ตอนที่ 10 โดนแอบส่องตอนอาบน้ำ (2)
เมื่อฉือม่อประชิดตัวเข้าไปมองใกล้ๆก็เห็นว่ามือข้างนั้นช่างดูดีเหลือเกิน กระดูกและกล้ามเนื้อสมส่วนชัดเจนมือเรียวยาวได้รูป เล็บก็ตัดแต่งจนสั้นอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยเผยผิวเล็บสีชมพูอ่อนงดงาม ภายใต้ผิวขาวผ่องนั้น พอพิศมองก็เห็นเส้นเือยู่เนืองๆราวกับหยกชั้นเลิศ
หลินเฉินเห็นฉือม่อตั้งใจมองอย่างละเอียดก็พึงพอใจเป็อย่างมาก เขาเอ่ยอธิบาย “แหวงวงนี้เป็กระบี่ของข้าเองมันชื่อว่าฝูอิ่ง เมื่อเ้าฝึกวิชาประมาณหนึ่งแล้วเ้ากับกระบี่ก็จะสื่อสารถึงกันได้ ซึ่งนี่ก็เป็อย่างที่พวกเราเรียกกันว่า ‘คนกับกระบี่รวมเป็หนึ่งเดียว’มันสามารถเปลี่ยนรูปร่างไปตามจินตนาการของเ้าได้ทุกอย่าง ครั้นเ้าประสบอันตรายก็สามารถเรียกมันออกมาสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่ไปพร้อมเ้าได้”
“เช่นนั้น...อาจารย์ ในอนาคตข้าก็จะมีเหมือนกันใช่ไหมขอรับ”ฉือม่อแววตาส่องประกาย เปี่ยมไปด้วยความอิจฉา
‘ไม่ใช่แค่เท่านี้อนาคตเ้าจะกลายเป็คนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกใบนี้ด้วย’
หลินเฉินพยักหน้า ผ่านไปครู่หนึ่งก็พูดเสริมไปอีกประโยค“ในอนาคตเ้าต้องแข็งแกร่งมากแน่นอน”
ไม่เคยมีใครเชื่อมั่นในตัวเขาขนาดนี้มาก่อนฉือม่อขอบตาแดงก่ำขึ้นมาในฉับพลัน
หลินเฉินคงไม่รู้ว่าคำพูดประโยคนี้ของตนได้มอบพลังให้ฉือม่อมากแค่ไหนทำให้ภายหลังในทุกครั้งที่ฉือม่ออยากยอมแพ้ก็มักจะนึกคำพูดประโยคนี้ที่อาจารย์พูดกับเขาตลอดทำให้เขามีความกล้าหาญที่จะยืนหยัดต่อไป
หลินเฉินมองฉือม่อที่ร้องไห้จนตัวสั่น ก็พลันหดหู่ขึ้นมา
เ้าลูกศิษย์ตัวน้อยคนนี้ทำไมถึงได้ชอบร้องไห้ขนาดนี้เนี่ยจะทำยังไงดี รอดูอยู่เฉยๆ แบบนี้ก็ทำเอาร้อนรนเหมือนกันนะ
เขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะฉือม่อ เส้นผมของอีกฝ่ายนุ่มมือมากลูบแล้วรู้สึกดีเหลือเกิน เขาลูบไปสองสามทีก็รู้สึกไม่เพียงพอเลยอดไม่ได้ที่จะลูบเพิ่มไปอีกหลายครั้ง
กระทั่งเขาลูบศีรษะฉือม่อจนผมเผ้าอีกฝ่ายตั้งชี้ไม่เป็ทรงถึงค่อยตั้งสติได้
เวร...กรรม นี่เขากำลังทำอะไรอยู่วะเนี่ย! ไม่ได้กำลังลูบหัวแมวอยู่สักหน่อยทำไมเขาถึงได้มือซนขนาดนี้
หลินเฉินชักมือกลับอย่างกระอักกระอ่วนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไปเถิด”
ฉือม่อยืนนิ่งอยู่กับที่ ััได้ถึงไออุ่นจากคนผู้นั้นบนศีรษะเขาคิดไม่ถึงเลยว่าคนที่ภายนอกดูเ็าแบบนี้ภายในจิตใจกลับอบอุ่นเหนือความคาดหมาย
หากเขามองว่าเมื่อครู่นี้อาจารย์กำลังปลอบโยนเขาอยู่จะได้ไหมนะ
ฉือม่อกอดผลไม้ในอ้อมแขนแน่นหากมองอย่างละเอียดแล้วจะพบว่าผลไม้ลูกที่ฉือม่อมอบให้หลินเฉินนั้นเป็ลูกที่ใหญ่และแดงสดที่สุด และก็เป็ลูกที่หวานที่สุดด้วย
หลินเฉินที่เดินนำอยู่ด้านหน้าเห็นว่าฉือม่อยังไม่เดินตามมา เลยหันไปเอ่ยเร่งเบาๆ “มัวยืนบื้ออะไรอยู่ยังไม่รีบตามมาอีก”
ฉือม่อสูดหายใจเข้าลึกแล้วยิ้มรับ “มาแล้วขอรับ!” จากนั้นก็วิ่งเหยาะๆ เข้าไปหาหลินเฉิน
แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาบนชั้นเมฆ ทะลุผ่านพงไพรหนาแน่นตกกระทบจนเกิดเป็เงาประปราย ในสถานที่ไกลโพ้นตรงนั้นมีชายหนุ่มชุดขาวยืนอยู่เขาผู้นั้นหล่อเหลาและดูดีมาก ใบหน้าราวกับหิมะแกะสลักความรู้สึกที่แผ่ซ่านออกมาจากกายทำให้คนมิอาจเข้าใกล้ ราวกับเป็เทพเ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงส่ง
ขณะที่ด้านหลังเขามีเด็กน้อยคนหนึ่งเดินตามอยู่เด็กคนนั้นอายุราวแปดถึงเก้าขวบได้ ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มนั้นขาวผ่องดุจหิมะมองแล้วไม่ค่อยน่ารักสักเท่าไร ในตอนนี้เขากอดอะไรบางอย่างเอาไว้ พอย่างเท้าเดินแต่ละทีก็ระมัดระวังเป็อย่างมากชายหนุ่มที่เดินนำอยู่ด้านหน้าเหมือนจะมองเห็นพฤติกรรมเล็กน้อยนี้ของเขาเลยจงใจผ่อนฝีเท้าให้ช้าลง ทำให้เขาเดินตามทันในเวลานี้เองก็มีแสงแดดส่องกระทบลงบนใบหน้าชายหนุ่มผู้นั้นจึงยิ่งทวีความอ่อนโยนมากขึ้นอย่างน่าประหลาด
หลังจากครั้งนั้นฉือม่อก็ฝึกวิชาอย่างหนักและยากลำบากยิ่งกว่าที่ผ่านมาเขามักจะออกเดินทางไปั้แ่เช้าตรู่ แล้วกลับมาค่ำมืดตลอด เห็นฉือม่อฝึกวิชาหนักขนาดนี้บางครั้งหลินเฉินก็อดไม่ได้ที่จะเกลี้ยกล่อมเขาแต่ก็พบว่าอีกฝ่ายพยักหน้ารับทุกครั้ง จากนั้นก็ไปฝึกวิชาอย่างไม่สะทกสะท้านเช่นเดิมหลินเฉินจึงทำได้เพียงปล่อยเลยตามเลย
เขาจะยังทำอะไรได้อีกจะห้ามไม่ให้อีกฝ่ายไปฝึกวิชาก็ไม่ได้จริงไหมเพราะยังไงเขาก็ต้องทำภารกิจให้สำเร็จนี่นา
ั้แ่ที่เขาเห็นฉือม่อเรียนรู้และซึมซับพลังชี่ได้อย่างว่องไวในครั้งก่อนหลินเฉินก็ไม่แปลกใจที่เห็นอีกฝ่ายฝึกขั้นเลี่ยนชี่ได้สำเร็จภายในหนึ่งเดือน
ได้! นี่ก็คือรังสีของคนเป็ตัวเอกสินะ ต่อให้เป็ตามในนิยายต้นฉบับอีกฝ่ายก็ใช้เวลาแค่หนึ่งเดือนครึ่ง ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้อีกฝ่ายยังได้ลูกกลอนปราณพิสุทธิ์คอยเสริมอีกเลยทำให้พัฒนาไปอย่างก้าวะโ
เพียงแค่เวลาหนึ่งเดือนเท่านั้นฉือม่อก็พัฒนามาได้ไกลขนาดนี้แล้ว หากวงการบำเพ็ญเพียรรู้เื่นี้เข้าคงจะฮือฮากันมากแน่นอน แต่ในขณะเดียวกัน รอบกายเขาก็พลอยจะอันตรายมากขึ้นตามไปด้วย
โลกปีศาจไม่มีทางปล่อยให้ผู้มีพร์รอดพ้นไปได้ก่อนที่ฉือม่อจะกลายเป็หลินเฉินคนต่อไป่เวลานี้แหละที่เป็จังหวะดีที่สุดในการปลิดชีพอีกฝ่ายทิ้ง
หลินเฉินในนิยายเองก็ปกป้องฉือม่อเอาไว้เพราะ้าปราณหยวนอิงแต่ตอนนี้เขาทำไปเพื่อรับผิดชอบหน้าที่ ทำหน้าที่ของผู้เป็อาจารย์
เพราะฉะนั้นก่อนที่เื่ดังกล่าวจะเกิดขึ้นเขาต้องปกป้องฉือม่อเอาไว้ให้ดี
หลินเฉินเม้มปากพลางจิบชาในมือ กลิ่นชาหอมอบอวลไปทั่วมาพร้อมความลุ่มหลงมัวเมาที่กระแทกลำคอเขา ทิ้งท้ายด้วยรสหวานชุ่มคอเขาจิบเข้าไปอีกหนึ่งคำ ในมือข้างซ้ายกำจดหมายที่เมิ่งฉิวเพิ่งส่งให้เมื่อครู่เอาไว้เป็วิธีสื่อสารถึงกันเหมือนอย่างกระเรียนพลังจิตที่เขาใช้ในคราวก่อน
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/270f92ed871ddcac593159d4b48f26a8