จันทิมันตุ์รีบแต่งตัว และรีบวิ่งตามกฤตยชญ์ไปในทันที และไปทันกันอยู่ที่หน้าห้องพักของเขานั้นแหละ
“พี่ยชญ์ฟังมนก่อนได้ไหมคะ มนขอร้อง พี่ยชญ์ฟังมนก่อนนะ มนไม่ได้ทำอะไรอย่างนั้นจริงๆ นะคะ” จันทิมันตุ์โผเข้าไปสวมกอดเอวสอบทางด้านหลัง พร่ำบอกกล่าวขอร้องอ้อนวอน ด้วยน้ำตาที่นองเต็มหน้า
“ปล่อย!!.... ฉันบอกให้ปล่อยไง!!”
กฤตยชญ์หลับตานิ่งอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะทำการแกะมือเรียวเล็กออก แล้วผลักไสร่างบางให้หลุดพ้นจากการโอบกอด จนร่างบางเซไปปะทะกับเสา
“พี่ยชญ์ มนไม่ได้ทำอย่างที่พี่เห็นจริงๆ นะคะ มนขอร้องได้โปรดฟังมนสักนิด”
จันทิมันติไม่ยอมแพ้ ตรงปรี่เข้าไปสวมกอดกายแกร่งนั้นอีกครั้ง และขอร้องอ้อนวอนคนตัวโต เพื่อให้เขารับฟังเธอ ซึ่งการกระทำนั้นช่างดูน่าสงสารเป็นอย่างยิ่ง แต่ถึงกระนั้นกฤตยชญ์ ก็ไม่ได้มีความสงสารให้เลยแม้แต่น้อย
“เธอสวมเขาให้กับฉัน ทำกับฉันขนาดนี้ ยังจะกล้ามาขอร้องอ้อนวอนอีกหรือ ที่ฉันไม่ไล่ลงเรือไปก็บุญนักหนาเท่าไรแล้วนะ ไปให้พ้นหน้าฉันเลย ฉันไม่อยากเห็นหน้าผู้หญิงแพศยาอย่างเธอ ไป๊!”
กฤตยชญ์แกะแขนเรียวเล็กออกอย่างไร้เยื่อไย ก่อนจะผลักร่างบางให้ออกไปให้ห่างจากตัว แล้วพูดตัดรอนแกมขึงโกรธ อย่างไม่มีเยื่อใยให้กันอีกแล้ว
“พี่ยชญ์ขา ได้โปรดฟังมนบ้างจะได้ไหม?” จันทิมันตุ์ร้องขออ้อนวอน อย่างสะอึกสะอื้นปานใจจะขาด
“เธอยังอยากจะมาพูดโกหกอะไรให้ฉันฟังอีกล่ะ พอกันที แค่นี้ก็พอแล้วที่ฉันจะโง่งมไปกับเธอน่ะ เธอจะไปอยู่ที่ไหนของเธอก็ไป และไม่ต้องให้ฉันได้เห็นหน้าเธออีกต่อไป และหากเรือจอดเทียบท่าประเทศไทยเมื่อไร ก็ไปซะ ไปให้ไกลๆ จากฉัน ฉันไม่ต้องการผู้หญิงแพศยาอย่างเธอมาทำพันธุ์อย่างแน่นอน ไปออกไปจากชีวิตของฉันซะ”
กฤตยชญ์มองคนตัวเล็ก ด้วยสายตาที่เจ็บช้ำ และคิดว่าสิ่งที่ผู้หญิงตรงหน้านี้ ได้ทำนั้น มันเป็นการหยามศักดิ์ศรี หยามเกียรติกันเป็นอย่างมาก เขาจึงไม่สามารถให้อภัยเธอได้เลยจริงๆ
“พี่ยชญ์!!”
จันทิมันตุ์ร้องเรียกชื่อของคนที่เธอรักมากที่สุด อย่างสิ้นหวัง มืดมน หมดสิ้นซึ่งหนทางแล้ว เพราะเขาไม่รับฟังเธอเลยแม้แต่น้อย แล้วเธอจะทำยังไงได้อีกล่ะ จันทิมันตุ์ร้องไห้ออกมาราวกับน้ำตก ที่ไหลตกลงสู่ท้องน้ำ หญิงสาวยืนร้องไห้อยู่หน้าห้องพักของกฤตยชญ์ ซึ่งชายหนุ่มได้เข้าไปและปิดประตูใส่หน้าเธอไปนานแล้ว และก็ไม่คิดจะเปิดออกมาดูดำดูดีอีกเลย คงขังตัวเองอยู่แต่ภายในห้องอยู่อย่างนั้น
จันทิมันตุ์ไม่รู้แล้วว่าตัวเองจะอยู่ไปเพื่ออะไร และจะอยู่ได้ยังไงหากว่าเป็นไปเช่นนี้ จันทิมันตุ์เดินออกห่างไปจากห้องพักของกฤตยชญ์ ด้วยน้ำตาเต็มหน้า เดินตรงไปยังท้ายเรือ ยืนนิ่งเงียบและปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาอยู่อย่างนั้น อย่างไม่คิดจะกักเก็บมันไว้ ก่อนจะก้าวปีนขึ้นไปยังรั้วกั้น คิดว่าพอแล้วกับชีวิตที่เป็นอยู่ในตอนนี้ พอแล้วกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมานี้ เธอรับไม่ไหวอีกแล้ว กับโชคชะตาที่เล่นตลกกับเธออย่างนี้ ทนไม่ไหวแล้วจริงๆ
จันทิมันตุ์กำลังจะกระโดดลงไปสู่ท้องทะเลเบื้องล่าง แต่ก็มีมือของใครบางคน ฉุดดึงเอวบางเอาไว้ และดึงดันให้หลุดพ้นออกมาจากรั้วที่กั้น เข้ามาอยู่ในเรืออีกครั้ง
“ปล่อยมน ปล่อย มนไม่มีใครแล้ว แล้วจะอยู่ไปทำไม ปล่อยให้มนตายๆ ไปซะ ทุกคนจะได้มีความสุข จะได้ไม่ต้องมาคิดเรื่องของมนอีก” จันทิมันตุ์ร่ำไห้อย่างคนบ้าคลั่ง พยายามขืนตัวกลับไปยังรั้วกั้นนั้นให้ได้
“คุณมน อย่านะครับ อย่าทำอย่างนี้เลยนะครับ ปัญหาทุกอย่างมันย่อมมีทางออกของมันเสมอ อย่าคิดสั้นไป มันไม่ได้ประโยชญ์อะไรขึ้นมาหรอกครับ มีแต่จะทำให้เราเป็นทุกข์ และแถมมีเวรกรรมติดตัวเราไป ไม่รู้จักจบจักสิ้นนะครับ มีอะไรก็ค่อยๆ คิดหาทางแก้ปัญหา ค่อยๆ พูด ค่อยๆ จาจากกันนะครับ อย่าวู่วาม”
ดนุซึ่งมาเห็นเหตุการณ์ ที่จันทิมันตุ์จะกระโดดลงทะเลพอดี จึงได้รีบเข้ามาดึงร่างบางเข้ามาในเรือได้ทัน
“คุณหมอ! มนคงพูดกับพี่ยชญ์ไม่ได้แล้วล่ะค่ะ พี่ยชญ์ไม่ฟังมนแล้ว พี่ยชญ์บอกว่ามนเป็นผู้หญิงแพศยา อึก! และบอกให้ไปตายที่ไหนก็ไป มนจะไปตายให้สมกับที่พี่เขาต้องการ เขาจะได้ไม่ต้องมาเห็นมนให้ขัดหูขัดตาอีก มนไม่ไหวแล้วจริงๆ คุณหมอ มนไม่ไหวแล้ว”
จันทิมันตุ์ร้องไห้ฟูมฟายออกมาอย่างหนัก จนคนที่เข้ามาช่วยรู้สึกสงสารจับใจ
“คุณมนอย่าคิดสั้น ไอ้ยชญ์มันคงยังร้อนอยู่ ใจเย็นๆ นะครับ มีอะไรเล่าให้หมอฟังก่อนได้ หากมีอะไรที่หมอพอช่วยได้ หมอจะช่วยทันทีเลย ใจเย็นๆ นะ”
ดนุที่เห็นจันทิมันตุ์ ร้องไห้ฟูมฟายและตัดสินใจคิดสั้นอย่างนี้ คิดว่าหญิงสาวคงจะมีปัญหาอย่างหนักหนาแน่นอน และจะต้องรู้ให้ได้ ว่าสาวเจ้าเป็นทุกข์เป็นร้อนอะไรมา ถึงไม่เป็นไปในสภาพนี้
“เอาอย่างนี้ ไปห้องหมอก่อนแล้วเราค่อยคุยกัน โอเคนะ”
ดนุเห็นจันทิมันตุ์ ร้องไห้ปานจะขาดใจอย่างหนัก จึงใม่คิดจะเซ้าซี้ถามให้ได้ความในตอนนี้ จึงได้ต่อลองให้เธอได้พักผ่อน และได้คิดทบทวนเรื่องราวก่อน แล้วค่อยถามอีกรอบเพื่อให้ได้ความ แล้วค่อยคิดช่วยเหลือกันอีกทีว่าจะทำยังไงต่อไปดี
๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓