"เร็นกลับมาแล้วหรอ"
"มาเร็วมีคนมารอเจอเ้าอยู่"เสียงใสๆของน้องสาวดังมาแต่ไกลเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินทางกลับมาใน่เย็น คนที่มาหาพี่ชายของเธอทำให้รินตื่นเต้นจนต้องมารอข้างนอกเลยทีเดียว
แต่พอยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งแปลกใจ
"เกิดอะไรขึ้น เร็นพี่เป็อะไร ไปทำอะไรมา"เธอถามอย่างตื่นตระหนกเนื่องจากสภาพเร็นที่กลับมานั้นมีน้ำตานองหน้านัยตาแดงก่ำเหมือนคนร้องไห้มาอย่างหนัก ใบหน้าที่ดูอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลาตอนนี้หายไปแล้ว สีหน้ากลายเป็ซีดขาวราวกับคนตาย
"นี่คงไม่ได้โดนน้องซินฟาหักอกมาหรอกนะ"รินถามพี่ชายด้วยความเป็ห่วงแต่ว่าไม่นานก็ต้องสะดุ้ง เนื่องจากเร็นมองกลับมาด้วยสายตาน่ากลัวอย่างที่ไม่เคยเป็
"ดะเดี๋ยวสิข้าถามเพราะเป็ห่วงนะไม่ได้นะแซว แล้วนี่แขนไปโดนอะไรมา"รินถามอีกครั้งหลังจากที่เห็นเร็นเอามือกุมแขนเอาไว้ข้างหนึ่งเนื่องจากเจ็บมาจากการที่โดนทหารคุ้มกันของเจคบิดเอาตอนโดนล็อคตัวไว้
"เ้าไม่ต้องยุ่ง"เสียงตอบอย่างเ็าทำให้น้องสาวกังวลยิ่งกว่าเก่าเธอไม่เข้าใจเลยว่าพี่ชายไปเจออะไรมาถึงได้กลายเป็แบบนี้
"เร็นมานี่ก่อน"พ่อของเร็นเรียกด้วยความตื่นเต้นหลังจากที่เห็นลูกชายเดินเข้าบ้านมาแล้ว
ตอนนี้จริงๆแล้วเร็นอยากอยู่คนเดียวแต่พอโดนผู้เป็บิดาเรียกก็เดินลากขาเข้าไปในห้องเงียบๆ
เนื่องจากบ้านที่เร็นอยู่่ไม่ได้ใหญ่มากนักห้องที่ทุกคนอยู่ตอนนี้จึงเป็ห้องอเนกประสงค์ที่ใช้ทานข้าวร่วมกัน นั่งเล่น ประชุมครอบครัว รวมถึงรับแขกด้วย
พอเห็นสีหน้าแววตาของเร็นใกล้ๆทำเอาคนเป็พ่อต้องใ
ตอนแรกเขาไม่ได้สังเกตุเลยจนกระทั่งลูกชายเดินเข้าห้องมาแล้ว
"เร็นเกิดอะไรขึ้นทำไมท่าทางเป็แบบนั้น"รอนนี่ถามอยากใไม่ต่างจากรินมากนักเมื่อเห็นลูกชาย
แม่ของเร็นเองก็ใไม่น้อยเหมือนกันเธอไม่เคยเห็นลูกชายตนมีสภาพแบบนี้
แขกทั้งสองของบ้านที่นั่งอยู่มองหน้ากันก่อนจะหันมาที่เร็นเพื่อรอคำตอบ
"พ่อแม่ โฮฮฮ"พอพ่อกับแม่เดินเข้ามาหาเร็นก็ปล่อยโฮออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ริน น้องสาวที่เดินตามเข้ามาก็มองพี่ชายด้วยความไม่เข้าใจ แค่ไปส่งผักไม่นานเร็นไปเจออะไรมากันแน่ถึงได้กลับมาอยู่ในสภาพแบบนี้
เมื่อเริ่มจะสงบสติอารมณ์ได้เร็นก็เริ่มเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นออกมาช้าๆ
"ว่าไงนะ"พ่อกับแม่ของเร็นได้ฟังดวงตาก็เบิกโพรง
"เร็นนี่แปลว่าแกเกือบตายเลยนะ ถ้าเด็กซินฟานั่นไม่ยอมมันหละก็แกอาจจะตายจริงๆไม่ใช่หรือไง นี่บ้าไปแล้วหรอถึงได้ไปมีเื่กับขุนนาง"พ่อของเร็นะโออกมาอย่างร้อนรน
"โธ่เร็นลูกแม่ ทำไมต้องไปเจอเื่แบบนี้ด้วย แล้วนี่เขาจะมาเอาเื่เราอีกรึเปล่า"แม่ของเร็นเองก็พูดออกมาด้วยความกังวล
รินน้องสาวใจเต้นรัว ไม่อยากเชื่อเลยว่าพี่ชายตัวเองจะไปเจอเื่แบบนี้มา
"นี่ไม่ได้ฟังกันเลยหรอมันบอกว่าเพราะข้า…ซินฟาเลยต้องเจอเื่แบบนั้น..เพราะข้า"เร็นพูดด้วยสีหน้าสิ้นหวัง
ดูเหมือนทุกคนจะไม่ได้สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับซินฟาเลยแม้แต่น้อย
"แกยังจะไปสนใจคนอื่นอยู่อีกหรอเกือบจะตายอยู่แล้วนะ แล้วใครสั่งใครสอนให้ไปมีเื่กับขุนนางแบบนั้น"พ่อของเร็นต่อว่าด้วยความเป็ห่วง
"แต่มันดูถูกพ่อก่อน ข้าด่าคืนไปมันผิดตรงไหน"เร็นถามสวยกลับไปด้วยความอัดอั้น ถึงแม้ว่าตอนนั้นเร็นจะเถียงสู้เจคไม่ได้แต่ว่าไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมรับมัน
"ดูเหมือนว่าลูกชายท่านจะไม่ค่อยเข้าใจระบบชนชั้นของขุนนางเท่าไหร่นะครับ"แขกผู้มาเยือนพูดขึ้น
พ่อของเร็นได้ฟังก็มีสีหน้าที่สลดลงเนื่องจากเขาและภรรยาไม่เคยสอนเื่ขุนนางเนื่องจากบารอนเทอม่าไม่ใช่คนถือตัวและที่นี่ก็เป็แค่เมืองเล็กๆไม่ค่อยจะมีคนใหญ่คนโตมาสักเท่าไหร่ คนที่มีมาบ้างก็จะเป็บารอนเมืองใกล้ๆซึ่งก็ไม่ค่อยจะเกี่ยวข้องกับพวกเขาเพราะงั้นลูกทั้งสองของเขาจึงไม่ค่อยเข้าใจเื่ชนชั้นมากนัก
"พวกท่านเป็ใคร"เร็นพึ่งจะสังเกตุเห็นทั้งสองคนที่เนื่องจากทั้งสองคนส่งเสียงออกมาก่อนหน้านี้เขาไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อยว่ามีคนอื่นนอกจากครอบครัวเขาอยู่ในห้อง
"บาทหลวงประจำโบสถ์ของเมืองนี้ข้าชื่อ นาธาน ส่วนนี่ผู้ช่วยข้าเองเขาชื่อ ไบรอัน ยินดีที่รู้จักนะ"ชายแปลกหน้าตอบ
"้าอะไร"เร็นถามห้วนๆ เขาพึ่งนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่ตอนที่อยู่หน้าบ้านน้องสาวของเขาบอกว่ามีคนมารอเจอ แต่ตอนนั้นเร็นไม่ได้สนใจ
"เ้ามีธาตุแสงเป็ธาตุหลักซึ่งหายากมากๆ ปกติที่เจอมีแต่เป็ธาตุรองทั้งนั้นเราเลยอยากมาเสนอให้เข้าร่วมกับศาสนจักร"
"เข้าร่วมกับศาสนจักรหรอ"เร็นรู้เื่โบสถ์กับศาสนาแต่จะให้เขาเข้าไปทำอะไรหละเป็บาทหลวงหรือ เขามองแขกทั้งสองด้วยความงงงวย
ดูเหมือนหลวงพ่อนาธานจะดูออกว่าเร็นยังไม่ค่อยเข้าใจจึงยื่นข้อเสนออีกทันที
"เมื่อครู่เราคุยกับพ่อและแม่เ้าแล้ว อยากเป็อัศวินใช่มั้ยหละ ทางเราเองก็มีต่ำแหน่งอย่างอัศวินศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงอยู่นะสนใจมั้ยหละ ขอบอกเลยนะปกติคนส่วนใหญ่มีธาตุแสงแค่เป็ธาตุรองก็สามารถเข้ารับการฝึกได้แล้ว แต่เ้ามีแสงเป็ธาตุหลักต้องไปได้ไกลแน่ๆ"บาทหลวงนาธานพูดอย่างรวดเร็ว เขาคาดหวังในตัวเร็นไว้ไม่น้อยเลย
การทดสอบธาตุนั้นทำได้3ที่คือโบสถ์ สำนักงานทหารรับจ้าง หรือสำนักงานเมือง เมื่อทำการทดสอบแล้วก็จะมีการจดบันทึกและเก็บเป็ข้อมูลประชากรซึ่งไม่ว่าจะทดสอบที่ไหนก็ต้องส่งให้สำนักงานเมือง
เร็นนั้นเข้ารับการทดสอบที่สำนักงานเมืองเหมือนคนส่วนใหญ่ แต่โบสถ์มีคนคอยสอดส่องหาผู้ที่มีธาตุแสงอยู่ตลอดเพราะงั้นเมื่อข้อมูลส่งถึงบาทหลวงว่ามีคนได้ธาตุแสงเป็ธาตุหลักเขาจึงตื่นเต้นมากเลยทีเดียว ถ้าเร็นเข้าร่วมหละก็เขาจะมีความชอบไม่น้อยเลย
"ข้าอยากเป็อัศวินเพื่อปกป้องผู้คนจากสัตว์อสูรแล้วของโบสถ์หละครับมีหน้าที่อะไร"เร็นถาม เขายังรู้สึกไม่ดีกับเื่ที่เกิดขึ้นแต่ตอนนี้เขาต้องพยายามเก็บมันเอาไว้ก่อนเพื่อไม่ให้เสียมารยาทกับแขก
"แน่นอนว่าเพื่อกำจัดความชั่วร้ายและปกป้องศาสนาของเรา"บาทหลวงตอบ
"งั้นพวกท่านเอาผิดไอ้ลูกขุนนางนั่นได้รึเปล่า"พอได้ยินคำว่ากำจัดความชั่วร้ายเขาก็ถามด้วยสีหน้าที่จริงจัง