ในทวีปหยุนเซียวนั้นประกอบไปด้วยกองกำลังมากมาย ตระกูลฉินเป็ 1ใน4 กองกำลังระดับหนึ่งของทวีปหยุนเซียวนี้ ประกอบไปด้วย 1 ราชวงศ์หยุน 2 วังมือสังหาร 3 ตระกูลหู และ 4ตระกูลฉิน ตระกูลหูและตระกูลฉินเป็ศัตรูกันมาช้านานแล้ว ั้แ่ตระกูลฉินเลื่อนระดับมาเป็กองกำลังระดับหนึ่ง
ตระกูลหูและตระกูลฉินถือว่าเป็ 2 ตระกูลที่ใหญ่ที่สุดในทวีปหยุนเซียวนี้แล้ว เพราะว่ากองกำลังที่เหลือ ไม่เป็ราชวงศ์ก็เป็นิกายหรือไม่ก็สำนัก จะเห็นได้ชัดว่า 2 ตระกูลนี้ยอดเยี่ยมเพียงใด
ตระกูลหูไม่มีความสุขแน่เพราะเมื่อหลายพันปีก่อนนั้นพวกเขาถูกเรียกว่า ตระกูลของทวีปหนุนเซียว เพราะมีแค่ตระกูลหูที่เป็ตระกูลใหญ่แค่เพียงตระกูลเดียว แต่ในปัจจุบันตระกูลฉินกลับยกระดับตัวเองมาเทียบเท่าพวกเขา ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ตระกูลฉินเป็เพียงกองกำลังระดับ 3 ธรรมดาๆเท่านั้นเอง
ที่ตระกูลฉินสามารถยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็กองกำลังระดับหนึ่งได้นั้น มันไม่ใช่ความลับหรือมีความลับอะไรเป็พิเศษอะไร มีเพียงอย่างเดียวที่ทำให้ตระกูลฉินยิ่งใหญ่จนถึงทุกวันนี้ นั้นเป็เพราะ าาสยบฟ้าฉินจุน แค่ชื่อนี้ชื่อเดียวเท่านั้น ฉินจุนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว ทัั้งทวีปหยุนเซียว ไม่มีใครไม่รู้จักเขา ฉายา าาสยบฟ้านั้นไม่ได้มีไว้แค่ชื่อ
ฉินจุนวัยหนุ่มนั้นเขาออกผจญภัยไปในหลายที่ มีมิตรสหายมากมาย แน่นอนในเมื่อได้มิตรก็ต้องได้ศัตรูด้วยเช่นกัน แต่ศัตรูของเขาส่วนใหญ่กว่า 9ใน10 นั้นได้ตายไปหมดแล้ว ด้วยการโดนเขาสังหารนั้นเอง ส่วน 1ส่วน ที่เหลือนั้นเป็คนที่มีเื้ัแข็งแกร่งเกินไปจนเขาไม่อาจลงมือได้
เื่ที่ทำให้ตัวเขาโด่งดังถึงขั้นสุดนั้นคือ เขาถูกปิดล้อมโดยคนขอบเขตครึ่งก้าวนักบุญถึง12คน ที่หมายจะสังหายเขา ใน่เวลานั้นเขาอยู่เพียงขอบเขต ปราการ์ ขั้น 5 เท่านั้น แต่เขาสามารถรอดพ้นจากการโดนสังหารมาได้ ไม่พอเขายังสังหารอีกฝ่ายไปทั้งหมดอีกด้วย เหตุการนี้จึงถูกจารึกและถูกเรียกง่ายๆว่า การถือกำเนิดของาาสยบฟ้าฉินจุน
..........
ในเมืองเป้ยฉิง ภายในคฤหาสน์ของตระกูลฉิน คฤหาสน์ตระกูลฉินนั้นมีความงดงามและใหญ่โตเป็อย่างมาก ไม่ต่างกับแดนเซียนเลยก็ว่าได้ ว่ากันว่าคนที่วางรากฐานทั้งหมดของตระกูลฉินนั้นคือ บรรพบุรุษฉินจุนนั้นเอง ฉินจุนถือเป็บรรพบุรุษที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ในตระกูลฉิน และยังเป็คนที่ถูกเคารพมากที่สุดอีกด้วย ถ้าไปถามเด็กรุ่นใหม่ของตระกูลฉินว่ารู้จักบรรพบุรุษคนไหนบ้าง เด็กทุกคนในตระกูลฉินจะตอบชื่อของฉินจุนกันทั้งนั้น
ตระกูลฉินเป็ตระกูลที่แปลกมาก ทั้งที่เป็ตระกูลที่ใหญ่มากแท้ๆ แต่กลับไม่มีตระกูลสาขาแม้แต่ที่เดียว ว่ากันว่าฉินจุนนั้นรวบรวมตระกูลสาขาทั้งหมดให้มาอยู่ตระกูลหลักทั้งหมด ฉินจุนเคยพูดไว้ว่าตระกูลฉินมีแค่ที่เดียวมีแค่หนึ่งเดียวเท่านั้น ทำให้ตระกูลฉินนั้นไม่มีตระกูลสาขาเลยนั้นเอง
ตระกูลฉินนั้นมีธุรกิจมากมาย ไม่ว่าจะเป็ โรงเตี๊ยม ร้านอาหาร โรงประมูล หอการค้า ค้าผ้าไหม ค้าเครื่องเทศ ธัญพืช ปศุสัตว์ เม็ดยา โรงหมอ และอื่นๆอีกมากมายทีเดียว
ตระกูลฉินนั้นขึ้นชื่ออย่างมากในเื่ของอาหาร เพราะมีแต่อาหารแปลกใหม่ที่ไม่เคยเห็นจากไหนทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็ ต้มยำ ส้มตำ ลาบ น้ำตก ข้าวหน้าต่างๆ ซูชิ หมูกระทะ ชาบู ช็อกโกแลต เค้ก ขนมหวานต่างๆ ขนมปังต่างๆ และยังมีอีกมากมาย เพราะเป็อาหารที่รสชาติแปลกใหม่มากทำให้เป็ที่นิยมอย่างรวดเร็ว เพราะไม่เคยมีใคร เคยกินรสชาตินี้มาก่อนนั้นเอง แน่นอนว่าคนคิดค้นอาหารนี้ขึ้นมาก็คือฉินจุนนั้นเอง
ภายในคฤหาสน์ตระกูลห้องประชุมนั้น มีเหล่าชายหญิงมารวมตัวกันมากมาย พวกเขากำลังทำหน้าตาเครียดกันเป็อย่างมาก
"ข่าวเื่การทะลวงขอบเขตของบรรพบุรุษตระกูลหูเป็เื่จริงหรือไม่"
ประมุขคนปัจจุบันของตระกูลฉินเอ่ยถามอย่างร้อนใจ
"เป็เื่จริงแน่นอน เื่นี้ได้รับการยืนยันจากหน่วยข่าวของเราแล้ว"
ผู้าุโคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าที่บิดเบี้ยว
"ไอ้พวกบัดซบตระกูลหูมันได้รับความช่วยเหลือจากสำนักพิษมาร เพราะไอ้เด็กสาระเลว หูเสี่ยวมันได้เป็ศิษย์ของเ้าสำนักพิษมารคนปัจจุบัน"
ผู้าุโอีกคนกล่าวอย่างเดือดดาล
"ไม่แปลกหรอก หูเสี่ยวนั้นมีกายาพิษที่หายากมากๆ ถึงขั้นทำให้สำนักพิษมารมารับตัวมันถึงตระกูลเลยทีเดียว" ผู้าุโอีกคนกล่าวเสียงเรียบ
"บัดซบ!!! แบบนี้ตระกูลหูมันก็ได้รับการสนับสนุนจากสำนักพิษมารนะสิ ไหนจะบรรพบุรุษของพวกมันตัดผ่านถึงขอบเขตนักบุญอีก มันจะต้องหันคมเขี้ยวของมันมาที่ตระกูลของเราเป็แน่ เราต้องรีบหาแผนมารับมือพวกมัน เพราะมันจะโจมตีเราเมื่อไรก็ไม่รู้" ฉินเทียนประมุขตระกูลฉินกล่าวอย่างเป็กังวล
"ข้าเห็นด้วยกับเื่นี้ ที่ชายแดนของเรากับตระกูลหูเริ่มมีการปะทะกันบ่อยขึ้นแล้วด้วย ไหนจะข่าวจากหน่ยวข่าวกองของเรานั้นที่บอกว่าตระกูลหูมันกำลังรอบรวมผู้คนอยู่ มันต้องเตรียมตัวทำากับเราแน่ๆ" ผู้าุโฉินกวางเอ่ยขึ้น
"ถ้าเกิดาขึ้นจริงยังไงเราก็ต้องไปปลุกท่านบรรพบุรุษ เพราะว่าเราไม่อาจรับมือกับบรรพบุรษตระกูลหูได้ ถ้าบรรพบุรุษตระกูลหูลงมือด้วยตนเองแล้วหล่ะก็... พวกเราไม่อาจรับมือได้แน่"
ผู้าุโฉินเจียอี้เอ่ยขึ้น
"ไม่ได้ ถ้าไม่จำเป็จริงๆเราไม่ควรไปรบกวนท่านบรรพบุรุษ ตอนนี้ท่านบรรพบุรุษกำลังอยู่ใน่เวลาที่สำคัญมากๆ"
"มันก็ใช่ แต่ถ้าบรรพบุรุษตระกูลหูลงมือแล้วหล่ะก็ คงไม่มีใครนอกจากท่านบรรพบุรุษที่จะต่อกรกับมันได้"
"ไม่ เรายังมีหงอคงอยู่ ตอนนี้หงอคงอยู่ในระดับครึ่งก้าวนักบุญแล้ว มันแข็งแกร่งด้วยเพราะมันเป็สัตว์อสูร และยังเป็สัตว์ในพันธะสัญญาของท่านบรรพบุรุษอีกด้วย"
"จริงด้วย เรายังมีหงอคงอยู่นี่นา!!!"
หงอคงมันคือสัตว์พันธะสัญญาของฉินจุน มันคือวานรโลกันต์สี่แขน มันเป็ลิงตัวใหญ่มีขนสีแดงประดุจเพลิงโลกันต์มีความสูงราวๆ 12-15 เลยทีเดียว ฉินจุนเจอมันตอนที่มันยังเป็เด็ก แม่ของมันนั้นต่อสู้กับอสรพิษเจ็ดเขาถึงแม่ของมันจะสามารถฆ่าอสรพิษเจ็ดเขาได้แต่ด้วยพิษาแก็ทำให้แม่ของมันตายไปด้วยนั้นเอง ฉินจุนผ่านมาเห็นมันนอนกอดศพของแม่มันอยู่ มันคงยังไม่รู้ว่าแม่ของมันได้ตายลงแล้ว ฉินจุนรู้สึกสงสารจึงเก็บมันมาเลี้ยงดูและทำพันธะสัญญากับมันนั้นเอง และมันยังเป็สัตว์พิทักษ์ตระกูลอีกด้วย ฉินจุนเจอมันเมื่อราวๆ 300 ปีก่อน ก่อนที่จะปิดด่านนั่นเอง และพันธะสัญญาที่ทำกับหงอคงนั้นเป็แบบที่ตัวของมันเองเต็มใจอีกด้วย ถามว่ามันสำคัญหรอที่ตัวสัตว์อสูรนั้นเต็มใจทำพันธะสัญญาหรือไม่ สำคัญสิ แถมมากด้วยเพราะถ้ามันไม่เต็มใจทำนั้นจะทำให้ศักยภาพในการเติมโตและความแข็งแกร่งของมันนั้นน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็นั้นเอง แต่ถ้ามันเต็มใจการเติบโตของมันจะไร้ขีดจำกัดและยังมีโอกาสในการกลายพันธุ์อีกด้วย
"ใช่ต่อให้บรรพบุรุษตระกูลหูมันจะทะลวงขอบเขตนักบุญมันก็ไม่อาจเอาชนะหงอคงได้ง่ายๆ ถึงหงอคงจะอยู่แค่ครึ่งก้าวนักบุญก็ตามที แต่ด้วยเป็เพราะสัตว์อสูร มันจึงแข็งแกร่งกว่าคนขอบเขตเดียวกันหรือขอบเขตสูงกว่านั้นเอง"
"ดี เรามีวิธีรับมือแล้วถึงหงอคงจะชนะมันไม่ได้แต่มันก็ไม่ง่ายที่บรรพบุรุษตระกูลหูมันจะชนะได้ง่ายเช่นกัน"
ในระหว่างที่พวกเขากำลังหาลือกันอยู่นั้น ก็ได้มีคนคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว "แย่แล้วครับๆๆ!!!!!"
"มีเื่อันใด เ้าไม่เห็นหรือไงว่าพวกข้ากำลังประชุมเื่สำคัญกันอยู่ ห๊ะ!!!! ถ้าเื่ของเ้าไม่สำคัญหล่ะก็ข้าจะลงโทษเ้าอย่างหนักเลยทีเดียว!!!!" ฉินเทียนกล่าวเสียงดัง เขาหัวเสียมากที่มีคนมารบกวนการประชุมที่สำคัญแบบนี้
"ขออภัยขอรับ ท่านประมุขท่านผู้าุโ แต่เื่นี้เป็เื่สำคัญจริงๆขอรับ ตอนนี้ที่ชายแดนของเรากับตระกูลหูนั้นเกิดาขึ้นแล้วขอรับ ตระกูลหูโจมตีเราแบบสายฟ้าแลบเลยขอรับ!!!!!" คนที่เข้ามารายงานนั้นพูดอย่างร้อนรน
"อะไรนะ!!!!!!!!" ทั้งประมุขและผู้าุโของตระกูลฉินนั้นะโเสียงดัง