12 1-2
ตอนที่22 บนรถไฟก็ไม่เว้น!
ซูเฮ่าเทียนปรายตาสังเกตมองปราดหนึ่ง พบว่าพนักงานรถไฟคนนั้นถูกนายทหารสองคนในชุดเครื่องแบบสีเขียวหิ้วปีกกุมตัวไป ดูเหมือนกำลังจะลากออกไปที่ไหนสักแห่ง ภาพฉากนี้ได้สร้างความพึงพอใจกับตัวเขาอย่างมาก เพราะนี่นับเป็บทลงโทษที่สมควรอย่างยิ่งยวดแล้วสำหรับผู้กระทำความผิด
เื่ราวดีๆเช่นนี้จะต้องรีบเล่าให้ซูหนี่ฟัง ว่าแต่เธออยู่ที่ไหนกันล่ะ?
นึกได้เช่นนั้น ซูเฮ่าเทียนจึงรีบโผลุกจากที่นั่งแล้วหันมองไปรอบๆทันที แต่ก็ยังไม่เห็นแม้กระทั่งวี่แวว
‘แย่แล้ว หวังว่าจะไม่มีเหตุร้ายอะไรเกิดขึ้นกับเธอใช่มั้ย?’
ซูเฮ่าเทียนแอบครุ่นคิดด้วยความกังวลอยู่ในใจ และเวลานี้ก็เริ่มจิตใจร้อนรุ่มนั่งไม่ติดแล้ว สุดท้ายจึงตัดสินใจเดินออกไปตามหาซูหนี่ทันที
เขาเร่งฝีเท้าให้เร็ว เดินตรงดิ่งหวังข้ามฟากไปอีกตู้รถไฟ กระทั่งเดินมาถึงทางเชื่อมระหว่างสองตู้ จึงได้เผชิญพบเข้ากับภาพฉากที่เซิ่งเต๋าอันกำลังโอบกอดซูหนี่ไว้แน่น
“สองคนกำลังทำอะไรกันอยู่น่ะ?!”
ซูเฮ่าเทียนแผดเสียงะโลั่นด้วยความใ ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวก็คือ ซูหนี่กำลังถูกเซิ่งเต๋าอันขืนใจข่มเหงอยู่ และวินาทีเดียวกันนั้น เขาก็รีบปรี่เข้าไปแยกคนทั้งสองออกห่างจากกันอย่างรวดเร็ว
เฉกเช่นเดียวกัน จังหวะนั้นเซิ่งเต๋าอันกำลังจะเผด็จศึก หวังโน้มศีรษะประกบจุมพิตเข้าที่ริมฝีปากหวานฉ่ำของซูหนี่ แต่แล้วทุกอย่างกลับต้องพังทลายลงอย่างไม่เป็ท่า เพราะถูกใครบางคนเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน มิหนำซ้ำยังร้องะโโหวกเหวกโวยวายน่าหนวกหูใส่อีกด้วย! เซิ่งเต๋าอันถึงกับหันขวับไปมองตาขวางใส่อย่างไม่พอใจ
ซูหนี่ปรายหางตาชำเลืองมองตามเช่นกัน จึงพบว่าเป็ญาติผู้พี่ที่สุดแสนจะไร้เดียงสาของเธอนั่นเอง วินาทีเดียวกันนั้น หญิงสาวก็เร่งผลักไสดิ้นรนให้ร่างของตนพ้นจากอ้อมแขนของเซิ่งเต๋าอันโดยเร็ว ก่อนจะยกมือขึ้นเกาท้ายทอยด้วยสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย
“พี่เฮ่าเทียน เขาเป็คู่หมั้นของฉันเองค่ะ ชื่อว่าเซิ่งเต๋าอัน บังเอิญว่าเขาก็ขึ้นรถไฟขบวนเดียวกันพอดี ส่วนฉันปลอดภัยดีไม่ต้องเป็ห่วง”
เมื่อได้ฟังคำแนะนำตัวเซิ่งเต๋าอันจากปากของญาติผู้น้อง ซูเฮ่าเทียนก็ถึงกับตะลึงงันไม่น้อย เ้าตัวก้มศีรษะครวญเสียงรำพึงหึ่งๆอยู่สองสามคำ ก่อนจะพยักหน้าแล้วรีบขอตัวจากไปอย่างรวดเร็ว
จังหวะที่เขาหยุดยืนอยู่ตรงนั้น คล้ายััได้ถึงรัศมีแรงกดดันขุมหนึ่ง ทำให้มวลอากาศรอบตัวเย็นวูบลงจนน่าใจหาย
“เมื่อครู่เรียกเขาว่าอะไรนะ? นั่นพี่ชายของคุณเหรอ?”
เซิ่งเต๋าอันกระชับกอดร่างเล็กของซูหนี่ไว้ในอ้อมแขนอีกครั้ง แต่คราวนี้กลับไม่ประมาท จัดการลงกลอนล็อกประตูทั้งสองฟากฝั่งของตู้รถไฟเสร็จสรรพ
ซูหนี่แอบสังเกตเห็นอีกฝ่ายเคลื่อนไหวเช่นนั้นก็ได้แต่ยิ้ม
“ใช่ เขาเป็ลูกพี่ลูกน้องฉันเอง ไม่คิดว่าจะเดินทางมาชนบทเหมือนกัน บังเอิญมาเจอกันตอนหาที่นั่ง ว่าแต่คุณเถอะ พอขึ้นรถไฟปุ๊ป ราศีก็จับปั๊บเลยนะ”
ฟังผิวเผินอาจดูเหมือนหยอกเย้าเล่น แต่ในความเป็จริง ซูหนี่แอบฉงนใจอยู่หลายส่วน ไหนจะทหารสองนายนั่นที่เรียกขานเซิ่งเต๋าอันว่าผู้หมวดอีก?
ถูกหญิงสาวจ้องมองตาไม่กระพริบ มิหนำซ้ำยังพูดจาหยอกเย้าทำนองนี้อีก ทำเอาเซิ่งเต๋าอันอดที่จะเก้อเขินไม่ได้ เหตุเพราะความประมาทเลินเล่อของตัวเขาเอง จึงไม่ทันได้บอกให้ซูหนี่ได้รับรู้เกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของเขา
“ผมเป็นายทหารยศร้อยโท ได้รับคำสั่งด่วนให้กลับฐานทัพใหญ่โดยเร็วที่สุด แต่ระหว่างเดินทาง ยังมีภารกิจต้องนำส่งทหารกองร้อยนี้กลับฐานพ่วงติดมาด้วย”
ซูหนี่พยักหน้ายิ้มแย้มขณะรับฟัง ความจริงเธอเองก็รู้เื่ราวพวกนี้มาั้แ่แรกแล้ว แต่เพียงแค่้าหยอกล้อพ่อหนุ่มคนนี้เล่นเท่านั้น
“ดูจากเส้นทางแล้ว คุณคงกำลังจะไปหมู่บ้านตงเผิงเหมือนกันใช่รึเปล่า?”
เพราะจุดหมายปลายทางของรถไฟขบวนนี้ก็คือตงเผิง ดังนั้น การที่เซิ่งเต๋าอันปรากฏตัวขึ้นที่นี่ย่อมเป็ไปได้ว่า ทั้งคู่น่าจะต้องลงสถานีเดียวกัน
เซิ่งเต๋าอันพยักหน้าหลังได้ยินคำถาม แต่ท้ายหลังกลับส่ายหัวพร้อมแถลงไขให้ฟังว่า
“พวกเราลงสถานีเดียวกันก็จริง แต่จุดหมายปลายทางของผมไม่ใช่หมู่บ้านตงเผิง ที่ผมจะไปเรียกว่าทะเลทรายโกบี อยู่ถัดจากหมู่บ้านตงเผิงไปไม่ไกลนัก ส่วนรายละเอียดเื่ตำแหน่งที่ตั้งฐานทัพถือเป็ความลับทางการทหาร ไม่สามารถบอกให้คนภายนอกล่วงรู้ได้”
คล้อยหลังอธิบายเช่นนั้น เขาจึงขอสงวนไว้ ไม่ขอชี้แจงอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับเื่ดังกล่าวให้ซูหนี่ฟังอีก สิ่งเดียวที่เขา้าก็คือ อยากจะกอดหญิงสาวร่างเล็กคนนี้ไว้ในอ้อมแขนให้นานที่สุด เอาให้นานจนหายคิดถึงได้ก็ยิ่งดี
วินาทีนั้นเอง จู่ๆชายหนุ่มก็พลันลดศีรษะลงประกบจูบริมฝีปากฉ่ำของซูหนี่อย่างดุเดือด ไม่มีแม้แต่โอกาสให้เธอได้ตั้งหลักเลย
ครั้งแรกซูหนี่แอบร่างกระตุกสะดุ้งอยู่เบาๆ คล้อยหลังถัดมา ค่อยจับจังหวะหาช่องผสมผสานได้อย่างลงตัว และเริ่มสนองตอบกลับอย่างเร้าร้อน
ััได้ถึงการตอบรับจากซูหนี่ เซิ่งเต๋าอันก็ยิ่งเร่งจังหวะเร้าอารมณ์หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งท้ายที่สุด ต่างฝ่ายต่างผละตัวออกห่างจากกันเพื่อพักหายใจหายคอ
ชายหญิงผละออกจากกันแล้วก็จริง แต่คลื่นอารมณ์ถวิลหากลับยิ่งทวีความรุนแรงหนักข้อขึ้น ยิ่งเมื่อได้เห็นริมฝีปากอวบอิ่มบวมแดงของซูหนี่ ภาพนี้ยิ่งปลุกเร้ากระตุ้นอารมณ์ของเซิ่งเต๋าอันจนไม่สามารถทานทนต่อไปได้ไหว
“คุณคงจะซื้อตั๋วที่นั่งธรรมดาไม่ใช่ตู้นอนสินะ? สนใจมานอนพักในตู้นอนส่วนตัวกับผมมั้ยล่ะ?”
เพียงแค่ได้ยินเซิ่งเต๋าอันเอ่ยปากยื่นข้อเสนอเช่นนี้ ซูหนี่ก็ตระหนักได้ทันควันว่า ในหัวของผู้ชายคนนี้กำลังคิดสิ่งใดอยู่ เธอระบายยิ้มขวยเขินพร้อมทุบหน้าอกของเขาแรงๆไปหนึ่งที
“กระทั่งบนรถไฟก็ยังไม่เว้นเลยรึไง? นี่ถ้ามีใครจับได้ขึ้นมา มีหวังคุณได้ถูกเด้งจากตำแหน่งแน่!”
ได้ยินเสียงบ่นติดตลกของซูหนี่ เซิ่งเต๋าอันก็หัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดีขึ้นทันตา อีกทั้งยังโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขนพร้อมพูดว่า
“คุณนั่นล่ะที่คิดลึกไปเอง ที่ผมพูดหมายถึงไปนอนพักจริงๆ ตลอดหลายวันมานี้คุณน่าจะถูกพนักงานรถไฟนั่นรบเร้าจนไม่ได้นอนหลับพักผ่อนเลยสิท่า? ดูสิขอบตาดำคล้ำหมดแล้ว”
ปรากฏว่าเป็ดั่งที่เซิ่งเต๋าอันพูดจริงๆ ซูหนี่ยืดตัวบิดี้เีด้วยความเหนื่อยล้าเล็กน้อย ตลอดเวลาที่ต้องนอนขดตัวอยู่บนเบาะที่นั่งแข็งๆบนรถไฟ ทำเอาเธอถึงกับปวดหลังไม่น้อยทีเดียว
“ก็ได้ แต่มีข้อแม้นะ แค่นอนพักผ่อนเท่านั้น! อย่าคิดจะทำอะไรประเจิดประเจ้อบนรถไฟเด็ดขาด ถ้ามีอะไรขยับโดนตัวฉันเมื่อไหร่ ฉันจะออกไปทันที!”
ได้ฟังคำพูดเช่นนั้น เซิ่งเต๋าอันก็พยักหน้าพร้อมให้สัตย์สัญญาซ้ำแล้วเล่าเพื่อความสบายใจของเธอ จากนั้นจึงคอยเดินนำซูหนี่ไปยังตู้นอนส่วนตัวของเขา
และเป็อย่างที่เซิ่งเต๋าอันพูดไว้ทุกอย่าง บรรยากาศภายในนั้นเป็ไปด้วยความสงบเรียบร้อยดี เพียงแค่นอนหลับพักผ่อนเท่านั้น ไม่มีอะไรนอกเหนือจากนั้นแม้แต่น้อย
ขณะเดียวกันที่บ้านสกุลกู่…