แน่นอนว่าทุกคนตื่นเต้นเป็การใหญ่โดยเฉพาะลีโอนีที่เพิ่งใส่เสื้อผ้า เธอถอดเสื้อผ้าเดี๋ยวนั้นทันที ณัฐธัญพอเห็นก็ส่ายศีรษะเดินออกจากห้องน้ำ และก้าวลงจากรถบ้าน
เมื่อลงมาถึงพื้นถนนเขาทดลองะโเบา ๆ ทว่าตัวของเขากลับทะยานขึ้นสูงเกือบเมตร เขาทั้งตื่นตระหนกแต่ก็ทั้งตื่นเต้น ถ้าเขาย้อนกลับไปเขตปลอดภัยโซนแปด สามารถเดินดุ่ม ๆเข้าไปล้างแค้นได้เลย
แต่เขาเป็คนไทยไม่ใช่คนจีน ไม่สนใจเื่ตามล้างแค้น เพราะเขาเกลียดความยุ่งยากถ้าให้ขับรถย้อนกลับไปเพียงเพื่อล้างแค้น เขารู้สึกี้เี แต่ถ้าอีกฝ่ายยังมาหาเื่ถึงที่ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน
ตอนนี้เขาพยายามทำตัวให้ชินกับชุดเมื่อะโสุดแรง ก็พบว่าตนเองะโสูงถึงสองเมตรครึ่ง หลังจากปรับตัวอยู่ไม่นานลีโอนีก็ลงจากรถ เธอดูยิ้มแย้มแจ่มใส่ผิดปกติ
แน่นอนว่าพอลงมาปุ๊บเธอก็ะโแบบณัฐธัญทันที ผลลัพธ์ที่ได้ก็เหมือนกันทว่าตัวของเธอไม่ได้ลอยแค่เกือบเมตร แต่เป็เกือบสองเมตรเมื่อเธอะโโดยใช้แรงสูงสุด ก็ลอยสูงถึงสามเมตรกว่า สูงกว่าณัฐธัญเกือบเมตร จนณัฐธัญถึงกับอ้าปากค้าง
“ทำไมเธอะโได้สูงกว่าฉันล่ะ”ณัฐธัญร้องออกมา ราวกับไม่ได้รับความเป็ธรรม
“ก็นายบอกว่าชุดมันเพิ่มศักยภาพให้คนใส่มากขึ้นสามเท่าศักยภาพของฉันกับนายมันต่างกันยังไงล่ะ” ลีโอนียิ้มเย้ย
ณัฐธัญรู้สึกหมั่นไส้ตีบั้นท้ายของเธอไปฉาดหนึ่ง ทว่าสิ่งที่ัักลับไม่ใช่ความนุ่มนิ่มเด้งดึ๋งแต่เป็ความแข็งที่เกิดจากปฏิกิริยาตอบสนองของชุด
ลีโอนียิ้มกว้างกว่าเดิมราวกับเยาะเย้ยพฤติกรรมของเขา
ไม่นานนักอลิเซีย มาน็อง และเทเรซ่าก็ลงจากรถบ้าน
“ไม่ได้สูดอากาศข้างนอกมาตั้งนานแล้วสดชื่นดีจัง” เสียงของอลิเซียดังขึ้น ณัฐธัญเห็นเธอกางแขน หลับตาสูดลมหายใจราวกับกำลังดื่มด่ำกับอากาศธรรมชาติ
เทเรซ่าลองขยับแขนขาและะโแน่นอนว่ามีสภาพเดียวกับณัฐธัญและลีโอนี คือตัวลอยสูงเพราะคุมแรงไม่ได้อลิเซียกับมาน็องก็ไม่ต่างกัน ทั้งสามคนจึงพยายามทำตัวให้ชินกับชุด
“เท่านี้ฉันก็ไม่เป็ตัวถ่วงอีกต่อไปแล้วต่อไปฉันจะช่วยต่อสู้ด้วยค่ะ” อลิเซียกล่าวด้วยดวงตามุ่งมั่น
ณัฐธัญยิ้มรับสำหรับเขาอย่างไรก็ได้อยู่แล้ว ถ้าเธออยากทำอาหารเขาก็จะซื้อวัตถุดิบให้เธอได้ลองเต็มที่ ถ้าเธออยากต่อสู้ เขาก็พร้อมสนับสนุนเขาดิ้นรนหาแต้มมาไม่ใช่แค่เพื่อตนเองแต่ก็เพื่อให้พวกเธอได้ทำอะไรที่ชอบและมีความสุขไปกับมัน
ในโลกที่สิ้นไร้ไม้ตอกเขาอยากสร้างรถบ้านให้เป็พื้นที่เล็ก ๆ คล้ายกับสถานที่พักใจที่ตัดขาดจากโลกภายนอกแสนหดหู่
ลีโอนีเดินมากลางถนนเธอคุกเข่าข้างหนึ่งบนพื้น นิ้วชี้และนิ้วโป้งแตะพื้น ยกสะโพกขึ้นจนสูงกว่าหัวไหล่แล้วพุ่งตัวออกไป
ณัฐธัญที่เหลือบไปเห็นพอดีก็ตกตะลึงเพียงเสี้ยววินาทีที่เธอพุ่งตัวไป ก็ไปไกลหกเมตรกว่าแล้ว..!
ตอนนี้ความเร็วของเธอเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนแตะหนึ่งร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง และดูเหมือนยังสามารถเร่งความเร็วเพิ่มได้อีก
ไม่นานนักร่างของเธอก็กลายเป็เงาดำที่อยู่ไกลลิบลิ่วได้ยินเสียงร้องะโของเธอดังแว่วมาจากไกล ๆ ราวกับะโด้วยความสะใจ
ตูม..!
ณัฐธัญที่กำลังมองลีโอนีอยู่สะดุ้งใหันกลับไปดู แลเห็นอลิเซียยืนค้างในท่าปล่อยหมัดอยู่หน้าต้นไม้ส่วนต้นไม้นั้นมีรอยยุบขนาดใหญ่ แม้จะไม่ถึงกับหัก แต่ก็สร้างความเสียหายได้มาก
เธอตาเป็ประกายปล่อยหมัดในอากาศสลับซ้ายขวา ทำเสียง ฮึบ ฮึบ ดูน่ารักน่าชังอย่างยิ่ง
เขาขึ้นมาบนเบาะคนขับดูระบบอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ตกตะลึงกว่าที่ผ่านมาเพราะระบบแจ้งว่าเลเวลอัปเป็สองแล้ว
“ยินดีด้วยค่ะเ้าของตอนนี้ระบบอัปเป็เลเวลสองแล้ว ้าอัปเลยหรือเปล่าคะ”เสียงราบเรียบคล้ายหุ่นยนต์ดังขึ้น
“แน่นอนสิมีเหตุผลอะไรต้องไม่อัปล่ะ” ณัฐธัญกล่าวอย่างมั่นใจ
“อย่างนั้นกรุณาทาบมือไปที่หน้าจอด้วยค่ะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามปล่อยจนกว่าจะเสร็จสิ้น” ผู้ช่วยกล่าว
ณัฐธัญเอามือทาบไปบนจอแต่บังเกิดความสงสัย หมายความว่าอย่างไรไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น..?
วินาทีนั้นเองหน้าจอก็ส่องแสงสว่างวาบ ณัฐธัญรู้สึกร้อนที่มือ ความร้อนนั้นวิ่งขึ้นมาตามแขนจนมาสุดที่ท้ายทอย
บริเวณท้ายทอยณัฐธัญรู้สึกปวดแสบปวดร้อนไปถึงกระดูกจนเขาต้องกัดฟันไม่ให้ส่งเสียงออกมา กลัวว่าสาว ๆที่อยู่ข้างนอกจะได้ยินแล้วเป็ห่วง
เส้นเืปูดขึ้นตามหน้าผากเหงื่อไหลออกมาตามใบหน้า เขารู้สึกว่าเวลาช่างแสนยาวนานในใจมีแต่ความคิดที่ว่าเมื่อไรจะเสร็จสักที
ไม่ทราบผ่านไปนานเท่าใดสติของเขาเริ่มเลือนราง ราวกับจะทนไม่ไหว เขารู้สึกเหมือนหัวกำลังจะะเิและขณะนั้นเอง เสียงของผู้ช่วยก็ดังขึ้น “เสร็จสิ้นแล้วค่ะ เ้าของถอนมือได้แล้ว”
พอได้ยินประโยคนี้ณัฐธัญทิ้งกายไปกับเบาะทันที หายใจด้วยความเหนื่อยหอบ ถ้าช้ากว่านี้วินาทีเดียวเกรงว่าเขาคงสลบไปแล้ว
“แล้ว...มีอะไรเปลี่ยนไปเหรอ... ทำไมมันถึงได้เจ็บอะไรขนาดนี้” ณัฐธัญหอบแฮก กล่าวด้วยความเหนื่อยล้าถ้าต้องเจ็บแบบนี้ทุกการอัปเลเวล เขาตายแน่
“ระบบได้ฝังชิปไว้กับกระดูกต้นคอของเ้าของเพื่อเชื่อมต่อกับเส้นประสาททั้งหมด ซึ่งไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ ต่อร่างกายคราวนี้เมื่อเ้าของ้าใช้งานระบบ ไม่จำเป็ต้องอยู่หน้ารถแล้วเ้าของสามารถเรียกใช้ระบบได้ตาม้าค่ะ”
ณัฐธัญเบิกตาโตฝังชิป..?!ไม่จำเป็ต้องอยู่หน้ารถ..?! หมายความว่ายังไง..?
“เ้าของลองลงจากรถดูค่ะ”ผู้ช่วยกล่าวแนะนำ
ณัฐธัญเปิดประตูลงจากรถขณะกำลังครุ่นคิดว่าแล้วยังไงต่อ ก็ได้ยินเสียงผู้ช่วยดังขึ้นในหัว
“เมื่อเ้าของจะเรียกใช้ระบบเพียงคิดว่าจะใช้ระบบ หน้าจอระบบก็จะปรากฏออกมาค่ะโดยชิปจะเข้ารหัสข้อมูลภาพดิจิทัลให้เป็รูปแบบของสัญญาณไฟฟ้าที่สมองส่วนการมองเห็นสามารถอ่านและสร้างภาพขึ้นมาได้ค่ะ”ผู้ช่วยอธิบาย
เพียงณัฐธัญคิดตามหน้าจอระบบที่เหมือนอยู่ที่หน้าคอนโซลรถก็ปรากฏออกมา ไม่ว่าเขาจะหันไปทางไหนหน้าจอนั้นก็จะติดตามไปราวกับติดอยู่ในดวงตาทำให้เขานึกถึงตอนที่ตัวเองใส่แว่นวีอาร์ (VR) ในโลกเก่า
ณัฐธัญลองซื้อของเล็กๆ น้อย ๆ อย่างน้ำเปล่าขวดเล็กหรืออมยิ้ม ภาพโฮโลแกรมก็ปรากฏที่มือของเขาก่อนจะกลายเป็วัตถุจริง
ในใจเขารู้สึกลิงโลดยินดีอย่างนี้ไม่จำเป็ต้องใช้รถบ้านอีกต่อไปหรือเปล่า..?
“จำเป็ค่ะรถบ้านเปรียบเสมือนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ส่วนเ้าของเปรียบเสมือนกำลังใช้ระบบผ่านระบบคลาวด์อยู่ค่ะ”ผู้ช่วยอธิบายเปรียบเทียบ
ณัฐธัญพยักหน้าเข้าใจอย่างนั้นแสดงว่ารถบ้านยังสำคัญ ไม่สิ ยิ่งสำคัญเข้าไปใหญ่เหมือนกับว่าชีวิตของเขาผูกติดกับรถบ้าน ถ้ารถบ้านพัง ชีวิตแสนสุขของเขาก็พินาศ
แต่ก็ยังดีอย่างน้อยตราบใดที่ไม่เจอไอ้แมงป่องตัวเท่าตึกตอนนี้หรือจนกว่าจะมีพลังต่อสู้มากกว่านี้ ชีวิตก็ยังราบรื่นได้อยู่
แต่แล้วเขาเหมือนเพิ่งนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้“เธอได้ยินความคิดของฉันด้วยเหรอ..?”
เมื่อครู่เขาเพียงแค่คิดในใจแต่ผู้ช่วยก็ตอบกลับมาแล้ว
“อย่างที่กล่าวไประบบได้ฝังชิปไว้ในกระดูกต้นคอเพื่อเชื่อมต่อกับเส้นประสาททั้งหมดดังนั้นฉันจึงทราบความคิดทุกอย่างของเ้าของและรับรู้ว่าความคิดไหน้าคำตอบจริง ๆ หรือความคิดไหนเพียงสงสัยเล่น ๆ” ผู้ช่วยกล่าว
ณัฐธัญรู้สึกทึ่งในใจแยกออกระหว่างคิดเล่น ๆ กับคิดจริง ๆ ได้ด้วย..?!
เขาลองทดสอบดูเมื่อเขาคิดเล่น ๆ แบบที่ไม่้าคำตอบ ผู้ช่วยก็จะไม่พูดอะไรแต่เมื่อเขาคิดคำถามที่อยากได้คำตอบ ผู้ช่วยก็จะตอบกลับทันที
ช่างเป็ความรู้สึกที่สะดวกสบายเหลือเกินแต่ก็ออกจะน่ากลัวไปบ้างหมายความว่าผู้ช่วยก็ทราบความคิดทุกอย่างของเขาหมดเลยน่ะสิ
“ไม่ต้องห่วงค่ะฉันเป็เพียงผู้ช่วยให้คำปรึกษาและค้นหารายการในระบบ ไม่มีอารมณ์ความรู้สึกดังนั้นเ้าของไม่ต้องห่วงเื่ความคิดที่ลามกหรือหื่นกามค่ะ”ผู้ช่วยตอบเพื่อให้เขารู้สึกคลายใจ
แต่ณัฐธัญพอได้ยินก็รู้สึกหนักใจกว่าเดิมผู้ช่วยมันจะอัจฉริยะเกินไปแล้ว ถ้าไม่ตอบเขายังรู้สึกดีกว่านี้
ระหว่างที่โต้ตอบกับผู้ช่วยและลองใช้ระบบนอกรถบ้านลีโอนีก็กลับมาพอดี
เธอให้ความรู้สึกเหมือนเพิ่งวิ่งออกกำลังกายตอนเช้าเสร็จเม็ดเหงื่อผุดตามหน้าผาก ทว่าสีหน้าไม่ได้แสดงถึงความเหนื่อยล้าแต่เป็ความกระชุ่มกระชวย
“ต่อให้เจอกับไอ้สัตว์ประหลาดปีกั์นั่นคราวนี้ฉันมั่นใจว่าสามารถต่อยมันตาย” ลีโอนีกล่าวพร้อมกับกำหมัดเหมือนกับท่าทางแสดงชัยชนะ
ณัฐธัญเองก็รู้สึกแบบเดียวกันตราบใดที่ไม่ใช่สัตว์ประหลาดสูงสามสิบเมตร หรือตะขาบตัวเท่ารถไฟเขามั่นใจว่าสามารถจัดการสิ่งมีชีวิตประหลาดได้ทุกตัว
วันนี้ณัฐธัญตัดสินใจจะตั้งแคมป์ไฟรับประทานอาหารนอกรถ พออลิเซียได้ยินก็ดีอกดีใจ ช่วยแบกโต๊ะแบกเตาลงมาจากรถ
ณัฐธัญถามด้วยความสงสัย“เธอเพิ่งกินข้าวไปไม่ใช่เหรอ”
“มันไม่เหมือนกันค่ะเมื่อกี้เป็การกินข้าว แต่อันนี้เป็การกินบรรยากาศ” อลิเซียอธิบายด้วยความภูมิใจ
ณัฐธัญไม่ว่าอะไรเธอมีความสุขก็ดีแล้ว เพราะสองวันที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าเธอพยายามทำสีหน้าร่าเริงแต่เขารู้สึกว่าเธอหดหู่อยู่ตลอดเวลา
ทว่าเวลานี้เขารู้สึกว่าอลิเซียอารมณ์ดีเป็พิเศษั้แ่ได้ชุดต่อสู้จนอดนึกสงสัยไม่ได้ว่า เธออยากเป็ประโยชน์กับเขามากขนาดนั้นเชียวหรือ..?หรือว่าแค่ดีใจที่ได้ออกมาข้างนอก..?
หลังจากตั้งโต๊ะเก้าอี้ เตา และอาหารเสร็จสรรพเรียบร้อย ท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสีขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเป็สีน้ำเงินเข้ม แต่ขอบฟ้าทิศตะวันตกเป็สีส้มเมื่อมากันตรงกลาง จึงเกิดเป็สีม่วง อยู่เหนือศีรษะของพวกณัฐธัญพอดี
ทุกคนนั่งบนเก้าอี้สนามล้อมรอบกองไฟตอนแรกเก้าอี้มีแค่สองตัว แต่ณัฐธัญซื้อเพิ่มอีกสามตัว
อาหารเป็เพียงไม้เสียบเนื้อสลับกับผักเนื้อก็เป็เพียงเนื้อที่หมักซอสหยาบ ๆ ต่างคนต่างย่างด้วยฝีมือตัวเองแต่กลับรู้สึกเพลิดเพลินกว่าอาหารที่ทำอย่างประณีตบนรถอาจเป็เพราะบรรยากาศที่แตกต่างกัน
ณัฐธัญนั่งพิงเก้าอี้สนามหลับตาพริ้ม รู้สึกเหมือนว่านี่แหละ จุดประสงค์ของการขับรถบ้านเที่ยวเป็ความรู้สึกสงบ เพลิดเพลิน แม้อาหารจะเรียบง่ายแต่ก็มอบความสุขไม่ต่างกับกินบนภัตตาคารหรู
ไม่ใช่ว่าเขาดูแคลนภัตตาคารแต่มันเป็คนละความรู้สึก ภัตตาคารหรูมอบความรู้สึกอย่างหนึ่งตั้งแคมป์ก็มอบความรู้สึกอย่างหนึ่ง ถ้าให้เปรียบเทียบก็เหมือนูเากับทะเลสองสถานที่นี้สวยเหมือนกัน เพียงแต่มอบความรู้สึกคนละแบบ
เวลานี้ไม่มีใครพูดคุยกันทุกคนต่างเพลิดเพลินกับความสงบสุขในแบบของตน หากไม่ทราบว่าโลกนี้ล่มสลายแล้วอาจคิดว่าเป็เพียงกลุ่มคนที่มาเที่ยวตั้งแคมป์กัน
......
รุ่งอรุณมาเยือนผืนฟ้าแสงรัศมีดวงตะวันทอสาด อาบลูบไล้ทั่วผืนโลกให้เข้าสู่ความอบอุ่น
ทุกอย่างกลับสู่ปกติแต่ความปกติในที่นี้คือความลำบากที่เป็ปกติ ฝนผ่านไปแล้วแต่หลายคนก็ต้องหาน้ำต่อไป เพื่อที่จะได้ช่วยยืดเวลาจนกว่าฝนจะตกรอบต่อไป
วิธีพื้นฐานของทุกคนก็คือหลักการควบแน่นของไอน้ำโดยขุดหลุมและใช้พลาสติกใสปิด วางหินก้อนเล็กไว้ตรงกลาง เพื่อให้พลาสติกยุบตัวเวลาไอน้ำระเหยขึ้นไปกระทบพลาสติก ก็จะควบแน่นเป็หยดน้ำไหลตามความลาดเอียงของพลาสติก หยดลงในภาชนะที่รองรับ
เพราะเกือบทุกคนใช้วิธีนี้ต้นไม้หรือต้นหญ้าในเขตปลอดภัยจึงโล้นเกือบหมดหลายคนจึงต้องออกนอกเมืองเพื่อไปเก็บใบไม้ชื้นแต่ก็มีบางคนถึงกระทั่งใช้ปัสสาวะตัวเอง
มันเป็ความสงบสุขแต่ก็เป็ความสิ้นหวัง
อย่างไรก็ตามท่ามกลางความสงบนี้ มีบางแห่งที่ไม่สงบสักเท่าไร
“อะไรนะ..!? ทางทิศเหนือก็มีเขตนรก..?!”เสียงะโดังออกมา ราวกับ้าถามย้ำให้แน่ใจ
“ครับเราเพิ่งได้ข่าวจากศูนย์ช่วยเหลือผู้รอดชีวิต ว่าที่เขตปลอดภัยโซนแปดมีเขตนรกอยู่สามแห่ง คือบริเวณตอนกลางของปาลาเซที่อยู่ทิศเหนือภาคกลางทั้งหมดของประเทศโคราเรียทางทิศตะวันออก และทะเลทรายกีโบกีทางทิศใต้ครับ”ชายคนหนึ่งรายงาน
“พี่อย่างนั้นพวกนาธานก็...” ชายหนุ่มผมสีทองกล่าวด้วยความกังวล เป็อีเดนนั่นเอง
คนที่ะโออกมาคืออีธานตอนนี้เขากำลังคิดหนัก ก่อนจะกล่าวว่า “คิดว่าถ้าเราส่งคนไปเตือนจะทันไหม”
“ไม่ทันหรอกพี่อีกอย่าง ตอนนี้ในเมืองกำลังวุ่นวายเพราะเื่ของคุณลีโอนีเราต้องตรึงกำลังอยู่ที่นี่ก่อน เฮ้อ... ถ้าโทรศัพท์กลับมาใช้ได้ก็คงดี”อีเดนทอดถอนใจ
อีธานตาเป็ประกายอุทานว่า “จริงด้วย วิทยุไง ส่งคำเตือนทางคลื่นวิทยุไปสิ”
“ไม่ไหวหรอกพี่เราไม่รู้ว่าทางนั้นเปิดวิทยุตลอดเวลาหรือเปล่า แล้วจะเปิดเวลาไหนเปิดความถี่ไหนอีกการที่ทั้งสองฝ่ายจะจูนคลื่นตรงกันโดยที่ไม่รู้เวลาและความถี่ของซึ่งกันและกันแทบจะเหมือนงมเข็มในมหาสมุทรเลย” อีเดนปฏิเสธ
อีธานหน้าดำเคร่งเครียดทันทีกัดฟันกล่าว “ก็ส่งไปก่อน คลื่นไหนก็ได้ หากพระเ้าเข้าข้างก็ขอให้อีกฝ่ายจูนคลื่นตรงกันก็แล้วกัน...”
“ถ้าพระเ้ามีจริงโลกคงไม่ตกอยู่ในสภาพนี้หรอกพี่” อีเดนตัดพ้อ
......
“แค่สามวันฉันเสียคนไปสิบเอ็ดคน นี่กุนแบร์ นายคิดว่าฉันพลาดตรงไหน”ชายผิวขาวผ่องนั่งพิงเก้าอี้ แกว่งแก้วไวน์ในมือ สายตาเหม่อมองไปที่ไวน์ราวกับคิดอะไรบางอย่าง
“หัวหน้าทำเต็มที่แล้วคุณทำประโยชน์เพื่อพวกเรา หากคุณไม่ค้าทาส เจรจากับโดมาเรียนเพื่อทรัพยากรพวกเราคงอดตายกันหมด” ชายร่างกำยำสูงสองเมตรที่ดูเหมือนหมีกล่าว
ชายผิวขาวผ่องหยุดแกว่งแก้วไวน์แล้วดื่มไปหมดรวดเดียว ก่อนจะถามว่า
“แล้ว...พวกมันไปแอบอยู่ในรังของอีแร้งสายฟ้าอีกแล้วเหรอ”
ชายร่างหมีส่ายศีรษะกล่าวว่า “สายของเรารายงานว่าขับรถบ้านออกประตูทางตะวันตกไปแล้วไม่รู้ว่าไปทิศตะวันตก ทิศเหนือ หรืออ้อมไปทิศตะวันออก ให้ตามไปไหมครับ”
ชายผิวขาวผ่องเอามือเท้าศีรษะกล่าวว่า “ทิศตะวันตกเป็เขตปลอดภัยโซนเจ็ดเก่าได้ยินข่าวว่าเป็สิ่งมีชีวิตประหลาดที่มีปีกนับร้อยตัวบุกโจมตีเมืองไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน ส่วนทิศเหนือเป็เขตนรก อันตรายยิ่งกว่าถ้าอีกฝ่ายมีนักวิจัยที่ชื่อเทเรซ่าไปด้วย ก็น่าจะอ้อมไปทิศตะวันออกเราไม่ต้องตามแล้วตอนนี้ที่เราต้องระวังมากที่สุดคือสัตว์ประหลาดจากเขตปลอดภัยโซนเจ็ดเก่าไม่รู้ว่าพวกมันจะมาถึงที่นี่หรือเปล่า ต่อให้เป็ข่าวที่ยังไม่ชัวร์ก็ต้องเตรียมตัวไว้ก่อน”
“แล้วโดมาเรียนล่ะครับ”ชายร่างหมีถาม
“ช่างไอ้อ้วนนั่นตอนนี้นักวิจัยหญิงหายไปสองคน แถมยังเป็สาวสวย มันคงโมโหร้ายน่าดูไปหามันตอนนี้ก็เหมือนไปให้มันระบายอารมณ์เล่น”
ชายผิวขาวผ่องหยิบแก้วไวน์เปล่าขึ้นมาดูกล่าวพึมพำกับตัวเอง “เขามีแต่ปล่อยเสือเข้าป่า แต่นี่ปล่อยนางพญาราชสีห์เข้าป่าผลลัพธ์ก็ตามนั้น ไม่แปลกใจที่มันเรียกตัวเองว่าสิงโตตัวผู้ เฮอะ ๆ”
......
บริเวณพื้นที่ตะวันออกของเขตปลอดภัยโซนแปดหากเทียบกับพื้นที่อื่นแล้ว ถือว่ามีคนเยอะที่สุด ผู้คนเดินกันขวักไขว่แต่สภาพการแต่งกายและความเป็อยู่ถือว่าดีเกินกว่าจะเป็ผู้ลี้ภัยมีร้านค้าและร้านอาหารมากมาย ร้านอาหารถึงจะขายแต่ของปิ้งย่างแต่ก็เป็ที่นิยมของผู้คน บางร้านถึงขนาดมีนกย่างขายด้วย
และที่น่าแปลกกว่าคือผู้คนที่อยู่บริเวณนี้ล้วนมีรูปแมงป่องสีดำติดอยู่ ไม่ตามเสื้อผ้าก็สักบนตัวไม่ทราบว่าเป็แฟชั่นที่กำลังฮิตอยู่หรือเปล่า
“หัวหน้ามีคนมาขอสมัครเข้ากลุ่มอีกแล้วค่ะ” ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้าห้องมา ยืนตรงอกผายผมสีขาวตัดสั้น ที่คอมีผ้าพันคอลายแมงป่องสีดำพันไว้
เบื้องหน้าของเธอเป็ด้านหลังของเก้าอี้ผู้บริหารสีดำมีเสียงดังจากเก้าอี้ว่า “ฉันบอกแล้วไง ถ้าเป็พวกขี้ขลาดหรือฝีมือดาษ ๆไม่ต้องมารายงาน ปฏิเสธไปเลย”
ผู้หญิงที่ยืนอยู่กล่าวขึ้น“แต่อีกฝ่ายบอกว่าเคยอยู่ในศูนย์วิจัยของโดมาเรียนและมีความรู้เื่พลังพิเศษด้วยนะคะ”
พอสิ้นประโยคเก้าอี้ผู้บริหารก็หมุนหันมา เผยเป็ชายร่างเตี้ยเหมือนคนแคระ ผิวหยาบกร้านมีหนวดเครา สวมหมวกคล้ายคาวบอย
เขาหยิบซิการ์ขึ้นมาคาบยกมือขวาขึ้นดีดนิ้ว เปลวไฟลุกพึ่บออกมาจากปลายนิ้วโป้ง เผาปลายซิการ์จนมีควัน
ผู้หญิงที่ยืนอยู่ดวงตาเป็ประกายไม่ว่าเธอจะเห็นกี่ครั้งก็อดทึ่งไม่ได้แต่ก็สงสัยว่าทำไมหัวหน้าถึงไม่ยอมเผยให้คนอื่นทราบ ไม่รู้ว่าจะระแวงอะไรขนาดนั้น
ชายร่างเตี้ยสูบซิการ์เข้าไปคำหนึ่งก่อนจะพ่นออกมาแล้วพูดขึ้น “ไปพาเข้ามา”