***จวนตระกูลหลี่
คุณชาย เสียงของบ่าวรับใช้คนสนิทของลู่เหอที่กำลังเดินเข้ามา
ได้เื่อย่างไรบ้าง ลู่เหอที่ไม่เห็นฟาซินมาสักพักแล้ว ั้แ่วันที่เขาพบนางวันนั้นก็แทบจะไม่เห็นเงาของนางอีกเลย จึงให้บ่าวคนสนิทไปสืบความมาอย่างลับๆ
โม่ฉือกระซิบบางอย่างกับลู่เหอจนเขาถึงกับเกือบทำถ้ายชาในมือนั้นหลุดไปแต่โชคดีที่ยังครองสติไว้ได้ทัน
แต่งงาน! เ้าแน่ใจหรือ ลู่เหอเอ่ยถามย้ำกับโม่ฉืออีกครั้ง
ขอรับ
แต่งงานเป็ไปได้อย่างไรั้แ่ที่พบนางวันนั้นจนวันนี้ ที่จวนตระกูลป๋ายไม่มีวี่แววว่าจะจัดงานฉลองแม้แต่น้อย
หากนางเป็หมอหญิงคนนั้นจริงตามที่โม่ฉือ บอกเวลานี้นางน่าจะอยู่ที่ร้านหมอยาไม่ผิดเป็แน่ ลู่เหอที่นึกได้ดังนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังร้านหมอยาชื่อดังที่เพิ่งเปิดใหม่นั้นทันที
บรรยากาศภายในร้านของฟางซินยังคงคึกคัก เดิมที่มีแค่คนป่วยที่มาหาหมอแต่บัดนี้แม้กระทั่งคนที่ไม่เจ็บไข้ได้ป่วยก็มาซื้อยาบำรุงกันจนแทบจะไม่มีที่ยืนเหลือ ลู่เหอได้แต่อดทนรอเข้าพบจนเหลือเขาเป็ลูกค้าคนสุดท้ายในที่สุด
คิวต่อไป
อาหลีได้แต่ชะงักไป เมื่อเห็นรายชื่อของลูกค้าคนสุดท้ายของวันเป็เขา ก่อนที่นางจะเอ่ยชื่อนั้นออกไป
หลี่ลู่เหอ
แม่นาง ข้าหลี่ลู่เหอ ลู่เหอที่ยืนรอมานานรีบเข้าไปในทันทีเมื่อได้ยินชื่อของตัวเอง
คุณชายหลี่ท่าน้าสมุนไพรชนิดใดหรือ
แม่นางข้ามาขอพบท่านหมอหญิง ลู่เหอเอ่ยขึ้น
คุณชายหลี่ท่านมาเสียเที่ยวแล้ว วันนี้ท่านหมอไม่อยู่หากท่านอยากพบนางเกรงว่าคงต้องมาพรุ่งนี้แล้วเ้าคะ
ลู่เหอที่ได้ยินดังนั้นจึงได้แต่กลับจวนไปรอพบนางอีกครั้งวันพรุ่งนี้ตามคำบอกของอาหลี
***จวนตระกูลกง
ฮูหยิน หมอมาแล้วขอรับ บ่าวรับใช้ที่ไปรับฟางซิน เดินเข้ามาบอกฮูหยินที่นั่งรออยู่ในเรือนรับรอง
พานางเข้ามาเร็วเข้า นางเอ่ยพร้อมกับฟางซินที่เดินเข้ามาในเวลาไม่ช้า
คารวะฮูหยิน ฟางซินเอ่ยทักทายพร้อมกับลมที่พัดมาโดยไม่ทราบสาเหตุทำให้ผ้าที่ปิดบังใบหน้าของนางหลุดออกพอดีกับจังหวะที่ฟางซินเงยหน้าขึ้นมา
ฮูหยินกงถึงกับต้องใใบหน้าของฟางซินช่างละม้ายกับใครบางคนที่นางคิดถึงยิ่งนัก ฟางซินที่รู้สึกได้ว่าผ้าปิดบังใบหน้าหลุดจึงรีบหยิบขึ้นมาแล้วนำมาสวมไว้ดังเดิม
เ้ามาแล้ว ถ้าอย่างนั้นตามข้ามาเถิด ฮูหยินกงที่ได้สติกลับมา เอ่ยพร้อมกับเดินนำไปหาสามีของนาง
ทันทีที่ฟางซินเดินเข้ามาถึง ใต้เท้ากงที่พบกับฟางซินที่แม้จะเพียงครึ่งใบหน้าแต่ดวงตานั่นถึงกับทำให้เขาใอีกเช่นเคย จนฮูหยินเดินมาจับที่แขนของเขาเบาๆ พลางส่ายหัวว่าไม่ใช่ แต่ก็จริงของฮูหยินไม่มีทางเป็ไปได้แน่เพราะนี้ก็ผ่านไปเกือบจะยี่สิบปีแล้วคงไม่ใช่นางเป็แน่ คนตรงหน้าเขาน่าจะอายุไม่ถึงยี่สิบปีเสียด้วยซ้ำ
ใต้เท้า ฟางซินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ขอข้าตรวจดูที่เข่าท่านได้หรือไม่ เสนาบดีกงได้แต่พยักหน้าเป็การตกลงพร้อมกับฟางซินที่ยื่นมือไปจับที่เข่าคนตรงหน้าแล้วเริ่มทำการตรวจดูและรักษาในทันที
เอาละ ใต้เท้าท่านต้มสมุนไพรพวกนี้กินหลังอาหารเช้าและเย็นหากอาการไม่ทุเลาท่านส่งคนไปบอกข้าแล้วข้าได้เพิ่มตัวยาและกลับมาฝังเข็มให้ท่านอีกรอบหนึ่ง ฟางซินเอ่ยพร้อมกับเก็บของเตรียมกลับ
ช้าก่อน
จู่ๆ เสียงของใต้เท้ากงก็เอ่ยขึ้น
ท่านหมอ หากเ้าไม่ว่าอะไรรบกวนเ้าเปิดผ้าคลุมหน้าให้ข้าดูชัดๆ ได้หรือไม่ แววตาที่คุ้นเคยของฟางซินทำให้เขาอดที่จะอยากดูหน้านางเต็มๆ ไม่ได้ ฟางซินที่ได้ยินดังนั้น นางจึงมองไปรอบๆ ภายในห้องนี้มีแค่ฮูหยินและใต้เท้ากงอีกอย่างฮูหยินเองก็เห็นหน้าของนางไปแล้วคงไม่เป็ไรหากจะเปิดผ้าคลุมหน้านั้น ดังนั้นฟางซินจึงค่อยๆ ถอดผ้าปิดใบหน้านั้นออก
ช่างละม้ายนัก
ฮูหยินกงอดที่จะเอ่ยออกมาไม่ได้ ฟางซินที่ได้แต่งุนงงจึงเอ่ยถามออกไป
ฮูหยินละม้ายท่านหมายถึงข้าหรือ? ฮูหยินกงอดที่จะเอ็นดูฟางซินไม่ได้จึงได้แต่ยิ้มออกมาพร้อมกับเอ่ย เรียกข้าว่าท่านย่าดังเดิมเถิดนางเอ่ยกับฟางซิน
จริงหรือไม่ท่านพี่นางเอ่ยพร้อมกับหันไปทางสามีก่อนที่เขาจะยิ้มรับ
เ้าคะ ท่านย่า
เ้าช่างละม้ายกับใครคนหนึ่งที่พวกเราคิดถึงนางนัก นางเอ่ยพร้อมกับทำหน้าเศร้า
ฟางซินที่เห็นดังนั้นจึงเกิดความสงสารนางจึงเอ่ยขึ้น ท่านย่าในเมื่อท่านคิดถึงคนผู้นั้นไว้ข้ามาเยี่ยมพวกท่านบ่อยๆ แบบนั้นจะได้มาดูอาการใต้เท้ากงบ่อยๆ ด้วยแบบนั้นดีหรือไม่เ้าคะ
จริงหรือ ช่างดีเหลือเกินใช่หรือไม่ท่านพี่ นางหันไปทางสามีอีกครั้งพร้อมกับยิ้มพลางหัวเราะเบาๆ ด้วยความดีใจจนฟางซินอดที่จะยิ้มตามออกมาไม่ได้ พลางผู้เป็สามีได้แต่คิดในใจนานแล้วที่ตระกูลกงไม่ได้มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะแบบนี้
หลังจากฟางซินกลับมาจากจวนตระกูลกง ก็จวนจะค่ำแล้วจึงนางก็มุ่งหน้าตรงไปยังจวนตระกูลซีไม่ได้แวะกลับไปที่ร้านหมอยาอีกครั้ง เมื่อเดินเข้าจวนมาฟางซินเห็นอาฝู อาจิ่งและอาเจาที่กำลังขนข้าวของมีค่ามากมายขึ้นไปบนรถม้าอีกสองคันจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามออกมา
อาฝู จะขนของพวกนี้ไปไหนหรือ
เยี่ยมบ้านเ้าสาว จู่ๆ ซีหยางที่มาถึงเมื่อไหร่ก็ไม่รู้เอ่ยขึ้นฟางซินได้แต่หันไปตามเสียงของฟางซีหยาง
เยี่ยมบ้านเ้าสาว เ้าหมายถึง……ฟางซินเอ่ยพร้อมกับชี้มาที่ตัวเอง
ใช่ พรุ่งนี้ข้าจะพาเ้ากลับไปเยี่ยมตระกูลป๋าย เขาเอ่ยเสียงเรียบพร้อมกับหันหลังเดินกลับไป ฟางซินถึงกลับกลืนน้ำลายดังเฮือกหากเป็การเยี่ยมบ้านของคู่แต่งงานทั่วไปคงไม่ใช่เื่แปลกแต่คงไม่ใช่กับคุณชายซีหยางจากตระกูลที่ร่ำรวยอันดับต้นๆ ของฉีอันแล้วยิ่งบ้านเ้าสาวที่เขาว่าเป็ตระกูลยากจนอย่างจระกูลป๋าย ฟางซินได้แต่ส่ายหัวเบาๆ ก่อนที่จะเดินเข้าไปในเรือนตามหลังซีหยางไป
ถึงแล้วขอรับ เสียงอาฝูเอ่ยขึ้น
ตอนนี้ทั้งซีหยางและฟางซินลงจากรถม้ามายืนอยู่ที่ตระกูลป๋าย พร้อมกับคนตรงหน้า ใต้เท้าป๋าย ฮูหยินป๋ายรวมถึงบุตรชายของนางที่ซีหยางคุ้นหน้าเป็อย่างดี
คารวะใต้เท้าป๋าย ฮูหยินป๋าย ซีหยางเอ่ยขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่ดูอึมครึม
ป๋ายกงเยว่ที่ยืนเงียบมาสักพัก ถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกับมองไปยังฟางซินที่ยืนอยู่ข้างซีหยาง ถึงการแต่งงานจะรวบรัดไปหน่อยแต่ถึงอย่างไรบุตรสาวของเขาก็แต่งไปอยู่ที่จวนตระกูลซีได้หลายเดือนแล้ว
เอาละ ในเมื่อมาถึงกันแล้วก็เชิญเข้าด้านในกันก่อนเถิด
ป๋ายกงเยว่เอ่ยพร้อมกับเดินนำเข้าไปโดยมีซีหยางและฟางซินที่เดินตามหลังไป
ตอนนี้ทุกคนนั่งพร้อมหน้าพร้อมตากันที่เรือนรับรองของตระกูลป๋ายที่มีขนาดเล็กและค่อนข้างจะทรุดโทรมมากเมื่อเทียบกับจวนตระกูลซี แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เป้าหมายการมาในครั้งนี้ของซีหยางลดถอยลงแต่อย่างใด
ซีหยางที่เห็นว่าในเมื่อทุกคนมากับครบแล้วจึงให้อาฝูนำของเยี่ยมบ้านที่เขาขนมาด้วยออกมาพร้อมกับเอ่ย
นี้เป็ของเยี่ยมบ้านเ้าสาว ถือเป็น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากข้าและฟางซิน
ทางด้านฮูหยินป๋ายที่นั่งเงียบอยู่นานเมื่อเห็นสิ่งของมีค่าที่ซีหยางนำมาถึงกับอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
ขอบคุณ คุณชายซีช่างเป็วาสนาของฟางซินดังที่คนเขาร่ำรือกันนางเอ่ยพร้อมกับมองไปทางซีหยางราวกับไม่เคยมีเื่บาดหมางกันมาก่อน
ซีหยางทำได้เพียงยิ้มรับตามมารยาทจนกระทั่งป๋ายกงเยว่เอ่ยขึ้นอีกครั้ง
คุณชายซี ข้าขอบคุณสำหรับน้ำใจที่มีต่อตระกูลยากจนอย่างตระกูลป๋ายอีกครั้ง จากจวนตระกูลซีมาที่นี้แม้จะอยู่ในเมืองหลวงแต่ก็ถือว่าอยู่ไกลกันพอสมควร คงจะเหนื่อยกันอยู่ไม่น้อย เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน
เสี่ยวจื่อ พาคุณหนูและคุณชายซีไปพักที่เรือนป๋ายเหอ ป๋ายกงเยว่ที่เอ่ยกับเสี่ยวจื่อ
เรือนป๋ายเหอ เรือนของสตรีผู้นั้นที่ป๋ายกงเยว่ดูแลรักษาอย่างดี ฮูหยินป๋ายได้แต่คิดในใจพร้อมกับข่มความโกรธนี้เอาไว้ดังเดิม
เ้าคะ เชิญคุณหนู คุณชาย เสี่ยวจื่อเอ่ยพร้อมกับนำทางฟางซินและซีหยางไป
ทั้งฟางซินและซีหยางเดินมาถึงเรือนป๋ายเหอ สำหรับฟางซินแล้วนี่เป็ครั้งแรกที่นางเข้ามา ตระกูลป๋ายมีที่แบบนี้ด้วยหรือฟางซินได้แต่เดินสำรวจไปมาจนซีหยางอดที่จะเอ่ยออกมาไม่ได้
ยังจะเดินสำรวจอีกนานหรือไม่ นี้เรือนของเ้ามิใช่หรือ เหตุใดถึงได้ทำหน้าประหลาดใจเยี่ยงนี้ ฟางซินที่ได้ยินดังนั้นจึงได้แต่หยุดเดินและมองไปยังเ้าของเสียง
ข้าคิดถึงเรือนของข้า แปลกตรงไหน
เรือนที่เ้าเพิ่งเข้ามาอยู่ได้ปีเดียวนะหรือ
ฟางซินถึงกับทำตาโตนี้เขารู้ได้อย่างไร ซีหยางได้แต่มองหน้านางพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ
ช่างเถอะ จะเดินสำรวจอีกสักสามชั่วยามก็แล้วแต่เ้า ซีหยางเอ่ยพร้อมกับนอนลงบนเตียง
ฟางซินที่เห็นซีหยางนอนลงบนเตียงจึงมองออกไปด้านนอกนี้ก็มืดแล้วจริงด้วย ก่อนที่จะเหลือบไปเห็นผ้าห่มอีกผืนและเครื่องนอนที่พับอยู่ใกล้ๆ กันอีกชุดหนึ่งพอดี ฟางซินเดินไปหยิบเครื่องนอนที่ถูกพับไว้นั้นออกมาและปูมันลงที่พื้นอย่างรู้หน้าที่
ทันทีที่ฟางซินปูเครื่องนอนนั้นลงก็มีเสียงคนที่นอนอยู่ข้างบนเตียงเอ่ยขึ้นอย่างแ่เบา
ขึ้นมานอนด้วยกันกับ….ข้า