ตอนที่ 80 3…2…1…ปัก~!
ภายในบริษัทวิคตอรีของประธานวรชัย กำลังเป็นไปอย่างคึกคักและตื่นเต้น พวกเขาต่างเปิดเบียร์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขึ้นเพื่อฉลองความสำเร็จ หลังจากเมื่อเย็นวันนี้พวกเขาพึ่งจะปิดดีล การร่วมหุ้นให้กับแอปพลิเคชันส่งอาหาร Fast Food ของพวกเขาได้สำเร็จ
เหล่าทีมงานภายในบริษัทต่างเฮโร รวมฉลองกันอย่างมีความสุข ทุกคนต่างอิ่มหนำสำราญไปกับอาหารที่ประธานวรชัยนำมาเลี้ยง
แต่จะมีก็แต่ทีมไอทีหรือที่เรียกกันว่าทีมเทค เท่านั้นที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มมึนเมา เนื่องจากในคืนวันนี้ พวกเขามีงานอีกหนึ่งงานที่สำคัญต้องทำอยู่ นั้นก็คืออัปโหลดแอปพลิเคชัน Source Code เข้าเซอร์เวอร์หลักนั่นเอง
หลังจากการทดสอบประสบความสำเร็จไปได้อย่างงดงาม ภายใต้คำสั่งของอาจารย์อมรและประธานวรชัย ต่อหน้าหุ้นส่วนนับสิบราย
ในที่สุดประธานวรชัยก็อนุมัติโปรเจกต์นี้ เข้าสู่กระบวนการทำงานอย่างเต็มระบบ โดยจะนำแอปพลิเคชัน Fast Food นี้เข้าสู่ระบบของบริษัท วิคตอรี เพื่อเริ่มทำงานในขั้นตอนต่อไป
การย้ายข้อมูลล้วนเป็นเรื่องง่าย การติดตั้งฐานข้อมูลก็ง่ายเช่นเดียวกัน ในมือของอาจารย์อมร ที่สอนเกี่ยวกับระบบพวกนี้ที่มหาลัย
อาจารย์อมรติดตั้งฐานข้อมูลมาแล้วเป็นพัน เป็นหมื่น ฐานข้อมูล ไม่มีครั้งไหนที่เขาจะมองไม่เห็นจุดผิดพลาด เขาเดินนำทีมพร้อม flash drive ในมือ เพื่อที่จะโอนถ่ายข้อมูล Source Code ไปยังเซอร์เวอร์หลักที่ได้จัดเตรียมไว้เป็นอย่างดี
เซอร์เวอร์หลักที่ประธานวรชัยทุ่มทุนซื้อมามากกว่าหลายแสนบาท ติดตั้งด้วยระบบปฏิบัติการที่ดีที่สุด ฮาร์ดแวร์ทุกอย่างจัดหนักจัดเต็มเท่าที่สเปคในตอนนั้นจะมีเลยก็ว่าได้
เครื่องเซอร์เวอร์พร้อมสรรพและพร้อมทำงานอย่างเต็มที่…ทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว “ลงมือได้!” สิ้นเสียงประธานวรชัยด้านนอกอาคารก็พลันมีเสียงพลุถูกยิงขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง
อาจารย์อมรและพนักงานไอทีทุกคน ก็ไม่รอช้าพวกเขาต่างรู้หน้าที่ของตัวเอง บรรจงติดตั้งฐานข้อมูลทีละส่วนจนครบถ้วน…ทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีติดขัด จนกระทั่งเข้าสู่กระบวนการสุดท้าย นั้นก็คือเปิดระบบการทำงานแอปพลิเคชันส่งอาหาร Fast Food ที่พวกเขาตั้งตารอ
อาจารย์อมรหลีกทางให้กับประธานวรชัย เพื่อเป็นคนเปิดระบบของมันเป็นคนแรก มันเหมือนกับการตัดสายสะดือให้กับเด็กทารกคนหนึ่ง ซึ่งประธานวรชัยก็ยิ้มด้วยใบหน้าที่เริ่มจะมึนเมาบ้างแล้ว
เขาหัวเราะด้วยหน้าตาที่แดงก่ำจากพิษแอลกอฮอล์ที่น่าจะดื่มเข้าไปมาก แต่กระนั้นแม้จะมึนเมาอยู่มาก ถึงอย่างนั้นประธานวรชัยก็ไม่อยากที่จะพลาดการตัดสายสะดือในครั้งนี้ ประธานวรชัยเอื้อมมือออกไป นิ้วของเขาจ่อไปที่ปุ่ม Enter ที่อยู่ตรงใจกลางแป้นพิมพ์
พนักงานทุกคนที่ตั้งตารอการรับถอยหลังเพื่อให้สัญญาณ
‘5…4…3…2…1…ปัก~!’
ประธานวรชัยได้กดปุ่ม Enter เพื่อเปิดใช้งานระบบ…แต่แล้ว แทนที่ผลลัพธ์จะเป็นเหมือนกับตอนที่อยู่ในเครื่องทดสอบ คือระบบทำงานได้ตามปกติ
แต่ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่ใช่อย่างนั้น…แอปพลิเคชันค้างอยู่ที่หน้านั้นอย่างน่าประหลาด มีหน้าจอโหลดปรากฏขึ้น จาก 0% พุ่งสู่ 100% ภายในไม่กี่วินาที
มองเผินๆ อาจคิดได้ว่าระบบกำลังทำงานตามแบบฉบับของมัน แต่สำหรับอาจารย์อมรที่ดูจะคุ้นเคยกับ Source Code ของพีทมากที่สุด เพราะทดสอบมันมาแล้วหลายต่อหลายครั้งว่าใช้งานได้จริง
เขากลับรู้สึกผิดปกติกับสิ่งที่ปรากฏขึ้นผ่านหน้าจอ แต่กระนั้นเขาก็ทำใจดีสู้เสือ คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรที่ผิดพลาด
และแล้วเมื่อโปรแกรมโหลดการทำงานถึง 100% หน้าแอปพลิเคชันกลับดับวูบลงเสียอย่างนั้น ก่อนจะตามด้วยหน้าจอคำสั่ง ‘Error!!’ ตัวหนังสือสีแดง เด้งระนาวจนทีมไอทีและอาจารย์อมรถึงกลับงุนงงไปหมดแล้ว
“มันเกิดอะไรขึ้น?!” ประธานวรชัยแทบจะสร่างเมาไปในทันที เมื่อจู่ๆ ข้อความบนหน้าจอที่ควรจะเป็นแอปพลิเคชันของเขา กลับกลายเป็นเครื่องหมาย Error ที่ดูน่ากลัว เด้งระรัว จนเครื่องเซอร์เวอร์เครื่องใหม่ราคาหลายแสน ถึงกลับร้องฮึ่งๆ
เหมือนกับว่ามันกำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อขับไล่ความร้อนที่เกิดขึ้นให้ระบายออกจากเครื่องก็ว่าได้
“ปิดระบบก่อน รีเซตทุกอย่างเดี๋ยวนี้!” อาจารย์อมรพยายามที่จะแก้ Error อยู่สักพัก แต่สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ ระบบแอปพลิเคชันไม่ยอมให้อาจารย์อมร ที่เป็นผู้ควบคุมเข้าไปแก้ Source Code นี้ได้เลย
จึงทำให้อาจารย์อมรต้องยอมแพ้และเลือกที่ป้อนคำสั่ง Shut Down เพื่อตัดระบบ…แต่ทว่าขนาดป้อนคำสั่งปิดเครื่อง เพื่อที่จะเริ่มการทำงานใหม่แล้ว เครื่องเซอร์เวอร์ก็ยังไม่ยอมดับ ยังคงแสดงข้อความ Error ตัวสีแดง อยู่อย่างนั้น
อาจารย์อมรจึงได้ตัดสินใจ ใช้ Hard Shut Down นั้นก็คือ กดปุ่ม Power ที่ตัวเครื่องแทน!
การ Hard Shut down ถือเป็นการตัดการทำงานอย่างสมบูรณ์ เพียงกดปุ่มค้างไม่กี่วินาที เครื่องเซอร์เวอร์ก็พลันดับลง ทุกอย่างกลับมาสงบเงียบอีกครั้ง ก่อนที่อาจารย์อมรจะเปิดเครื่องกลับขึ้นมาใหม่
การทำงานผ่านระบบปฏิบัติการยังคงเป็นปกติ แต่ทันทีที่บูทเข้าสู่หน้าจอหลัก ก็เหมือนแอปพลิเคชันมันจะทำงานด้วยตัวของมันเองอีกครั้ง
มันเข้าหน้าจอโหลดจาก 0…100% อีกครั้ง โดยที่อาจารย์อมรยกเลิกอะไรไม่ได้ ก่อนที่ต่อมาจะเด้งข้อความ Error ตัวสีแดงแบบเดิม ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่อย่างนั้น
“มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเป็นแบบนี้?!” ประธานวรชัยเริ่มไม่พอใจกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ก็ถือว่าโชคดีที่ประธานวรชัยไม่ได้เชิญเหล่าผู้ถือหุ้น มาร่วมฉลองในวันนี้กับตัวเอง หากแต่เป็นการฉลองกันภายในก่อน
“ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ แต่ผมจะพยายามหาทางแก้ไขให้ได้ครับ” อาจารย์อมรรับปาก เฉกเช่นเดียวกับพนักงานทีมไอที หลายสิบชีวิตที่วันนี้พวกเขาน่าจะต้องทำงานจนโต้รุ่งเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนี้
และก็เป็นดั่งคาด พวกเขาใช้เวลาตลอดทั้งคืนเพื่อแก้ไขปัญหา พวกเขาได้ทำทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าระบบผ่านช่องทางพิเศษ ที่ได้เข้าผ่านระบบปฏิบัติการ ก่อนจะถอนการติดตั้งแอปพลิเคชันและทำการ Format เครื่องเซอร์เวอร์เป็นเครื่องใหม่ทั้งหมด
คราวนี้ไม่มีใครมาจับตาดูการทำงานของพวกเขาอีกต่อไปแล้ว ประธานวรชัยและพนักงานคนอื่นๆ ต่างก็เดินทางกลับบ้านกันไปหมดแล้ว
ดังนั้นอาจารย์อมรและทีมพนักงานไอที จึงถือโอกาสนี้ทดลองติดตั้งแอปพลิเคชันใหม่อีกครั้ง โดยคราวนี้พวกเขาจะเป็นคนตัดสายสะดือของมันเอง…แต่ทว่าผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกัน ยังคงมีหน้าจอโหลด 0…100% ปรากฏขึ้นและข้อความ Error สีแดง แสดงผลซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนพวกเขาเริ่มที่จะหงุดหงิด
“หัวหน้าครับ ผมลองกับเซอร์เวอร์จำลอง ติดตั้งแบบเดียวกัน ทำทุกอย่างเหมือนกันทั้งหมด แต่ไม่เห็นจะเป็นแบบเดียวกันเลยครับ นี้ครับ…ยังใช้งานได้ปกติเลย” พนักงานไอทีต่างพยายามลองกันทุกวิถีทางและพวกเขาก็พบว่าเครื่องทดลองของพวกเขา ไม่มีปัญหานี้ได้เลยแม้แต่น้อย
‘ชิ! สงสัยว่าโปรแกรมของไอ้เด็กโง่นั้น มันคงไม่รองรับกับฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ๆ ละมั้ง?’ อาจารย์อมรคิดเช่นนั้น ก่อนจะตัดสินใจโยกย้ายเครื่องทดลอง เครื่องนั้นให้เป็นเครื่องจริงไปแทน
แต่แล้วในทันทีที่เครื่องทดลองที่ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นเซิร์ฟเวอร์หลัก พอเสียบสายเข้ากับระบบของบริษัทวิคตอรี หน้าจอโหลดก็ขึ้นมาอีกครั้ง 0…100%
เพียงเท่านี้มันก็ทำให้เหล่าพนักงานไอทีกว่าสิบคนและตัวของอาจารย์อมร งงเป็นไก่ตาแตกเลย!
ก่อนหน้านี้โปรแกรมรันได้สมบูรณ์ แต่พอยกเข้ามาเชื่อมกับระบบทำงานหลักของบริษัท กลับเกิดอาการเช่นนี้…แล้วแบบนี้พวกเขาต้องแก้ยังไง?
อาจารย์อมรและทีมไอที งมแก้ปัญหากันตั้งแต่ท้องฟ้ายังมืดครึ้ม จนบัดนี้สว่างสดใสคาตาของพวกเขากันแล้ว แต่กระนั้นก็ยังหาสาเหตุและวิธีแก้ไขมันไม่ได้เลย
พวกเขาเหนื่อยล้ากันมาตลอดทั้งคืน จึงขอพักงีบหลับเอาแรงสักงีบ…แต่แล้วไม่รู้ว่างีบหลับกันไปนานแค่ไหน รู้ตัวอีกทีพนักงานในบริษัทวิคตอรีก็มาเริ่มงานกันแล้ว
พนักงานทุกคนของบริษัทวิคตอรีต่างพูดคุยกันถึงเช้าวันใหม่กันอย่างสนุกสนานตามกิจวัตรประจำวันของพวกเขา บางคนรับประทานอาหารเช้า บางคนนั่งเล่นมือถือเพื่อดูคลิปวิดีโอสนุก ก่อนเริ่มการทำงาน
และแน่นอนทันทีที่มาถึงโต๊ะของแต่ละคน ทุกคนก็ต้องเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเริ่มทำงาน แต่แล้วหน้าจอที่ควรจะเป็นรูปภาพของแต่ละคน ที่ชอบเปลี่ยน วอลล์เปเปอร์ กลับเป็นรูปแบบเดียวกันหมด นั้นก็คือ รูปแพนด้าหน้ายิ้ม มันเป็นรูปการ์ตูนที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ทว่านี้คืออาการของการติดไวรัสคอมพิวเตอร์นั่นเอง
พนักงานทุกคนต่างงุนงงกับภาพหน้าจอของพวกเขาที่ถูกเปลี่ยนไป พนักงานบางคนที่พอจะมีความรู้พื้นฐานสำหรับคอมพิวเตอร์ก็พยายามที่จะเข้าไปเปลี่ยนรูปให้กลับมาเหมือนเดิม แต่ก็ไม่สำเร็จ…หน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องเป็นรูปแพนด้าหน้ายิ้มเหมือนกันหมด
ช่างปะไร เปลี่ยนหน้าจอวอลล์เปเปอร์ไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร ไม่ได้กระทบอะไรกับการทำงานมาก พวกเขาเริ่มต้นการทำงานกันตามปกติ
‘ทำไมวันนี้โปรแกรมของฉันทำงานช้าจัง?’
‘โอ้ยช้าเป็นเต่าคลานเลย แล้วแบบนี้จะส่งเมลให้ลูกค้ายังไงเนี่ย?’
‘โปรแกรมการเงินและบัญชีเข้าไม่ได้ โทรไปเรียนไอทีมาดูหน่อย!’
เริ่มมีเสียงบ่นจากพนักงานดังขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเมื่อทุกคนเริ่มหมดความอดทน ทุกคนก็พลันโทรหาแผนกไอทีกันจนสายแทบไหม้
‘คอมช้า ส่งคนมาดูหน่อย…โปรแกรมเปิดไม่ได้ ส่งคนมาดูหน่อย’
‘พิมพ์งานไม่ออก ส่งคนมาดูหน่อย!’ และที่หนักไปมากกว่านั้น ‘แอร์ไม่เย็น ส่งคนมาดูหน่อย’ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พนักงานไอทีก็จะจะถูกเรียกให้ไปดูอยู่เป็นประจำ
นี้คือเรื่องปกติ สำหรับพนักงานไอทีที่ต้องพบเจอ…แต่วันนี้ ปริมาณการโทรเข้ามามันมากเกินไปหรือเปล่า?
“ตื่นๆ ไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วออกไปดูแผนกการเงินหน่อย เห็นว่าเข้าโปรแกรมการเงินของพวกเราไม่ได้” หัวหน้าทีมไอที ได้ปลุกเหล่าลูกน้องที่ยังคงเหนื่อยล้าจากการทำงานโต้รุ่งให้ตื่นขึ้นมาทำงาน หลังจากมีสายเข้ามาจากแผนกต่างๆ ร้องเรียนมาว่า คอมพิวเตอร์มีปัญหา เครื่องพิมพ์ใช้งานไม่ได้ หรือแม้แต่แอร์เสียก็ตาม
พนักงานไอทีกว่าสิบชีวิต รีบลุกไปล้างหน้าล้างตากันอย่างตาลีตาเหลือก เพราะแผนกของพวกเขามักจะถูกแผนกอื่นๆ ร้องเรียนอยู่เป็นประจำว่าทำงานช้าบ้าง ทำงานไม่ดี อธิบายไม่รู้เรื่องเป็นต้น
ซึ่งพนักงานแผนกไอทีก็ไม่รอช้า พวกเขารีบตรงดิ่งเข้าไปจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นทันที แต่ก็ต้องผงะแทบจะหงายหลังเมื่อพบเห็นคอมพิวเตอร์ของพนักงานแต่ละคน
‘พี่ไปทำอะไรมาหรือเปล่าครับ ทำไมเครื่องถึงติดไวรัส?!’
‘พี่ได้ไปโหลดเพลงมาจากเว็บไหนครับ คอมพี่ติวไวรัสแล้ว’ พนักงานไอทีกว่าสิบคน ล้วนเจอคอมพิวเตอร์ที่ติดไวรัสทั้งหมด
แต่ที่หนักยิ่งกว่าคือแผนกการเงินและการบัญชี นอกจากคอมพิวเตอร์จากติดไวรัสทุกเครื่องแล้ว โปรแกรมการเงินของพวกเขายังถูกแฮ็กอีกด้วย
พนักงานไอทีรีบไล่หาต้นตอโปรแกรมการเงินที่ถูกแฮ็ก ว่ามีงบการเงินไหนที่ถูกโจรกรรมไปบ้าง ก่อนที่พวกเขาจะหน้าซีดเผือด เหงื่อเย็นๆ ไหลวาบ
พลางหยิบโทรศัพท์กดโทรหาหัวหน้าไอทีทันที “หัวหน้าครับ หัวหน้าช่วยมาดูที่แผนกการเงินด้วยครับ เรื่องด่วน!” ปกติแล้วพนักงานไอทีจะไม่โทรเรียกให้หัวหน้าของตัวเองมาจัดการงานให้ เพราะมันแสดงออกถึงความไร้ศักยภาพของตัวเอง ที่อาจถูกต่อว่าและถูกประเมินลบได้
แต่ครั้งนี้พนักงานไอทีที่ถูกส่งไปดูแผนกการเงิน นั้นไม่คิดที่จะกลัวถูกต่อว่าเลย เขาโทรหาหัวหน้าของเขาในทันที
ซึ่งหัวหน้าพอได้ยินว่า แผนกการเงินเกิดเรื่องด่วน เขาก็ไม่กล้าที่จะเอ้อระเหย แผนกการเงินคือตัวแม่ของทุกๆ แผนก ไม่มีใครกล้าขัดหรือมีปัญหากับแผนกการเงิน
ดังนั้นจึงรีบเข้าลุกไปช่วยแก้ปัญหาให้อย่างรวดเร็ว แต่แล้วสีหน้าของหัวหน้าแผนกไอทีก็เป็นเหมือนกันกับพนักงานที่ส่งเข้ามาคนแรก ชายหนุ่มในแว่นตาหนาเตอะ ผงะไปเมื่อคอมพิวเตอร์ของแผนกการเงินของพวกเขา ถูกโจรกรรมข้อมูลบัญชีออกไปทั้งหมด
ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางการเงินของบริษัทวิคตอรีและบริษัทในเครือ หรือแม้แต่งบการเงินพิเศษของประธานวรชัยที่จ้างพนักงานของตัวเอง ช่วยตกแต่งบัญชีให้ ก็ถูกขโมยไปด้วยเช่นกัน
“ล้างคอมด่วน กู้ไฟล์เท่าที่กู้ได้ ฉันจะไปดูที่เซอร์เวอร์ให้ว่ามีข้อมูลสำรองเอาไว้อยู่หรือไม่” นี้คือสิ่งที่ต้องทำหลังจากถูกแฮ็กคอมพิวเตอร์ หัวหน้าแผนกสั่งการได้อย่างเด็ดขาด
และในระหว่างที่เขากำลังเดินไปสำรวจห้องเซอร์เวอร์อยู่นั้น เขาก็พลันพบว่าคอมพิวเตอร์ในออฟฟิศของพวกเขาทั้งหมดได้ติดไวรัสแพนด้า ทุกเครื่อง!!
ฉิบหายแล้ว~!
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy