เมื่อเห็นคนมากันพอสมควรแล้วหลี่เลี่ยก็เอารูปถ่ายขนาดใหญ่พิเศษจัดวางไว้บนหลังคารถรูปนั้นก็คือรูปในโพสต์ที่ทำให้ต้องปิดเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยลงนั่นเอง
“พวกนายคือคนที่แฮ็กเว็บไซต์ของพวกเราหรือ”เหล่าหัวกะทิหนุ่มสาวแห่งมหาวิทยาลัย B พากันนึกได้
“ยอดเยี่ยมไปเลยใช่ไหมล่ะ” โจวหยางหยิบโทรโข่งออกมา
ไม่มีใครตอบ จะว่าไม่ยอดเยี่ยมได้อย่างไรเพราะไม่มีใครสักคนที่รับมือกับพวกเขาที่แฮ็กเข้าเว็บไซต์ของมหาลัยวิทยาลัยได้สุดท้ายต้องแก้ปัญหาด้วยการปิดเว็บไซต์ลง น่าขายหน้าจริงๆ
เื่รูปถ่ายที่ทำให้ต้องปิดเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยลงนั้นทำให้หยางหลิ่วกับไป๋หรูอวี้ต่างก็อับอายขายหน้าจนไม่กล้าออกไปไหน วันๆ เอาแต่หมกตัวอยู่ในหอพักอาหารต่างๆ ก็ให้เพื่อนเป็คนเอากลับมาให้ ทั้งสองคนคิดว่าเมื่อเื่ซาลงแล้วค่อยโผล่หน้าออกไปแต่เมื่อได้ยินว่ามีคนเอารูปนั้นของพวกเขาสองคนแถมยังเป็ฉบับที่ทั้งใหญ่และคมชัดไปไว้ที่สนามกีฬาพวกเขาทั้งสองคนก็รีบวิ่งหน้าตั้งไปยังสนามกีฬาโดยไม่สนอะไรทั้งสิ้น
“ที่แท้ก็เป็ฝีมือนายเองหรือโจวหยางนายคอยดูเถอะ ฉันจะแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้เลย” หยางหลิ่วกับไป๋หรูอวี้พุ่งมาข้างหน้าและชี้หน้าโจวหยาง
“แจ้งเลยสิ ในเมื่อฉันกล้ามา แล้วฉันจะไปกลัวนายแจ้งตำรวจได้ยังไง”โจวหยางพูดเยาะเย้ยใส่โทรโข่ง
“นาย นาย...” หยางหลิ่วรู้ว่าคนพวกนี้ต่างก็มีคนหนุนหลังในเมื่อพวกเขากล้าทำ ย่อมต้องมีเหตุผลที่ทำให้กล้าทำอยู่แล้ว หยางหลิ่วพุ่งเข้าไปหมายจะฉีกรูปโปสเตอร์แผ่นนั้น
แต่พวกของโจวหยางเป็ใครกันั้แ่เด็กก็ถูกเลี้ยงดูมาในฐานะผู้สืบทอดของตระกูล ต้องปกป้องตัวเองได้และวางแผนเป็การฝึกฝนประเภทไหนล้วนผ่านมาแล้วทั้งสิ้น ถึงจะอยู่ในครอบครัวที่มีอันจะกิน แต่ก็ขยันอดทนทั้งร่างมีแต่กล้ามเนื้อ แข็งแกร่งทนทาน ตีกับคนขึ้นมาก็โหดสุดๆด้วยเหตุนี้เมื่อหยางหลิ่วพุ่งเข้าไปจึงถูกหลี่เลี่ยเตะล้มลงกับพื้นจะลุกก็ลุกไม่ขึ้น หยางหลิ่วสู้หลี่เลี่ยคนเดียวยังไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงว่าพวกเขามีกันตั้งสี่คน
“พวกนาย พวกนายทำร้ายคน” ไป๋หรูอวี้หน้าซีด ก้าวเข้าไปพยุงหยางหลิ่ว เธอรู้จักคนพวกนี้แต่เข้ากันไม่ได้อย่างยิ่ง
“นายคนแซ่หยางนายมันลูกผู้ชายรึเปล่าวะ นายทำอะไรเป็บ้างนอกจากใช้วิธีสกปรก” โจวหยางยกโทรโข่งขึ้นตะเบ็งเสียงใส่หยางหลิ่ว “วางแผนเล่นงานรั่วเสวี่ยไม่สำเร็จยังจะวิ่งโร่ไปสาดโคลนใส่เธอถึงที่มหาวิทยาลัยอีกนายนึกว่าเธอเป็คนที่พวกนายสองคนจะรังแกยังไงก็ได้งั้นรึ”
“ฉันเปล่า ฉันไม่เคยทำแบบนั้นพวกนายใส่ร้ายฉัน” หยางหลิ่วพลันหน้าซีดและรู้สึกเสียใจภายหลังที่เชื่อคำพูดของไป๋หรูอวี้จนวิ่งไปหาไป๋รั่วเสวี่ยถึงที่มหาลัยวิทยาลัย
“ใส่ร้ายนายงั้นรึ ฉันจำเป็ต้องใส่ร้ายคนที่ไม่มีความสำคัญอะไรอย่างนายด้วยรึ” โจวหยางเตะหยางหลิ่วหนึ่งทีพร้อมหันไปทางเหล่านักศึกษาที่ยืนล้อมอยู่แล้วพูดว่า“เพื่อนนักเรียนทุกท่านที่ผมมาวันนี้ก็เพื่อเปิดโปงโฉมหน้าที่แท้จริงของเ้าคนสองหน้าคนนี้ จริงสิยังมียัยคนที่ชื่อไป๋หรูอวี้นี่อีกคน ชื่อหรูอวี้[1]ฟังดูสูงส่งใช่ไหมแต่น่าเสียดายที่พวกคุณคิดผิด เพราะผู้หญิงคนนี้ไม่ได้สูงส่งเลยสักนิดพ่อแม่ของเธอต่างก็เป็ปลิง ทั้งจน ี้เีแถมยังไร้การศึกษาเป็แค่คนเ้าเล่ห์คนหนึ่งทั้งครอบครัวต่างก็เป็เหมือนปลิงดูดเืที่เกาะบนตัวพ่อแม่ของรั่วเสวี่ยต้องให้พวกเขาคอยหาเลี้ยง เด็กที่เกิดจากพ่อแม่ประเภทนี้สมควรเรียกว่าหรูอวี้ไหม เธอก็แค่ยาจกคนหนึ่งยังจะหรูอวี้อีกหรือถุย!
“เพื่อนนักเรียนหญิงของพวกคุณคนนี้หัวสูงรังเกียจครอบครัวตัวเองว่าไม่ดีเลยไปอาศัยอยู่ที่บ้านรั่วเสวี่ย กินและใช้ของของรั่วเสวี่ยเพื่อนนักเรียนทุกคนครับ ถ้ามีคนปฏิบัติต่อคุณเช่นนี้คุณจะรู้สึกอย่างไรคงสำนึกบุญคุณจนน้ำตาไหลเลยใช่ไหม แต่ว่าเธอไม่สำนึกบุญคุณเลย แถมยังวางแผนเล่นงานรั่วเสวี่ยอีก”
“ไป๋หรูอวี้ เธอมันไม่ใช่คน เธอกล้าใช้วิธีการต่ำช้าแบบนั้นเล่นงานลูกพี่ลูกน้องของตัวเองได้ยังไงสุนัขกินจิตสำนึกของเธอไปแล้วสินะ”
“นายพูดจาเหลวไหล นายพูดจาเหลวไหลฉันจะไปทำเื่ที่ส่งผลร้ายต่อรั่วเสวี่ยได้ยังไง” ไป๋หรูอวี้หน้าซีดเผือดไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายล่วงรู้แผนการของตัวเองได้อย่างไร
“ไม่อยากยอมรับงั้นสิเธอนึกว่าเธอไม่ยอมรับแล้วพวกฉันจะทำอะไรเธอไม่ได้งั้นหรือ อยากให้ฉันพาผู้สมรู้ร่วมคิดของเธอมาไหมล่ะ”
“ไม่นะ” ไป๋หรูอวี้หลุดปากพูด
“เป็แบบนี้จริงๆ สินะ” โจวหยางตบหน้าไป๋หรูอวี้ไปหนึ่งฉาด “เธอมันเป็นังงูพิษ”
ไป๋หรูอวี้ยกมือขึ้นกุมหน้าด้านขวารู้ว่าตัวเองติดกับเสียแล้ว “นายใส่ร้ายฉันฉันไม่มีผู้สมรู้ร่วมคิดอะไรทั้งนั้น นายมีเงินนี่ มีเื่อะไรบ้างที่นายทำไม่ได้”
“ยังมีนายอีกคน หยางหลิ่ว ทุกคนมาดูสิครับ” โจวหยางใช้มือหนึ่งดึงหยางหลิ่วขึ้น จับหน้าอีกฝ่ายมาไว้ใกล้ๆ หน้าตัวเองแล้วพูดว่า“เขากับผม ใครหล่อกว่ากันครับ ผมรวยกว่าเขามีความสามารถกว่าเขา ผมตามตื๊อรั่วเสวี่ยมาสิบปีแต่ก็ไม่สำเร็จ แล้วเธอจะมาชอบนายได้ยังไงถ้าไม่ใช่เพราะยัยคนชื่อไป๋หรูอวี้เล่นตุกติก นายไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็เพื่อนกับเธอด้วยซ้ำ”
“เพื่อนนักเรียนทุกคนครับที่ผมพูดมาทั้งหมดคือความจริง ผมไม่กลัวโดนตรวจสอบที่ผมมาวันนี้ก็เพื่อที่จะระบายความโมโหแทนรั่วเสวี่ย อยากให้ทุกคนได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของคนคนนี้อย่างชัดเจน”
ในที่สุดเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยก็มาถึงและช่วยหยางหลิ่วออกจากมือของโจวหยางโจวหยางขึ้นรถและขับออกไปภายใต้การขับไล่ของเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
ไป๋รั่วเสวี่ยรู้ว่าหยางหลิ่วกับไป๋หรูอวี้จบสิ้นแล้วเมื่อมีเื่ฉาวเช่นนี้ออกมา ถึงไม่โดนมหาวิทยาลัยไล่ออก พวกเขาทั้งสองก็คงอับอายขายหน้าเกินกว่าที่จะอยู่ในมหาวิทยาลัยต่อไปได้ถึงอย่างไรเธอก็ได้ระบายความโมโหออกไปแล้ว ไม่ว่าหลังจากนี้พวกเขาจะเป็อย่างไรต่อไปพวกเขาสองคนก็คงไม่กล้าพอจะมาหาเื่เธอถึงที่มหาวิทยาลัยอีกเธอเองก็ไม่กลัวว่าพวกเขาทั้งสองคนจะกุเื่อะไรขึ้นมาอีกดังนั้นเธอจึงสามารถเพลิดเพลินกับอากาศและแสงแดดของโลกแห่งความเจริญก่อนวันโลกาวินาศจะมาถึงได้อย่างสบายใจกลับไปเตรียมตัวสำหรับวันโลกาวินาศ เรียนรู้ทักษะในการเอาชีวิตรอดในยุคโลกาวินาศต่อได้
เพียงแต่เธอลืมเหล่าญาติๆ ชั้นเลิศของเธอไปเสียสนิท
ไป๋รั่วเสวี่ยเตรียมตัวสมัครสอบนักศึกษาวิจัยของศาสตราจารย์หลินเธอเตรียมตัวกับการสอบจึงไม่ได้กลับบ้านทั้งวันเสาร์และวันอาทิตย์หมกตัวอยู่แต่ในห้องสมุดทั้งวันและขยันกว่าตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสียอีก
ไป๋รั่วเสวี่ยอยู่ในห้องสมุดกำลังค้นข้อมูลอยู่ตอนที่ได้รับสายจากไป๋จิ้งเหวินให้เธอกลับบ้านสักรอบ พ่อโทรมาบอกว่า้าให้เธอกลับบ้านไม่ว่าจะด้วยเื่อะไรก็ตามแต่ ไป๋รั่วเสวี่ยก็รีบกลับบ้านทันทีโดยไม่ถามอะไรต่อสักคำเมื่อเดินเข้าประตูบ้านก็เห็นคุณย่าไป๋เหล่าไท่ไท[2]แล้วยังมีคุณลุงใหญ่กับป้าสะใภ้ใหญ่นั่งปั้นหน้านิ่งอยู่ไป๋รั่วเสวี่ยรู้ทันทีว่าพวกเขามาด้วยเื่อะไร
ไป๋เหล่าไท่ไทมีลูกชายสามคนและลูกสาวหนึ่งคนไป๋จิ้งเหวินเป็ลูกคนรอง คนโตคือไป๋จิ้งซู มีลูกชายคนเล็กคือไป๋จิ้งอู่ และยังมีลูกสาวคนสุดท้องคือไป๋เถียนเถียนในครอบครัวทั่วไปนั้นลูกคนรองมักไม่มีความสำคัญใดๆเช่นเดียวกับไป๋จิ้งเหวินพ่อของไป๋รั่วเสวี่ย แต่ลูกที่พ่อแม่ไม่เห็นความสำคัญเช่นนี้มักจะเป็คนที่กตัญญูที่สุดซึ่งไป๋จิ้งเหวินเองก็เป็เช่นนั้น
แต่ก่อนนั้นไป๋เหล่าไท่ไทพูดอะไรก็ต้องเป็ไปตามนั้นไป๋จิ้งเหวินไม่กล้าเอ่ยคำว่าไม่ ตัวไป๋จิ้งเหวินเองเป็คนให้ความสำคัญกับมิตรภาพ เพราะเมื่อตัวเองร่ำรวยขึ้นมาก็ไม่ลืมญาติพี่น้องเชิญพี่ใหญ่กับน้องสามมาทำงานที่บริษัท ให้คนหนึ่งรับหน้าที่เป็ผู้จัดการแผนกจัดซื้อส่วนอีกคนหนึ่งก็รับหน้าที่เป็หัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัย ให้ทั้งสองคนทำงานในแผนกที่สำคัญแต่ผลปรากฏว่าคนหนึ่งรับสินบนกินเงินใต้โต๊ะ ส่วนอีกคนหนึ่งก็ยักยอกทรัพย์สินของบริษัทจนทำให้บริษัทวุ่นวายไปหมดสุดท้ายภายใต้จุดยืนของหลิ่วเย่ว์เหมย จึงเลิกจ้างทั้งสองคนและส่งตัวกลับบ้าน
เื่นี้ทำให้ไป๋เหล่าไท่ไททะเลาะกับไป๋จิ้งเหวินอยู่หลายครั้งอีกทั้งยังยกเื่ตัดความสัมพันธ์แม่ลูกมาบีบบังคับไป๋จิ้งเหวินให้รับลูกชายสองคนของตนกลับไปทำงานที่บริษัทสุดท้ายหลิ่วเย่ว์เหมยต้องใช้วิธีการแข็งกร้าวจนทำให้ไป๋เหล่าไท่ไทไม่กล้าโผล่มาโวยวายที่หน้าบริษัทอีกและด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ไป๋เหล่าไท่ไทเกลียดชังลูกสะใภ้คนนี้ยิ่งนัก
ไป๋รั่วเสวี่ยรู้สึกว่าพ่อแม่ของเธอไม่ได้รับความยุติธรรมเห็นอยู่ชัดเจนว่าพวกเขาคือคนที่ดีต่อคุณย่าที่สุด แต่พวกเขากลับไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและถูกเมินเฉยใส่ทั้งๆ ที่เป็ลูกเหมือนกัน ทำไมถึงปฏิบัติแตกต่างกันเช่นนี้
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/9ee8f63c050427e101e8f9d6b0d57428
[1]หรูอวี้แปลว่าราวกับหยก
[2]เหล่าไท่ไทเป็คำเรียกหญิงชราด้วยความเคารพ