ความมืดมิดเกาะกุมท้องฟ้าเหนือคฤหาสน์ตระกูลจ้าวหนาทึบขึ้น ราวกับชั้นฟ้าได้รับรู้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่กำลังจะอุบัติขึ้น ณ เบื้องล่าง เสียงเปลวไฟสีแดงสลับทองจากกระบี่เพลิงมรรคายังคงส่งเสียงะเิปะทุ *เปรี้ยะ เปรี้ยะ* ดังกังวานท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัด ชาวเมืองชิงหยางและเหล่าผู้ฝึกตนจากตระกูลต่าง ๆ รวมถึงเ้าเมืองหม่า ยืนตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้นหิน สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังเด็กหนุ่มในชุดดำผู้ถือกระบี่ิญญาดุจพญามัจจุราช
บนพื้นดินที่เต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพังของค่ายกลมหาโลหิต ประมุขเก้าอสรพิษนอนกุมาแที่แขนขวาซึ่งถูกตัดขาด เืสดสีดำคล้ำแฝงกลิ่นอายพิษไหลทะลักชโลมผืนปฐี ใบหน้าซูบตอบดั่งศพของมันยามนี้บิดเบี้ยวด้วยความเ็ปและหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนในชีวิต เปลวไฟเพลิงมรรคาที่เคลือบอยู่บนปากแผลไม่ได้เพียงแค่เผาไหม้เนื้อหนัง แต่มันกำลังลุกลามเข้าไปกัดกร่อนและแผดเผาจิติญญารวมถึงทะเลิญญาของมันอย่างโเี้
"อั่ก... เ้า... เ้าสัตว์ประหลาด..." ประมุขเก้าอสรพิษเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายสั่นเทาด้วยความทรมาน "ข้าคือประมุขแห่งสำนักอสรพิษทมิฬ... ยอดฝีมือระดับนภา หากเ้ากล้าฆ่าข้า... ท่านเ้าสำนักใหญ่ในเมืองหลวงจะไม่ละเว้นเ้า... พวกมันจะล้างบางตระกูลหลินของเ้าจนไม่เหลือแม้แต่ซาก!"
หลินเฟิงเดินก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้ามัน ปลายกระบี่เพลิงมรรคาจ่อนิ่งอยู่ที่หว่างคิ้วของประมุขเก้าอสรพิษ แววตาของเด็กหนุ่มเื้ัความนิ่งสงบแฝงไปด้วยความสมเพชอย่างลึกล้ำ "สำนักใหญ่ในเมืองหลวงงั้นรึ? ต่อให้เป็จักรพรรดิแห่งอาณาจักรต้าเซี่ย หากมันกล้าคิดร้ายต่อท่านแม่ของข้า... ข้าก็จะไม่ลังเลที่จะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเพื่อส่งมันลงนรก นับประสาอะไรกับสำนักมารนอกรีตเช่นพวกเ้า"
"ช้าก่อน! หลินเฟิง... ไว้ชีวิตข้าเถอะ! ข้ามีสมบัติ... ข้ามีศิลาิญญาและคัมภีร์ิญญาระดับปฐีมากมาย ข้าจะยกให้เ้าทั้งหมด! สำนักอสรพิษทมิฬจะยอมศิโรราบเป็สุนัขรับใช้ตระกูลหลิน!" ประมุขเก้าอสรพิษเมื่อเห็นว่าคำขู่ใช้ไม่ได้ผล มันรีบเปลี่ยนเป็อ้อนวอนขอชีวิตอย่างน่าอนาถ ศักดิ์ศรีของยอดฝีมือระดับนภาพังทลายลงสิ้นในวินาทีที่เผชิญหน้ากับความตายที่แท้จริง
*‘เ้าหนู... อย่าเสียเวลากับมัน สุนัขมารเช่นนี้เลี้ยงไม่เชื่องหรอก ตัดรากถอนโคนมันซะ แล้วดูดกลืนพลังิญญาธาตุพิษพฤกษาในร่างของมันมาหล่อเลี้ยงกระบี่เพลิงมรรคา!’* เสียงของิญญามรรคาภพดังก้องชี้นำในจิตสำนึก
"น้อมรับคำชี้แนะ" หลินเฟิงพึมพำเสียงต่ำ
*ฟู่มมมมม!*
หลินเฟิงไม่เปิดโอกาสให้ประมุขเก้าอสรพิษได้เอ่ยสิ่งใดอีก เขาสะบัดกระบี่เพลิงมรรคาแทงทะลวงผ่านหว่างคิ้วเจาะลึกเข้าสู่สมองและทะเลิญญาของมันทันที! เปลวไฟสีทองและสีแดงเพลิงะเิทะลักเข้าสู่ร่างของยอดฝีมือระดับนภา แผดเผาจิติญญาของมันจนสลายกลายเป็เถ้าถ่านในพริบตา ในเวลาเดียวกัน อักขระโบราณบนใบกระบี่ก็ส่องแสงวาบ ทำการดูดกลืนแก่นแท้พลังงานทั้งหมดของระดับนภาเข้าสู่ใบกระบี่อย่างบ้าคลั่ง ร่างของประมุขเก้าอสรพิษแห้งเหี่ยวลงก่อนจะสลายกลายเป็ผงธุลีสีดำร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน ไม่เหลือแม้แต่กระดูก!
ประมุขสำนักอสรพิษทมิฬ... ยอดฝีมือระดับนภาผู้เกรียงไกร ดับสูญอย่างอนาถด้วยน้ำมือของเด็กหนุ่มอายุสิบห้าปี!
เมื่อเห็นภาพผู้นำสูงสุดของสำนักมารที่เป็ที่พึ่งสุดท้ายสลายกลายเป็จลน์ต่อหน้าต่อตา จ้าวคังและเหล่าเยาวชนตระกูลจ้าวที่เหลือต่างหน้าถอดสี ทั่วร่างสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีดจนเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นดิน บางคนถึงกับสติแตกและปัสสาวะราดกางเกง ความหยิ่งผยองของตระกูลใหญ่อันดับหนึ่งของเมืองชิงหยางพังพินาศลงสิ้นในค่ำคืนนี้
"ท่านพ่อ! ท่านพ่อตื่นสิ! พวกเราจะทำอย่างไรดี?!" จ้าวคังเขย่าร่างของจ้าวเทียนฮวาที่นอนเป็คนพิการอยู่ข้าง ๆ ด้วยความตื่นตระหนก
จ้าวเทียนฮวาที่ยามนี้จุดตันเถียนพังทลายและกระดูกแหลกเหลว ลืมตาขึ้นมองหลินเฟิงที่กำลังเดินย่างสามขุมเข้ามาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความเคียดแค้น "หลินเฟิง... แก... แกร้ายกาจนัก... แต่ตระกูลจ้าวของเรามีรากฐานนับร้อยปี เ้าเมืองหม่า! ท่านจะยืนดูไอ้ฆาตกรนี่ล้างบางตระกูลเราโดยไม่ทำอะไรเลยรึอย่างไร?! ตระกูลจ้าวของเราจ่ายภาษีและส่งส่วยให้จวนเ้าเมืองมาตลอดนะ!" จ้าวเทียนฮวาหันไปะโขอความช่วยเหลือจากเ้าเมืองหม่าที่ยืนอยู่รอบนอก
เ้าเมืองหม่าขมวดคิ้วแน่น จิตใจของเขาเกิดความลังเลอย่างหนัก ในฐานะเ้าเมือง เขามีหน้าที่รักษาความสงบและกฎหมาย ทว่าเมื่อมองไปที่หลินเฟิง... แรงกดดันิญญาร้อยส่วนและความแข็งแกร่งระดับที่ฆ่าระดับนภาได้ง่ายดายปานสับปลา ทำให้เขารู้ดีว่าหากยื่นมือเข้าไปสอดแทรก ยามนี้จวนเ้าเมืองชิงหยางก็อาจจะถูกลบหายไปจากแผนที่เช่นเดียวกัน
ในขณะที่เ้าเมืองหม่ากำลังจะก้าวออกมาเอ่ยปากประนีประนอม มู่หรงชิงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ก็ก้าวมาขวางหน้าเขาไว้ พร้อมทั้งส่งรอยยิ้มเ็าให้ "ท่านเ้าเมืองหม่า... ข้าขอเตือนท่านด้วยความหวังดี เื่นี้เป็บัญชีแค้นส่วนตัวระหว่างตระกูลหลินและตระกูลจ้าว ตระกูลจ้าวลอบสังหารคนงานตระกูลหลินและวางแผนปล้นชิง ยามนี้ถูกโต้กลับย่อมเป็ไปตามกฎแห่งกรรม หากหอโอสถ์ของข้าพบว่าจวนเ้าเมืองยื่นมือเข้าช่วยคนชั่ว... สัญญาการส่งมอบโอสถทั้งหมดในเมืองนี้จะถูกตัดขาดทันที!"
คำขู่ของมู่หรงชิงเฉียบขาดและรุนแรงยิ่งนัก เ้าเมืองหม่าหน้าถอดสี รีบถอยฉากกลับไปยืนนิ่งเงียบทันที ปล่อยให้ตระกูลจ้าวเผชิญหน้ากับชะตากรรมอันโหดร้ายเพียงลำพัง
"ไม่มีใครช่วยพวกเ้าได้หรอก..." หลินเฟิงเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าจ้าวคัง คมกระบี่เพลิงมรรคาสะท้อนแสงจันทร์ส่องกระทบใบหน้าของนายน้อยผู้เคยผยอง
"หลินเฟิง! อย่าฆ่าข้าเลย! ข้าสัญญาวันหน้าข้าจะเชื่อฟังแกทุกอย่าง ข้าจะเป็สุนัขรับใช้แก!" จ้าวคังคลานเข้ามาโขกศีรษะอ้อนวอน แววตาไร้ซึ่งศักดิ์ศรีใดๆ
"จ้าวคัง... ตอนที่เ้าแย่งชิงทรัพยากรของข้า ตอนที่เ้าสั่งคนไปล้อมล้างคฤหาสน์ตระกูลหลินและทำร้ายท่านแม่ของข้า... เ้าเคยคิดถึงวันนี่รึไม่?" หลินเฟิงเอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงไม่มีความโกรธแค้น มีเพียงความเ็าที่น่าสะพรึงกลัว "ในวิถีของผู้ฝึกตน... การตัดรากต้องถอนโคน!"
*ฉัวะ!*
หลินเฟิงสะบัดกระบี่เพลิงมรรคาผ่านลำคอของจ้าวคังอย่างเด็ดขาด หัวของนายน้อยตระกูลจ้าวปลิวละลิ่วตกหล่นลงพื้น ดวงตายังคงเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว เืสดพุ่งกระฉูดรดใบหน้าของจ้าวเทียนฮวาผู้เป็บิดา
"คังเอ๋อร์!!! ไม่นะ!!!" จ้าวเทียนฮวาร้องคำรามลั่นดั่งสัตว์ร้ายาเ็ มันกระอักเืออกมาคำใหญ่ จิตใจแตกสลายอย่างสมบูรณ์เมื่อเห็นลูกชายสุดที่รักถูกตัดหัวต่อหน้าต่อตา
"เ้าก็ตามมันไปซะเถอะ..." หลินเฟิงวาดกระบี่อีกครั้ง ตัดหัวจ้าวเทียนฮวาและสั่งการให้เพลิงมรรคาเผาทำลายร่างของพวกมันทั้งสองคนจนกลายเป็เถ้าถ่าน
ส่วนพวกเยาวชนและผู้าุโที่เหลือของตระกูลจ้าว หลินเฟิงไม่ได้ลงมือทีละคน เขาทะยานร่างขึ้นสู่กลางเวหา กางฝ่ามือซ้ายออก ปลดปล่อย **"มหาหัตถ์พลิกสามภพ"** ขั้นสูงสุด พลังิญญาสีทองควบแน่นกลายเป็ฝ่ามือั์ขนาดั์ร้อยเมตร กดทับลงมาบดขยี้คฤหาสน์ตระกูลจ้าวทั้งหมดจนพังพินาศกลายเป็ราบหน้ากลอง!
*ตูมมมมมมมมม!*
เสียงะเิสนั่นหวั่นไหว แผ่นดินเมืองชิงหยางสั่นะเืเลื่อนลั่น คฤหาสน์อันหรูหราของตระกูลอันดับหนึ่งบัดนี้กลายเป็เพียงหลุมอุกกาบาตขนาดมหึมา เศษหินเศษไม้และเศษซากศพของคนตระกูลจ้าวที่ร่วมมือทำชั่วถูกฝังอยู่ใต้ผืนดิน ไม่มีใครรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว!
ตระกูลจ้าวแห่งเมืองชิงหยาง... ถูกลบชื่อออกจากโลกใบนี้อย่างสมบูรณ์ในค่ำคืนเดียว!
### ย่ำค่ำหลังพายุ: สัญญาระหว่างยอดฝีมือ
หลินเฟิงร่อนกายลงสู่พื้นดินช้า ๆ เขาเก็บกระบี่เพลิงมรรคาเข้าฝัก ทั่วร่างไร้ซึ่งรอยเปื้อนโลหิต ทว่าบารมีและแรงกดดันิญญาที่แผ่ออกมาจากร่างของเขากลับทำให้ไม่มีใครกล้าสบตา แม้แต่เ้าเมืองหม่าก็ยังต้องก้มหน้าลงด้วยความยำเกรง
เด็กหนุ่มหันไปมองมู่หรงชิงและพยักหน้าให้เล็กน้อยแทนคำขอบคุณ ก่อนจะเดินตรงไปหาเ้าเมืองหม่า "ท่านเ้าเมืองหม่า... ยามนี้ตระกูลจ้าวล่มสลายลงแล้ว ทรัพย์สิน ที่ดิน และเหมืองแร่ทั้งหมดของตระกูลจ้าว ข้าในฐานะผู้ชนะเลิศการแข่งขันล่าสัตว์ิญญาและผู้นำตระกูลหลิน... ขอรับ่ต่อทั้งหมด ท่านมีข้อคัดค้านหรือไม่?"
เ้าเมืองหม่ารีบประสานมือคารวะด้วยความนอบน้อมทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬ "ไม่มี... ไม่มีข้อคัดค้านแม้แต่น้อยครับคุณชายหลิน! ทุกสิ่งเป็ไปตามกฎของการแข่งขันและผู้แข็งแกร่ง จวนเ้าเมืองจะรีบทำเอกสารโอนย้ายทรัพย์สินทั้งหมดให้ตระกูลหลินภายในวันพรุ่งนี้แน่นอนครับ!" ยามนี้คำเรียกขานเปลี่ยนจาก 'ไอ้ขยะ' กลายเป็ 'คุณชายหลิน' ด้วยความยำเกรงอย่างที่สุด
"ดี... หวังว่าท่านจะรักษาคำพูด" หลินเฟิงกล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะทะยานร่างพุ่งมุ่งหน้ากลับสู่คฤหาสน์ตระกูลหลินทันที ทิ้งไว้เพียงตำนานอันน่าสะพรึงกลัวที่ชาวเมืองชิงหยางจะไม่มีวันลืมเลือนไปชั่วชีวิต
เมื่อหลินเฟิงกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลหลิน บรรยากาศภายในบ้านกลับสู่ความสงบเรียบร้อย หลินซู่ซู่ผู้เป็มารดานั่งรออยู่ภายนอกห้องโถงหลัก เมื่อเห็นลูกชายกลับมาอย่างปลอดภัยโดยไร้าแ รอยยิ้มอันอบอุ่นและโล่งใจก็ปรากฏบนใบหน้าของนาง
"เฟิงเอ๋อร์... เ้าจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วรึ?" หลินซู่ซู่เอ่ยถาม
"เรียบร้อยแล้วครับท่านแม่ ตระกูลจ้าวและสำนักอสรพิษทมิฬสาขาย่อยถูกทำลายสิ้นซาก ต่อจากนี้ไปในเมืองชิงหยางจะไม่มีใครกล้ารังแกตระกูลหลินของเราอีก" หลินเฟิงเดินเข้าไปคุกเข่าต่อหน้ามารดา แววตาเต็มไปด้วยความกตัญญู
หลินซู่ซู่ลูบหัวลูกชายช้า ๆ แววตาของนางแปรเปลี่ยนเป็ความจริงจังและเด็ดเดี่ยว "ดีมากเฟิงเอ๋อร์... ในเมื่อเ้าสามารถทำลายระดับนภาได้แล้ว รากฐานของเ้าในยามนี้ถือว่ามั่นคงยิ่งนัก ถึงเวลาแล้วที่แม่จะต้องเล่าความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับสายเืของพวกเราให้เ้าฟัง"
นางลุกขึ้นเดินนำหลินเฟิงเข้าไปในห้องลับใต้ดินของคฤหาสน์ ซึ่งซ่อนอยู่ใต้ป้ายิญญาของบรรพบุรุษ ภายในห้องลับนั้นมีกล่องไม้โบราณที่สลักอักขระมนตราสีฟ้าครามหนาแน่นแผ่กลิ่นอายไอเย็นบริสุทธิ์ออกมา
หลินซู่ซู่วางมือลงบนกล่องไม้ อักขระปลดผนึกส่องแสงวาบก่อนที่ฝากล่องจะเปิดออก เผยให้เห็นหยกพกสีมรกตครึ่งซีกสลักรูป **"วิหคน้ำแข็ง์"** และจดหมายโบราณฉบับหนึ่งที่มีคราบเืแห้งกรัง
"เฟิงเอ๋อร์... แท้จริงแล้ว แม่ไม่ใช่คนธรรมดา แต่แม่คือ **'มู่หรงซู่ซู่'** ธิดาองค์รองของตระกูลมู่หรง หนึ่งในสี่ตระกูลจักรพรรดิผู้พิทักษ์แห่งราชอาณาจักรต้าเซี่ยในเมืองหลวง!" คำสารภาพของหลินซู่ซู่ทำให้หลินเฟิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง แม้แต่ร่างจิติญญาของิญญามรรคาภพในทะเลความรู้ก็ยังต้องส่งเสียงอุทานด้วยความประหลาดใจ
"ตระกูลจักรพรรดิมู่หรงงั้นรึ?! แล้วเหตุใดท่านแม่ถึงต้องลี้ภัยมาอยู่ที่เมืองชายแดนอันห่างไกลเช่นนี้ในสภาพเส้นชีพจรถูกทำลาย?" หลินเฟิงเอ่ยถามด้วยความร้อนใจ
หลินซู่ซู่ถอนหายใจยาว แววตาเต็มไปด้วยความแค้นลึกล้ำ "เมื่อสิบหกปีก่อน ตระกูลมู่หรงเกิดการทรยศหักหลังภายใน ผู้าุโใหญ่ร่วมมือกับตระกูลศัตรู ลอบวางยาพิษสังหารท่านตาของเ้า และตามล่าสังหารสายเืหลักเพื่อแย่งชิง **'แก่นแท้วิหคน้ำแข็งา'** พ่อของเ้า... **'หลินเทียนห่าว'** ยอดอัจฉริยะแห่งราชสำนักในยามนั้น ได้ฝ่าวงล้อมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องแม่ที่กำลังตั้งครรภ์เ้าอยู่... พ่อของเ้าถูกจับตัวไปคุมขังอยู่ที่ 'คุก์เก้าชั้น' ในเมืองหลวง ส่วนแม่ถูกทำลายเส้นชีพจรและหนีรอดมาได้ด้วยการช่วยเหลือของสหายสนิท... จนกระทั่งมาหลบซ่อนตัวอยู่ที่เมืองชิงหยางแห่งนี้"
นางจับบ่าของหลินเฟิงแน่น น้ำตาไหลพราก "เฟิงเอ๋อร์... ที่แม่ต้องแสร้งทำเป็คนพิการและปล่อยให้เ้าถูกตราหน้าว่าเป็ขยะ ก็เพื่อไม่ให้คนของตระกูลมู่หรงสายรองในเมืองหลวงตรวจพบกลิ่นอายสายเืของพวกเรา ยามนี้เ้ามีพลังระดับพลิกฟ้าดินแล้ว... แม่ขอร้องเ้า ได้โปรดไปที่เมืองหลวง ช่วยท่านพ่อของเ้าออกมา และทวงคืนความยุติธรรมให้แก่ตระกูลของพวกเราด้วยเถิด!"
เมื่อได้ยินเื่ราวความแค้นในอดีตและการเสียสละของบิดา เพลิงโทสะและรังสีสังหารในร่างของหลินเฟิงก็พลันะเิพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด ดวงตาสีทองสลักลึกทอประกายเหี้ยมเกรียมดั่งพญาัตื่นจากการจำศีล กายาัจักรพรรดิมรรคาร่ำร้องคำรามกึกก้องตอบรับความแค้นของสายเื!
*‘หึหึ น่าสนใจยิ่งนักเ้าหนู! ตระกูลจักรพรรดิแห่งโลกมนุษย์งั้นรึ? ช่างกล้าดียังไงมาทำลายครอบครัวของผู้สืบทอดมรรคาภพของข้า! เ้าหนู... มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงซะ! ข้าจะช่วยเ้าบดขยี้พวกมันให้ราบเป็หน้ากลองเอง!’* ิญญามรรคาภพกล่าวด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมสะใจ
หลินเฟิงกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ โลหิตศักดิ์สิทธิ์เดือดพล่าน เขาก้มลงกราบเท้าหลินซู่ซู่ช้า ๆ ทว่าหนักแน่น "ท่านแม่... โปรดวางใจ! ลูกสัญญากับท่าน... ข้าจะมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง บดขยี้ตระกูลมู่หรงสายรอง ทลายคุก์เพื่อช่วยท่านพ่อออกมา และข้าจะทำให้ตระกูลหลินของพวกเราสถาปนาขึ้นเป็ขั้วอำนาจสูงสุดเหนือราชอาณาจักรต้าเซี่ยแห่งนี้ให้จงได้! ใครที่มันเคยทำร้ายท่านและท่านพ่อ... มันต้องชดใช้ด้วยโลหิตทั้งตระกูล!"
เส้นทางแห่งการแก้แค้นและการพลิกสามภพของหลินเฟิง บัดนี้ได้ก้าวข้ามผ่านเมืองชายแดนเล็ก ๆ และกำลังจะเปิดฉากขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ เมืองหลวงอันเป็ศูนย์กลางแห่งมหาอำนาจและยอดฝีมือ! พายุโลหิตกำลังจะพัดกระหน่ำอาณาจักรต้าเซี่ยด้วยน้ำมือ
ของพญาัคลั่งนาม... หลินเฟิง!