ตอนที่ 5
ตึกเก่าหลังหนึ่ง
หญิงสาวยืนมองชายหนุ่มคุยกับนายหน้าจากทางด้านหลังพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
“เชิญเสด็จพะย่ะค่ะ” นายหน้าจัดหาตึกกล่าวเชิญหญิงสาวที่ยืนรออยู่
ภายนอกของตึกทั้งเก่าและเล็กเมื่อเดินเข้าไปถึงภายในของตึกกลับมีเพียงไม่กี่ห้อง
“ไม่ผ่านค่ะ ไปที่ต่อไปได้เลย” นายหน้าเ้าเล่ห์ใเล็กน้อยที่หญิงสาวตัดสินใจทันที
ตึกหลังที่สอง
“จะให้ข้าตั้งสถาบันในที่แห่งนี้หรือคะ ตึกหลังแรกทั้งเล็กและแคบไม่มีพื้นที่ส่วนไหนให้ต่อเติมได้เลย ส่วนหลังที่สองนี้สภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยแหล่งคาสิโนและขายบริการแถมน้ำในตึกยังรั่วซึมอีกเ้าคิดว่าตึกนี้ก็เหมาะหรือ” หญิงสาวพูดด้วยความขุ่นเคืองใจเล็กน้อย
“ขะ...ขออภัยพะย่ะค่ะ” ชายเ้าเล่ห์โค้งตัวลงต่ำด้วยความกลัว
หญิงสาวถอนหายใจยาว
ชายหนุ่มทำได้เพียงมองดูสถานการณ์อยู่เงียบๆ
“ไปที่ต่อไปได้เลยค่ะ”
ตึกหลังที่สาม
ขนาดกำลังดีมีที่ต่อเติมให้สร้างเพิ่มมากมายแต่อยู่ห่างไกลเมืองหลวงมากโข
“เ้าคิดว่าถ้าข้าสร้างสถาบันที่นี่คิดว่าจะให้ใครมาเรียนหรือ พื้นที่ห่างไกลปานนี้แค่เดินมาก็คงจะหมดไปครึ่งวันแล้ว” หญิงสาวถอนหายใจยาว
“ขออภัยพะย่ะค่ะกระหม่อมคิดว่าเป็แค่สามัญชนหาตึกได้เท่านี้ก็ดีมากแล้ว” ชายเ้าเล่ห์พูดไปหัวเราะไป
“หากองค์หญิงยังพอมีเวลาเหลือไปทานอาหารที่บ้านกระหม่อมไหมพะย่ะค่ะ ลูกชายกระหม่อมพึ่งจะได้เลื่อนขั้นเป็ผู้ช่วยหัวหน้ารองอัศวินทุกคนต่างชมว่าเขาอนาคตไกลหากได้เกี่ยวดองกับพระองค์ละก็...” ชายเ้าเล่ห์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว
หญิงสาวรู้สึกรำคาญจนต้องข่มตาลง ขบฟันแน่นด้วยความรู้สึกหงุดหงิดที่ก่อนตัวขึ้น
“หากข้าไปทานอาหารที่บ้านเ้าแล้วโง่เหมือนเ้าขึ้นมาจักทำอย่างไร อาหารหมูเก็บไว้ให้เ้ากินคนเดียวก็พอ กล้าดีอย่างไรมาดูถูกสิ่งที่ข้าทำต่อให้มีสิบหัวคงจะไม่พอให้ข้าตัด” หญิงสาวพูดออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวในใจก่อนจะเดินขึ้นรถม้าไป
ในรถม้า
เ้าหมูตอนนั่นกล้าดีอย่างไรมาแนะนำลูกชายให้ข้าต่อหน้าเอเดรียนทำข้าหงุดหงิดยิ่งนัก
หญิงสาวคิดในใจมือข้าหนึ่งท้าวคางข้อศอกพาดหน้าต่างรถม้า คิ้วเล็กโค้งสวยเริ่มขมวดเข้าหากันแววตาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย
“หากพระองค์ยังทรงไม่หายโกรธกระหม่อมยอมเป็หัวที่สิบเอ็ดให้พระองค์ตัดเพื่อบรรเทาความโกรธพะย่ะค่ะ” เขาพูดออกมาด้วยใบหน้าจริงจัง
หญิงสาวถอนหายใจออกมายอมแพ้ให้กับมุกฝืดๆ ของเขา
“หากให้ข้าตัดหัวเอเดรียนข้าตัดหัวตัวเองคงจะง่ายกว่าค่ะ” หญิงสาวกล่าวออกมาก่อนจะเอนตัวลงนอนกับเบาะรถม้า
“หากไม่ทรงมีธุระอันใดต่อกระหม่อมขอพาพระองค์ไปที่หนึ่งได้ไหมพะย่ะค่ะ”
“หากเอเดรียน้าย่อมได้ทั้งนั้น” หญิงสาวพูดขณะหลับตาพลางเอามือก่ายหน้าผาก
ชานเมือง
สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ที่ผลัดใบกลายเป็สีส้มเหลืองคละกันไปมา ใบไม้ปลิดปลิวตามแรงลมอ่อน ดั่งสายฝนสีทองที่โรยตัวลงอย่างแ่เบา พื้นถนนถูกแต่งแต้มใบด้วยใบไม้สีส้มเหลืออ่อนเข้มคละกันสวยงาม กลิ่นอายของฤดูใบไม้ร่วงอบอวลอยู่ในอากาศ แม้อบอุ่นแต่เมื่อยามสายลมพัดผ่านกลับแฝงไปด้วยความเย็น
“เอเดรียนมาที่บ่อยหรือคะ” หญิงสาวถามออกไปโดยที่ไม่หันหน้ามามองคนข้างหลัง
“พะย่ะค่ะ”
“มากลับใครหรือคะ” หญิงสาวถามออกมาทันทีในใจคาดหวังให้เขาปฏิเสธ
ชายหนุ่มเงียบไม่ตอบบรรยากาศตกไปอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง
“หากคำถามข้าล้ำเส้นเกินไปข้าขอโทษด้วยนะคะ”
“มากับท่านแม่ในตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่พะย่ะค่ะ” เขาตอบออกมาั์ตาแฝงความเศร้าและความคิดถึงเล็กน้อย
“เป็สถานที่ ที่ท่านพ่อกับท่านแม่มักจะมาด้วยกันในทุกฤดูใบไม้ร่วง ทุกครั้งที่กระหม่อมมาที่นี่มักทำให้นึกถึงทั้งสองท่านเสมอมันช่วยให้กระหม่อมรู้สึกสงบราวกับไม่มีเื่กังวลในใจ” เขาหลับตาลมหวนนึกเื่ต่างๆ สายลมอุ่นพัดผ่านใบหน้าของเขาไป
หญิงสาวใหยุดเดินกะทันหันก่อนจะกล่าวขอโทษเขาอีกครั้งเพราะคำถามของเธอทำให้คนที่เธอรักหวนนึกถึงเื่ในอดีต
“พระองค์ทรงโกรธที่บารอนผู้นั้นหาสถานที่ทรุดโทรมสภาพแวดล้อมไม่ดีให้หรือพะย่ะค่ะ” ชายหนุ่มตั้งคำถามเปลี่ยนบรรยากาศ
หญิงสาวหยุดเดินแต่ไม่ได้หันหน้ามามองเขา
“เปล่าค่ะ ข้าโกรธที่เขาด้อยค่าคนอื่น สำหรับข้าแล้วไม่ว่าจะสามัญชนหรือชนชั้นสูงทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการศึกษา มีสิทธิที่จะมีอนาคตการงานที่ดี มีสิทธิที่จะได้รับโอกาสในการไต่เต้าขึ้นมาเป็ขุนนางหรืออัศวิน เพราะพวกเขาก็เป็คนเหมือนกับพวกเรา ข้าได้ยินเ้าอ้วนนั่นพูดเช่นนั้นข้าก็เลยโกรธค่ะขอโทษที่ทำให้อึดอัดด้วยนะคะ” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงปนความเศร้า
วันนี้ควรจะเป็วันดีแท้ๆ ข้าอุตส่าห์ได้ออกมาเที่ยวกับเอเดรียนทั้งที
เธอคิดในใจพร้อมกับถอนหายใจยาวออกมา
เส้นผมสีท้องพลิ้วไสวตามสายลมแสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดส่องผ่านเส้นผมและสันจมูกของเธอ ทำให้เธอแลดูอบอุ่นมีเสน่ห์ปนไปด้วยความเศร้า
เมื่อเขาเห็นใบหน้าของเธอปนไปด้วยความเศร้าในใจรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อยเหมือนมีหยดน้ำเล็กๆ หยดลงก่อกวนผิวน้ำในทะเลสาบอันกว้างขวางและเงียบสงบ
“กระหม่อมมีที่ดินหนึ่งแปลงที่ไม่ได้ใช้ทำประโยชน์อะไรพะย่ะค่ะ หากพระองค์้ากระหม่อมสามารถยกให้ได้ ที่ดินแปลงนั้นอยู่ใจกลางเมืองสภาพแวดล้อมดีสะดวกในการเดินทาง เพียงแต่ต้องสร้างตึกเรียนขึ้นมาใหม่ทั้งหมด” ชายหนุ่มกำลังอธิบายอย่างตั้งใจ
เขายังพูดไม่ทันจบหญิงสาวโผเข้ากอดด้วยความดีใจพร้อมจุ๊บที่แก้มเบาๆ เสมือนที่เคยทำกับผู้เป็พ่อ
การกระทำที่ไม่ทันระวังของเธอทำให้ใจที่นิ่งสงบมานานของเขาเริ่มเต้นรัวราวกับจังหวะกลองในจังหวะดนตรี
“ขอบใจนะเอเดรียน” เธอยิ้มหวานออกมาปานน้ำผึ้งให้กับเขาก่อนจะสวมกอดเขาแน่นๆ อีกครั้ง
ชายหนุ่มดวงตาเบิกกว้างใบหน้าร้อนผ่าวทั้งยังละสายตาจากหญิงสาวที่กอดตนอยู่ด้วยความดีใจมิได้ เขาทำตัวไม่ถูกได้แต่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นเพื่อรวบรวมสติ
“กระหม่อมว่าอากาศเริ่มเย็นลงแล้ว รีบเสด็จกลับกันเถิดพะย่ะค่ะเดี๋ยวจะไม่สบาย” เขากล่าวออกมาก่อนจะก้าวสวบๆ ไปที่รถม้าอย่างเร่งรีบ