หลายวันต่อมา
“อ้อ ผมจะไม่อยู่บ้านประมาณสองสามวันนะครับ ต้องไปดูงานที่ภูเก็ต” กวินเดินออกมาจากห้องเสื้อผ้า ฉันเดินเข้าไปช่วยกวินจัดปกคอเสื้อที่กำลังยับให้เข้าที่เข้าทางอย่างใส่ใจ เขายิ้มให้ฉันอย่างอบอุ่น
“ได้ค่ะ เดี่ยวอ้อเตรียมของให้นะคะ แล้วคุณจะเดินทางวันไหนค่ะ" ฉันพูดไปพร้อมกับหยิบเสื้อคุมมาสวมให้กับกวิน
“เรียบร้อยแล้วค่ะ หล่อมาก แล้วสรุปเดินทางวันไหนค่ะ”
ฉันเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง กวินยังคงไม่พูดอะไร เขาเดินไปดูความเรียบร้อยที่กระจกบานใหญ่ภายในห้องเสื้อก่อนจะตอบกลับในวินาทีต่อมา
“พรุ่งนี้เช้าครับ”
“ได้ค่ะ ยังไงก็ดูแลตัวเองด้วยนะคะ อ้อคงไม่ได้ไปด้วย เพราะต้องดูแลงานที่ร้าน”
“ครับที่รักของผม จุ๊บ” กวินเดินมาจุ๊บที่ริมฝีปากของฉันอย่างรวดเร็ว ฉันยืนยิ้มให้เขาอย่างเคอะเขิน
“งั้นวันนี้เดี่ยวอ้อให้คนขับรถที่บ้านไปส่งดีกว่าค่ะ อ้อจะได้ขี่รถกลับมาเก็บของไว้รอคุณ”
“ได้ไง ให้ผมไปส่งคุณนะ เดี่ยวต้องห่างกันตั้งหลายวัน ผมอยากอยู่กับคุณให้นานขึ้นอีกหน่อย”
“ก็ได้ค่ะ ตามใจคุณ”
ฉันเดินควงแขนกวินไปขึ้นรถเหมือนเช่นทุกวัน กวินรับหน้าที่คอยไปรับไปส่งฉันระหว่างบ้านกับที่ทำงานแทบจะทุกวัน ถ้าเขาไม่อยู่ฉันเองก็คงจะไม่ชิน
ณ ร้าน Dream Desserts
ฉันลงจากรถของกวินในทันทีที่รถมาถึงหน้าร้าน กวินลดกระจกรถข้างคนขับลง ฉันจึงก้มลงไปใกล้ๆ เพื่อฟังว่าเขา้าจะพูดอะไร
“มีอะไรหรือค่ะ”
“ต้นอ้อ ผมรักคุณนะ” กวินพูดด้วยรอยยิ้ม ประโยคบอกรักของเขาทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นหัวใจและมีความสุขมาก
“ค่ะอ้อก็รักคุณ ขับรถดีๆ นะ”
“ครับ”
พูดจบกวินก็ขับรถออกไปในทันทีด้วยความเร็วที่พอดี ฉันยืนมองรถของเขาจนหายลับไปจากสายตา ก่อนจะเดินหันหลังเตรียมเข้าร้าน
แต่ก็ต้องใที่เห็นยัยหมวยยืนกอดอกมองฉันพร้อมกับรอยยิ้มแปลกๆ วันนี้ยัยหมวยมาหาฉันทำไมแต่เช้า ร้านก็ยังไม่เปิดสักหน่อย แถมไม่ได้โทรติดต่อมาก่อนด้วย
“ยัยหมวยมาไม่ให้สุ่มให้เสียงเลยนะ แล้วนี้ยิ้มอะไรของแกหน้าขนลุก”
“ก็ฉันกำลังหมั่นไส้แกที่่นี้กลับมาคืนดีกับกวินแล้วดูจะหวานฉ่ำอย่างกับข้าวใหม่ปลามัน เห็นแล้วอิจฉา”
“ก็นะ ่นี้ฉันกำลังอินเลิฟมากจริงๆ แล้วแกมาหาฉันทำไมไม่โทรมาบอกฉันก่อน ฉันจะได้รีบมา”
“ฉันมีเื่ที่ต้องมาพูดกับแกด้วยตัวเองนะสิ พูดในโทรศัพท์ฉันไม่สะดวก อีกอย่าง่นี้แกไม่ยอมไปเที่ยวกับฉันเลยนะ ตัวติดแต่กับสามี แบบนี้ฉันน้อยใจนะยะ”
“โอ้ๆ ฉันขอโทษ อย่าบอกนะว่ามาหาแต่เช้าเพราะอยากจะชวนฉันไปเที่ยว”
“ช่ายย”
“เสียใจ่นี้งานที่ร้านฉันยุ้งมาก ฉันไม่ว่างไปหรอกยะ” ฉันเดินหนียัยหมวยเข้ามาในร้านแต่ยัยหมวยก็ไม่เลิกลาเดินตามมาตื้อแบบติดๆ
“ฉันไม่ได้จะบังคับแกไปเดี่ยวนี้ตอนนี้สักหน่อย วันมะรืนฉันกับพี่จะไปดูงานโรงแรมที่ภูเก็ตแกไปเป็เพื่อนฉันหน่อยสิ ไปคืนเดียวเอง “
“ภูเก็ต?” ฉันหยุดเดินในทันทีที่ได้ยินว่ายัยหมวยจะพาฉันไปภูเก็ต กวินก็ไปดูงานที่นั้นหรือฉันจะไปเซอร์ไพรเขาดีนะ
“ใช่ภูเก็ต” ยัยหมวยช่วยตอกย้ำว่าฉันได้ยินไม่ผิด เธอจะพาฉันไปภูเก็ต งั้นดีละถือโอกาสนี้แอบไปเซอร์ไพรกวินดีกว่า
“ก็ได้ฉันตกลง ฉันจะได้แอบไปเซอร์ไพรกวินที่ภูเก็ตด้วย” ฉันยิ้ม แต่ยัยหมวยกับมองฉันตาเขม็ง
"ยัยเพื่อนชั่วเห็นผัวดีกว่าเพื่อน ชวนตั้งนานไม่ยากจะไป แต่พอรู้ว่าผัวอยู่ที่นั้นก็รับปากแทบจะทันที”
“สรุปแกจะเอายังไงอยากให้ฉันไปหรือไม่อยาก”
“อยากจ้า” ยัยหมวยเดินเข้ามากอดแขนของฉันอย่างออดอ้อน ทีอย่างงี้ละทำตัวเหมือนแมวเชื่องๆ เชียวนะ
“งั้นไว้เจอกัน เดี่ยวฉันขี่รถไปหาแกที่บ้านเอง”
“ได้ตกลงตามนี้”
2 วันต่อมา วันเดินทางไปภูเก็ต
ฉันขี่รถมาจอดที่หน้าบ้านของยัยหมวย ตอนนี้ทุกคนเตรียมตัวพร้อมแล้ว ยัยหมวยให้ฉันทิ้งรถไว้ที่บ้านของเธอ แล้วให้นั่งรถไปขันเดียวกัน และตอนนี้พวกเราก็กำลังมุ่งหน้าไปที่โรงแรมที่ภูเก็ต
ซึ้งเป็โรงแรมของตระกูลมาธาวินที่ยัย หมวยและพี่มาวินตั้งใจจะไปดูงานที่นั้น และโชคดีที่โรงแรมนี้ก็เป็โรงแรมเดียวกันกับที่กวินพักอยู่ พี่มาวินช่วยเช็คให้ว่าเขาพักอยู่ห้องไหน แบบนี้พอไปถึงฉันก็สามารถแอบเข้าไปเซอร์ไพรเขาที่ห้องได้สบาย อิอิ
“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไรของแกยะยัยคนคลั่งผัว”
ยัยหมวยพูดแซวขึ้นฉันหุบยิ้มแทบจะทันทียัยหมวยดันเห็นท่าทางตลก ๆ ของฉันจนได้ ตอนนี้พวกเรามาถึงทางเข้าหน้าโรงแรมแล้ว เพราะออกเดินทางกันั้แ่เช้ามืดเลยมาถึงที่นี้ั้แ่ฟ้ายังไม่สว่าง
“ยัยหมวย พี่มาวินก็ยืนอยู่ด้วยแกช่วยรักษาหน้าของฉันหน่อยได้ไหม” ฉันกระซิบบอกยัยหมวยเบาๆ เพราะกลัวพี่มาวินจะได้ยิน
“อ้าวเหรอ ขอโทษที ฮ่่าๆ” ยัยหมวยกล่าวขอโทษก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อนความผิด ยัยบ๊องนี้หน้าจับมาตีก้นสะให้เข็ด
“เอาหละสาวๆ เดี่ยวพี่ให้คนนำสัมภาระของทุกคนขึ้นไปเก็บที่ห้องนะ พวกเธออยากจะไปพักหรืออยากจะไปเดินเล่นกันก่อนก็ตามสบาย พี่ขอตัวไปประชุมก่อน”
ตลอดทางพี่มาวินไม่ค่อยพูดกับฉันสักเท่าไหร่เลย พอมาถึงโรงแรมก็ต้องไปทำงานสะแล้ว สงสัยงานพี่เขาคงจะยุ้งมาก
“มีประชุมเช้าขนาดนี้เลยเหรอค่ะพี่มาวิน” ฉันเอ่ยถามอย่างสงสัย
“ปล่อยพี่ฉันไปเถอะ วันๆ ทำตัวคลุกอยู่แต่กับงาน” ยัยหมวยพูดขึ้นพร้อมกับเดินมาเกาะแขนของฉัน
“่นี้งานพี่ค่อนข้างยุ้งน่ะครับน้องอ้อ ไว้่เที้ยงพี่จะพาไปเลี้ยงข้าวนะครับ” พี่มาวินหันมายิ้มให้กับฉันอย่างอบอุ่นแต่ไม่รู้ทำไมดวงตาของเขาถึงดูเศร้านัก
“ได้ค่ะ ไม่ต้องรีบนะคะ พี่ทำงานให้เสร็จก่อนก็ได้ค่ะ พวกเราสองคนรอได้”
จริงๆ ที่มาวันนี้หลักๆ ก็เพื่อมาดูงานไม่ได้มาเที่ยวเล่นอย่างเดียว มีก็แต่ยัยหมวยนี้แหละที่ห่วงเล่นงานการไม่สนใจ
“งั้นพี่ขอตัวก่อนนะครับ”
“ค่ะ/ค่ะ”
พี่มาวินเดินจากไปแล้ว เหลือก็แต่ฉันกับยัยหมวย ตอนนี้ก็ยังไม่สว่างหรือฉันจะขึ้นไปหากวินตอนนี้เลยดีไหมนะ พอเขาตื่นขึ้นมาแล้วเจอฉันจะต้องดีใจมากแน่ ๆ
“หมวย พาฉันไปหากวินที่ห้องหน่อยสิ แกให้พนักงานเอาคีย์การ์ดสำรองของเขามาให้ได้ใช่ไหม”
“ได้สิ นี้มันโรงแรมของฉันนะ ฉันจัดการให้แกได้อยู่แล้ว”
“ขอบใจนะ”
ฉันยิ้มให้ยัยหมวยอย่างดีใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่าฉันหรือกวินที่จะเป็ฝ่ายถูกเซอร์ไพร
ไม่กี่นาทีต่อมายัยหมวยก็ให้คนนำคีย์การ์ดสำรองของห้องที่กวินพักอยู่มาให้ฉันจนได้ เป็เ้าของโรงแรมนี้ดีจังเลยนะ แถมยังไม่ได้เป็เ้าของโรงแรมแค่ที่นี้ที่เดียว แต่ยังมีโรงแรมในเครือตระกูลมาธาวินแทบจะทุกจังหวัดเลยด้วย
“หมวยไม่รู้ทำไมฉันรู้สึกว่าหัวใจของฉันมันหวิวๆ ชอบกล” จู่ ๆ ฉันก็รู้สึกว่าหัวใจของฉันมันโหวงๆ แปลกๆ เหมือนมีลางสังหรณ์อะไรบางอย่าง
“ทำไม รู้สึกไม่สบายเหรอ งั้นแกไปพักก่อนไหมรอให้รู้สึกดีขึ้นก่อนค่อยไปหากวินทีหลังก็ได้”
“ไม่หรอกไปตอนนี้แหละ ฉันอยากให้เขาตื่นขึ้นมาแล้วเจอฉันน่ะ เขาจะต้องเซอร์ไพรมากแน่”
“งั้นก็ได้ งั้นฉันไปเป็เพื่อนแก”
ฉันกับยัยหมวยขึ้นลิฟต์มายังชั้นที่ 5 ของโรงแรม ห้องกวินเป็ห้องสวีทวีวีไอพีของโรงแรมนี้ พอมาถึงฉันก็ค่อยๆ เดินตรงไปที่ห้องของเขาในทันที แต่ไม่รู้ทำไมยิ่งเดินไปใกล้จะถึงหน้าห้องของเขามากเท่าไหร่ฉันก็ยิ่งรู้สึกว่าขาของฉันมาเดินช้าลงทุกที ทำไมฉันถึงรู้สึกไม่ดีมากขนาดนี้นะ
“ไหวไหมอ้อ หน้าแกดูซีดๆ นะ” ยัยหมวยถามขึ้นด้วยความเป็ห่วงพร้อมกับเข้ามาช่วยพยุงฉันเอาไว้
“ฉันโอเค รีบไปกันเถอะ”
ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตั้งสติรีบเดินไปที่ห้องของกวินอย่างรวดเร็ว พอมาถึงฉันก็ไม่รีรอหยิบคีย์การ์ดขึ้นมาแสกนแล้วเปิดประตูเข้าไปในห้องของเขาทันที ภายในห้องเงียบสงบ เพราะเป็ห้องวีวีไอพีห้องนี้ถึงได้มีโซนห้องนั่งเล่นและมีห้องครัว ส่วนห้องนอนก็อยู่ข้างในอีกที ฉันค่อยๆ เดินไปยังห้องนอนของกวินอย่างเชื่องช้า
ลางสังหรณ์ของฉันมันบอกว่าฉันไม่ควรเดินเข้าไปที่ห้องนั้น แต่ร่างกายของฉันมันไม่ยอมฟัง ขาของฉันยังคงก้าวไปข้างหน้าช้าๆ ประตูห้องนอนของเขาแง้มไว้เล็กน้อย ฉันเอื้อมมือที่สั่นเทาไปจับที่ลูกบิดของประตูแล้วพลักประตูออก ทันทีที่เข้ามาในห้องนอนภาพที่เห็นตรงหน้าก็ทำให้ฉันถึงกับเข่าอ่อนลงไปนั่งกองกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง
พลันน้ำตาก็เอ่อล้นออกมาไม่ขาดสาย ฉันยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดเสียงสะอื้นอย่างทุกข์ทรมาน ภาพชายหญิงที่ไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้า นอนหลับในอ้อมกอดของกันและกัน คนนึงเป็สามีของฉันส่วนอีกคนคือเอเซีย!!