ตอนที่ 5 ผมดีใจที่ได้เจอ
ตอนที่ 5
06:30 น. ในวันรุ่งขึ้นขณะที่เนติญากำลังเก็บเอกสารรกๆ ซึ่งวางเพ่นพ่านกระจัดกระจายอยู่เต็มโต๊ะทำงานของเธอ ดวงตาโตๆของเธอดูอิดโรยเต็มทีหลังจากทำงานมาทั้งคืน
“สวัสดีค่ะคุณกานต์” เนติญารับสายโทรเข้าจากกิ่งกานต์
“เนย์ตื่นนอนแล้วใช่มั้ย พี่โทรมารบกวนเนย์รึเปล่าจ๊ะ” เสียงปลายสายรีบถามไถ่เนติญาด้วยความกังวลเล็กๆ
“แหะๆ..เนย์อยู่ที่ออฟฟิศค่ะคุณกานต์” เนติญาตอบกิ่งกานต์พร้อมยิ้มแห้งๆไปพลาง
“โหเนย์..โต้รุ่งกันอีกแล้วใช่มั้ยเนี่ย ถึงงานจะรีบก็ต้องบริหารเวลากันดีๆนะพี่ไม่อยากให้กระทบกับสุขภาพของเนย์ รวมถึงน้องๆทุกคนด้วย” กิ่งกานต์พูดเหมือนจะดุแต่แท้จริงแล้วนั้นน้ำเสียงของเธอยังคงเต็มไปด้วยความห่วงใย
“ไม่เป็ไรค่ะคุณกานต์ พวกเราก็ทำเท่าที่ร่างกายรับได้ค่ะ นี่เนย์กำลังจะให้ทุกคนกลับไปพักผ่อนกันวันนี้ไม่ต้องเข้ามาที่บริษัทแล้วค่ะ” เนติญารีบตอบกิ่งกานต์เพราะในใจก็กลัวเ้านายของเธอจะต้องเป็ห่วงเกินไป
“ถ้าเป็แบบนั้น..พี่ก็โอเค”
“คุณกานต์โทรหาเนย์แต่เช้า มีเื่อะไรรึเปล่าคะ” เนติญาเอ่ยถามกิ่งกานต์
“อ๋อ..จริงๆแล้ววันนี้ พี่จะให้น้องคนนึงเข้าไปที่บริษัทจ๊ะแต่ถ้าตามที่เนย์ว่า วันนี้ทุกคนไม่เข้าออฟฟิศแล้ว เปลี่ยนเป็พรุ่งนี้แทนก็ได้”
“น้องเค้าจะเข้าไปฝึกงาน และคอยช่วยงานในทีมของเนย์นะ เป็คนที่เพื่อนพี่เค้าฝากๆมาจ๊ะ”กิ่งกานต์พยายามอธิบายให้เนติญาฟัง
“ได้ค่ะคุณกานต์ ทางเนย์ไม่มีปัญหาอยู่แล้วค่ะ”
“แต่ว่า..เนย์ไม่ต้องเกรงใจพี่เลยนะ อย่ามองว่าเป็เด็กฝากต้องดูแลเป็พิเศษหรืออะไรแบบนั้นล่ะ เพื่อนพี่เค้าแค่ถามๆมา น้องเค้าเพิ่งกลับจากต่างประเทศพี่เลยคิดว่าให้ลองมาอยู่กับเนย์ดูก่อน”
“เนย์ค่อยๆสอนงาน ทำตามปกติเหมือนพนักงานคนอื่นได้เลย” กิ่งกานต์ชิงอธิบาย เพราะเธอกลัวว่าจะทำให้เนติญา และคนอื่นๆในบริษัทต้องอึดอัดใจอีกทั้งยังต้องรักษาความลับของลูกชายตัวแสบของเธออีกด้วย
“รับทราบค่ะคุณกานต์”
เช้าวันรุ่งขึ้น
“สวัสดีครับ”
ภาวัชเดินเข้ามาในออฟฟิศของบริษัท กล่าวทักทายทุกคนที่กำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่ในบริเวณโซนพักผ่อน ซึ่งแยกออกมาจากจุดที่ตั้งโต๊ะทำงานของทุกคนไม่ไกลมากนัก
ทุกคนหันมาทักทายภาวัชกลับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“น้องที่จะมาฝึกงานใช่มั้ยครับ” บอยลุกขึ้นยืนจากโซฟาที่นั่งอยู่เดินมาใกล้ๆภาวัช แล้วเอ่ยปากถาม
“ใช่ครับ..ผมชื่อ ภาวัช ครับ ยินดีที่จะได้ร่วมงานกับทุกคนนะครับ”ภาวัชตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพ พร้อมทั้งโค้งลำตัวลงเล็กน้อยเพื่อเป็การให้เกียรติและทักทายทุกคน
“อายุเท่าไหร่แล้วครับเนี่ย จะได้เรียกขานกันถูกเน๊อะ”
“ผม 26 ครับพี่ กำลังจะ 27 แล้วครับ”ภาวัชรีบตอบคำถามที่บอยถาม
“อ๋อ..งั้นก็รุ่นราวคราวเดียวกับคม นัท แล้วก็นิ่ม เรียนจบรุ่นเดียวกันแน่ๆเลย”บอยบอกภาวัช พร้อมกับผายมือไปยังแต่ละคนตอนเรียกชื่อ เพื่อแนะนำให้ภาวัชรู้จักคนในทีมไปในตัว
“ส่วนพี่ชื่อบอยนะ และนั่นพี่บัว สองคนแก่ประจำทีม ฮ่าๆๆๆ” บอยพูดทำเป็ทีเล่นทีจริงกับภาวัช
“อยู่นี่ไม่ต้องเครียดนะ พวกเราทำงานกันสบายๆ ตามสไตล์พี่ๆน้องๆ ที่สำคัญ..พี่เนย์หัวหน้าทีมพวกเราใจดีมาก” บอยยิ้มกว้างพร้อมเอามือตบที่ไหล่ภาวัชเบาๆ
“แล้วนี่หัวหน้าทีมอยู่ไหนเหรอครับ” ภาวัชถามขึ้นมา เมื่อเขามองไปรอบๆออฟฟิศแล้วไม่เห็นเนติญา
“อ๋อ..พอดีวันนี้พี่เนย์จะเข้ามาสายนิดหน่อยค่ะ แกติดธุระที่บ้าน”บัวอธิบายให้ภาวัชฟัง
“อีกไม่นานก็เข้ามาแล้วแหละ เดี๋ยวภาวัชเข้าไปนั่งรอในห้องพี่เนย์ได้เลย”บัวชี้ไปที่ห้องทำงานของเนติญา ซึ่งอยู่ถัดจากโซนพักผ่อนไปนิดหน่อย
“ได้ครับพี่บัว” พูดจบภาวัชก็เดินตรงไปที่ห้องทำงานของเนติญา
“โอ๊ย!!! หล่อมากเลยแก…” นิ่มพูดพร้อมกับตีขาของคมรัวๆ
“เฮ้ย!! เจ็บนะไอ้นิ่ม ตีรัวอย่างกับกลองชุดเลยนะ”
“มอง!! มองดูชั้นนี่ แกจะเข้าใจนิยามของคำว่าหล่อ ฮ่าๆๆๆ”คมพูดพลางหัวเราะพลาง แล้วยังทำหน้าทะเล้นใส่นิ่ม
“เหอะ..แกช่วยเบิก..ตาของแกนะ หันมองดูตัวสูงๆขายาวๆ ผิวขาวๆ ตาตี่ๆ จมูกโด่งๆของเค้า แล้วสำเหนียกตัวเองหน่อยค่ะคุณคมสันขาาาา..”นิ่มพูดพร้อมหันมาแบะปากใส่คม
ด้วยความที่คมเป็คนใต้ผิวเข้มสักหน่อย แถมรูปร่างยังค่อนไปทางเตี้ยอีก นิ่มเลยแขวะคมได้ตลอด เวลาเธอเจอคนอื่นที่หน้าตาดี
“จ้าาา..แม่คนผอมบางหุ่นดี ไม่มีไขมันหน้าท้อง”คมพูดแล้วแบะปากกลับใส่นิ่ม
ภาวัชที่ตอนนี้เขาเข้ามาอยู่ในห้องทำงานของเนติญาแล้วได้ยินเสียงพูดคุย หัวเราะ หยอกล้อกันของทุกๆคน เขาก็เผลอยิ้มออกมา เขาััได้ถึงความอบอุ่นและเป็กันเองของทุกคน
ภาวัชเดินไปรอบๆห้องทำงานของเนติญามองดูและสังเกตุทุกซอกทุกมุมภายในห้องนี้
“ก๊อกๆๆ” เสียงเคาะประตูทางเข้าออฟฟิศดังขึ้น
“เอ้า!! พี่เนย์” คมอุทานด้วยความใรีบวิ่งไปเปิดประตูให้เนติญา
ภาพที่คมมองเห็นตอนนี้ก็คือเนติญาเธอใช้ศีรษะโขกประตูเบาๆให้เกิดเสียง แก้วกาแฟร้อนอยู่ในมือขวาของเธอ จักแร้ด้านขวายังหนีบเอกสารไว้ชุดนึงมือซ้ายถือคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค แล้วยังสะพายกล่องใส่แบบขนาด a2 ไว้ที่ไหล่ซ้ายอีกด้วย แถมด้วยปากคาบซองเอกสารเล็กๆไว้อีกซองนึง
“ฮ่าๆๆๆ อะไรของพี่เนี่ยพี่เนย์ สภาพเน๊อะ” คมหัวเราะพร้อมยื่นมือไปดึงซองเอกสารออกจากปากเนติญา รวมถึงสิ่งอื่นๆบนตัวของเธอด้วย
“Thankyou จ้า” เนติญาพูดไปยิ้มไป
“อ้อ! คนที่มาฝึกงาน รอพี่เนย์อยู่ในห้องนะครับ”คมบอกเนติญา
วันนี้เนติญานุ่งกางเกงยีนส์สีดำทรงบอยตัวโปรดของเธอใส่เสื้อกล้ามสีขาวตัวจิ๋วไว้ด้านใน สวมทับด้วยสูทโอเวอร์ไซต์สีเขียวขี้ม้า และรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่ใจมองดูเท่และน่ารักไปพร้อมๆกัน
เธอเดินตรงไปที่ห้องทำงานของเธอแต่ตอนนี้ไม่ได้หอบข้าวของพะรุงพะรังแล้ว มีแค่คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค และแก้วกาแฟร้อนในมือขวาของเธอ
“สวัสดีครับพี่เนย์” เสียงของชายหนุ่มดังขึ้นเมื่อเนติญาเปิดประตูเดินเข้ามาในห้องทำงาน
เนติญากระพริบตาถี่ๆ เธอมองดูชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉยเธอหายใจถี่และแรงขึ้น หัวใจของเธอเต้นแรง จนเธอได้ยินเสียงของหัวใจตัวเอง แก้วกาแฟในมือของเธอร่วงลงสู่พื้นรองเท้าผ้าใบสีขาวข้างขวา เปลี่ยนเป็สีกาแฟ แต่เธอยังคงยืนนิ่งไม่ได้ขยับตัวไปไหน
“พี่เนย์!! เป็อะไรมั้ยครับ” ภาวัชะโออกมาด้วยความใ หันไปคว้ากระดาษทิชชู่บนโต๊ะรับแขกด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลนเขาคุกเข่าลงตรงหน้าเนติญา
“ร้อนรึป่าว เจ็บรึป่าว โดนลวกมั้ย” ภาวัชที่คุกเข่าอยู่พูดไปพร้อมทั้งใช้กระดาษทิชชู่ซับลงบนรองเท้าของเนติญา เพื่อเช็ดคราบกาแฟ
เนติญาก้มลงมองดูภาวัชที่อยู่ตรงหน้าของเธอ เธอไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว เธอหันหลัง และเดินออกมาจากห้องทำงานของเธออย่างรวดเร็ว
“พี่เนย์…” ภาวัชเอ่ยปากเรียกชื่อเธอ เมื่อเธอหันหลังไปเขาถอนหายใจเบาๆ มองแผ่นหลังของเนติญาโดยไม่ละสายตา
เนติญา เดินตรงไปเข้าห้องน้ำ เธอรีบล็อคประตูห้องน้ำ เธอยืนนิ่งมองหน้าตัวเองในกระจกหัวใจเธอยังคงเต้นรัว และเธอยังควบคุมการหายใจของตัวเองไม่ได้ หูของเธออื้อจนไม่รับรู้ถึงเสียงอะไรรอบตัวเธอแน่นิ่งมองหน้าตัวเองในกระจก
เวลาผ่านไปไม่นานนักเธอล้วงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมา แต่มือของเธอสั่นรัวจนโทรศัพท์ของเธอร่วงลงบนพื้นเธอรีบก้มลงไปเพื่อเก็บโทรศัพท์ แต่เหมือนว่าขาของเธอก็อ่อนแรงเช่นกัน เธอทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นห้องน้ำและร้องไห้ออกมาเบาๆ
เธอพยายามอดกลั้นและเช็ดน้ำตาเธอกดโทรศัพท์เพื่อโทรหากล้วยไม้ แต่เพื่อนของเธอกดตัดสายโทรศัพท์เธอทิ้ง เธอจึงรีบพิมข้อความส่งไปให้กล้วยไม้
เนติญา : กล้วยแกไม่ว่างเหรอ?
กล้วยไม้ : ฉันติดประชุมงานนิดหน่อยเนเน่ ตอนนี้คุยไม่ได้
เนติญา : แกเสร็จงานแล้วรีบโทรกลับมานะกล้วย
กล้วยไม้ : โอเคๆ
“ก๊อกๆๆ” เสียงเคาะประตูห้องน้ำดังขึ้น
“พี่เนย์ๆ!! เผลอล็อคประตูเหรอคะ นิ่มปวดท้อง พี่เนย์เปิดประตูให้นิ่มหน่อยค่ะ”เสียงนิ่มดังมาจากด้านนอกประตูห้องน้ำ
เนติญาพยายามรวบรวมสมาธิของเธอแม้เธอยังไม่รู้ว่าจะรับมือ กับเหตุการณ์นี้อย่างไร แต่ตอนนี้เธอก็ต้องออกไปเผชิญหน้ากับมันอยู่ดี
เนติญาเดินกลับมายังห้องทำงานของเธอ ภาวัชยังคงนั่งรอเธออยู่บนโซฟารับแขก
“พี่เนย์ เท้าโดนลวกรึเปล่าครับ” ภาวัชรีบลุกขึ้นจากโซฟาเดินตรงมาหาเธอ
เนติญาถอยหลังไปสองก้าวเมื่อเห็นภาวัชเดินเข้ามา
“ขอโทษนะครับ ผมคงทำให้พี่ใ” ภาวัชพูดออกมาเบาๆ สายตาของเขายังคงจ้องมองเนติญาอย่างไม่ลดละเช่นเดิม
“ไม่เป็ไร ไม่ได้เป็อะไร” เนติญาพยายามกลั้นหายใจ แล้วพูดออกมาน้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย
“ทำไม..นายถึงมาอยู่ที่นี่” เธอถามเขาแต่ก็ยังไม่กล้าสบตา
“ผมก็มาฝึกงานไงครับ”
“อ้อ!! ฝึกงาน อ่า..ใช่ๆฝึกงาน”เนติญาพูดเบาๆ ประหนึ่งว่าเธอกำลังบ่นพึมพำกับตัวของเธอเอง
ภาวัชเอียงหูพยายามฟังว่าเนติญาพูดอะไรแล้วเขาก็ยังพยายามขยับตัวเข้ามาใกล้เนติญาอีกด้วย เนติญาจึงรีบเดินไปนั่งบนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานของเธอภาวัชก็เดินตามไปยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ
“พี่เนย์..ดีใจมั้ยครับที่เจอผม ผมดีใจมากๆนะครับที่ได้เจอพี่อีกครั้ง”ภาวัชพูดและส่งยิ้มให้เนติญา
“อยู่ที่นี่คุยกันเฉพาะเื่งานนะ เื่อื่นที่ไม่เกี่ยวกับงานไม่ต้อง”เนติญาพูดออกมา แต่เธอยังคงก้มหน้าลงไม่กล้าสบตาภาวัชตรงๆ
“บัวๆ!!” เนติญาะโเสียงดังเรียกบัว
“คะ พี่เนย์” บัวรีบวิ่งเข้ามาในห้องของเนติญา
“เดี๋ยวพา..พาน้องเค้าไปสอนงานนะ หาอะไรให้เค้าทำด้วยปรึกษากับบอยดูก็แล้วกัน” เนติญาพูดด้วยน้ำเสียง และท่าทางตะกุกตะกักเล็กน้อย
“ได้ค่ะพี่เนย์” บัวรีบตอบรับ แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยในท่าทางแปลกๆของเนติญา
“ก๊อกๆๆ” เสียงเคาะประตูห้องเนติญาดังขึ้น
“พี่เนย์คะ เที่ยงแล้วไปทานข้าวกันค่ะ” นิ่มมาตามเนติญา
“โอเคจ๊ะนิ่ม เดี๋ยวพี่ออกไป ว่าแต่จะไปทานอะไรกันเหรอวันนี้”
“ก๋วยเตี๋ยวข้างบริษัทค่ะพี่เนย์ ไปกันค่ะ”
เนติญาเดินตามนิ่มออกมาจากห้องทำงาน
“แม่ค้า!! ขอต่อโต๊ะหน่อยนะครับ” นัทะโบอกแม่ค้าก๋วยเตี๋ยว พร้อมทั้งลากโต๊ะเหล็กสองตัวมาต่อกัน
เนติญานั่งลงภาวัชรีบวิ่งมานั่งฝั่งตรงข้ามกับเนติญา เธอพยายามทำท่าทางเรียบเฉย ไม่สนใจภาวัช
“ทานได้ใช่มั้ยภาวัช ก๋วยเตี๋ยวริมทาง” บอยเอ่ยถามภาวัช
“ได้สิครับพี่บอย ของชอบผมเลยเนี่ย” ภาวัชยิ้มกว้างตอบคำถามของบอย
แม่ค้าค่อยๆทะยอยยกก๋วยเตี๋ยวมาเสิร์ฟ สองชามสุดท้ายเป็ของเนติญาและภาวัช ทันใดนั้นภาวัชยื่นตะเกียบของตัวเองไปคีบผักชีที่โรยหน้าอยู่ในชามก๋วยเตี๋ยวของเนติญา
“ลืมบอกแม่ค้าเหรอครับพี่เนย์” ภาวัชลืมตัวถามเนติญาออกไปแบบนั้น
อีกห้าคนบนโต๊ะใกับภาพที่เห็นมากทุกคนทำตาโตแล้วมองมาที่เนติญาและภาวัชโดยอัตโนมัติ คมใจนลูกชิ้นที่เขาคีบกำลังจะใส่ปากหล่นตุ๊บ! กลับลงไปในชามก๋วยเตี๋ยว
“ไอ้บ้าคม!! น้ำก๋วยเตี๋ยวกระเด็นโดนชั้นแล้วเนี่ย”นิ่มะโด่าคม
เนติญาใ เธอรีบก้มหน้าก้มตาทานก๋วยเตี๋ยว ภาวัชเองก็ใเหมือนกันเขาเลยทำท่าทีเหมือนไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น