เมื่อถึงกรุงเทพฯหนุ่มคนขับรถของทิวก็มารอรับที่สนามบินและพาไปส่งที่คอนโด
“เป็นไงบ้าง เวียนหัวอีกมั้ย” เขาถามเพราะกลัวเธอจะยังไม่หายดี
“ไม่แล้วค่ะ”
“ถ้ารู้สึกไม่ดีรีบบอกพี่นะ”
“ค่ะ”
“อ่อ พรุ่งนี้เช้าแต่งตัวสวยๆ นะ” เขาบอกทำให้เธอมองด้วยความสงสัย
“มีนัดลูกค้าแต่เช้าเหรอคะ ทำไมเนมไม่รู้”
“ไม่ใช่ลูกค้าหรอก แต่พี่จะพาไปทำธุระ”
“ธุระที่ไหน ไปทำอะไรคะทำไมต้องแต่งตัวสวยด้วย”
“เอาเถอะน่าเด็กน้อย พรุ่งนี้ก็รู้เองแหละ” เขาไม่ยอมบอก แถมยิ้มมีเลศนัยใส่เธออีก
เช้าวันต่อมาเนมแต่งตัวเตรียมไปทำงานด้วยชุดทำงานที่เป็นสูทกางเกงเข้ารูป ดูทะมัดทะแมง แต่เมื่อทิวออกจากห้องน้ำมาเจอ
“เนม ไม่เอาสิครับ ขอชุดสวยๆ หน่อยนะที่รัก”
“พี่ทิวเรียกเนมว่าอะไรนะคะ?”
“ที่รักไง เดี๋ยวพี่เลือกชุดให้เอง รอตรงนี้แป้ปเดียวนะ” ว่าแล้วก็รีบไปเปิดตู้เสื้อผ้าที่ตอนนี้ใช้ร่วมกันเพียงแต่แยกฝั่ง แล้วทิวก็หยิบเดรสสั้นสีชมพูหวานที่ดูไม่มากไม่น้อยจนเกินไป แต่แค่อาจจะไม่ได้เหมาะกับการเข้าไปทำงานมาให้เธอแทน
“ชุดนี้เลยเหรอคะ” เธอถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
“ใช่จ้ะ ชุดนี้เหมาะที่สุด เปลี่ยนเลยนะ”
เนมรับมางงๆ แต่ก็ยอมไปเปลี่ยนตามใจเขา ไม่นานก็ออกมา ทิวนั่งรออยู่ก่อนแล้วรีบลุกขึ้นไปหา
“เมียพี่สวยจังวันนี้”
“พี่ทิว เนมไม่ชินเลยคำว่าเมียอ่ะ พี่ทิวอย่าเรียกบ่อยๆ ได้มั้ยคะ” เธอว่าหน้าเริ่มแดงเพราะอายสรรพนามที่เขาใช้เรียก เมียบ้าง ที่รักบ้าง เธอไม่ชินเลยจริงๆ
“ก็เรียกบ่อยๆ ฟังบ่อยๆ เดี๋ยวก็ชินไปเองนั่นแหละ”
จุ๊ปปากงอนๆ ของเนมไป 1 ทีก่อนที่จะพากันลงจากคอนโดหรู และสถานที่ที่ทิวพาเนมขับรถเข้ามาจอดก็คือ สำนักงานเขตนั่นเอง
“พี่ทิว...”
“ครับ”
“พี่ทิวพาเนมมาทำอะไรคะ?” เนมถามออกไปทั้งๆ ที่เหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าเขาพามาทำอะไรแต่ก็อยากได้ยินให้แน่ใจจากเขาอีกที
“พี่พาภรรยามาจดทะเบียนสมรสให้มันถูกต้องตามกฎหมายครับ เชิญครับที่รัก” เขายิ้มแล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เนมที่ลงรถเดินตามเขามางงๆ
“มาจดทะเบียนสมรสที่จองไว้ครับ” ทิวแจ้งกับเจ้าหน้าที่ ความสวย หล่อ ที่ดูเหมาะสมกันทำให้คนอื่นๆ ต่างให้ความสนใจและชื่นชมทั้งคู่
“พี่ทิว ทำไมไม่บอกเนมก่อนคะ เอาอีกแล้วนะ” เธอว่าเขาไม่จริงจังนัก
“ถ้าบอกก่อน เนมเปลี่ยนใจขึ้นมาพี่ก็ไม่ได้จดสิ แบบนี้แหละ ปฏิเสธไม่ได้ละ” เขาบอกพร้อมยิ้มให้เจ้าหน้าที่ที่กำลังเตรียมเอกสารอยู่
“เซ็นคนละ 2 ที่นะคะ” เจ้าหน้าที่ชี้จุดที่จะต้องเซ็นชื่อ
“ครับ” ทิวรับมาเซ็นก่อนแล้วส่งให้เนมเซ็นต่อ เนมรับเอกสารมาอดที่จะยิ้มด้วยความปลื้มใจไม่ได้ ผู้ชายคนนี้ที่เธอมองข้ามไปตอน 4 ปีที่แล้ว วันนี้เขาพิสูจน์ให้เธอเห็นทุกอย่างแล้วว่าเขามั่นคงกับเธอ รักและพร้อมจะให้เกียรติเธอเสมอ
“เรียบร้อยค่ะ เก็บไว้คนละฉบับนะคะ” เจ้าหน้าที่ยื่นทะเบียนสมรสให้คนละ 1 ฉบับ
“ขอบคุณพี่ทิวมากนะคะ ที่ให้เกียรติเนมกับครอบครัว” เนมก้มไหว้เขาเมื่อเข้ามาในรถ
“ขอบคุณทำไม พี่รักเนม พี่ให้เนมได้ทุกอย่างอยู่แล้ว ส่วนเรื่องโรงงานตอนนี้ทนายพี่ทำสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ทุกอย่างคืนให้เนมเรียบร้อยแล้วนะ”
“พี่ทิว...” เนมน้ำตาคลอ โผกอดเขา
“อย่าขี้แยสิ ทำไมเดี๋ยวนี้ขี้แยจังนะเรา” ทิวแซวพร้อมเช็ดน้ำตาให้
“ก็พี่ทิวทำเนมร้องอ่ะ แต่..เนมรักพี่ทิวนะคะ” เธอว่าเขาแล้วก็บอกรักเขาพร้อมยื่นหน้าไปจูบเขาก่อนอีกด้วย ทิวตอบรับจูบแสนหวานนั้นอย่างดูดดื่ม ก่อนจะผละออกจากกันเพราะกลัวจะเลยเถิดมากไปกว่านี้
“เมียพี่นี่หวานจัง” เขาเกลี่ยนิ้วลงบนริมฝีปากอวบอิ่มนั้น
“สามีเนมก็หวานที่สุดเลยค่ะ” เธอตอบกลับเขาแล้วก็อายตัวเองที่พูดออกไป ทำให้ทิวยิ้มอย่างอารมณ์ดี
“เดี๋ยวพี่จะพาไปอีกที่หนึ่ง แล้วเนมจะได้ขอบคุณพี่มากกว่าจูบแน่” เขาว่าพร้อมออกรถทันที มุ่งหน้าไปยังที่ที่เนมไม่คุ้นเคย แล้วมาหยุดรถอยู่ที่หน้าบ้านหรูหลังใหญ่ ที่ดูเหมือนจะเพิ่งสร้างเสร็จเพราะบริเวณสวนยังมีคนงานที่กำลังจัดสวนอยู่หลายคน
“พี่ทิวพามาบ้านใครคะ อย่าบอกนะคะ...”
“ใช่จ้ะ บ้านของเรา พี่คิดว่าอนาคตหากเรามีลูกคงไม่เหมาะที่เลี้ยงอยู่ในคอนโดถึงมันจะกว้างขวางแต่ก็ไม่เหมาะที่ให้เด็กเล็กอยู่แต่ในห้องแบบนั้น” เขาพูดไปถึงอนาคต
“ฮึก...ฮึก...ฮือออ ฮืออ” แล้วเนมก็ปล่อยโฮออกมา
“อ้าว!! โอ๋ๆๆๆ อย่าร้องสิเนม” ทิวตกใจ รีบโอ๋คนขี้แย
“ทำ..ไม...พี่ทิว..ต้องดีกับเนม..ฮึก..ขนาดนี้....ฮึก”
“ก็พี่รักเนมไง หยุดร้องได้แล้วคนดี เราไปดูข้างในบ้านกันเถอะ” ทิวจูงมือเนมเข้าไปดูภายในบ้านที่ตกแต่งไว้พร้อมเข้าอยู่แล้ว บ้านถูกแต่งไว้แบบเรียบ เก๋ ดูสบายตา มีสระน้ำหลังบ้าน และห้องครัวใหญ่ที่แยกออกมาจากตัวบ้านด้านข้างๆ มีสวนหลังบ้านที่เสร็จแล้ว
“เป็นไง น่าอยู่มั้ยบ้านของเรา”
“มากๆ เลยค่ะ แต่ว่าพี่ทิวรีบเตรียมห้องเด็กไปทำไมกันคะ เรายังไม่ได้มีลูกสักหน่อย”
“ใครบอก พี่จะเร่งเครื่องแล้วนะจากนี้ไป ลูกจะได้โตเร็วๆ เราก็จะได้ไม่แก่เกินที่ไปเที่ยวเป็นเพื่อนลูกได้ไงล่ะ” ทิววาดฝันเอาไว้ ทำให้เนมหัวเราะในความคิดของเขา
“นี่พี่ทิวจะตามติดชีวิตลูกขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“ไม่รู้ล่ะ ลูกพี่พี่ก็ต้องหวงไว้ก่อน”
“เชื่อค่ะ ว่าขี้หวง”
“โดยเฉพาะเมีย หวงมาก บอกไว้เลย”
“แม่พี่กำลังหาฤกษ์จัดงานแต่งให้เรา เราจัดที่กรุงเทพฯก่อนแล้วค่อยไปจัดตามประเพณีบ้านเนมอีกทีนะ”
“จริงๆ ไม่ต้องจัดก็ได้นะคะ เราผูกแขนกันแล้ว เนมไม่ได้อยากแต่งให้มันใหญ่โตหรอกค่ะ”
“ไม่ได้สิ แล้วพ่อกับแม่เนมล่ะ ยังไงพี่ก็ต้องให้เกียรติท่านทั้งสอง”
“งั้นก็ตามใจพี่ทิวเลยค่ะ”
“ป่ะ งั้นเดี๋ยวเราเข้าออฟฟิศกัน”
ทิวและเนมมาถึงออฟฟิศหลังจากที่ไปพักผ่อนมา 1 สัปดาห์ พนักงานต่างพากันมองเป็นตาเดียวเพราะทิวเดินโอบเอวเนมตั้งแต่ลงจากรถขนเข้ามาในห้องทำงาน แม้เนมจะดึงมือออกก็ไม่เป็นผลจำต้องปล่อยเลยตามเลย
“พี่ทิว ทำไมต้องโอบเอวด้วยค่ะ คนอื่นๆ ตกใจกันหมดแล้ว”
“ก็ดีไง ทุกคนก็จะได้รู้ว่าเราเป็นอะไรกัน”
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูแล้วก็เป็นต้นที่เปิดประตูเข้ามา เขาหันมายิ้มและก้มหัวให้เนมที่ยกมือไหว้เขา
“เรื่องที่ให้จัดการ เรียบร้อยดีมั้ย” ทิวถามเมื่อต้นหอบเอกสารมาให้เซ็นกองใหญ่เพราะเขาไม่ได้เข้าออฟฟิศหลายวัน
“เรียบร้อยครับ ยินดีกับคุณทิวและคุณเนมด้วยนะครับ”
“เอ่อ...” เนม
“ต้นรู้เรื่องแล้ว รวมถึงพนักงานของเราทุกคนด้วยตอนนี้”
“ว่าอะไรนะคะ แล้วทำไมทุกคนทราบเรื่องกันตอนไหนคะ?”
“ก็ตอนที่คุณทิวและคุณเนมไปเชียงใหม่ คุณทิวก็สั่งให้ผมจัดการเรียบร้อยแล้วครับ” ต้นอธิบายเพิ่ม
“พี่ทิวนี่จริงๆ เลยนะคะ”
“อ่าว พี่ทำอะไรผิดล่ะ พี่มีเมียจะแต่งงานกับผู้ช่วยพนักงานทุกคนก็ต้องรู้สิ ถูกมั้ยต้น?” เขาหันมาขอความเห็นจากต้น
“ถูกต้องครับ ต่อไปคุณเนมก็เป็นเจ้านายอีกคนของพวกผมแล้ว ทุกคนจะได้ทำตัวถูกครับ”
“โอ๊ย คุณต้น บอกให้ทุกคนทำตัวเหมือนเดิมเลยนะคะ เนมไม่ได้คนมีพิธีรีตองอะไรด้วย เนมก็ยังเป็นผู้ช่วยพี่ทิวเหมือนเดิมนั่นแหละค่ะ”
“อันนั้นก็จะเป็นเกียรติกับพนักงานอย่างยิ่งครับ ที่คุณเนมให้ความเป็นกันเอง”
“ส่วนฤกษ์แต่งคุณผานิตท่านได้มาเรียบร้อยแล้วนะครับคุณทิว อยู่ในซองนี้ครับ”
“ดีเลย ไหนดูซิ” ทิวเปิดซองดูแล้วเดินยิ้มแป้นมายื่นให้เนม
“โห อีกไม่ถึงสองเดือน?” เนมอุทาน เพราะไม่คิดว่าฤกษ์จะกระชั้นชิดขนาดนี้
“พี่ว่าช้าไปด้วยซ้ำ”