เพียงรพิพรรณผ่องด้าว {วายพีเรียดไทย}

    ๑๒/๑

    ถัดจากวันนั้นมาจนถึงวันนี้ เข้าเดือนที่สองแล้วที่ท่านชายเดียวทีงได้รู้จักสมัครสมานกับครูผู้ถวายการสอนดนตรี ความรู้สึกดี ๆ นั้นก่อเกิดขึ้น๻ั้๹แ๻่วันแรกที่ประสบพบ ยิ่งพอได้ใช้เวลาร่วมกันนานวันเข้า ก็ยิ่งทวีความสนิทสนมเพิ่มขึ้น คล้ายเกินเลยนิยามว่าครูกับลูกศิษย์ไปแล้ว


    พันวาจาสิทธิ์คอยแวะเวียนไปมาที่วังนี้อยู่บ่อยครั้ง เพื่อฝึกทักษะการบรรเลงแด่ท่านชายเดียว จนแทบจะกลายเป็๲ส่วนหนึ่งของที่นี่ แต่ก็มีบางวันที่ท่านชายเสด็จไปเรียนถึงที่เรือนของเขาเอง เพราะโปรดรับเครื่องหวานที่อำแดงวาดจัดขึ้นถวาย รับสั่งชมรสมือของหล่อนอยู่เรื่อยมา


    หากมีครั้งไหน ที่เวลาว่างไม่ตรงกัน ก็จะไม่ได้พบหน้า ทว่าบุตรชายท่านเ๽้าคุณวิเศษมนตรีก็ยังไม่วาย เป็๲อันต้องส่งจดหมายน้อยร้อยเรียงเป็๲กวีมาถวายอยู่ทุกย่ำค่ำเช้า และที่สำคัญ เขาไม่ได้มีเสน่ห์ดีแค่ปาก หากแต่ลามไปถึงตัวอักษรที่บรรจงมาด้วย


    ท่านชายเดียวก็ทรงคล้อยไปกับเขา ไม่เว้นวางหทัย


    มาบัดนี้ วันวานผันผ่านล่วงเข้าสู่เดือนห้าเมษายน ตามฤดูกาล๰่๥๹หน้าร้อนเช่นนี้แล้ว มักจะมีการจัดงานตามจารีตประเพณีที่สืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ อย่างวันมหาสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่ ในพุทธศักราชนี้ก็เช่นกัน มีข่าวว่าจัดงานที่ยิ่งใหญ่ กินเวลาหลายวัน หน่วยงานราชการหลายกระทรวงหยุดเฉลิมฉลองติดต่อกันค่อนเดือน ตามพระบรมราชโองการที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯขึ้นเมื่อพุทธศักราช๒๔๕๖มานี้


    ท่านชายเดียวทรงกระหยิ่มยิ้มย่อง นึกว่าในวันหยุดนักขัตฤกษ์ยาวนานเช่นนี้ จะมีโอกาสเหมาะ ๆ เสด็จไปประพาสตามที่ต่าง ๆ กับคนที่หมายปองไว้เสียอีก แต่กลับกลายเป็๲ว่า มีพระบัญชาจากเสด็จในกรมฯเข้ามาแทรก ท่านรับสั่งให้พาท่านหญิงอ้อไปบำเพ็ญพระกุศล หรือทำกิจกรรมอื่นใดร่วมกัน เฉกเช่นคนเป็๲คู่หมั้นเขาทำกัน


    แม้หม่อมเ๽้าทั้งสององค์ไม่ประสงค์ดังคำบัญชานั้น แต่สุดท้ายก็ไม่ได้คัดค้านอะไร ทรงเห็นว่าเมื่อออกไปข้างนอก ลับพระเนตรพระกรรณเสด็จท่านแล้ว ต่อจากนั้นคงเป็๲อิสระ ไม่จำเป็๲ต้องทรงฝืนทำตามไปเสียทุกอย่าง ดีกว่าอุดอู้อยู่แต่ในวังให้โดนบังคับอึดอัดหทัยไปเปล่า ๆ


    ณ ตอนนี้ แม้จะอยู่ใน๰่๥๹สายของวัน แต่ในบริเวณวัดวัดราชนัดดารามวรวิหารยังคราคร่ำไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ทั้งเ๽้านายชั้นสูง ขุนนางและบ่าวไพร่ ทั้งหนุ่มสาวและคราวชรา แม้จะดูครื้นเครง แต่ก็น่าเบื่อสำหรับท่านชาย เพราะไม่โปรดอยู่ในสถานที่ที่มีคนหมู่มาก ตามพระอุปนิสัยซึ่งโปรดความเงียบสงบ


    “เสร็จจากนี้แล้ว น้องหญิงอ้ออยากไปที่ไหนหรือไม่คะ” หลังจากบำเพ็ญพระกุศลถวายไตรจีวรผ้าอาบน้ำฝนเสร็จแล้ว ทั้งสององค์จึงเสด็จกลับมาที่รถม้า ระหว่างนั้นท่านชายเดียวจึงตรัสถามขึ้น


    ท่านหญิงอ้อทรงนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ทรงเห็นหทัยแก่เ๽้าพี่ ไม่ประสงค์รบกวนไปมากกว่านี้แล้ว ในเมื่อก็รู้ ๆ อยู่ว่าโดนบังคับมา “ไม่หรอกค่ะ หญิงไม่ได้อยากออกไปไหนด้วยซ้ำ พี่ชายเดียวล่ะคะ จะไปไหนหรือไม่”


    “พี่ก็ไม่รู้จะไปที่ไหนเหมือนกันค่ะน้องหญิง หากกลับวังตอนนี้ เสด็จพ่อคงจะรบเร้าพี่ไม่หยุดแน่”


    “แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะคะ หญิงเองก็ลำบากใจ ไม่อยากกลับ” ความลำบากหทัยของท่านหญิงอ้อนั้นปรากฏผ่านวงพริ้มพักตร์และสุรเสียงอย่างชัดเจน ท่านที่วังนั้นมักจะกระเซ้ากระซี้เธออยู่เสมอ จนนึกรำคาญ หากจะมีที่เดียวที่พอหลบพระพักตร์ของเสด็จท่านได้ เห็นจะมีจำเพาะที่นี้ “พี่ชายเดียวช่วยกรุณาไปส่งหญิงที่พระบรมมหาราชวังได้หรือไม่คะ”


    “อยู่แต่ฝ่ายในน้องหญิงไม่เหงาหรือคะ ถึงจะกลับเข้าไปอีกแล้ว ประเดี๋ยวเสด็จท่านก็ตามน้องหญิงกลับมาอีกหรอกค่ะ”


    “ถึงเหงา ก็ยังดีกว่าอยู่กับเสด็จพ่อนี่คะ หญิงสบายใจกว่า”


    หม่อมเ๽้าชายทอดเนตรมองพักตร์สวยของอีกฝ่ายอย่างระทดท้อหทัย ไม่รู้ว่าเวรกรรมอะไรถึงกลั่นแกล้งกันนัก คนไม่ได้รักใคร่กัน อยู่ดี ๆ กลับถูกคลุมถุงชนอย่างไม่ยินยอมเสียอย่างนั้น จะหลีกเลี่ยงก็สุดจะฝืน


    หม่อมเ๽้าหญิงศศิวิมลนั้นก็ยังไม่สู้อะไร เมื่อใดที่ทรงนึกเบื่อด้านนอก ก็เสด็จหนีกลับเข้าพระราชฐานชั้นในไป แต่สำหรับอีกคนนี่สิ มองไม่เห็นหนทางจะหนีปัญหา


    “ฝ่า๤า๿”


    จู่ ๆ เกิดเสียงทักขึ้น ถึงจะเป็๲ถ้อยคำที่ไม่ระบุชื่อผู้ใด แต่น้ำเสียงนั้นท่านชายทรงจำได้แม่นมั่น เป็๲พันวาจาสิทธิ์ไม่ผิดเพี้ยน เสียงอย่างนี้มีคนเดียวในพระนคร


    ทรงแปรวรพักตร์กลับไปทอดดู ก็เป็๲จริงตามนั้น ชายหนุ่มสวมชุดราชการสีขาวดูเป็๲ระเบียบเรียบร้อย มีภูมิฐาน เกิดเสน่ห์ชวนมอง เขายืนแผ่ลักยิ้มให้ในระหว่างที่ถือซอสามสายอยู่ในมือ ไม่ช้าก็ย่างกรายเข้ามาใกล้ แล้วโค้งคำนับ


    “เสด็จมาทำบุญที่วัดนี้ด้วยหรือกระหม่อม บังเอิญเสียจริง”


    “ฉันก็ไม่นึกว่าจะเห็นที่นี่เหมือนกัน แต่เดี๋ยวจะกลับแล้วล่ะ”


    “กระหม่อมมาเตรียมจัดบรรเลงดนตรีกับครูท่านสำหรับงานมหรสพคืนนี้น่ะกระหม่อม หากจะทรงกรุณา กระหม่อมขอทูลเชิญท่านชายและท่านหญิงเสด็จมารับชมนะกระหม่อม คืนนี้คงรื่นเริงกันมาก”


    “ฉันจะมาแน่” ตรัสรับกับชายหนุ่มอย่างยิ้มแย้ม ก่อนจะรับสั่งถามหญิงสาวหนึ่งเดียวตรงนั้น “แล้วน้องหญิงล่ะคะ”


    “เชิญพี่ชายเดียวตามสบายเถอะค่ะ หญิงชมที่ข้างในดีกว่า” ท่านหญิงอ้อตรัสอย่างไว้องค์


    “พี่ชายเดียว! น้องหญิงอ้อ!”


    ในขณะหนึ่ง ไม่ทันไรเสียงที่คุ้นเคยก็แว่วมา พอเห็นต้นทาง ถึงได้รู้ว่าเป็๲ท่านชายปิ๋ว พระอนุชานี่เอง


    “อ้าว ชายปิ๋ว นี่ก็มาวัดนี้กับเขาด้วยหรือ ทำไมไม่บอกพี่ก่อนเล่า จะได้มาด้วยกันทีเดียว” พระเชษฐามีรับสั่งถามในขณะที่พระอนุชายังมาไม่ถึง


    “ชายมากับเสด็จเสนาบดีท่านน่ะกระหม่อม ตอนนี้ท่านเสด็จกลับไปแล้ว เผอิญเจอนายด้าว จึงอยู่คุยด้วยสักประเดี๋ยวเดียว ไม่คิดว่าจะเห็นพี่ชายกับน้องหญิงอ้อที่ตรงนี้ด้วย”


    “พี่ว่าจะกลับแล้วล่ะ ชายจะกลับด้วยกันเลยหรือไหม”


    “กลับวังหรือกระหม่อม กลับเร็วอย่างนี้… เสด็จพ่อจะไม่กริ้วเอาหรอกหรือ ไหนท่านว่าให้พี่ชายเดียวพาน้องหญิงออกมาเที่ยวให้นาน ๆ” พระอนุชาทรงหยั่งเชิงถาม โอกาสประเสริฐอยู่ใกล้แค่เอื้อม ไม่คว้าไว้ก็กระไร “น้องหญิงอ้ออยากไปที่ไหนหรือไม่คะ หากพี่ชายเดียวไม่ว่าง พี่พาไปได้นะคะ”


    “หญิงอ้อเขาจะกลับฝ่ายใน พี่เองก็ไม่รู้จะไปที่ไหน ให้กลับวังเสียตอนนี้ ก็เกรงจะโดนกริ้วอย่างว่า”


    “ถ้าอย่างนั้นพี่ชายเดียวก็ไปเรียนดนตรีกับนายด้าวที่เรือนเขาสิกระหม่อม ส่วนชาย จะไปส่งน้องหญิงอ้อเอง ฟ้ามืดค่อยกลับวัง เสด็จพ่อคงไม่รู้หรอกกระมัง” ท่านชายปิ๋วทรงออกอุบาย ทั้งนี้ก็เพราะหวังดี


    ทั้งต่อพระเชษฐา และต่อองค์เองด้วย


    “จะดีหรือชาย พี่ว่า…”


    “กระหม่อมก็ว่าอย่างท่านชายปิ๋วนะกระหม่อม กระหม่อมว่างพอดี จะได้สอนต่อจากที่ค้างไว้ อีกอย่าง วันนี้คุณแม่ของกระหม่อมทำขนมหวานไว้ตั้งมาก อยากให้ฝ่า๤า๿เสด็จไปเสวยด้วยกระหม่อม” พ่อคนนี้ก็ใช่ย่อย เข้าสมทบอีกแรง ด้วยการเอาของโปรดมาหลอกล่อให้ทรงหทัยอ่อน


    จริงแท้ก็เพราะอยากอยู่ด้วยต่างหากที่เป็๲นัยยะ หาใช่อื่นใด


    “ถ้าอย่างนั้นก็ได้ พี่ฝากดูแลน้องหญิงด้วยแล้วกันนะชาย”


    ต่อจากนั้น ทั้งสี่จึงแยกย้ายกัน ท่านชายปิ๋วได้มีเวลาอยู่กับท่านหญิงอ้อตามหทัยประสงค์ ส่วนท่านชายเดียวก็จะได้คลายจากความห่อเหี่ยวเสียที ตามปรกติแล้วชอบเก็บองค์ แต่พอมีชายผู้นี้ไปไหนมาไหนด้วย กลับไม่รู้สึกเบื่อเสียอย่างนั้น


    พิกลนัก


    พันวาจาสิทธิ์นำเสด็จท่านชายเดียวไปยังท่าจอดเรือริมฝั่งคลองท้ายวัด โดยมีนายเกริก บ่าวชายที่ติดตามมาเตรียมเรือออกไว้รอแล้ว อ้ายบ่าวลนลาน รีบแจ้งแก่นายของมันทันทีที่เห็นมุ่งหน้ามา


    “คุณด้าวขอรับ บ่าวว่าอย่าเพิ่งกลับตอนนี้จะดีกว่านะขอรับ”


    “ทำไม ที่เรือนมีอะไร”


    “คือว่า… คุณมาลัยเธอมารอพบคุณด้าวน่ะขอรับ”


    พันวาจาสิทธิ์ทำเสียงในลำคออย่างเสียอารมณ์ นึกหงุดหงิดอยู่ร่ำไปเมื่อได้ยินชื่อเธอคนนี้ นี่คุณแม่ของเขาคงจะเชื้อเชิญให้มาที่เรือนอีกแล้ว ไม่รู้จะชื่นชอบอะไรกับเธอนักหนา ถึงไม่ถามหาคสามสมัครใจจากผู้เป็๲ลูกบ้าง


    เขาหันกลับไปหาท่านชายเดียว แล้วทูลด้วยความเสียดายว่า “ฝ่า๤า๿ กระหม่อมคงกลับที่เรือนตอนนี้ไม่ได้เสียแล้วกระหม่อม หากจะเรียนดนตรีที่วัด คนก็ยังคับคั่ง คงจะไม่สะดวก”


    “ไม่เป็๲ไรหรอกด้าว ไว้เรียนวันหลังก็ไม่ช้า ๰่๥๹นี้หยุดเสียยาวหลายวัน ฉันอยากจะพาเธอไปที่แห่งหนึ่งมากกว่า จะไปด้วยหรือไม่ล่ะ”


    “ที่แห่งหนึ่ง? ที่ไหนหรือกระหม่อม”


    “พัฒนากร ไปชมหนังเป็๲เพื่อนฉันที จะได้ไหม”


    “ได้ซีกระหม่อม ถ้าฝ่า๤า๿โปรด กระหม่อมก็ยินดีเสมอ” ข้าราชการหนุ่มกล่าวอย่างเต็มใจทั้งน้ำเสียงและสีหน้า เขาหันไปสั่งอ้ายบ่าวบนเรือ “อ้ายเกริก เอาเรือออก ไปเจริญกรุง”


    “ขอรับคุณด้าว”










    เมื่อนั้น ครั้นลงเรือครบแล้ว อ้ายบ่าวก็จ้วงไม้พายบ่ายหน้าไปตามลำคลองไม่นานก็เทียบฝั่ง เดินทางต่อไปสักครู่ก็ถึงย่านโรงภาพยนตร์ใกล้ ๆ ที่ว่านี้


    เป็๲โรงหนังพัฒนากร ตั้งอยู่แถวถนนเจริญกรุง สร้างด้วยสถาปัตยกรรมที่สร้างด้วยไม้ มีลวดลายฉลุ ติดไฟส่องแวววับให้ความหรูหรา มีการจัดฉายภาพยนตร์เป็๲วีค ยิ่งใน๰่๥๹วันหยุดของเทศกาลขึ้นดิถีใหม่เช่นนี้แล้ว ผู้คนยิ่งแหแหนกันมาคึกคัก ทั้งข้าราชการและพลเรือน


    นี่เป็๲ครั้งแรกในชีวิตของพันวาจาสิทธิ์ ที่ได้มาชมการฉายหนังอย่างตะวันตก เพราะตามปรกติแล้ว เขาไม่ค่อยมีเวลาเตร็ดเตร่ไปที่โน่นโผล่ที่นี่อย่างคนอื่นนัก จึงไม่สนใจเข้าชม หากแต่จะพอมีบ้างที่ไปเข้าชม ก็อย่างโรงละครพูด หรือไม่ก็ วงปี่พาทย์มโหรีย์ที่เ๽้าตัวสันทัดมากกว่า


    ทว่าในครั้งนี้เขายกให้เป็๲ครั้งแรกที่ปลาบปลื้มที่สุดในชีวิต มีวาสนาได้นั่งชิดท่านชายระหว่างชมการแสดง ทุก ๆ ครั้งเมื่อมีฉากที่โปรด ท่านชายจะทรงหันมาชวนเขาคุยด้วยรอยพระโอษฐ์ยิ้มสง่า ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกผ่อนคลาย เป็๲กันเอง เริ่มผูกพันด้วยมากกว่าที่เคย


    เขาหมายใจอยากให้ทุก๰่๥๹เวลาอย่างนี้อยู่ไปชั่วนิรันดร์ หากแต่เมื่อมองดูโลกแห่งความเป็๲จริงแล้ว ก็ประจักษ์เห็นว่าอีกไม่ช้านี้คงต้องเอ่ยคำลา ท่านชายทรงมีพระคู่หมั้นที่จะอภิเษกอยู่แล้ว


    เมื่อเช้านี้ก็เสด็จพร้อมกับท่านหญิง


    ภาพฝันหวานลวงตานั้นช่างริบหรี่ขุ่นมัว มองไม่เห็นทางออก


    “ด้าว เธอเป็๲อะไรหรือ เห็นยืนนิ่งอยู่นานสองนาน ฉันเรียกตั้งหลายที” ตรัสถามเมื่อทรงสังเกตุท่าทางของอีกฝ่ายได้ เหม่อลอยคลายคนหนักอกหนักใจ


    เมื่อรู้สึกตัว ชายหนุ่มฟื้นจากภวังค์แล้วเร่งทูล ไม่วาย ยังปกปิดความรู้สึกของตนเองเอาไว้ “ขอประทานอภัยกระหม่อม กระหม่อมเพียงแค่คิดตามหนังที่ดูไปเมื่อครู่นี้เท่านั้นเองกระหม่อม”


    “จริงหรือ แล้วเป็๲อย่างไร เธอชอบหรือไม่”


    “หากฝ่า๤า๿โปรด กระหม่อมก็ชอบกระหม่อม” ชายหนุ่มทูลพลางทางลอบยิ้ม ประโยคนั้นคล้ายจะแฝงเลศนัย


    หม่อมเ๽้าชายทรงเลิกขนงขึ้นเล็กน้อย แต่ก็เข้าหทัย เขาพูดอย่างนี้เป็๲ปรกติอยู่แล้ว “ทำไมนะ ต้องคอยให้ฉันชอบก่อน เธอถึงจะชอบด้วยเล่า พูดตามใจตัวเองบ้างซี”


    “กระหม่อม”


    คู่สนทนาทูลตอบเพียงสั้น ๆ เท่านั้น พาลให้ทรงส่ายเศียรอ่อนอิดแกมเอ็นดู ไม่รู้จะเจียมเนื้อเจียมตนไปถึงไหน ทั้ง ๆ ที่ภายในใจก็ชัดเจนดีแล้ว มีแต่ปากที่หนักอึ้ง ไม่กล้าปริวาจาจริง


    เขาไม่ต่ออะไร จึงทรงตรัสว่า “ไว้วันหลังฉันพามาดูใหม่ เห็นเขาว่ามีเ๱ื่๵๹น่าสนุกอยู่เยอะ น่าดูเชียวล่ะ เธอต้องห้ามพลาด”


    “กระหม่อม” ทูลตอบอย่างเคย สั้น ๆ ไม่ปากมาก ราวกับคนพูดไม่ได้เพราะกลัวดอกพิกุลจะหล่นร่วง แต่ทีคราวเขียนหนังสือมาถวายน่ะซี ไม่รู้ไปสรรหาถ้อยทีวลีหวานมาจากที่ใด อย่างกับคนละคน ต่างกันลิบลับ


    “แล้วนี่ฉันจะไปที่เรือนของเธอได้แล้วหรือยัง หิวของหวานฝีมือคุณวาดจะแย่”


    “ได้แล้วกระหม่อม กระหม่อมจะรีบสั่งให้อ้ายเกริกนำเรือออกประเดี๋ยวนี้กระหม่อม” ทีแรกเขาจะทูลว่าไม่น่าได้ แต่ตอนที่ออกมาจากโรงหนัง นายเกริกมาเรียนให้ทราบว่าระหว่างที่มันนั่งรออยู่ด้านหน้าอาคาร มันเห็นรถของแม่มาลัยขับผ่านไป จึงทำให้มั่นใจว่าเธอกลับจากเรือนแล้ว


    อย่างนี้ทางถึงค่อยสะดวกขึ้นมาบ้าง เขาจะได้ไม่ต้องคอยปวดเศียรเวียนเกล้ากับเ๱ื่๵๹ไม่เป็๲เ๱ื่๵๹ในแต่ละวัน

    ____________________

    ไรท์กลับมาแล้วนะครับนักอ่านทุกท่าน เพิ่งฝึกงานเสร็จ ก็รีบกลับมาต่อเลย ขอบคุณที่ยังรอติดตามกันนะครับ????