"เบคอนกับไข่ดีไหมคะ?"
"สิ่งที่ผมอยากกินน่ะ มันกินตอนนี้ไม่ได้นี่" เขาลูบโลมอยู่กับแผ่นหลัง รั้งร่างเธอเข้ามาหาก่อนที่จะปล่อยมือและก้าวถอยออกห่าง "เบคอนกับไข่ก็ดีแล้ว"
สเตฟานี่เดินตรงไปที่ตู้เย็นรู้สึกดีใจที่ได้มีอะไรทําเสียบ้าง ดึงห่อเบคอนกับหยิบไข่ที่เหลืออยู่อีกเพียง 2 ฟองออกมา เหลือบมองเห็นเหยือกน้ำส้มคั้นที่ตั้งอยู่ในตู้เย็น จึงถามต่อว่า
"น้ำส้มด้วยไหมคะ?"
"ไม่เอา ขอบใจ" บร็อคเดินเข้ามายืนข้างๆ ขณะที่เธอวางแผ่นเบคอนลงในกระทะ
เมื่อมันเริ่มร้อน เธอก็เดินไปที่ตู้เก็บของหยิบจานชุดออกมา มองไปทางโต๊ะที่ตั้งอยู่ในครัวอย่างไม่แน่ใจ
"คุณจะทานในครัวนี้ หรือว่าจะทานในห้องอาหารคะ?"
"ไม่เอาละ กินในนี้ก็แล้วกันไม่อยากให้คุณห่างสายตา" เขาส่ายศีรษะประกอบคําพูด
ทั้งแววในดวงตาทั้งคําตอบประโยคนั้น รบกวนจิตใจเธอเหลือจะกล่าว สเตฟานี่อยากจะให้ตัวเองมีความมั่นใจมากกว่านี้ ความปีติทําให้รอยยิ้มฉาบอยู่บนใบหน้าขณะที่วางจานกับเครื่องช้อนส้อมลงบนโต๊ะ เดินไปกลับเบคอนในกระทะ
"นานเท่าไรแล้วคะที่นั่งทานอาหารในครัวน่ะ?" เธอถามอย่างใคร่รู้ปรายตามองหน้าเขา
"ครั้งหลังสุดดูเหมือนจะตอนเป็เด็กละมั้ง" เขาตอบเช่นที่สเตฟานี่คาดไว้ "คุณเป็แม่ครัวฝีมือหนึ่งหรือเปล่าละ?"
"ไม่เก่งเท่าเพอรี่หรอกค่ะ เขามีเวลาซ้อมฝีมือมากกว่าฉัน" เบคอนเริ่มเป็สีน้ำตาลน่ากินแล้ว สเตฟานี่กลับไปกลับมาเพื่อให้กรอบมากขึ้น
บร็อคเข้ามายืนอยู่เื้ั โลมไล้ฝ่ามืออยู่กับ่ไหล่
"ทําไมเขาถึงมีเวลาซ้อมมือมากกว่าคุณล่ะ?" จริงๆ แล้วเขามิได้สนใจในคําถามของตัวเองเท่าใดนัก
"ตอนที่แม่ตายฉันเพิ่ง 4 ขวบเท่านั้นนี้ พ่อต้องทํางานถึง 2 แห่งเพื่อพยุงฐานะของครอบครัวเรา เพราะฉะนั้นเพอรี่ก็ต้องทั้งทําอาหารทั้งเลี้ยงฉัน"