บทที่ 2 เกิดใหม่อีกครั้งในคืนแต่งงาน
รถตำรวจหลายคันเข้าล้อมโรงงานร้างเอาไว้ทุกด้าน
เปลวไฟที่โหมกระหน่ำลุกทั่วร่างของลู่จิ่วอันกับลูกชายอย่างรวดเร็ว
ใน่เวลาความเป็ความตาย ด้วยสัญชาตญาณความเป็แม่ของลู่จิ่วอัน เธอรีบใช้ร่างของตัวเองกำบังเซี่ยซิงเหอไว้ในอ้อมอกอย่างแแ่
ซิงเหอ
ซิงเหอ
ลูกจะต้องปลอดภัย
เราต้องรอดออกไปให้ได้!
เซี่ยอวิ้นหนิงพุ่งเข้าใส่ทะเลเพลิงโดยไม่สนใจเปลวไฟที่กำลังลุกโชนแม้แต่น้อย
เขาต้องช่วยลู่จิ่วอันและลูกชายออกมา…
เขาอยากชดเชย่เวลาตลอดหลายปีให้พวกเขาสองคน…
“ศาสตราจารย์เซี่ย เข้าไปไม่ได้นะครับ!”
“ศาสตราจารย์เซี่ย!!!”
ตำรวจที่รีบวิ่งตามมาคว้าเซี่ยอวิ้นหนิงออกมาจากทะเลเพลิง
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง หน่วยกู้ภัยก็มาพร้อมกับอุปกรณ์ดับเพลิง
ท่ามกลางเปลวไฟ ลู่จิ่วอันก้มหน้ามองเซี่ยซิงเหอในอ้อมอกด้วยรอยยิ้มขมขื่น
ที่จริงแล้ว การแต่งงานระหว่างเธอกับเซี่ยอวิ้นหนิงเป็ความผิดพลาดั้แ่ต้นจนจบ
ทว่าถึงแม้การแต่งงานจะเป็เื่ที่ผิดพลาด แต่เธอก็ยังได้มีลูกชายผู้แสนดีที่สุดในโลก
ถ้าหากว่า… สามารถเริ่มต้นใหม่ได้อีกคร้ัง เธอก็หวังให้เซี่ยซิงเหอเป็ลูกชายของเธอ แต่จะไม่ขอเป็ภรรยาของเซี่ยอวิ้นหนิงอีกตลอดไป
----
ร้อน…
ร้อนจังเลย…
ลู่จิ่วอันที่สติเริ่มเลือนรางเพราะความร้อน เธอจึงเอื้อมมือไปปลดกระดุมเสื้อ เผยให้เห็นผิวสีขาวเรียบเนียนท่อนบนโผล่พ้นปกเสื้อออกมา
“จิ่วอัน ดื่มน้ำหน่อยนะ”
เซี่ยอวิ้นหนิงเทน้ำอุ่นครึ่งเหยือกและยื่นไปจรดที่ริมฝีปากของ
ลู่จิ่วอัน
เมื่อหญิงสาวจิบน้ำอุ่น เธอก็สะดุ้งตื่นจากความรู้สึกอันร้อนผ่าวทันที
เธอเห็นใบหน้าหล่อเหลาและอ่อนเยาว์ของผู้เป็สามี ทันใดนั้นทางเลือกของเซี่ยอวิ้นหนิงใน่สุดท้ายของชีวิตก็แวบเข้ามา เธอจึงกัดท่อนแขนของเขาอย่างแรงโดยไม่รู้ตัว
ชีวิตของเธอไม่มีค่าอะไรเมื่อเทียบกับโครงการหลงอิ๋น
แต่เซี่ยอวิ้นหนิงกลับใจคอโเี้ทนดูลูกชายที่ตัวเองไม่เคยพบหน้าตายกลางกองไฟไปต่อหน้าต่อตา
ลูกชายแสนดีของเธอ ั้แ่เด็กจนโตไม่เคยทำให้คนเป็แม่ต้องทุกข์ใจ เขายังไม่ทันได้ััโลกใบนี้อย่างเต็มที่แท้ ๆ แต่กลับ… ลู่จิ่วอันไม่สามารถพูดคำใดออกมาได้แม้กระทั่งคำด่าทอหรือสาปแช่ง เธอแค่กัดไปที่แขนของเซี่ยอวิ้นหนิงราวกับระบายความโกรธแค้น และหวังให้ชายผู้ไม่สมควรเป็พ่อคนนี้รับรู้ความเ็ปของการที่เธอต้องสูญเสียลูกชายไป
เซี่ยอวิ้นหนิงก้มมองลู่จิ่วอันที่กำลังกัดแขนของตนเอง และนึกว่าเธอกำลังฝันร้าย
เขาใช้มืออีกข้างลูบแผ่นหลังของเธอเบา ๆ และพูดปลอบอย่างอ่อนโยน “ไม่ต้องกลัวนะจิ่วอัน มันเป็แค่ฝันร้าย!”
เมื่อลู่จิ่วอันได้ยินเซี่ยอวิ้นหนิงพูดราวกับว่าไม่ใช่เื่ใหญ่โต เธอก็ผลักเขาออกด้วยความโกรธจัด จากนั้นก็กรีดร้องอย่างเ็ป “คุณนึกว่าฉันไม่อยากให้มันเป็แค่ฝันร้ายงั้น…เหรอ…”
ขณะที่ลู่จิ่วอันกำลังแผดเสียง สายตาก็เหลือบไปเห็นห้องที่ดูคุ้นตาแต่ไม่คุ้นเคยพลางทำสีหน้าประหลาดใจ
บนกำแพงดินมีหนังสือพิมพ์แปะเอาไว้ และมีกระดาษสีแดงตัดเป็คำว่า ‘ความสุข’ ติดอยู่ที่ผนังด้านข้าง
มีปฏิทินจีนแขวนอยู่ถัดจากคำว่าความสุขสีแดงขนาดใหญ่ บนปฏิทินเขียนวันที่ไว้ชัดเจนว่า ‘9 กันยายน ค.ศ.1979’
ลู่จิ่วอันหยิกต้นขาของตัวเองอย่างแรง และความเ็ปที่แวบแล่นเข้ามาก็ทำให้เธอได้สติ
นี่เธอกลับชาติมาเกิดใหม่งั้นเหรอ?
แถมยังกลับมาเกิดในคืนวันแต่งงานของตัวเอง?
ลู่จิ่วอันมองเซี่ยอวิ้นหนิงที่ถูกเธอกัดแขนจนเืออก จากนั้นก็ก้มหน้าดูเสื้อผ้าที่ตัวเองใส่อยู่ ตามด้วยยกมือก่ายหน้าผาก
คืนนี้ในชาติที่แล้ว เธอดื่มเหล้าขาวไปหนึ่งจอกเพราะคำชักชวนของจางกุ้ยอิงแม่ใหญ่ตระกูลลู่ และได้เข้าห้องหอกับเซี่ยอวิ้นหนิงภายใต้ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์
และการร่วมเรียงเคียงหมอนเพียงแค่ครั้งเดียวนี้เองที่ทำให้เซี่ยซิงเหอเกิดมา
บทเรียนราคาแพงในชาติก่อนทำให้เธอไม่กล้าข้องเกี่ยวกับชายที่ชื่อว่าเซี่ยอวิ้นหนิงอีก แต่ว่าซิงเหอ… ลูกชายสุดที่รักของเธอ เธอหวังให้เขาได้กลับมาเกิดเป็ลูกชายของตนในชาตินี้อีกครั้ง
ลู่จิ่วอันนั่งอยู่ที่ขอบเตียงพลางมองดูทะเบียนสมรสที่หยิบมาจากใต้หมอนและกำเอาไว้แน่น โดยตัดสินใจแน่วแน่ว่าเธอจะใช้เซี่ย
อวิ้นหนิงมาทำพันธ์ุ!
ไว้ซิงเหอเกิดเมื่อไหร่ เธอจะหย่ากับเขาทันที!
หลังจากนั้นเซี่ยอวิ้นหนิงจะแกล้งตายหรือว่าตายจริงก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอเลยสักนิด
“จิ่วอัน เป็อะไรไป?” เซี่ยอวิ้นหนิงเห็นว่าท่าทางของลู่จิ่วอันดูเศร้าหมองเพราะฝันร้าย จึงถามขึ้นด้วยความเป็ห่วง “ถ้าคุณรู้สึกไม่สบาย ผมจะไปเอา…”
“เซี่ยอวิ้นหนิง” ลู่จิ่วอันคว้าแขนของสามีและเอ่ยถามทีละคำ
“ก่อนหน้านี้ที่คุณอยากให้ฉันไปที่ศูนย์อนุรักษ์ป่าไม้กับคุณ ฉันยังไปได้หรือเปล่า?”
เซี่ยอวิ้นหนิงถามอย่างไม่แน่ใจ “คุณเปลี่ยนใจแล้วเหรอ?”
ลู่จิ่วอันพยักหน้าตอบ “ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันจะไปศูนย์อนุรักษ์กับคุณด้วย”
ชาติที่แล้ว เซี่ยอวิ้นหนิงก็เคยขอให้เธอไปศูนย์อนุรักษ์ป่าไม้กับเขา แต่ว่าเธอปฏิเสธเพราะเชื่อคำพูดของจางกุ้ยอิง!
ตอนนั้นจางกุ้ยอิงบอกว่าที่ศูนย์อนุรักษ์ป่าไม้มีแต่ผู้ชาย ผู้หญิงคนเดียวไปอยู่ในสถานที่ไม่คุ้นเคยแบบนั้น ถ้าเกิดเื่อะไรขึ้นมาจะไม่มีใครช่วยเธอได้
ด้วยความสับสนมึนงง เธอจึงปฏิเสธข้อเสนอของเซี่ยอวิ้นหนิง และปล่อยให้เขาไปที่ศูนย์อนุรักษ์ป่าไม้เพียงลำพังโดยที่ตัวเองใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านตระกูลลู่
ใน่แรกเซี่ยอวิ้นหนิงส่งเงินกลับมาบ้านทุกเดือน ชีวิตของเธอที่สกุลลู่จึงไม่เดือดร้อนอะไร
ทว่าข่าวการตายของเซี่ยอวิ้นหนิงก็มาถึงในเวลาต่อมา ตระกูลลู่รู้ว่าไม่สามารถหาประโยชน์จากลู่จิ่วอันได้อีก จึงบังคับให้เธอไปทำแท้งที่คลินิกเล็ก ๆ ในหมู่บ้าน เมื่อทำแท้งแล้วก็จะให้เธอแต่งงานกับชายแก่จากหมู่บ้านข้าง ๆ เพื่อเอาสินสอดทองหมั้นราคาแพงไปให้ลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูลลู่สู่ขอภรรยา
จนกระทั่งเมิ่งเจียฉีปรากฏตัว ลู่จิ่วอันจึงได้รู้เหตุผลที่ทุกคนในตระกูลลู่ไม่ชอบเธอ และกดขี่เธอราวกับเป็คนรับใช้ นั่นก็เพราะว่าเธอไม่เคยเป็คนตระกูลลู่
แม้แต่การแต่งงานกับเซี่ยอวิ้นหนิงก็ไม่ใช่ของเธอมาั้แ่แรก แต่เป็ของพี่สาวคนที่สาม
แต่พี่สามตระกูลลู่กลับหลงเสน่ห์หนุ่มมีการศึกษาจากเมืองใหญ่ และยินดีที่จะท้องก่อนแต่งเพื่อให้ได้แต่งงานกับชายหนุ่มคนนั้น เื่น่ายินดีเช่นนี้จึงตกมาถึงลู่จิ่วอัน
เมื่อนึกถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชาติก่อน ลู่จิ่วอันก็รู้สึกโกรธจนตัวสั่น จนแทบอยากตัดความสัมพันธ์กับปลิงดูดเืที่ชื่อว่าตระกูลลู่ลงเสียั้แ่ตอนนี้
“คุณคิดดีแล้วเหรอ?” เซี่ยอวิ้นหนิงถามอย่างไม่แน่ใจ
ลู่จิ่วอันสอดทะเบียนสมรสไว้ใต้หมอนอย่างระมัดระวัง ในอนาคตจำเป็ต้องใช้ทะเบียนสมรสใบนี้เพื่อเพิ่มชื่อลูกในทะเบียนบ้าน ถ้าทำหายคงจะวุ่นวายน่าดู
“ฉันคิดดีแล้ว ฉันจะไปศูนย์อนุรักษ์กับคุณ”
ชาติก่อนเธอต้องใช้ชีวิตอยู่ที่ตระกูลลู่ ตั้งครรภ์ แถมยังต้องแบกท้องโตคอยปรนนิบัติรับใช้คนทั้งครอบครัว ไหนจะต้องซักผ้าในทะเลสาบกลางฤดูหนาว
ในเมื่อมีโอกาสได้เกิดใหม่อีกครั้ง เธอก็จะไม่โง่อยู่ที่ตระกูลลู่ในฐานะคนรับใช้อีกต่อไป!
นอกจากจะไปจากตระกูลลู่แล้ว เธอยังจะเอาข้าวของทุกอย่างในงานแต่งของเธอไปให้หมดอีกด้วย!
“งั้นผมจะไปบอกคุณพ่อคุณแม่”
ลู่จิ่วอันหัวเราะเมื่อเห็นท่าทางของเซี่ยอวิ้นหนิงที่ดูเหมือนหนอนหนังสือ “คืนนี้เป็วันสำคัญ มีอะไรค่อยคุยพรุ่งนี้ก็ได้”
เมื่อเซี่ยอวิ้นหนิงเห็นพุทราจีน ถั่วลิสง ลำไยและเม็ดบัว*[1] ที่อยู่บนผ้าห่มสีแดงผืนใหญ่ก็หน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายจนพูดอะไรไม่ออก
เมื่อนึกถึงลูกชายแสนฉลาดของเธอในชาติก่อน ลู่จิ่วอันก็โล่งใจ เธอเป็ฝ่ายใช้แขนโอบรอบคอเซี่ยอวิ้นหนิง และประทับจูบลงบนริมฝีปากบางของสามี
[1] ธรรมเนียมของคนจีนจะวางของสี่อย่างไว้บนเตียงคืนแต่งงาน ได้แก่พุทราจีน ถั่วลิสง ลำไยและเม็ดบัว เพื่อเป็การอวยพรขอให้มีลูกชายในเร็ววัน