บทที่ 25 ความลับในห้องทำงาน
เยี่ยเจียกำลังจะก้าวขาออกไป ก็ต้องหยุดชะงักลงทันที ผู้หญิงที่เขารัก… หัวใจของเธอ...
ราวกับว่า คำตอบทั้งหมดค่อย ๆ คลี่คลายออกมาทีละน้อย
สวีเสี้ยนหย่าเห็นว่าเธอกำลังสนใจ จึงพูดต่อไปอีกครั้ง “กล่องดนตรีที่อยู่บนโต๊ะทำงานของพี่อวิ่นซาง นาฬิกาที่พี่อวิ่นซางใส่ ปากกาที่เขาใช้ไม่เคยเปลี่ยน วันที่หกสิงหาคมของทุกปี และห้องทำงานของพี่อวิ่นซาง…”
“ยังมีอีกหลายอย่างเลยนะ ถ้าเธอสังเกตสักนิด เธอก็จะรู้ว่าสิ่งที่ฉันพูดเป็ความจริงหรือเปล่า”
“ถ้ารู้แล้ว ก็อย่าตื่นเต้นจนเกินไปล่ะ ระวังหัวใจของเธอด้วย” สวีเสี้ยนหย่าหัวเราะเยาะเย้ยทิ้งท้ายเอาไว้ แล้วก็ก้าวขาออกไป
กล่องดนตรี นาฬิกา ปากกา สิ่งของเหล่านี้เยี่ยเจียไม่เคยสนใจ
มีแค่ห้องทำงานของฟู่อวิ่นซางเท่านั้นที่ทำให้เยี่ยเจียรู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก
ั้แ่ที่เธอแต่งงานกับเขามา เขาก็ไม่เคยให้เธอเข้าไปในห้องทำงานเลย แต่ถึงอย่างนั้นก็คงไม่สามารถบอกอะไรได้ อาจเป็เพราะว่าเขาไม่อยากให้เธอยุ่งวุ่นวายกับของของเขา และการที่เขามีพื้นที่ส่วนตัวของเขาก็เป็เื่ปกติ
เยี่ยเจียเก็บความคิดเอาไว้ในใจ เธอจ้องมองเอกสารในมือของตัวเองด้วยความรู้สึกมึนงงอยู่ครู่ใหญ่
จากบริษัทถึงบ้าน ใช้เวลาเพียงสิบนาที
พอเยี่ยเจียกลับมาถึงบ้าน ก็เห็นแม่บ้านหลายคนกำลังทำความสะอาดอยู่
ป้าอู่เห็นเยี่ยเจียก็เดินเข้ามาต้อนรับ “คุณหนูกลับมาแล้วเหรอคะ ป้ายังทำความสะอาดบ้านไม่เสร็จเลย คุณหนูนั่งพักที่ห้องรับแขกก่อนนะคะ ป้าจะไปเอาน้ำมาให้ค่ะ”
“ก็ได้ค่ะ”
ทันทีที่เยี่ยเจียนั่งลงบนโซฟา เธอก็ได้ยินเสียงป้าอู่ตำหนิใครบางคนอยู่ “ตายจริง! นี่มันอะไรกัน! เมื่อกี้ฉันไม่ได้บอกเหรอว่าไม่ต้องทำความสะอาดห้องทำงานของคุณชาย และฉันไม่ได้บอกเหรอว่าห้ามเข้าห้องทำงาน?!”
‘ห้องทำงาน’
คำคำนี้ทำให้เยี่ยเจียราวกับต้องมนต์สะกด ประตูห้องทำงานสำหรับเธอเปรียบเสมือนกล่องเก็บความลับซึ่งมีปีศาจซุกซ่อนอยู่ภายใน
เธออยากจะเข้าไปดู อยากรู้ว่าในพื้นที่ส่วนตัวของฟู่อวิ่นซางนั้นมีความลับอะไรซ่อนอยู่บ้าง
เยี่ยเจียเดินไปข้างหน้า และกำลูกบิดของประตูบานนั้น ก่อนจะเปิดออก...
ภายในห้องทำงานมีกระจกบานกว้างแทนผนังทั้งแผ่น เมื่อประตูถูกเปิดออก แสงจ้าจากภายนอกก็สาดส่องเข้ามา จนทำให้เยี่ยเจียรู้สึกปวดตาเล็กน้อย
‘แอ๊ด’
เธอค่อย ๆ งับประตูให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้
เยี่ยเจียรีบวิ่งเข้าไปข้างใน โดยไม่ทำให้สาวใช้คนไหนแตกตื่น
เธอไม่เคยมาที่ห้องทำงานของฟู่อวิ่นซางเลยสักครั้ง
บนโต๊ะทำงานมีเอกสารกระจัดกระจายอยู่บ้าง เยี่ยเจียแวบเห็นคำว่า ‘หนัวต้ากรุ๊ป’ บนปกเอกสาร ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็เอกสารที่ฟู่อวิ่นซางนำกลับมาจากบริษัท
โซฟาเป็ชุดที่เธอไปเลือกกับฟู่อวิ่นซางที่ร้านเฟอร์นิเจอร์เอง
ส่วนพรมก็เป็แบบตุรกีที่เธอแนะนำให้ฟู่อวิ่นซางซื้อ
ห้องทำงานนี้ไม่มีอะไรผิดปกติ ไม่มีร่องรอยของผู้หญิงคนอื่นอยู่เลย
คงเป็เธอที่คิดมากไปเอง
เยี่ยเจียเดินเข้าไปในห้องอีกสองสามก้าว ความหวาดระแวงที่ค้างคาอยู่ก็ค่อย ๆ คลายลง
เธอแต่งงานมาสามปีแล้ว ย่อมรู้ดีว่าฟู่อวิ่นซางเป็คนแบบไหนเมื่ออยู่กับเธอ แม้บางครั้งเธอจะไม่สามารถรับรู้ถึงความรู้สึกของฟู่อวิ่นซางที่มีต่อเธอได้อย่างชัดเจน...
แต่เขาก็เป็คนเ็าแบบนั้นอยู่แล้ว ในแง่ของความรู้สึกค่อนข้างเรียบเฉย แม้แต่ในตอนที่พวกเขาสนิทสนมกันมาก ๆ ก็ยังแทบไม่มีครั้งไหนที่ทั้งคู่จะขาดสติทะเลาะเบาะแว้งกัน
เขารู้ว่าเธอมีโรคหัวใจ ดังนั้นใน่สามปีที่ผ่านมา ฟู่อวิ่นซางจึงดูแลเธอเป็อย่างดี
เพื่อดูแลหัวใจของเธอ เขาจึงย้ายออกมาอยู่คนเดียว ห่างจากบ้านพ่อแม่ของตัวเอง เขาดื้อรั้นไม่ยอมให้เธอเสี่ยงมีลูก
ทุกครั้งที่ร่วมรักกัน ฟู่อวิ่นซางมักจะจูบบนแผลเป็บริเวณหน้าอกของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่อยากจากไปไหน
ในอดีต ฟู่อวิ่นซางเป็ฝ่ายเริ่มขอแต่งงานกับเธอด้วยความสมัครใจ ไม่มีใครกดดันให้เขาทำแบบนั้นเลยแม้แต่คนเดียว
ในตอนนั้น เขาถึงกับฝ่าฝืนคำทัดทานของพ่อแม่เพื่อจะได้สู่ขอเธอเข้ามาเป็สะใภ้ตระกูลฟู่ มาเป็ภรรยาของฟู่อวิ่นซาง
หากไม่ใช่เพราะความรัก เยี่ยเจียก็คิดไม่ออกเลยว่าจะมีเหตุผลอื่นอีก
เยี่ยเจียนึกถึงเื่นี้ จิตใจที่เคยเศร้าหมองจากตอนที่พบสวีเสี้ยนหย่าก็สดใสขึ้นมาทันที เมื่อเตรียมจะออกจากห้องทำงาน แล้วหันกลับไปจับลูกบิดประตู ใบหน้าของเธอก็ซีดเผือดในทันตา หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำไปครู่หนึ่ง
เยี่ยเจียยังคงท่าทางจับลูกบิดประตูไว้อยู่ ความเย็นะเืจากปลายนิ้วแผ่กระจายไปทั่วร่าง
อีกด้านหนึ่งของประตู บนผนังฝั่งนั้น มีภาพสีน้ำมันเป็รูปหญิงสาวที่หน้าตางดงามแขวนประดับอยู่
เยี่ยเจียตัวแข็งทื่อ จับหน้าอกแน่น เธอพยายามประคองร่างอ่อนปวกเปียกเอาไว้ สายตาก็จับจ้องไปยังภาพหญิงสาวในรูปวาดนั้นจนไม่อาจขยับได้
มุมล่างสุดของภาพมีลายเซ็นของคนคนหนึ่ง ‘mylover - สวีเสี้ยนซู อเล็กซ์’
‘อเล็กซ์’ เป็ชื่อภาษาอังกฤษของฟู่อวิ่นซาง
สวีเสี้ยนซู
“เขารักเพียงแค่หัวใจดวงของเธอเท่านั้น!” เสียงของสวีเสี้ยนหย่าดังขึ้นมาอีกครั้งในหัวของเธอ
หญิงสาวในภาพมีหน้าตาสะสวย แววตาแสดงถึงความใสซื่อ ริมฝีปากอวบอิ่มคลี่ยิ้มอ่อนหวาน และดูสงบเสงี่ยม
ดวงหน้าของเธอมีบางส่วนที่คล้ายคลึงกับสวีเสี้ยนหย่า
เยี่ยเจียยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น สายตาของเธอจดจ้องภาพวาดหญิงสาว ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่าหัวใจของเธอเริ่มเต้นแรงขึ้นมา
ตุบ ๆ ตุบ ๆ ตุบ ๆ
มันเต้นเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับจะะเิออกมา
“คนที่พี่อวิ่นซางรักไม่ใช่เธอ แต่เป็เ้าของหัวใจนั่นต่างหาก! เขาแต่งงานกับเธอก็เพื่อจะปกป้องหัวใจของผู้หญิงที่เขารักเท่านั้น! แต่ถ้าพี่อวิ่นซางรู้ว่าผู้หญิงที่เขารักยังมีชีวิตอยู่ เธอคิดว่าเขาจะยังเป็สามีของเธอได้อีกนานแค่ไหน?!” เยี่ยเจียกุมหน้าอกแน่น เสียงแหลม ๆ นั้นดังก้องอยู่ในโสตประสาท
ผู้หญิงที่ฟู่อวิ่นซางรักอย่างลึกซึ้งตามที่สวีเสี้ยนหย่าพูดถึงคือสวีเสี้ยนซูเหรอ
และหัวใจของเธอ ได้มาเพราะสวีเสี้ยนซูบริจาคให้เหรอ ถ้าเป็แบบนั้นทุกอย่างก็ประจวบเหมาะไปหมด
ในตอนนั้นเอง ก็มีแสงสว่างวาบผ่านเข้ามาในหัวของเยี่ยเจีย เธอเกิดความสงสัยขึ้นมาในทันทีว่าเธอได้หัวใจดวงนี้ของสวีเสี้ยนซูมาได้ยังไง!
คนที่ไม่มีหัวใจแล้วจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร! มันเป็ไปไม่ได้เลย!
หัวใจเธอเต้นระรัวจนแทบหายใจไม่ออก เยี่ยเจียรีบหยิบยาจากกระเป๋ามากินเพื่อบรรเทาอาการแล้วกลืนลงไปถึงสามเม็ด จากนั้นก็พยายามครองสติไม่ให้โรคหัวใจกำเริบ
เพราะเธออาจจดจ่ออยู่กับเื่นี้มากเกินไป จนไม่ได้ยินเสียงรถจอดด้านล่างเลย
ฟู่อวิ่นซางปิดประตูรถ เขาถอดสูทพับไว้ที่แขนอย่างเรียบร้อย แล้วก้าวขึ้นบันได ป้าอู่ซึ่งกำลังจะออกไปซื้อผักก็ต้องประหลาดใจ “คุณชาย วันนี้กลับมาเร็วจังเลยนะคะ”
“ครับ ผมลืมเอกสารสำคัญไว้ที่ห้องทำงาน” ฟู่อวิ่นซางเอ่ยเสียงเรียบตรงทางเข้าบ้าน เขาถอดรองเท้าหนังเอาไว้ วันนี้เลขาส่วนตัวลางาน ชายหนุ่มจึงขับรถกลับมาเอาเอกสารด้วยตัวเอง
“งั้นก็โชคดีนะคะ คุณหนูก็เพิ่งกลับมาด้วยเหมือนกัน นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นนั่นแหละ!” ป้าอู่มองไปในห้องรับแขก แต่กลับไม่เห็นร่างของเยี่ยเจีย “อ้าว? คุณหนูไปไหนแล้วนะ”
สาวใช้อีกคนที่เพิ่งลงมาจากบันไดได้ยินเธอถาม จึงนึกถึงร่างบอบบางที่เห็นเมื่อครู่ “คุณหนูเหรอคะ ฉันเห็นเธอเดินไปทางห้องทำงานเมื่อกี้นี้เอง…”
แม้ว่าฟู่อวิ่นซางจะสั่งห้ามไม่ให้ใครเข้าห้องทำงานเด็ดขาด แต่คงไม่รวมคุณหนูด้วย ดังนั้นเธอจึงไม่ได้ห้ามเอาไว้
“อะไรนะ?! เธอปล่อยให้คุณหนูเข้าห้องทำงานอย่างนั้นเหรอ?!” สีหน้าของป้าอู่เปลี่ยนไปในทันที เธอรีบหันไปมองหน้าฟู่อวิ่นซางโดยอัตโนมัติ
ชายหนุ่มหยุดสวมรองเท้าในทันที ก่อนจะก้าวขาฉับ ๆ ราวกับพายุหมุน ขึ้นบันไดไปอย่างเร่งรีบ
เสียงฝีเท้าเร็วรัวดังมาจากนอกห้องทำงาน ทำให้เยี่ยเจียค่อย ๆ รู้สึกตัว เธอรีบปรับอารมณ์เตรียมจะออกจากห้อง
แต่ดูเหมือนว่าเธอจะช้าไปนิด ประตูห้องทำงานถูกผลักให้เปิดออกอย่างแรง ทำเธอเกือบจะชนเข้ากับฟู่อวิ่นซางเลยทีเดียว
“คุณทำอะไรอยู่ที่นี่” นี่เป็ครั้งแรกที่ฟู่อวิ่นซางพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวโกรธจนเธอตัวสั่นไปหมด
“ฉัน… ฉันเห็นว่าห้องทำงานไม่ได้ทำความสะอาดมานานแล้ว คงจะมีฝุ่นเกาะ เลยคิดจะเข้ามาทำความสะอาดให้น่ะค่ะ” นี่เป็เหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นเลย
เธอไม่ได้ถือไม้กวาดหรือผ้าเช็ดมาด้วยแม้แต่อย่างเดียว ฟู่อวิ่นซางจึงจับพิรุธของเธอได้ง่าย ๆ
ชายหนุ่มจ้องมองเธออยู่อย่างนั้น สายตาคมกริบทำให้เธอรู้สึกกระสับกระส่าย เยี่ยเจียกำชายเสื้ออย่างประหม่า “ถ้าคุณไม่พอใจ ฉันจะไม่เข้ามาที่นี่อีกค่ะ”
ตามนิสัยของเยี่ยเจีย เวลาที่เธอโกหก เธอจะไม่กล้าสบตาใคร เวลาที่เธอเครียด เธอมักจะเกาหัวและกำชายเสื้อไว้แน่น