เมื่อการสนทนาของสองผู้นำในโถงเสร็จสิ้นชายในชุดเกราะสีดำเงินก็ได้ออกมาถ่ายทอดคำสั่งแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาที่มุมหนึ่งภายนอกโถง
“หัวหน้าหน่วย บรูค เ้ามีเวลา 3ปี จงนำทีมสืบค้นข้อมูลจำนวน 7 นาย ไปยังดาวเคราะห์วิหคคราม สืบค้นสถานที่ตั้งที่แน่ชัดของโรงงานผลิตอาวุธแร่เงินและกำลังการรบของพวกมันให้แน่ชัด ห้ามเปิดเผยตัวตน แต่หากจำเป็ต้องลงมือ ก็อย่าได้หลงเหลือร่องรอยใด ๆไว้ ไปได้”
“รับคำสั่งขอรับ ท่านแม่ทัพ”
เสร็จสิ้นคำสั่งหัวหน้าหน่วยบรูคในชุดคลุมสีดำเงิน ปกปิดใบหน้า แต่ยังคงไว้ซึ่งรังสีที่ดูอำมหิตในดวงตาสีแดงฉานก็จากไปพร้อมกับลูกน้องอีก 7 นาย
10 วันผ่านไป(อีก 4 เดือนจะถึงวันครบกำหนดแจ้งยกเลิกการหมั้นของเซียนอิน)
ดาวเคราะห์วิหคครามโรงหลอมอาวุธ เมืองประกายเงิน
“เอาล่ะ เตรียมตัวเท่านี้ น่าจะเพียงพอต่อการไปเยือนที่หลังเนินเขาแล้ว”
หลังจากเตรียมตัวอยู่กว่า10 วัน เทียนคงก็พร้อมแล้วที่จะไปสำรวจที่หลังเนินเขาเพื่อเก็บเกี่ยวทรัพยากรหายากที่นั่นโดยสิ่งที่เขาได้เตรียมไว้นั้น คือ อุปกรณ์ต่างๆที่เขาได้สร้างขึ้นมาสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ ประกอบไปด้วย
1. ชุดเกราะนาโนเทค เวอร์ชั่นต้นแบบ มีน้ำหนักเบา มีความสามารถในการรอบเร้นกายโดยการหักเหของแสง และยังป้องกันการตรวจจับพลังงานที่แผ่ออกมาจากภายในร่างของเทียนคงได้ แต่จะไม่สามารถรับการโจมตีที่มากกว่าระดับกลางขั้นสูงทั้งทางกายภาพและพลังงาน
2. หน้ากากที่ช่วยเพิ่มประสาทการรับรู้ได้ดียิ่งขึ้นทั้งการมองเห็น การได้ยิน กลิ่นและอื่น ๆ
3. เกราะแขนและขาที่บรรจุอาวุธเล็กๆไว้ภายใน
4.เข็มขัดที่สามารถเปลี่ยนให้เป็ดาบเรียวยาวได้
5.อาวุธที่สามารถแปลงรูปร่างได้หลากหลายรูปแบบ
6. อุปกรณ์เก็บของ ด้วยมิติจำลองขนาด10 ตารางเมตร
7.อุปกรณ์ตรวจจับแหล่งทรัพยากรหายาก
8.ภาชนะกักเก็บพลังงานมืดอย่างง่ายจำนวน 10 ลูก ที่บรรจุพลังงานมืดบริสุทธิ์ไว้ ลูกละระดับสูงขั้น1 หากใช้พร้อมกันทั้ง 10 ลูก บวกกับพลังภายในที่อยู่ระดับกลางขั้น 1และการรวบรวมพลังจากภายนอกจะสามารถทำให้เทียนคงมีระดับพลังอยู่ที่ระดับเชียวชาญขั้น1
ปริมาณของพลังในแต่ละระดับนั้นในตอนนี้เทียนคงสามารถวัดเป็ตัวเลขได้ถึงระดับปรมจารย์ดังนี้
ระดับเริ่มต้นขั้น 1 – 10 ปริมาณพลังจะอยู่ที่ 1 – 10 หน่่วย
ระดับกลางขั้น 1 – 10 ปริมาณพลังจะอยู่ที่ 11 – 100 หน่วย
ระดับสูงขั้น 1 – 10 ปริมาณพลังจะอยู่ที่ 101 – 1000 หน่วย
ระดับเชี่ยวชาญขั้น 1 – 9 ปริมาณพลังจะอยู่ที่ 1001 – 5000 หน่วย
ระดับปรมจารย์ขั้น 1 – 9 ปริมาณพลังจะอยู่ที่ 5001 - 20000 หน่วย
ระดับตำนานขั้น 1 – 7 ปริมาณพลังมากกว่า 20001 หน่วย ขึ้นไป
เทียนคงสามารถคำนวนและระบุตัวเลขของระดับพลังในแต่ละระดับได้อย่างแน่นอนั้แ่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับปรมจารย์แต่ั้แ่ระดับตำนานขึ้นไปนั้นยังเป็ระดับที่ไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดในคลังความรู้ของเขา รวมถึงข้อมูลที่ได้จากเซียนอินก็เคยพบเห็นเพียงผู้ที่อยู่ในระดับปรมจารย์เท่านั้นในระดับตำนานนางยังไม่เคยได้พบเห็นมาก่อน จะมีก็แต่เพียงบันทึกเท่านั้นซึ่งยังมีระบุอีกว่าระดับที่เหนือกว่าระดับตำนานนั้นก็ยังมีอีก คือ ระดับผู้ถูกเลือก ซึ่งเป็ระดับพลังที่คาดว่าต่ำที่สุดของเผ่าพันธุ์สายเืแท้แห่งพลังทั้ง 6 ซึ่งที่ไม่เคยมีมนุษย์คนใด ไปถึงระดับนี้มาก่อน
นั่นจึงทำให้มนุษย์ เมื่อเทียบกับพวกสายเืแท้แห่งพลังทั้ง 6 หรือที่มนุษย์เรียกว่า เหล่าเทพ แล้ว ไม่ต่างอะไรมดที่จะบดขยี้เมื่อไหร่ก็ได้ และไม่จำเป็ต้องสนใจใยดีใด ๆทั้งสิ้น เพราะต่อให้มนุษย์รวมตัวกันเป็แสนเป็ล้านคน ก็ไม่อาจต่อกรได้กับเผ่าสายเืแท้ที่มีพลังระดับต่ำที่สุดเพียงคนเดียวได้แม้แต่น้อย
เมื่อการเตรียมตัวเสร็จสิ้น เทียนคงก็เดินทางไปยังโถงใต้ดินแรกทางตอนเหนือของเนินเขาที่เขาได้สร้างไว้
“เริ่มจากทางเหนือสุดเลยแล้วกันหวังว่าสิ่งที่ข้าคาดการณ์ไว้จะถูกต้องนะ” เทียนคงเปิดประตูทางออกจากโถงใต้ดินจากนั้นเบื้องหน้าก็เผยให้เห็นถึงเนินเขาที่สูงถึง 5 - 10 กิโลเมตรทอดยาวไปจนสุดสายตาเนินเขานี้เป็เนินเขาที่พื้นที่ถูกแบ่งออกเป็สามส่วนตามระดับความสูงคือ
1. ที่ระดับความสูงั้แ่ 0 – 3 กิโลเมตร จะเป็ป่าดงดิบส่วนนี้จะเต็มไปด้วยสัตว์อสูรจำนวนมาก แต่ระดับพลังจะไม่สูงมากนัก
2. ที่ระดับความสูงั้แ่ 3 – 5กิโลเมตร จะเริ่มเป็เขตแห้งแล้งพืชพรรณส่วนใหญ่จะเป็กลุ่มหญ้าและต้นไม้ขนาดเล็กและน้อยส่วนที่จะเป็ต้นไม้ใหญ่ สัตว์อสูรในบริเวณนี้จะมีไม่มากนัก เปรียบเทียบจำนวนกับระดับความสูงที่ต่ำกว่าแล้วอยู่ที่ 1 ใน 10 ส่วน ระดับพลังจะเริ่มสูงขึ้นไปจนถึงถึงระดับสูงขั้นต้น
3. ที่ระดับความสูง 5 กิโลเมตรขึ้นไปจะเป็ส่วนที่พืชพรรณไม่สามารถเติบโตได้อีกแล้วเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นและจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ สัตว์อสูรในบริเวณนี้ เมื่อเทียบกับระดับความสูงที่ต่ำกว่าแล้วมีเพียง1 ใน 100 ส่วน แต่ระดับพลังจะอยู่ที่ระดับสูงขึ้นไปจนถึงระดับปรมจารย์
เทียนคงเริ่มปีนขึ้นเนินเขาและเริ่มสำรวจไล่ลงไปทางใต้โดยเริ่มสำรวจในระดับความสูงที่ไม่เกิน 3 กิโลเมตรเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งโดยไม่จำเป็
ผ่านไป 3 วัน เทียนคงสำรวจไปได้ระยะทางประมาณ50 กิโลเมตร จาก ขอบเนินเขาของโรงหลอมอาวุธ ก็ได้พบแหล่งทรัพยากรหายากตามที่เขา้าแล้วแต่ด้วยความสงสัยที่ว่า เหตุใดที่แห่งนี้ถึงได้ไม่มีการบุกรุกจากมนุษย์ในการเก็บเกี่ยวทรัพยากรที่มีอยู่มากมายที่นี่เพราะหากคงระดับความสูงไว้ที่ 3 กิโลเมตร ก็ไม่ใช่เื่ยากอะไรที่จะทำเพราะสัตว์อสูรที่พบเจอระหว่างทางพลังอยู่ในระดับมากที่สุดก็ระดับกลางขั้นสูงเท่านั้นดังนั้นเขาจึงได้ทำการสำรวจไปเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆในระดับความสูงไม่เกิน 3 กิโลเมตร นี้
“นี่มันไม่ค่อยสมเหตุสมผลสักเท่าไหร่เลยที่พื้นที่บริเวณนี้จะถูกละเว้นจากการเก็บเกี่ยวทรัพยากรเท่าที่ข้าสำรวจตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ทรัพยากรหายากจำนวนมากมีอยู่มากมายและดูเหมือนจะยังไม่ได้มีการเก็บเกี่ยวเลยแม้แต่น้อยคงต้องมีอะไรสักอย่างในบริเวณนี้เป็แน่หรือข้าจะลองขึ้นไปสำรวจในระดับความสูงที่มากขึ้นดี อืมมม ยังก่อนดีกว่านี่ไม่ใช่แผนเดิมของข้า”
เทียนคงแม้รู้สึกสนใจใคร่รู้ถึงสิ่งที่เขานั้นสงสัยแต่เขาก็ตัดสินใจเก็บความสงสัยนี้ไว้ก่อน และหันกลับมาเก็บเกี่ยวทรัพยากรหายากต่างๆ ที่เป็ความตั้งใจเดิมของเขาแต่แรก เพื่อจัดการกับสิ่งที่เขาวางแผนไว้ให้สำเร็จ
ผ่านไปอีก 1 วัน เทียนคงเก็บเกี่ยวทรัพยากรที่เขา้าได้ครบถ้วนและกำลังเตรียมตัวกลับไปยังฐานที่มั่นของเขา ทันใดนั้นเองเขากลับรู้สึกได้ถึงใครบางคนที่กำลังจับตามองเขาอยู่
“เอ๊ะ มีใครอยู่แถวนี้” เทียนคงหันไปมองรอบ ๆพร้อมกับเปิดการทำงานการพรางตัวของชุดเกราะและเปิดประสิทธิภาพการทำงานของหน้ากากเต็ม 10 ใน 10 ส่วนเพื่อมองหาต้นตอของความรู้สึกไม่ชอบมาพากลนี้
“มีเพียง สัตว์อสูรทั่วไปนี่นาหรือข้าจะคิดไปเอง รีบกลับดีกว่า” เมื่อไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ เทียนคงจึงไม่สนใจอีกต่อไปและเดินทางกลับไปยังโรงหลอมอาวุธ เมืองประกายเงินด้วยความรวดเร็ว
หลังจากเทียนคงจากไปไม่นานนัก ณ ยอดมุมหนึ่งของเนินเขาห่างออกไปประมาณ1 กิโลเมตร ปรากฏสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์สตรี แต่สูงใหญ่กว่าเล็กน้อยและร่างกายบางส่วนถูกปกคลุมไปด้วยขน สวมใส่ชุดเกราะเบายืนมองไปยังทิศทางที่เทียนคงอยู่ก่อนที่จะจากไป
“เ้านั่นมันใครกันเคลื่อนไหวได้รวดเร็วยิ่งนัก และเหตุใดถึงเข้ามาที่นี่ได้”สตรีลึกลับติดตามและสังเกตเทียนคงมาได้สักระยะหนึ่งก่อนหน้านี้ จนเข้ามาถึงระยะที่เทียนคงััได้ถึงกลิ่นอายของพลังที่หลุดรอดออกมาน้อยนิดของนางผนวกกับการที่เขาเก็บเกี่ยวทรัพยากรได้ตามที่เขา้าแล้วจึงจากไปอย่างรวดเร็วจนนางอดที่จะใไม่ได้และที่น่าประหลาดใจมากกว่าคือการที่จะเข้ามายังพื้นที่นี้ นอกจากเข้าทางตอนใต้สุดของแนวเนินเขาซึ่งไกลจากที่นี่มากและต้องผ่านจุดที่พวกของนางอาศัยอยู่จำเป็จะต้องข้ามเนินเขาสูงที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรดุร้ายที่มีระดับพลังไม่ต่ำกว่าระดับเชี่ยวชาญและอาจจะระดับสูงถึงระดับปรมจารย์ จึงเป็ไปไม่ได้เลยที่พลังระดับกลางขั้นต้นของเทียนคงจะมาถึงที่นี่ได้
ในจุดนี้เองที่เทียนคงก็ยังไม่ทราบเื่ราวเพราะแท้จริงแล้วหากเป็มนุษย์สายเืปีก์ทั่วไปด้วยกลิ่นอายที่เป็ปฏิปักษ์โดยธรรมชาติสัตว์อสูรจะโจมตีโดยสัญชาตยานแทบจะทันทีที่ััตัวตนได้ ซึ่งเทียนคงก็เข้าใจแบบนี้จึงพยายามหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ต้องข้ามเนินเขาที่สูงกว่า 3 กิโลเมตร และจะเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วหากจำเป็ต้องเดินทางผ่านส่วนที่มีความสูงมากกว่านั้นแต่เขาหารู้ไม่ว่า สัตว์อสูรที่มีพลังระดับเชี่ยวชาญขึ้นไปนั้นจะมีอาณาเขตครอบคลุมถึงพื้นที่ส่วนที่มีความสูงต่ำกว่า 3 กิโลเมตร อยู่ด้วยดังนั้นไม่ว่าเทียนคงจะหลีกเลี่ยงอย่างไรก็ไม่พ้นที่จะต้องเจอสัตว์อสูรพลังระดับเชี่ยวชาญอย่างแน่นอน
แต่ด้วยสาเหตุบางประการทำให้สัตว์อสูรพลังระดับเชี่ยวชาญเ่าั้ ัักลิ่นอายสายเืปีก์จากเทียนคงไม่ได้กลับกันพวกมันกลับััได้เพียงกลิ่นอายของสัตว์อสูรระดับต่ำจึงไม่มีสัตว์อสูรระดับเชี่ยวชาญสนใจการเคลื่อนไหวของเทียนคง...