บทที่ 26
ฟังก์ชั่นใหม่
ประตูถูกดันเปิดออกมาอย่างเต็มแรง ปั้ง!!!
ถงถงและเหยาเหยาที่ยืนอยู่ด้านหน้าสะดุ้งเฮือก พวกนางหันไปมองอย่างรวดเร็วพบเห็นซูมี่ยืนอยู่ ยามแรกที่พบหน้านางทั้งสองทำตัวไม่ถูก
ซูฉีใช้แววตาที่ดุดันจ้องมองตรงไปที่ แววตาคู่นั้นฉายแววความดุร้ายออกมา นางไม่ใช่พวกคุณหนูใสๆซื่อๆที่เมื่อมีผู้คนมาด่าทอตนเองตนเองเนื่องจากเงียบแล้วก็หยุด
เมื่อถึงเวลาที่ตนเองนั้นต้องแสดงความดุร้าย นางก็สามารถแสดงออกมาได้เช่นกัน
“ ดูเหมือนว่าปากพวกเ้าจะมีมากเกินไป หรือว่างานหน้าร้านจะมีน้อยเกินไป ” ซูฉีแสดงน้ำเสียงเรียบเฉย
ถามผู้ที่อยู่ด้านหน้า สตรีทั้งสองที่ลอบนินทาพวกนางแสดงท่าทางเลิ่กลั่ก สถานการณ์ที่โดนบีบคั้นเช่นนี้พวกนางย่อมทำตัวไม่ถูก
ซูฉีเห็นพวกนางทั้งสองเงียบนิ่งไม่พูดมากเหมือนก่อนหน้านี้ มุมปากแสดงรอยยิ้มขึ้นมาอย่างประหลาด เท้าทั้งสองข้างค่อยๆเดินเข้าไปอย่างช้าๆ
ร่างกายเคลื่อนที่เข้าไปใกล้ๆแม่นางทั้งสองที่อยู่ พวกนางพยายามก้าวถอยหลัง พวกนางรู้ดีอยู่แล้วฐานะของพวกนางแตกต่างกันออกไป
พวกนางทั้งสองมีฐานะเป็คนดูแลแขกหน้าร้าน เทียบกันแล้วมีฐานะที่ต่ำต้อยเมื่อเทียบกับผู้ดูแลบัญชีภายในร้านแห่งนี้
ซูฉีแสดงใบหน้านิ่งสนิทเดินเข้าไปอย่างเงียบๆ เมื่อเคลื่อนที่เข้าไปใกล้ๆร่างกายของพวกนาง “ ว่าอย่างไรเหตุใดในยามนี้จึงเงียบสนิทเช่นนี้ ”
“ ไม่ใช่ว่าที่พวกเ้าทั้งสองคนมาสนทนาบนทางเดิน เช่นนี้อยากให้ข้าได้ยินอยู่แล้วั้แ่แรกอย่างงั้นรึ? ” นางเรียกเร้นความจริง
อันที่จริงแล้วสถานที่ภายในร้านก็มีตั้งมากมาย แต่พวกนางทั้งสองกลับมาสนทนากันบริเวณนี้ ไม่เท่ากับว่าพวกนางตั้งใจจะให้ซูฉีได้ยินงั้นรึ
ซูฉีจึงรู้ได้ในทันทีพวกนางตั้งใจแบบนั้น การที่นางตั้งใจแบบนี้ก็เป็เพราะว่าใน่เวลาที่ผ่านมา ซูฉีไม่เคยจะตอบโต้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
ซูจีพยายามหลับหูหลับตาไปข้างนึง คนที่สนทนาและนินทานางลับหลังนางเองก็ปล่อยผ่านไปโดยไม่ได้สนใจ
แต่ว่าเมื่อทำแบบนั้นแล้วคนพวกนี้ก็ยิ่งเหิมเกริมมากขึ้นเรื่อยๆ พวกนางคิดจะว่ากล่าวก็ว่าในทันทีโดยไม่สนอะไรเลย
ในตอนนี้นางปรากฏกายออกมายืนเผชิญหน้ากับพวกนาง พวกนางจึงแสดงท่าทางทำตัวไม่ถูกแบบนี้
“ ข้าไม่เข้าใจเ้าหมายความว่าอย่างไร ” เหยาเหยาตอบกลับ นางพยายามตอบปฏิเสธ แต่ว่านางนั้นโกหกไม่เนียนเลยแม้แต่น้อย
จะทำการโกหกคนแต่ว่ายามที่พูดออกมายังไม่กล้าแม้แต่จะสบตา
“ หมายความว่าอย่างไรก็หมายความว่าอย่างนั้นแหละ พวกเ้าสองคนคิดว่าข้าหลับหูหลับตาไปข้างนึงคงจะไม่เอาความ แล้วพวกเ้าเองก็สามารถนินทาค่าที่ใดก็ได้สิ ”
“ เราสองคนคงจะยังไม่รู้ทีว่า เหตุใดข้านั้นถึงโดนให้มาอยู่ที่เมืองชายแดนแห่งนี้เพราะอะไร? ” ซูฉีก้าวเข้าไปใกล้ๆมือของนางยื่นออกไปััเข้าที่แขนถงถงและเหยาเหยา
ถงถงและเหยาเหยาใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว นางััได้ฝ่ามือที่กำลังจับมือของนางอยู่มันเริ่มออกแรงบีบขึ้นเรื่อยๆ
“ โอ๊ย!!! ข้าเจ็บ… เ้า!!! ” พวกนางส่งเสียงขึ้นมา ซูฉีกำลังบีบแขนของตนเองอย่างเต็มแรง
อันที่จริงแล้วนางก็ไม่ได้มีนิสัยเหมือนพวกนางเอกในนิยาย ยามที่ต้องตอบโต้หรือต้องลงมือนางก็ทำได้
อีกทั้งตอนนี้ร่างกายที่นางอยู่ก็เป็ร่างของนางร้ายเหตุใดนางต้องทำตัวดีขนาดนางเอกด้วย
“ นี่ถือว่าเป็การเตือนครั้งแรก ที่ข้าไม่ทำอะไรไม่ใช่ว่าข้านั้นไม่สามารถทำได้ แต่เป็เพราะว่าข้าไม่อยากทำ ”
“ นายหญิงจื่อมีบุญคุณกับเขาเป็อย่างมากนางเองก็คงจะมีบุญคุณกับพวกเ้าเช่นเดียวกัน ”
“ ภายในร้านแห่งนี้ถ้าเกิดการทะเลาะกันภายในร้านขึ้นมา คนที่น่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือนายหญิง ”
“ เพราะแบบนั้นการที่ข้าไม่ทำอะไรเป็เพราะว่าไว้หน้านายหญิงไม่ใช่เพราะพวกเ้า จำเอาไว้… ”
“ ถ้าพวกเ้าทั้งสองคนยังปากมากอยู่บางทีข้าคงต้องตัดปากของพวกเขาแล้วกระมัง ” ซูฉีออกแรงบีบเฮือกสุดท้าย ก่อนที่จะปล่อยมือทั้งสอง
ในขณะเดียวกันถงถงและเหยาเหยาก็แสดงท่าทางหวาดกลัว น้ำเสียงที่เ็าของซูมี่ทำให้พวกนางรู้สึกแบบนั้น
แม้จะไม่รู้ภูมิหลังของหญิงผู้นี้แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ก็เป็สิ่งที่นางยืนยันได้แล้วว่า ซูมี่ไม่ใช่คุณหนูตระกูลใหญ่ที่ไร้เดียงสา
“ ถ้าเช่นนั้นข้ากลับไปทำงานดีกว่า พวกเ้าเองก็ด้วยตอนนี้หน้าร้านคงมีผู้ที่มาดื่มสุรามากมายแล้ว ” ซูฉีแสดงรอยยิ้มราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น นางหันหลังแล้วเดินกลับเข้าไปภายในห้องของตน
ประตูที่ถูกเปิดเอาไว้ถูกปิดอีกครั้ง หลังจากที่ประตูถูกปิดลงซูฉีที่อยู่ด้านหลังประตูถอนหายใจเฮือกใหญ่
‘ การกระทบกระทั่งภายในที่ทำงานเป็เื่ปรกติ ’ นางพยายามกล่าวกับตนเองภายในใจ
แน่นอนว่าเื่เช่นนี้น่าจะเกิดขึ้นได้ อันที่จริงแล้วั้แ่ตนเองได้รับการเลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็วคิดเอาไว้บ้าง ว่าก็คงจะมีคนที่ริษยาอยู่ไม่น้อย
“ เอาเถอะสั่งสอนพวกนางไปเท่านี้มันก็ไม่น่าจะมีอะไรแล้ว หลังจากนี้ข่าวลือภายในร้านก็คงจะน้อยลง ” นางคิดว่านางสั่งสอนไปเพียงแค่นี้ก็น่าจะพอ
เพราะว่าภายในร้านแห่งนี้ถ้าเกิดเื่ทะเลาะวิวาทอย่างที่กล่าวไปว่าคนที่น่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คงจะเป็นายหญิง
นายหญิงเป็คนที่มีพระคุณกับนางให้งานแถมยังดูแลนางเป็อย่างดี เพราะแบบนั้นการทำให้นางหนักใจไม่ใช่เื่ที่ดี
หลังจากที่จัดการเื่ที่กระทบกระทั่งจนเสร็จ ซูฉีทำงานต่ออีกสักพักก่อนที่จะเดินทางกลับ
….
ยามเช้าตรู่
ม่านหมอกสีขาวปกคลุมพื้นที่บริเวณรอบๆ ภายในเมืองแห่งนี้อบอวลไปด้วยบรรยากาศอันหนาวเย็นในยามราตรีที่เพิ่งผ่านพ้นไป
ซูฉีและลี่ถังเดินทางกลับจากโรงสุราหลังจากที่ทำงานจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกนางทั้งสองเดินทางกลับมาที่บ้านของตนเอง
หลังจากที่เดินทางกลับมาถึง ลี่ถังเตรียมอาหารให้คุณหนูของนาง ส่วนซูฉีเข้ามาตรวจสอบบางอย่าง
นางกำลังอยู่ในท่านั่งสมาธิ เข้าไปภายในห้วงภวังค์ลึกลึกของตนเอง
[ ด้วยท่านได้รับแต้มความดีครบหนึ่งพัน ]
[ ฟังก์ชั่นใหม่ปรากฏขึ้น ]
[ กระเป๋ามิติ ]
[ถ้าจะทำการปลดล็อคกระเป๋ามิติต้องใช้แต้มความดีแปดร้อยแต้ม ]
ซูฉีอยู่ในห้วงภวังค์ของตน นางมองเห็นข้อความสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นด้านหน้าท่ามกลางความมืด ในตอนนี้นางเข้าออกห้วงภวังค์แห่งนี้ราวกับว่ามันเป็บ้านหลังหนึ่งของนางไปแล้ว
เห็นพวกข้อความตัวอักษรที่ปรากฏขึ้นด้านหน้า หญิงสาวยกมือขึ้นลูบปลายคาง “ อืม…กระเป๋ามิติสินะ ”
“ สำหรับคนที่อ่านนิยายแล้วพวกกระเป๋ามิติมันเองก็เป็ของพื้นฐาน มันเป็ของที่มีประโยชน์แต่ว่ากระเป๋ามิตินี้มีพื้นที่ขนาดไหนกัน ”
แม้ว่าจะเป็เงื่อนไขที่น่าสนใจ แต่ก็ต้องลองดูรายละเอียดก่อนเพราะไม่รู้ว่ากระเป๋ามิติที่ใช้แต้มความดีถึงแปดร้อยแต้มในการแลกมันจะมีพื้นที่การเก็บของขนาดไหน
[ ฟังก์ชั่นกระเป๋ามิติ ]
[ อธิบาย ฟังก์ชั่นกระเป๋ามิติถูกคิดคำนวณเป็น้ำหนักไม่ใช่พื้นที่ ต่อให้ของสิ่งนั้นมีขนาดใหญ่มากเท่าไหร่แต่ถ้าน้ำหนักของมันไม่มากเกินที่กำหนดก็สามารถเก็บได้ทั้งหมด ]
พวกข้อความที่ปรากฏขึ้นด้านหน้าราวกับว่ามันอ่านใจนางได้ มันปรากฏขึ้นมาทันทีที่นางสงสัย
มองเห็นและอ่านพวกมันอย่างละเอียดซูฉีพยักหน้าขึ้นลง “ อืม…. ”
[ ยินดีด้วยท่านปลดล็อคฟังก์ชั่นกระเป๋ามิติ ]
[ ท่านจ่ายแต้มความดีแปดร้อยแต้มในการแลก ]
จบบท