นับั้แ่เดินเข้ามาภายในเส้นทางที่ 9 ซินหยานก็รับรู้ได้จากฟงเหวินว่ามีกลุ่มคนที่คอยจ้องมองเขาอยู่ เท่าที่ฟงเหวินบอกดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเป็คนของสถาบันอี๋นั่วและไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อเขา แต่อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าจะมีอีกสองคนที่ฟงเหวินไม่สามารถระบุได้ว่าเป็คนของฝ่ายไหน ทำให้เขานั้นยังต้องเพิ่มการป้องกันตัวเองอยู่ตลอดเวลา
“ไร้ประสิทธิภาพกลับบ้านไปซะ!”
ทันใดนั้นเองจู่ๆก็มีเสียงตระโกนที่เต็มไปด้วยความน่าเกรงขามดังลั่นไปทั่วทางเดินเส้นที่ 9 ก่อนที่ในเวลาต่อมาซินหยานจะสังเกตเห็นว่ามีร่างของมนุษย์ลอยผ่านหน้าของเขาไปด้วยความเร็วสูง ยังดีที่ซินหยานที่สามารถหลบเลี่ยงได้ทัน มิเช่นนั้นเขาเองก็อาจจะได้รับลูกหลงไปด้วย…
ไม่ใช่เพียงแค่ร่างเดียวเท่านั้นตลอดเวลาที่ซินหยานยังคงเดินหน้าต่อไป ก็ยังมีร่างของรุ่นเยาว์ที่ลอยเคว้งออกมาเรื่อยๆ ด้วยความสงสัยซินหยานจึงได้เร่งฝีเท้าของตัวเองให้เร็วกว่าเดิม เพื่อไปที่จะไปดูให้แน่ชัดว่าอะไรมีอะไรเกิดขึ้น
“ขอโอกาสให้ข้าอีกครั้ง….”
“พูดจาไร้สาระ ในการทดสอบของแต่ละด่านรุ่นเยาว์ทุกคนมีโอกาสเพียงคนละ 1 ครั้งเท่านั้นและพวกเ้าได้ใช้สิทธิ์นั้นไปแล้ว…เพราะฉะนั้นก็รีบลุกและไสหัวออกไปจากที่นี้ได้แล้ว! เ้าพวกไร้ค่า!”
เมื่อเดินมาถึงจุดเกิดเหตุภาพแรกที่ซินหยานเห็นเลยก็คือ รุ่นเยาว์นับร้อยคนที่นอนแผ่รอบอยู่บนพื้นอย่างไร้สติ บางคนถึงขั้นกับกระเด็นขึ้นไปค้างอยู่บนต้นไม้กันเลยทีเดียว และต้นตอของเื่ทั้งหมดนี้ก็มาจากชายศีรษะล้านที่ดูมีอารมณ์ดุร้ายอยู่ตลอดเวลา
“ที่ผ่านมาก็เป็เพียงรุ่นเยาว์ไร้ความสามารถ…พอมาตอนนี้ก็เป็เพียงเด็กสาวทำไมเส้นทางนี้มันถึงได้น่าอนาถขนาดนี้กัน!”
ชายศีรษะล้านที่ััได้ถึงการมาถึงของซินหยานก็กล่าวออกมาด้วยความไม่สบอารมณ์เป็อย่างยิ่ง จากส่วนสูงของทั้งคู่เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันแล้วซินหยานสูงถึงเพียงบริเวณอกของชายศีรษะล้านผู้นี้เท่านั้น อีกทั้งด้วยร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ทำให้ยามที่ยืนต่อหน้าเขาไม่ได้ต่างอะไรไปจากเด็กน้อยเลยแม้แต่นิดเดียว
“ช่างมันเถอะ จะเป็สตรีหรือบุรุษข้าก็ไม่สนขอเพียงแค่มีความสามารถก็พอแล้ว แต่ถ้าไม่…ก็เตรียมตัวออกไปจากตรงนี้ได้เลย"
อามรมณ์ของชายศีรษะล้านผู้นี้ค่อนข้างแปรปรวน ซินหยานไม่ค่อยจะถูกกับคนประเภทนี้สักเท่าไหร่นักนอกจากจะคาดเดากระทำได้ยากแล้ว ยังเป็พวกที่ทำอะไรโดยที่ไม่สนใครอีกด้วย
“แล้วข้าจะต้องทำอะไร?…"
“เ้าไม่รู้? อย่าบอกนะว่าที่ตระกูลของเ้าไม่ได้แจ้งให้ทราบว่าต้องทำสิ่งใด เมื่อเลือกเส้นทางของตัวเองได้แล้ว?…”
ได้ยินตำพูดของชายศีรษะล้านคิ้วของซินหยานก็ขมวดเข้าหากันทันที ทำไมเขาถึงไม่เคยได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายบอกมากัน ไม่ว่าจะเป็ภายในความทรงจำของเด็กสาวผู้นี้ก็ไม่ได้มีบอกไว้ว่าจะต้องทำไรเมื่อเดินเข้ามาในนี้แล้ว ทั้งที่ในความเป็จริงนางผ่านการทดสอบมาแล้วถึง 5 ครั้ง…จากสันนิษฐานของซินหยานเขาคิดว่าตระกูลถังคงจะไม่ได้บอกข้อมูลส่วนนี้ให้แก่เ้าของร่างได้รับรู้มันจึงกลายสาเหตุที่ทำให้นางไม่สามารถการทดสอบได้
“เรียนตามตรงข้าไม่ทราบและหวังว่าท่านจะชี้แจ้งให้ผู้น้อยได้รับรู้…”
“ฮ่า…ให้มันได้อย่างงี้สิ ข้าจะพูดแค่ครั้งเดียวโปรดจำใส่สมองน้อยๆของเ้าเอาไว้ด้วย!”
ถึงจะชายศีรษะล้านจะดุด่าซินหยานสักเพียงไหนสุดท้ายแล้วเขาก็เลือกที่จะอธิบายให้ซินหยานฟังอยู่ดี บางทีเขาคิดว่าการที่ได้มาอยู่ในร่างของสตรีเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยมันก็ทำให้เขาทำอะไรหลายๆอย่างได้สะดวกขึ้น
“ฟังนะ…ในการทดสอบเข้าสถาบันอี๋นั่วรุ่นเยาว์ทุกคนจะต้องผ่านด่านการทดสอบจากอาจารย์ภายในสถาบันทั้งหมด 5 จุด แต่ว่าด้วยความที่สถาบันอี๋นั่วมีวิชาหลากหลายแขนงที่เปิดสอนมันจึงต้องกระจายการทดสอบทั้งหมดออกมาเป็ 10 เส้นทางอย่างที่เ้าเห็นก่อนจะมาถึงตรงนี้นั้นแหละ…”
“ข้ามีคำถามในเมื่อมีรุ่นเยาว์ที่มีความสามารถแตกต่างกันออกไป…และการทดสอบถูกกระจายออกแบบสุ่มแล้วพวกเขาจะรู้ได้อย่างไร…ว่าสิ่งที่ตนถนัดนั้นอยู่ในเส้นทางไหน?”
ซินหยานทำการยกมือขึ้นเพื่อสอบถามในสิ่งที่เขาสงสัย เขาคิดว่าคำพูดของชายศีรษะล้านไม่สมเหตุสมผลเป็อย่างมาก ถ้าเกิดว่ามีคนที่ถนัดในศาสตร์ของการปรุงยาเดินเข้าไปในการเส้นที่มีการทดสอบของมือกระบี่อยู่ มันก็เท่ากับว่าคนผู้นั้นจะต้องถูกคัดออกไปั้แ่ยังไม่ได้ทดสอบในสิ่งที่ตนถนัดอย่างงั้นหรือ
“ข้าว่าเ้ากำลังเข้าอะไรผิดอยู่นะ…ที่ผ่านมาสถาบันอี๋นั่วไม่เคยประกาศว่าเป็สถาบันที่รับผู้ที่มีความอัจฉริยะเฉพาะในด้านใดด้านหนึ่งสักหน่อย พวกเรา้าแค่ผู้ฝึกยุทธ์ที่สามารถทำได้ทุกอย่างต่างหาก! ส่วนเื่ที่ว่าพวกเขาจะได้เส้นทางไหนก็อยู่ที่ดวงของพวกเขาเอง…"
ซินหยานไม่คิดเลยว่าเื้ัของสถาบันอี๋นั่วที่เป็ความฝันของรุ่นเยาว์หลายๆคนในเมืองหลวง ความเป็จริงแล้วกับโหดร้ายกว่าที่เขาคิด มาถึงตรงนี้เขาก็รู้แล้วว่าทำไมเ้าของร่างเก่าถึงไม่สามารถจะเข้าสถาบันแห่งนี้ได้เสียที
นั้นไม่ใช่เพราะว่านางนั้นไร้ความสามารถแต่เป็เพราะตัวนางนั้นเลือกเส้นที่ผิดต่างหาก บางทีนางอาจจะไปเจอกับการทดสอบที่ตัวเองไม่ถนัดและถูกคัดออกไปก็เป็ไปได้ ถ้าเป็แบบนั้นจริงๆซินหยานคิดว่ามันไร้เหตุผลเป็อย่างมาก
“ข้าทราบแล้ว…ที่นี้บททดสอบของท่านคืออะไรล่ะ?”
แต่ต่อให้จะรู้สึกสงสารเ้าของร่างเก่าที่ไม่ได้ความยุติธรรมทั้งภายในตระกูลจนมาถึงสถาบันแค่ไหน ซินหยานก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้สิ่งที่เขาคิดในตอนนี้ก็คือทำปัจจุบันให้ดีที่สุด เมื่อมีความแข็งแกร่งการจะทำอะไรตามใจตัวเองมันจะไม่ใช่เื่ยากอีกต่อไป
“ข้าจะให้โอกาสเ้า 3 ครั้งในการใช้ศิลปะการต่อสู้ระยะประชิดโจมตีข้า…แต่ว่าเมื่อโจมตีล้มเหลวเ้าจะต้องหลบเลี่ยงการโจมตีของข้าให้ได้ เพื่อที่จะได้มีสิทธิ์โจมตีอีกครั้ง…ถ้าล้มเหลวทั้ง 3 ครั้งข้าคงไม่ต้องบอกนะว่าจะเป็อย่างไร”
ชายศีรษะล้านอธิบายการทดสอบของตัวเขาเองให้ซินหยานได้รับทราบ ทว่าเมื่อกล่าวมาถึงประโยคสุดท้ายเขาก็ก้มลงไปมองเหล่ารุ่นเยาว์ที่นอนเกลื่อนกลาดอยู่บริเวณนี้ให้ซินหยานรับรู้เอาไว้ว่าถ้าเขาล้มเหลวแล้วผลลัพธ์จะออกมาเป็อย่างไร
“ตกลง…”
แม้ว่ามันจะเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้ที่ระดับขั้นของเขาในตอนนี้จะสามารถยืนอยู่ต่อหน้าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นกายาแท้ิญญายุทธ์ได้เกิน 3 กระบวนท่า แต่มันก็เป็แค่ในความคิดของคนทั่วไปเท่านั้น เขาที่เคยเป็ถึงเทพาผู้เกรียงไกลผู้พิชิตทั้งพหุจักรวาล หรือตอนที่เป็เทพโอสถเองก็สร้างสิ่งที่เป็ไปไม่ได้มาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เพียงแค่การทดสอบเล็กน้อยแค่นี้มันไม่ได้ทำซินหยานหวั่นเกรงเลยสักนิดเดียว
แถม ณ เวลานี้เขายังมีตัวช่วยอย่างฟงเหวินอยู่ในกำมือเขาเองก็อยากรู้เช่นกันว่าการทดสอบแบบใดที่สามารถหยุดยั้งเขาไว้ได้