ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    บทที่ 46 ที่ดินของตาเฒ่าอี้

            บทที่ 46

            ที่ดินของตาเฒ่าอี้

            จางหยวนได้ยินเรื่องที่ดินที่เขาต้องการหย่งคังพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหมดหวังจางหยวนจึงเต็มไปด้วยความสงสัยว่ามันมีอะไรกันแน่ 

            “ มีอันใดอย่างนั้นหรือขอรับ? ”

            “ ข้าไม่เข้าใจขอรับที่ท่านพูดหมายความว่าอย่างไร?  ” จางหยวนเอียงคอสงสัย 

            ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยคำถาม 

            ก่อนที่หย่งคังจะพูดออกมา “ ที่ดินแปลงนั้นเป็นของตาเฒ่าอี้”

            “ คาดถึงบอกว่าหมดหวังอย่างไรล่ะ ”

            “ ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนแต่ตาเฒ่าอี้ที่ท่านหมายถึงหมายความถึงผู้ใดอย่างนั้นหรือขอรับ?” จางหยวนไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของคนผู้นั้นมาก่อน

            ในตอนแรกเขาเดินหาที่ดินภายในเมืองเพื่อดูว่ามันมีที่ดินผืนใดที่สามารถใช้งานได้จนสุดท้ายก็มาพบเจอที่ดินแปลงนั้นที่มันดูเป็นที่ดินที่อุดมสมบูรณ์

            เมื่อพบเจอมันแล้วก็ยังไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นเจ้าของเขากำลังตามหาเจ้าของอยู่ 

            แต่ในตอนนี้หย่งคังมาถึงเจ้าของที่ดินผืนนั้นและยังแสดงใบหน้าเช่นนั้นอีกจึงทำให้จางหยวนเต็มไปด้วยความสงสัย 

            “ ตาเฒ่าอี้งั้นรึ ถือว่าเป็นเศรษฐีภายในเมืองแห่งนี้ได้ละมั้งตัวของตาเฒ่าอี้เป็นผู้เฒ่าภายในเมืองแห่งนี้ที่ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความเคารพ”

            “ แม้แต่สามตระกูลใหญ่ที่ถือว่าเป็นเศรษฐีภายในเมืองแห่งนี้ผู้นำตระกูลทั้งสามยังให้ความเคารพแก่ตาเฒ่าอี้ ”

            “ เขาอยู่ภายในเมืองแห่งนี้มานานมานานมากพอที่จะล่วงรู้หลายๆอย่างสามตระกูลใหญ่เกรงใจคนผู้นี้เป็นเพราะว่าความลับมากมายของสามตระกูลใหญ่ตั้งแต่ในรุ่นก่อนตาเฒ่าอี้ล้วนแล้วรู้ทั้งหมด”

            จางหยวนไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีตัวตนอย่างตาเฒ่าผู้นี้อยู่ด้วย

            ตอนแรกคิดว่าภายในเมืองเจิ้งหยวนแห่งนี้สามตระกูลใหญ่ที่เป็นเศรษฐีประจำเมืองจะเป็นตระกูลที่มีอำนาจมากที่สุด

            คนพวกนั้นมีทั้งเส้นสายของขุนนางและก็มีพวกเส้นสายมากมายในตอนแรกเขาคิดว่าพวกมันจะไม่มีทางเกรงใจผู้ใดแล้ว

            แต่ในตอนนี้เมื่อได้ยินว่ามีตาเฒ่าผู้นั้นอยู่เขาจึงรู้สึกสงสัยมากขึ้นไปอีก

            “ ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีท่านผู้เฒ่าเช่นนั้นอยู่ด้วย ”

            “ จะเอาเพิ่งเข้ามาภายในเมืองแห่งนี้มันก็ไม่แปลกอะไรหรอกที่ตัวของเจ้าจะไม่รู้จัก”

            “ เขาอาศัยอยู่บริเวณท้ายเมืองอาศัยอยู่เงียบๆภายในจวนของตนเองไม่ได้ออกมาสุงสิงกับผู้ใดหลายปีแล้ว”

            “ โดยที่ดินผืนนั้นเป็นที่ดินที่ถือว่าเป็นสมบัติของตาเฒ่าอี้เขาเป็นเศรษฐีที่ดินถ้าพูดถึงที่ดินภายในเมืองแห่งนี้ตาเฒ่าอี้เป็นคนถือครองที่ดินที่เยอะที่สุด”

            “ ตระกูลใหญ่ทั้งสามยังไม่มีที่ดินภายในครอบครองเท่าตาเฒ่าผู้นี้เลย”

            “ แต่เพราะว่าคนผู้นั้นเก็บตัวมาหลายปีในช่วงหลายปีนี้ไม่ได้ออกมาผู้คนไม่ได้พบเห็นแม้แต่คนภายในตระกูลใหญ่ ”

            “ ไม่ว่าจะเป็นตระกูลโม่ หรือว่าตระกูลสวีแม้กระทั่งเสิ่นพวกเขาอยากจะเข้าไปพบ แต่เมื่อขอเข้าพบก็ถูกปฏิเสธอย่างง่ายดาย”

            “ จนสุดท้ายแล้วมันก็เป็นอย่างที่เห็นทุกวันนี้ยังไม่มีผู้ใดได้พบตาเฒ่าผู้นั้นมานานหลายปีแล้ว”

            “ ข้าถึงบอกอย่างไรให้เจ้าตัดใจเถอะที่ดินแปลงนั้นถึงอยากจะได้ก็คงจะได้มาไม่ง่าย”

            “ แม้แต่คนภายในตระกูลใหญ่ยังไม่สามารถเข้าพบได้แล้วจะสามารถติดต่อซื้อขายที่ดินได้อย่างไร”หย่งคังอธิบายออกมา

            จางหยวนหลังจากที่ได้ยินแบบนั้นเขาก็แสดงท่าทางคิดหนักใบหน้าก้มต่ำลงเล็กน้อยคิดอย่างจริงจัง “ นี่มันถือว่าเป็นเรื่องที่ยากลำบากเลยนะคนผู้นั้นมีอำนาจขนาดที่กล้าปฏิเสธสามตระกูลใหญ่ภายในเมือง ”

            “ ถ้าตัวของข้าอยากจะเข้าพบก็คงจะเข้าพบได้ง่ายดายนะ ”

            “ เอาอย่างไรดี ที่ดินแปลงนั้นตัวของข้าอยากจะได้มันด้วย ”

            “ ถ้าได้ที่ดินผืนนั้นมาคงจะสามารถขยับขยายได้หลากหลายอย่าง ” จางหยวนกำลังคิดหนักเกี่ยวกับเรื่องนี้

            ดวงตาทั้งสองข้างของเขาเต็มไปด้วยความจริงจังขบคิดอย่างหนักภายในใจของจางหยวนอยากได้ที่ดินผืนนั้นจริงๆ 

            หย่งคังพูดต่อ “ เอาล่ะอย่างที่ข้าบอกไปนั่นแหละตัวของเจ้าตัดใจเถอะ”

            “ ไปเลือกดูที่ดินผืนใหม่ภายในเมืองแห่งนี้มีที่ดินอีกมากมายที่เราสามารถซื้อได้ ”

            จางหยวนแทบจะไม่ได้ฟังคำที่หย่งคังพูดออกมาเลยสักนิดเขากำลังแสดงใบหน้าขบคิดอย่างจริงจังอยู่เพียงผู้เดียว “ ลองดูจากสถานการณ์ในตอนนี้แล้วคนผู้นั้นเกรงว่าการที่ไม่ได้ออกมาจากภายในนั้นคงจะมีเหตุผลบางอย่าง ”

            ขบคิดอย่างจริงจังอยู่สักพักเขาหันใบหน้าของตนเองไปหาหย่งคังและเอ่ยถามขึ้น “ ที่ตั้งจวนของท่านผู้เฒ่าอี้ตั้งอยู่ที่ใดอย่างนั้นหรือขอรับ?”

            หย่งคังมองเห็นใบหน้าที่แสดงออกมาเขาถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่รู้ได้ในทันทีว่าสหายต่างวัยผู้นี้คงจะไม่ล้มเลิกความตั้งใจของตนเองอย่างแน่นอน 

            หย่งคังพูดออกมา “ ดูเหมือนว่าเจ้าจะตั้งใจไปเจรจาสินะที่ตั้งตัวของท่านผู้เฒ่าตั้งอยู่บริเวณท้ายเมืองมีจวนขนาดใหญ่แห่งหนึ่งตั้งอยู่อย่างปีกวิเวทย์ถ้าเดินทางไปจะเห็นได้ในทันที ”

            จางหยวนยิ้ม “ แน่นอนขอรับไม่ว่าอย่างไรเสียถ้ายังไม่ได้ลองลงมือทำเราเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่ามันจะมีโอกาสสำเร็จหรือไม่”

            จางหยวนเขาถือคติถ้ายังไม่ลงมือทำย่อมไม่สามารถล่วงรู้ผลลัพธ์ได้

            แน่นอนว่าการที่ได้ยินเพียงแค่ชื่อของคนผู้นั้นจะให้เขาตัดใจกับการซื้อขายที่ดินถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล

            อย่างน้อยก็ได้เจรจาสักหน่อยหรือหาวิธีเข้าไปเจรจากับคนผู้นั้นให้ได้

            หย่งคังยิ้มเล็กน้อย “ เอาเถอะ…มันก็แล้วแต่เจ้าก็แล้วกันบางทีถ้าเป็นเจ้าอาจจะสามารถทำเรื่องนี้สำเร็จก็ได้”

            ….

            ณบริเวณท้ายเหมืองจินหยวนสถานที่บริเวณนี้บ้านเรือนตั้งไม่ได้มากเท่าบริเวณด้านหน้า 

            จางหยวนได้เดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้พบเห็นจวนขนาดใหญ่ที่ตั้งสะดุดตาเป็นเอกลักษณ์รู้ได้ในทันทีว่ามันจะต้องเป็นจวนของท่านผู้เฒ่าอี้อย่างแน่นอน

            จวนแห่งนี้มีความใหญ่โตไม่แพ้พวกจวนของตระกูลใหญ่ๆภายในเมืองแห่งนี้เลยสักนิด  ภายในสถานที่แห่งนี้มีผู้คนมากมายเฝ้าอยู่บริเวณ

            พวกผู้คุ้มกันที่โดนจ้างมาเฝ้าระวังบริเวณรอบๆอย่างแน่นหนาเพื่อไม่ให้ผู้ใดเข้าไปด้านใน

            จางหยวนเดินทางมาถึงอย่างแรกเขาทำก็คือการเดินเข้าไปหาพวกผู้คุ้มกันที่เฝ้าอยู่ทางประตูด้านหน้า 

            ผู้คุ้มกันเหล่านั้นขมวดคิ้วเข้าหากันมันตอบกลับมาโดยที่เขายังไม่ได้พูดเลย “ ออกไปซะท่านผู้เฒ่าไม่ต้องการพบใคร!!!”

            “ ไม่ว่าผู้ใดก็ผ่านตรงนี้ไปไม่ได้!! ” มันเร่งเสียงขึ้นด้วยเสียงที่เคร่งขรึมในขณะเดียวกันพองไม้ภายในมือของมันก็ยกขึ้นตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้

            มันจะสื่อว่าถ้าเขาก้าวเข้ามามันจะลงมือกับเขาในทันทีจางหยวนหลังจากเห็นคนพวกนั้นตั้งถ้าแบบนั้นรู้ได้ในทันทีว่าพวกมันเอาจริง

            เขาตัดสินใจถอยออกมาจากจุดนั้นก่อนเพื่อตั้งหลัก 

            จางหยวนมายืนอยู่บริเวณตรอกเล็กๆแห่งหนึ่งใกล้ๆจวนของท่านผู้เฒ่าเขายืนครุ่นคิดอย่างหนัก “ พวกมันไม่ยอมให้เข้าไปด้านใน ”

            “ แถมท่าทางเหล่านั้นยังดูจริงจังเป็นอย่างมาก ในเมื่อไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ด้วยวิธีปกติก็จำเป็นจะต้องใช้…”

            จางหยวนเปิดกระเป๋ามิติของตนเองออกมาใช้มือล้วงเข้าไปก่อนที่จะนำของบางอย่างออกมาจากภายในนั้น

            สิ่งที่เขานำออกมามันเป็นแหวนสีดำที่มีอัญมณีสีแดงประดับอยู่ตรงกลางจางหยวนสวมใส่มันเข้าไปภายในนิ้วก่อนที่จะยกมันขึ้นมา

            ปรากฏการณ์แปลกประหลาดเกิดขึ้นอยู่อยู่ร่างกายของเขาค่อยๆหายไปอย่างช้าๆกลมกลืนไปกับทัศนียภาพบริเวณรอบๆอย่างสมบูรณ์

            แหวนพรางกาย…

    จบบท 

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง ที่คุณอ่าน