“ตุบ!”
ขณะที่ หวัง ชง กำลังกังวลอยู่นั้น ฉับพลันฝ่ามือที่ทรงพลังก็ยื่นผ่านฝูงชนเข้ามาพร้อมกับวางถุงเงินขนาดใหญ่ลงบนเบื้องหน้าของเขา
“หวัง ชง เ้าบอกว่า ดอกเบี้ยร้อยละสองต่อวัน คำพูดของเ้าเชื่อถือได้ใช่ไหม!?”
พร้อมกันนั้น เสียงเย็นก็ดังขึ้น
“ซู ไป๋!?”
หวัง ชง เงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย เขาก็ยิ้มออกมาในทันที
“เชื่อได้ไหมงั้นรึ!? แน่นอนอยู่แล้ว!! ซู ไป๋ เ้า้าให้ข้ายืมเงินด้วยงั้นรึ!?”
“หึหึ!! หวัง ชง นี่คือเงินหนึ่งพันห้าร้อยตำลึงทอง ร่างสัญญาให้ข้า และรับมันไป แต่จงจำไว้ว่าเ้าจะต้องจ่ายคืนข้าสองพันสี่ร้อยตำลึงทองในหนึ่งเดือนข้างหน้า!!”
ซู ไป๋ กล่าวออกมาอย่างเ็า
เมื่อได้ยินเงินจำนวนนั้นเหล่าผู้คนโดยรอบก็อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง หนึ่งพันห้าร้อยตำลึงทองเป็จำนวนเงินที่มากเกินกว่าพวกเขาจะจินตนาการได้ ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า ซู ไป๋ จะหาเงินจำนวนมากเช่นนี้มาได้
ภายในหนึ่งเดือน ซู ไป๋ จะสามารถสร้างกำไรได้มากกว่าเก้าร้อยตำลึงทอง ไม่มีผู้สืบทอดตระกูลใดสามารถทำเงินได้สูงมากเช่นนี้ได้ภายในเวลาหนึ่งเดือน
ด้วยเงินจำนวนนั้น ซู ไป๋ ย่อมไม่จำเป็ต้องกังวลเื่ค่าใช้จ่ายใดๆ ไปอีกนาน
“หึหึ~หากว่าเ้ายินดีให้ข้ายืม แล้วข้าจะมีเหตุผลอะไรที่ต้องปฏิเสธ!!”
หวัง ชง รับถุงเงินไปด้วยความปีติ แต่เดิมแล้วเขากำลังกังวลเกี่ยวกับจำนวนเงินที่ไม่อาจตอบสนองต่อแผนการของเขาได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยเงินกว่าพันห้าร้อยตำลึงทองจาก ซู ไป๋ ตอนนี้ มันก็ทำให้เขาสามารถใช้จ่ายได้อย่างสะดวก และสามารถดำเนินตามแผนการได้อย่างราบรื่นแน่นอน
***** ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ *****
โดยที่ไม่ได้รอให้มีการตอบโต้ใดๆ กลับมา หวัง ชง รีบคว้าพู่กันพร้อมกับตวัดลงบนกระดาษอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะลงชื่อตัวเองไว้ด้านล่างของสัญญา สุดท้ายจึงได้ส่งให้ ซู ไป๋ อย่างรวดเร็ว
“เก็บไว้ดีๆ!! หากเ้าทำหายอย่ามาโทษข้าละ เพราะข้าจะไม่คืนเงินให้แก่เ้า!!”
“เ้าไม่ต้องกังวลเื่นั้น!!”
ซู ไป๋ กล่าวเย้ยหยัน
“หวัง ชง ข้าต้องคุยกับท่าน!!”
เมื่อเห็นรอยยิ้มเย็นของ ซู ไป๋ ในตอนนี้ เว่ย ฮ่าว ก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป เขารีบลาก หวัง ชง ออกไปด้านนอกอย่างรวดเร็ว ขณะที่ภายในโรงเตี๊ยมแปดเทพยังคงเซ็งแซ่ไปด้วยเสียงหัวเราะ
ซู ไป๋ จ้องมองไปที่ เว่ย ฮ่าว และ หวัง ชง ด้วยรอยยิ้ม ขณะที่พวกเขากำลังหัวเราะเยาะออกมา เมื่อทุกคนคิดว่าความโกลาหลได้จบลงแล้วนั้น พวกเขาก็รีบหันหลังเพื่อจะผละออกจากบริเวณนี้ทันที
“ช้าก่อน!!”
อย่างไรก็ตามเสียงเย็นของ ซู ไป๋ ก็ดังขึ้นอีกครั้งทำให้โรงเตี๊ยมแปดเทพตกลงสู่ความเงียบงันในพริบตา พร้อมกับสายตาทุกคู่จ้องมองมาที่ ซู ไป๋
ขณะที่ทุกคนกำลังสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นอยู่นั้น ซู ไป๋ ก็หยิบตราประทับสีทองเปล่งประกายกล้าออกมาด้านนอก
“นี่คือตราประทับของคุณชาย เหยา!! คุณชาย เหยา สั่งห้ามไม่ให้ใครแพร่งพรายเื่ที่เกิดขึ้นภายในโรงเตี๊ยมแปดเทพในวันนี้ออกไปภายนอก ทุกคนที่กล้าเปิดเผยเื่นี้ออกไปจะถูกมองว่าเป็ศัตรูของตระกูล เหยา และตระกูล ซู!!”
ขณะที่กล่าวออกมาเช่นนั้น ซู ไป๋ ได้กวาดตามองไปยังผู้คนโดยรอบด้วยแววตาเ็า
แม้ว่าบางคนจะไม่พอใจในการกระทำของ ซู ไป๋ แต่แรกก็ตาม แต่เมื่อพวกเขาได้ยินคำกล่าวเหล่านี้ หัวใจของพวกเขาก็สั่นสะท้านขึ้นมา กระทั่งพากันปิดปากเงียบสนิท
ตระกูล เหยา มีอำนาจสูงล้ำ อีกทั้งยังได้รับความไว้วางใจจากอ๋องฉี อย่างมาก ในเวลานี้ภายในต้าถังไม่มีใครกล้าพอทำให้ตระกูล เหยา ต้องขุ่นเคืองใจ เมื่อเพิ่มตระกูล ซู เข้าไปด้วยอีกเช่นนี้ มันยิ่งทำให้ไม่มีใครกล้าเสี่ยงแม้แต่นิดเดียว
ดังนั้น มันจึงไม่มีใครกล้าเพิกเฉยต่อคำเตือนของ ซู ไป๋
“แปลก!! มันแปลกๆ อยู่นะ!!”
ในเวลานั้น เกา เฟย ค่อนข้างประหลาดใจอย่างมาก มันเพิ่งได้รับคำสั่งจาก เหยา เฟิง มาได้ไม่นาน และมันก็ยังสามารถจดจำได้อย่างชัดเจนว่า เหยา เฟิง ไม่ได้กล่าวออกมาเช่นนี้แต่อย่างใด
เกา เฟย พยายามเงยหน้าขึ้นเพื่อจะกล่าวบางอย่างออกมา แต่เมื่อมันถูกจ้องมองด้วยแววตาที่เ็าของ ซู ไป๋ จึงทำให้มันรีบก้มหน้าลงโดยไม่กล้ากล่าวสิ่งใดออกมา
เหยา เฟิง เป็คนหยิ่งผยอง และคนที่เขาพูดคุยด้วยมักจะเป็ผู้สืบทอดตระกูลในอนาคต เกา เฟย ไม่ได้ตระหนักชัดเจนในเื่นี้ แต่ ซู ไป๋ ได้ทำหน้าที่แทนมันแล้วในเวลานี้ ภายในโรงเตี๊ยมแปดเทพเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมาก หากเื่ที่ หวัง ชง กู้ยืมเงินจากทุกคนแพร่งพรายออกไป และตระกูล หวัง รับรู้เื่นี้ ย่อมทำให้พวกเขาไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดเอาไว้
หากว่า หวัง ชง ยืมเงินของพวกเขาไปในวันนี้ และตระกูล หวัง คืนเงินให้กับพวกเขาในวันพรุ่งนี้ พวกเขาย่อมได้รับกำไรเพียงเล็กน้อย และไม่อาจใช้เื่นี้จัดการกับตระกูล หวัง ได้
สัญญากู้ยืมที่ หวัง ชง ร่างขึ้นให้กับทุกคนที่เขาหยิบยืมเงินมานั้น มันเป็อาวุธชั้นดีที่จะสามารถใช้จัดการกับตระกูล หวัง ได้ ซู ไป๋ ไม่้าให้เกิดความผิดพลาดใดๆ ในแผนการของตน ด้วยชื่อเสียงของตระกูล เหยา และตระกูล ซู มันย่อมทำให้ทุกคนปิดปากเงียบไม่กล้าเปิดเผยเื่นี้ออกไปแน่นอน
..........
“หวัง ชง นี่ท่านคิดจะทำอะไรถึงได้กู้เงินจำนวนมากเช่นนั้น!!”
ขณะเดียวกันนั้น บนถนนด้านนอกโรงเตี๊ยมแปดเทพ เว่ย ฮ่าว ไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป
“หนึ่งพันเจ็ดร้อยตำลึงทอง!! มันเป็เงินจำนวนหนึ่งพันเจ็ดร้อยตำลึงทอง!! ท่านรู้ไหมว่าหายนะกำลังจะเกิดขึ้น หากว่าท่านไม่สามารถคืนเงินทั้งหมดได้ภายในเวลาหนึ่งเดือน!!”
เว่ย ฮ่าว จ้องมองไปที่ หวัง ชง ด้วยความสับสน
เงินกว่าหนึ่งพันเจ็ดร้อยตำลึงทองนี้อาจเป็์สำหรับคนอื่นๆ แต่สำหรับ เว่ย ฮ่าว แล้ว มันถือเป็กับดักมากกว่า เมื่อคิดถึงผลที่จะตามมามันทำให้หัวของเขาหมุนคว้าง แขนขาของเขาอ่อนแรงโดยไร้ซึ่งสาเหตุ
จนถึงตอนนี้ เว่ย ฮ่าว ก็ไม่สามารถเข้าใจได้แม้แต่นิดเดียว ว่าทำไม หวัง ชง ถึงต้องยืมเงินจำนวนมากเช่นนี้
“เว่ย ฮ่าว เ้าไม่ต้องกังวลไป ข้ารู้ว่าข้ากำลังทำอะไรอยู่!!”
หวัง ชง ยิ้มบางออกมาด้วยความสุขุม อีกทั้งดูเหมือนว่าความสุขุมของ หวัง ชง จะทำให้ เว่ย ฮ่าว สงบลงอย่างมาก แม้ว่าเขาจะยังไม่รู้ว่า หวัง ชง ้าจะทำอะไรก็ตาม แต่เขาก็เชื่อว่า หวัง ชง ย่อมมีเหตุผลที่ทำเช่นนี้
เขาไม่ได้ทำทุกอย่างโดยไร้ความคิดพินิจไตร่ตรอง
“ข้าจะไม่ปิดบังเ้า ข้าจะใช้เงินก้อนนี้ และหากว่าข้าทำสำเร็จ จะไม่ใช่เพียงแค่ข้าที่จะได้ประโยชน์จากมัน แต่มันยังสามารถเสริมความแข็งแกร่งให้กับต้าถังของเราได้อีกด้วย!!”
หลังจากที่พวกเขาได้เติบโตขึ้นมาพร้อมกันนั้น หวัง ชง จึงไม่คิดที่จะปิดบังสิ่งใดต่อ เว่ย ฮ่าว เขาเล่าถึงแร่ไฮเดอราบาดออกมา แม้ว่าแต่แรกแล้ว เว่ย ฮ่าว จะต้องใจฟังอย่างมากก็ตาม แต่เมื่อมาถึงจุดสิ้นสุดเขาก็อดไม่ได้ที่จะร้องะโขึ้นมาด้วยความตกตะลึง
“อะไรนะ!! เก้าหมื่นตำลึงทอง!!”
เว่ย ฮ่าว จ้องมองไปที่ หวัง ชง ด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ขณะที่เขาโพล่งออกมาด้วยความตกตะลึง
“หวัง ชง นี่ท่านบ้าไปแล้วรึไง!! ถึงได้เห็นด้วยกับข้อตกลงที่เป็ไปไม่ได้นี่!! แร่อะไรกันถึงจะมีค่ามากถึงเก้าหมื่นตำลึงทองแบบนั้น!?”
เว่ย ฮ่าว รู้สึกเวียนหัวจนแทบจะหมดสติ แขนขาของเขาอ่อนแรงจนแทบจะล้มลงไปกับพื้น
แต่เดิมแล้วเขาคิดว่าเงินกว่าหนึ่งพันเจ็ดร้อยตำลึงทองก็เป็หนี้ก้อนใหญ่มากแล้ว แต่เมื่อรับรู้ถึงเบื้องลึกแล้วนั้น มันก็ทำให้เขาพบว่า หวัง ชง มีหนี้กว่าเก้าหมื่นตำลึงทองอย่างไม่น่าเชื่อ
เว่ย ฮ่าว รู้สึกราวกับว่าศีรษะของเขากำลังจะะเิออก
“เว่ย ฮ่าว เ้าไม่ต้องใไป ข้ารู้ดีว่าข้ากำลังทำอะไรอยู่ มันจะไม่มีอะไรผิดพลาด!!”
หวัง ชง กล่าวออกมาด้วยเสียงเรียบราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันดูคล้ายกับว่าเขารู้อยู่ก่อนแล้วว่า เว่ย ฮ่าว จะตอบสนองออกมาเช่นไร ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็ยังเป็เด็กอายุเพียงสิบสี่ถึงสิบห้าปีเท่านั้น ใครก็ตามที่ได้ยินเื่หนี้จำนวนเก้าหมื่นตำลึงทองเช่นนี้ ย่อมมีท่าทีเช่นนี้แน่นอน
อย่างไรก็ตาม หวัง ชง ไม่ได้ประมาทแม้แต่นิดเดียว หากเขาไม่มั่นใจในผลตอบแทนจากแร่ไฮเดอราบาดแล้วนั้น เขาย่อมไม่ยอมรับข้อตกลงเช่นนี้แน่
“เว่ย ฮ่าว แทนที่เ้าจะเอาแต่ตกตะลึงแบบนี้ ข้า้าความช่วยเหลือจากเ้า!!”
หวัง ชง กล่าว
“ความช่วยเหลือจากข้าอย่างไร!?”
เว่ย ฮ่าว กล่าวพลางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกด้วยความสงบ
“บอกข้ามาว่าท่าน้าสิ่งใด หากว่าไม่เกินกว่าความสามารถของข้า ข้าจะพยายามเต็มที่เพื่อไม่ให้ท่านเผชิญหายนะครั้งนี้!!”
“เยี่ยมมากน้องข้า!!”
หวัง ชง กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม เป็ไปตามที่คาดเอาไว้ น้องชายคนนี้ที่เติบโตมาพร้อมกับเขาเป็คนที่พึ่งพาได้อย่างไม่ต้องสงสัย
“ที่นี่มีคนมากเกินไป พวกเราจะไปคุยกันที่รถม้า!!”
หวัง ชง กล่าวพร้อมกับก้าวนำ เว่ย ฮ่าว ไปยังรถม้าที่อยู่ด้านข้างถนน
คิ้วทั้งสองข้างของ เว่ย ฮ่าว ยังคงขมวดเข้าหากันแน่น ดูราวกับว่าเขากำลังคิดหาวิธีแก้ปัญหาให้กับ หวัง ชง อยู่
เงินจำนวนเก้าหมื่นตำลึงทองนี้ไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ นี่เป็ภารกิจที่แทบเป็ไปไม่ได้ด้วยซ้ำสำหรับ เว่ย ฮ่าว เขาไม่คิดมาก่อนว่า หวัง ชง จะยอมรับข้อเสนอนี้
นี่เป็เหตุผลหนึ่งที่ เว่ย ฮ่าว พยายามโน้มน้าวให้ หวัง ชง เปลี่ยนข้อตกลงนี้
“หวัง ชง ท่านไม่สามารถเปลี่ยนข้อตกลงได้หรือ!?”
“ไม่มีทาง!!”
หวัง ชง ส่ายศีรษะเบาๆ “ข้าไม่มีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงข้อตกลงนี้ และมันเป็ไปไม่ได้ที่เปลี่ยนแปลงข้อตกลงที่ได้รับการรับรองจากหอตรวจการณ์ต้าหลี่แล้ว!!”
“แล้วท่าน้าให้ข้าช่วยอย่างไร!?”
เว่ย ฮ่าว กล่าวถาม
“ข้า้าช่างตีเหล็กที่มีฝีมือสิบสองคนเพื่อช่วยในการถลุงแร่ และตีเหล็กขึ้นมา ตระกูล เว่ย ของเ้ากว้างขวางในเื่นี้ภายในเมืองหลวง!!”
หวัง ชง กล่าว
ตระกูล หวัง ไม่ได้เชี่ยวชาญในการจัดการเื่ต่างๆ มากนัก ในเื่นี้เสนา เว่ย มีความสามารถสูงกว่าตระกูล หวัง มาก
“ไม่มีปัญหา ข้าจะเต็มที่เพื่อช่วยท่านในเื่นี้!!”
เว่ย ฮ่าว เห็นด้วยอย่างไม่ลังเล
แม้ว่าเขาจะไม่ได้มีส่วนร่วมในกิจการของครอบครัวก็ตาม แต่การค้นหาช่างตีเหล็กที่มีฝีมือหนึ่งโหลก็ไม่ใช่เื่ยากสำหรับเขา
“ฮี่ๆ!! ไม่เลวน้องชายข้า การช่วยเหลือครั้งนี้นับว่าขอบคุณกี่ครั้งก็คงไม่พอ!!”
หวัง ชง กล่าวพลางยิ้มบางด้วยหัวใจที่รู้สึกผ่อนคลาย
แม้ว่าเงินเก้าหมื่นตำลึงทองจะไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ก็ตาม แต่ตราบใดที่เขาสามารถหาช่างตีเหล็กที่มีฝีมือมาถลุงแร่ไฮเดอราบาดได้แล้วนั้น เหล็กหวู่จือที่มีชื่อเสียงก้องโลกก็จะถือกำเนิดขึ้น
ด้วยราคาที่ยังไม่สูงของแร่ไฮเดอราบาดในตอนนี้ การที่เขาจะหาเงินเก้าหมื่นตำลึงทองมาจ่ายภิกษุทั้งสองจากการตีเหล็กหวู่จือขึ้นมาย่อมเป็ไปได้
ตอนนี้ เว่ย ฮ่าว รับปากว่าจะช่วยเขาในเื่นี้ มันจึงทำให้เขาผ่อนคลายขึ้นมาก
เมื่อมองไปยัง หวัง ชง ในเวลานี้ เว่ย ฮ่าว ที่อยากจะกล่าวบางอย่างออกมาก็ต้องกลืนคำพูดของตัวเองเอาไว้ เขารู้ดีว่า หวัง ชง กำลังคิดอะไรอยู่ แต่จากท่าทีของ หวัง ชง ในตอนนี้ ดูท่าว่าคงจะไม่ยอมแพ้ในเื่นี้ง่ายๆ เป็แน่
ดังนั้น สิ่งที่เขาทำได้ก็คือการให้ความช่วยเหลือต่อ หวัง ชง
“นอกจากนี้แล้วยังมีอีกเื่ที่ข้า้าให้เ้าช่วย!!”
หวัง ชง กล่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“โอ้!! ยังเื่อะไรรึ!?”
เว่ย ฮ่าว ประหลาดใจไม่น้อย ไม่รู้ว่านอกจากเื่นี้แล้ว ยังมีสิ่งใดอีกที่ทำให้ หวัง ชง ต้องมาไหว้วานเขาเช่นนี้อีก
“ข้า้าให้เ้าช่วยตามหาผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อว่า จาง มู่เหนียน!!”
หวัง ชง กล่าว
“จาง มู่เหนียน!?”
เว่ย ฮ่าว ขมวดคิ้วขึ้น เขาไม่เคยได้ยินชื่อคนผู้นี้มาก่อน เป็ไปได้ว่าเขาจะไม่ได้เป็คนที่มีชื่อเสียง
“เขาเป็เ้าหน้าที่ในราชสำนัก ตำแหน่งของเขาไม่ได้สูงนัก เ้าจะสามารถพบเขาได้จากการตรวจดูรายชื่อของราชสำนัก หากเ้าพบกับเขาให้มาบอกข้าทันที!!”
หวัง ชง กล่าว
“ทำไมถึงต้องตามหาเขา!?”
เว่ย ฮ่าว กล่าวถามด้วยความประหลาดใจ เขาไม่คิดว่า หวัง ชง จะคุ้นเคยกับบุคคลอื่นที่เขาไม่รู้จักเช่นนี้
“มีบางอย่างที่ข้าจำเป็ต้องให้เขาช่วย เ้าต้องจัดการเื่นี้อย่างรอบคอบ!!”
หวัง ชง กล่าวออกมาอย่างหนักแน่น
เื่นั้นมีผลกระทบกว้างมากเกินไป และ หวัง ชง ก็ยังไม่้าให้ เว่ย ฮ่าว รับรู้เื่นั้นในเวลานี้
“เอาล่ะ!! ท่านพ่อของข้ามักจะนำรายชื่อในราชสำนักกลับมาที่ตำหนัก หากว่าชื่อของเขาอยู่ในรายชื่อบางส่วนที่ท่านพ่อของข้านำกลับมา ข้าจะบอกท่านทันที!!”
เว่ย ฮ่าว กล่าวรับอย่างไม่มีทางเลือก
“เยี่ยมมากน้องชาย!! ข้ารู้ว่าเ้าต้องช่วยข้าได้!!”
หวัง ชง กล่าวพลางหัวเราะเบาๆ พลางตบลงบนไหล่ของ เว่ย ฮ่าว
“ข้าจะทำอะไรได้ นอกจากโทษ์ที่ข้ามีพี่ชายเช่นท่าน!!”
เว่ย ฮ่าว กล่าวพร้อมกับชกหมัดของเขาตรงไปที่ท้องของ หวัง ชง เมื่อหมัดนั้นปะทะกับท้องของเขา มันก็ทำให้เขาก้าวถอยหลังออกไปจนเกือบล้มลงบนที่นั่งด้านหลัง
“หวัง ชง ทำไมท่านถึงได้อ่อนแอแบบนี้!?”
เว่ย ฮ่าว โพล่งออกมาพร้อมกับก้าวออกไปเพื่อช่วยประคอง หวัง ชง เอาไว้
“เ้าหมายความว่าอย่างไรที่ว่าอ่อนแอ!? ข้าก็เป็แบบนี้มาตลอดเ้าไม่รู้รึ!?”
หวัง ชง กล่าว
“พวกเราไม่ได้พบกันนานมากแล้ว แต่ว่าตอนที่อยู่บนสังเวียนท่านให้ข้าใช้กระบวนท่าออกมาจนเอาชนะ เกา เฟย มาได้ ข้าจึงคิดว่าท่านแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมากแล้ว!!”
เว่ย ฮ่าว เบิกตากว้าง
หวัง ชง ไม่รู้ว่าควรจะกล่าวอะไรออกมา แม้ว่า เว่ย ฮ่าว จะขาดพร์ก็ตาม แต่เขาก็หมั่นเพียรในการฝึกฝนอย่างมาก ในด้านนี้ หวัง ชง ไม่อาจเทียบกับเขาได้
“หวัง ชง ท่านควรจะเอาจริงเอาจังบ้าง....ลืมเื่ที่กล่าวไปเมื่อครู่ไปเถอะ!! สำหรับสิ่งที่ท่านไหว้วานมา ท่านไม่ต้องกังวล ข้าขอตัวก่อน!!”
เมื่อรถม้ามาถึงที่หมาย เว่ย ฮ่าว ก็ะโลงจากรถม้าทันที
หลังจากที่ เว่ย ฮ่าว กลับเข้าไปในตำหนักตระกูล เว่ย แล้วนั้น หวัง ชง ก็นำเงินหนึ่งพันเจ็ดร้อยตำลึงทองกลับไปยังตำหนักของเขา
....................
ขณะที่ หวัง ชง กลับไปที่บ้านของเขานั้น พลันปรากฏลูกค้าสองคนก็ได้เดินทางมายังร้านขายเครื่องประดับหินโมราสีขาว
“ที่นี่ใช่ไหม!?”
บนถนนที่เต็มไปด้วยความคึกคัก ชายสวมชุดคลุมผ้าฝ้ายสีเหลืองเหลือบมองไปที่ป้ายสีขาวของร้านค้า
“ใช่แล้ว!! ร้านขายเครื่องประดับหินโมราสีขาวแห่งนี้!!”
อีกคนกล่าวตอบความสงสัยของเขา
ชายทั้งสองคนนี้มีเครายาว รูปร่างสูงโปร่ง ร่างกายของพวกเขามีความสง่างามเปล่งประกายออกมาอย่างเด่นชัด เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเป็คนของตระกูลชั้นสูงอย่างไม่ต้องสงสัย
“แม้ว่าภายนอกพวกเขาจะเป็ภิกษุ แต่ว่าแร่ที่พวกเขาขายมีความอัศจรรย์มาก หากไม่ใช่เพราะท่านผู้นำตระกูลพบความอัศจรรย์ของมันโดยบังเอิญ พวกเราก็ยังคงไม่รู้เื่นี้ไปอีกนาน!!”
“ใช่!! ภิกษุทั้งสองดูธรรมดามาก และพวกเขาก็ไม่สามารถพูดภาษาทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ของเราได้ ใครจะไปคิดว่าพวกขาจะมีแร่ที่มีความคมเช่นนี้อยู่ใน!! หากว่าตระกูล จาง ของเราได้แร่เหล่านี้จะต้องมีสถานะสูงส่งขึ้นมาแน่!!”
ขณะที่สนทนากันอยู่นั้น หนึ่งในพวกเขาได้ยกฝ่ามือขึ้นมาซึ่งบนฝ่ามือของเขามีชิ้นส่วนของแร่ไฮเดอราบาดปรากฏอยู่ นี่เป็เพียงชิ้นตัวอย่างเล็กๆ เท่านั้น แต่เดิมแล้วผู้จัดการของตระกูล จาง ได้รับมันไปหลังจากเห็นการขายของภิกษุชาวสินธุทั้งสองคนในหนึ่งเดือนที่แล้ว
ชิ้นแร่ตัวอย่างนี้ถูกเก็บไว้ภายในคลังของตระกูล จาง เป็เวลานาน จนกระทั่งพวกเขาได้ลองตรวจสอบมันอย่างละเอียดจึงได้พบความพิเศษของมัน และรายงานเื่นี้ต่อผู้นำตระกูลของพวกเขาทันที
ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าผู้จัดการของตระกูลจะได้รับแร่ล้ำค่าชนิดนี้กลับมา นั่นจึงทำให้เกิดการประชุมเร่งด่วนในคืนที่ผ่านมา
ผู้นำตระกูลของพวกเขาได้สั่งการออกมาอย่างรวดเร็วให้ผู้าุโทั้งสองจัดการกับเื่นี้ อีกทั้งยังกำชับอย่างหนักแน่นว่าห้ามผิดพลาดโดยเด็ดขาด
“ตระกูล จาง ของพวกเราไม่ใช่เดียวตระกูลเดียวที่ตีอาวุธ และชุดเกราะได้ เช่นนั้นการแข่งขันแก่งแย่งชิงแร่ พวกเราจะต้องทุ่มสุดตัว ด้วยความพิเศษของแร่นี้มันจะต้องเปลี่ยนแปลงสถานภาพของตระกูล จาง ไปอย่างสิ้นเชิงแน่นอน ท่านผู้นำตระกูลกำชับไม่ให้พวกเราทำตัวดึงดูดความสนใจจากตระกูลอื่นๆ อีกทั้งยังต้องทำให้เื่นี้ให้สำเร็จอีกด้วย!!”
ชายวัยกลางคนที่สวมชุดคลุมสีฟ้ารูปร่างผอมกล่าว
“อืม!!”
อีกคนหนึ่งพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น
ตระกูล จาง ในตอนนี้ไม่ได้มีสถานะสูงนักในเมืองหลวง และพวกเขา้าปลดปล่อยตระกูลออกจากความเป็อยู่เช่นนี้ นั่นจึงเป็เหตุผลว่าทำไมพวกเขาผู้าุโทั้งสองจึงต้องออกมาจัดการเื่นี้ด้วยตัวเอง
หลังจากที่เห็นชอบต้องกันแล้วนั้น พวกเขาทั้งสองก็เปิดประตูรถม้าออก ภิกษุศีรษะล้านอายุราวสามสิบสี่ปีก้าวลงจากรถม้า ดวงตาของเขาเปล่งประกายกล้าด้วยภูมิปัญญา
“อามิตตาพุทธ!!”
ภิกษุรูปนี้กวาดสายตาออกไปโดยรอบเล็กน้อย ก่อนจะก้าวตรงไปหาชายวัยกลางคนที่สวมชุดคลุมสีฟ้า
หากมีคนอื่นๆ อยู่ในบริเวณนี้พวกเขาคงจะต้องประหลาดใจอย่างมากแน่นอน เพราะภิกษุรูปนี้ก็คือ ฮุย ิ จากวัดเจียนถงในชานเมือง
มีคนไม่เกินห้าคนเท่านั้นที่สามารถพูดภาษาสันสกฤตได้ภายในเมืองหลวง และไต้ซือ ฮุย ิ ก็เป็หนึ่งในนั้น
ภิกษุชาวสินธุทั้งสองพูดด้วยภาษาสันสกฤต นั่นจึงทำให้พวกเขาไม่สามารถรับรู้ถึงสิ่งที่ภิกษุทั้งสองกล่าวออกมาได้ ดังนั้นตระกูล จาง จึงได้เชิญไต้ซือ ฮุย ิ มาที่นี่เพื่อช่วยเหลือในการเจรจาครั้งนี้
“ไต้ซือ เมตตาด้วย!!”
ชายวัยกลางคนที่สวมชุดคลุมสีฟ้ากล่าวพลางโค้งคารวะด้วยความเคารพ หลังจากนั้นทั้งสามคนก็ก้าวเข้าไปภายในร้านขายเครื่องประดับหินโมราสีขาว
แม้ว่าพวกเขาจะเตรียมความพร้อมทุกอย่างสำหรับข้อเสนออยู่ก่อนแล้ว และได้พบกับภิกษุชาวสินธุทั้งสองรูปภายในร้านก็ตาม แต่พวกเขาก็ต้องตระหนักว่าสถานการณ์ในตอนนี้เกินกว่าที่พวกเขาคาดการณ์เอาไว้อย่างมาก
“อะไรนะ!! มีคนซื้อแร่ไฮเดอราบาดไปแล้ว!!”
ชายวัยกลางคนทั้งสองจ้องมองไปที่ภิกษุทั้งสองด้วยความประหลาดใจ
“เป็ไปได้อย่างไร!?”
ทั้งสองคนพบว่ามันเป็เื่ยากมากที่จะยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นนี้
พวกเขาเดินทางมาที่นี่อย่างลับๆ เพื่อการเจรจาครั้งนี้โดยเฉพาะ สำหรับเื่นี้มันก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าตระกูลของพวกเขาให้ความสำคัญกับเื่นี้มากเพียงใด อีกทั้งพวกเขาทั้งสองคนยังได้รับสิทธิ์ในการตัดสินใจการเจรจาครั้งนี้อย่างเต็มที่อีกด้วย
แต่ทว่า ภิกษุชาวสินธุทั้งสองกลับกล่าวออกมาว่า มีคนมาซื้อแร่ไฮเดอราบาดจากพวกเขาไปจนหมดสิ้นแล้ว
.........................