“อืม ที่แท้เป็เช่นนี้หญ้าิญญาแสงที่จริงไม่ใช่ของมีราคาค่างวดอะไรติดตรงที่ว่าเก็บรักษายากอยู่บ้างเท่านั้นสามารถกว้านซื้อปริมาณขนาดนี้ได้ในละแวกร้อยลี้โดยรอบคนที่ซื้อไปเห็นทีจะเป็นักปรุงยากระมัง”
ตอนนี้แม้แต่ความคิดที่จะกินดื่มให้หนำใจก็ไม่มีเหลืออีกจบเห่กันแล้ว ไม่รอดแน่แล้วเดิมทียังคิดว่าแค่ซื้อหาหญ้าิญญาแสงกอหนึ่งจะไปยากอะไรใครจะไปคิดว่าจะเกิดเื่เหนือความคาดหมายขึ้นมากลางคันเสียได้
“าุโภายในพรรคให้เวลาข้านำหญ้าิญญาแสงกลับไปภายในเจ็ดวันหากเดินทางไปหาซื้อเอาจากเมืองถัดไป อย่างเร็วที่สุดก็ต้องใช้เวลาสิบวันนั่นย่อมใช้ไม่ได้ หากปักหลักรออยู่ที่นี่ต่อก็ต้องรออีกครึ่งเดือนจึงจะมีสินค้าชุดต่อไปเข้ามา”
ฉินจิ่วเกอใช้ตะเกียบเคาะขอบแก้วเบาๆดูเหมือนว่าไม่ว่าตนจะใช้วิธีไหนก็ไม่อาจทำภารกิจนี้ให้สำเร็จลุล่วงได้เลย
“อันที่จริงยังมีอยู่อีกวิธีหนึ่งทั้งยังจะช่วยให้พี่ฉินทำตามหน้าที่ที่มอบหมายให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดอีกด้วย”ซ่งเล่อสะบัดพัดในมือเบาๆ วิธีที่มันกำลังพูดถึงอยู่นี้ที่จริงมีจุดประสงค์เพื่อจะผูกมิตรกับฉินจิ่วเกอแฝงอยู่ด้วย
“เป็วิธีใด?”
“ไปหาเอาที่ป่าปีศาจ์ เทียบกับในเมืองแล้วคุณภาพไม่เพียงแต่จะสูงกว่า หากยังมีสิ่งที่สำคัญกว่านั้น”ซ่งเล่อจงใจเว้นจังหวะให้ฉินจิ่วเกอตะครุบเหยื่อ“หากไปที่ป่าปีศาจ์ด้วยตัวเองแล้วละก็ จะสามารถประหยัดศิลาิญญาได้ไม่น้อยแทบจะเรียกได้ว่าไม่ต้องควักเงินจ่ายเลยด้วยซ้ำ”
“งั้นก็ตกลง” ทันทีที่ได้ยินว่าทุนต่ำกำไรงามกำไรที่เหลือไม่เท่ากับว่าเข้ากระเป๋าตัวเองหรอกหรือ? ฉินจิ่วเกอคิดมาถึงตรงนี้ก็ตอบตกลงทันทีอย่างที่ไม่ต้องคิดอะไรให้เปลืองสมองอีก
“ศิษย์พี่ใหญ่ ป่าปีศาจ์ทุกฝีก้าวล้วนเปี่ยมไปด้วยภยันตรายหากบุ่มบ่ามเข้าไปเพียงลำพัง เกรงว่าจะไม่ได้ออกมาง่ายๆ”เ้าอ้วนน่าตายเอนเข้ามากระซิบเตือนฉินจิ่วเกอยากที่จะเห็นศิษย์พี่ใหญ่ยินดีกลับตัวเป็คนใหม่แต่การที่จะทำเช่นนั้นได้อีกฝ่ายก็ต้องมีชีวิตรอดเสียก่อน
“บังเอิญว่าข้าเองก็อยากไปหาประสบการณ์ที่ป่าปีศาจ์อยู่พอดีพี่ฉิน พวกท่านไปพร้อมกับข้าเลยก็ได้ปกติแล้วหญ้าิญญาแสงจะงอกเงยจากมูลสัตว์อสูร ตกกลางคืนก็จะเปล่งแสงสีครามอ่อนๆออกมาเพื่อดูดซับไอิญญาฟ้าดินจากธรรมชาติ ข้ารู้แหล่งที่พวกมันงอกเงยอยู่พอดีทั้งยังมีจำนวนไม่น้อยอีกต่างหาก”
ซ่งเล่อวางแผนเอาไว้แล้ว การไปจับกลุ่มกับคนๆ นั้นที่จริงถือว่าบุ่มบ่ามเกินไปสักหน่อย ทั้งยังกังวลว่าจะถูกซ้อนแผน
หากสามารถดึงพวกฉินจิ่วเกอเข้ามาร่วมด้วยตนก็สามารถครองตำแหน่งหัวหน้าทีม คิดอย่างไรก็ไม่เสียหาย
ป่าปีศาจ์ตั้งอยู่ทางเหนือของเมืองซวนอู่จรดกับสันเขาเจ็ดแปดแถวลากยาวติดต่อกัน ทั้งยังมีความลึกถึงหลายพันลี้
สัตว์อสูรในป่ามักอยู่กันเป็กลุ่ม ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยอันตรายเป็สถานที่ที่เหมาะแก่ผู้เสี่ยงโชคเป็ที่สุด
ที่ซ่อนอยู่ในความอันตรายก็คือโชคลาภวาสนาที่น่าแตกตื่นสะท้านใจแต่ก็ขึ้นอยู่กับกำลังของแต่ละคน
ภายในป่าาผืนนั้น กระทั่งมีสัตว์อสูรที่เทียบชั้นกับยอดฝีมือขอบเขตวิสุทธิ์อยู่มากมายเกลื่อนกล่น
ด้วยเหตุนี้ นักเสี่ยงโชคที่เดินทางมาที่นี่ต่างก็ต้องระวังตัวแจไม่มีใครกล้าถลำลึกเข้าไปไกลจนเกินไปยิ่งเป็การแต่งแต้มสีสันความลี้ลับให้กับป่าปีศาจ์เพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
“เอาเถอะ ก็ยังดีกว่าซื้อหาเอาเอง”จนแล้วจนรอดก็ยังไม่อาจบรรลุขอบเขตปราณสุริยันฉินจิ่วเกอเลยตั้งใจว่าจะใช้โอกาสนี้ขัดเกลาตนเองขณะเดียวกันก็มองหาโอกาสที่จะช่วยให้ตนทะลวงคอขวดนี้ไปด้วย
เห็นได้ว่าการไปป่าปีศาจ์ในครั้งนี้ เป็ตัวเลือกที่ไม่เลว
อีกทั้งซ่งเล่อเองก็ควรมีดีพอตัวอยู่บ้างร่วมเดินทางไปกับมันเท่ากับมีเกราะคุ้มภัยเพิ่มขึ้นมาอีกชิ้นหนึ่ง
พอได้ยินว่าฉินจิ่วเกอสมัครใจที่จะไปป่าปีศาจ์เ้าอ้วนน่าตายพลันเกิดความเคลือบแคลงขึ้นมาทันทีว่าอีกฝ่ายใช่เป็เพราะหนี้สินท่วมหัวเลยเกิดเพี้ยนจนถึงขั้นที่ว่าอยากจะยุติชีวิตตัวเองขึ้นมาหรือไม่
ป่าปีศาจ์ สถานที่ที่เหม็นคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเืซากศพกองสุมดั่งูเา ชื่อเสียงน่าประหวั่นพรั่นพรึงเลื่องลือไกล
“ศิษย์น้อง เ้าไม่ต้องไปกับข้า” จู่ๆ ฉินจิ่วเกอก็เอ่ยขึ้นส่งผลให้หัวใจของเ้าอ้วนน่าตายที่กระดอนออกจากเด้งกลับเข้าไปอยู่ที่เดิม
ไม่ใช่ห้ามไม่ให้ไปแต่ระดับฝีมือของเ้าอ้วนไม่อาจเทียบกับตนเองได้ ถ้าไปก็มีแต่จะตายเปล่า
ในเมื่อเป็อย่างนี้ ศิษย์น้องเล็กเองก็ไม่อาจไปด้วยได้ดังนั้นจึงต้องฝากฝังนางไว้กับเ้าอ้วน
ศิษย์น้องเล็กมองฉินจิ่วเกอทะลุปรุโปร่ง ั์ตากระจ่างใสกะพริบปริบปรอย“ศิษย์พี่ใหญ่ หากท่านจะไปเสี่ยงโชค ข้าเองก็อยากไปกับท่านด้วย”
“เพ้ย ใครว่าข้าจะไปเสี่ยงโชค”ฉินจิ่วเกอสั่นศีรษะอย่างทีเล่นทีจริง“หญ้าิญญาแสงพวกนั้นเก็บเกี่ยวได้ง่ายเสียยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากพวกมันงอกเงยอยู่บนมูลสัตว์ แล้วในป่ามีหรือจะไม่มีกองมูลอยู่ทุกฝีก้าวคิดตามหาสักกอหนึ่งมันจะไปยากอะไร ย่อมไม่มีเื่อันตรายอยู่แล้ว”
เื่มาถึงขั้นนี้ ฉินจิ่วเกอไม่ไปไม่ได้แล้ว
มิเช่นนั้นหากไม่สามารถเอาหญ้าิญญาแสงกลับไปได้ทันเวลาถึงตอนนั้นชื่อเสียงของมันภายในพรรคก็มีแต่จะยิ่งย่ำแย่ลง ไม่แน่ว่าพอศิษย์น้องรองกลับมาตนอาจถูกตะเพิดออกนอกพรรคไปเลยก็ได้
เพื่อชีวิตอันสงบสุขแล้ว ฉินจิ่วเกอจึงได้แต่ต้องบุกน้ำลุยไฟหากไปแล้วต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นั่น ก็มีแต่ต้องก้มหน้ารับชะตากรรมเท่านั้น
“พี่ฉินพูดถูกแล้วรวบรวมหญ้าิญญาแสงไม่ใช่เื่เสี่ยงชีวิตอะไรเลย พวกเ้าไปรอศิษย์พี่ของเ้าอยู่ในเมืองให้สบายเถอะไม่กี่วันพวกเราก็จะกลับมาแล้ว” ซ่งเล่อเอ่ยปากมาจากด้านข้างในใจรู้สึกยอมรับฐานะศิษย์พี่ใหญ่ของฉินจิ่วเกอเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
ปกป้องศิษย์น้องจากลมแดดลมฝนดุจร่มโพธิ์ร่มไทรคำว่าศิษย์พี่ใหญ่นี้หาใช่เพื่อเกียรติยศ แต่เป็มิตรภาพต่างหาก
“ไม่ ข้าจะไปด้วย” ศิษย์น้องเล็กยืนกรานหัวชนฝาคนหยิบตะเกียบปักลงบนจาน ตระเตรียมอาละวาด
“ไม่ได้ นี่ไม่ใช่การไปเดินตลาดเ้ารออยู่ในเมืองซวนอู่อย่างว่าง่าย ข้าจะกลับมาในสามวัน”ฉินจิ่วเกอเองก็ไม่ยอมถอย นี่เป็เื่ของหลักการ
“ไหนบอกว่าไม่มีอันตรายไม่ใช่หรือ?” ศิษย์น้องเล็กถลึงตา ทิ่มทะลวงใส่คำโกหกของฉินจิ่วเกอ
ฉินจิ่วเกอไม่กล้าตอบคำถามนางตรงๆแสร้งตบโต๊ะจนถ้วยจานที่ทำจากเงินกระเด้งกระดอนขึ้นมา “เ้าอ้วนหลายวันที่ข้าไม่อยู่ เ้าเฝ้าศิษย์น้องเล็กให้ดี หากเกิดเื่อันใดข้าจะถลกหนังเ้าออกมาเป็คนแรก”
วาจากล่าวออกไป ฉินจิ่วเกอน้ำเสียงหนักแน่น แฝงความเข้มงวดที่ยากจะมีขึ้นหลายส่วนส่งผลให้ผู้คนไม่อาจไม่เชื่อฟัง
กลิ่นอายชนิดที่ใครก็ไม่อาจต้านทานนี้ไม่เหมือนกับความกลัวที่เกิดจากความพิโรธโกรธาน้ำเสียงของมันในขณะนี้มีกลิ่นอายชนิดที่ว่าอัดแน่นอยู่อย่างท่วมท้น
กลิ่นอายเช่นนี้ยังมีประสิทธิภาพเหนือกว่าการปั้นหน้าั์ขมูขีเป็ไหนๆ
"ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านไว้ใจข้าได้เลย!"เ้าอ้วนรับปากเป็มั่นเป็เหมาะทั้งยังลุกขึ้นยืนตัวตรงโดยไม่รู้ตัว
แต่ศิษย์น้องเล็กยามนี้กำลังก้มหน้าน้อยใจริมฝีปากที่ยื่นเหยียดออกมาสามารถเอาตะเกียงน้ำมันมาแขวนห้อยก็ยังได้
ในใจของฉินจิ่วเกอลอบหัวเราะ บนใบหน้ามิอาจซุกซ่อนสีหน้าไว้เดินเข้าไปลูบเส้นผมดำขลับดุจขนกาบนศีรษะน้อยเบาๆ
“ศิษย์พี่ใหญ่ไม่ได้ตั้งใจ ทว่าเื่นี้ไม่อาจล้อเล่นได้รอศิษย์พี่อยู่ที่นี่อย่างว่าง่าย เมื่อศิษย์พี่กลับมา จะซื้อขนมให้เ้ากินสิบไม้เป็อย่างไร?”
“ท่านมันงี่เง่า” ศิษย์น้องเล็กลอบพึมพำด่าทอ แกว่งเท้าไปมาไม่ส่งเสียงอันใดอีก
“ความสัมพันธ์ศิษย์พี่ศิษย์น้องของพวกท่านช่างทำให้ผู้คนอิจฉาเลื่อมใสนัก”ซ่งเล่อกล่าว บรรดาศิษย์ในสำนักประตูหายนะต่างประชันอิทธิพลอำนาจยามลงมือยังร้ายกาจกว่าภายนอก คำว่าน้ำใจน้อยครั้งจะหยิบยื่นยิ่งเมื่อเป็เื่การแย่งชิงทรัพยากรในการฝึกปรือน้ำใจศิษย์พี่น้องอันใดยิ่งบินหายไปเป็อันดับแรก
การได้พบพวกฉินจิ่วเกอในวันนี้สร้างความประหลาดใจให้กับมันและยังแฝงความอิจฉาเอาไว้อีกด้วย
ใบหน้าอวบอ้วนของเ้าอ้วนเปลี่ยนเป็เหยเกไม่ทราบเคี้ยวถูกก้างปลาหรือเป็เพราะสาเหตุอื่น
หากชื่อเสียงภายในพรรคของศิษย์พี่ใหญ่เรียกว่าดีแล้วละก็ป่านนี้ศิษย์พี่ใหญ่ทุกคนในใต้หล้าก็คงได้คะแนนเต็มสิบกันหมดแล้ว
เกิดรู้เข้า ศิษย์พี่ใหญ่ทุกท่านคงหลั่งน้ำตาเป็สายเืชีวิตที่ผ่านมาของพวกมันคงสูญเปล่าสิ้นดี
ร่ำสุราสามจอก ลิ้มรสอาหารครบทุกรสชาติ
เ้าอ้วนพอเดินมาถึงชั้นล่างก็เริ่มจัดการห่อทุกอย่างเท่าที่จะห่อได้
ถึงอย่างไรก็มีคนมือเติบออกค่าใช้จ่ายให้อยู่แล้วคิดลงมือทั้งทีก็อย่าได้เกรงใจไม่เข้าเื่ภายในครัวของโรงเตี๊ยมจึงเกิดความวุ่นวายเหมือนสนามรบปริมาณงานท่วมหัวกว่าที่ผ่านมาหลายเท่า
จากนั้นศิษย์น้องเล็กก็ถูกเ้าอ้วนลากจูงไปอีกทางแต่นางก็ยังเหลียวมามองฉินจิ่วเกอด้วยความเป็ห่วงความกังวลในแววตาส่งตรงมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
เครื่องจ่ายหนังสือที่ไม่ต้องหยอดเงิน ของฟรีย่อมไม่มีในโลก
“พี่ซ่ง ท่านมีอะไรจะพูดก็พูดออกมาเถอะ” พอเห็นเ้าอ้วนจากไปแล้วฉินจิ่วเกอที่ทำท่าสำมะเลเทเมาอยู่หมาดๆ พลันหายเมาเป็ปลิดทิ้ง
“พี่ฉินไม่ใช่คนธรรมดาอย่างที่คิดกระทำเื่ราวรู้จักรอบคอบระมัดระวังยิ่ง” ซ่งเล่อเอ่ยชม
ฉินจิ่วเกอหัวเราะ มันไม่ใช่พวกไร้สมองกระทำเื่ราวย่อมไม่กล้าบุ่มบ่ามผลีผลาม “ข้าเชื่อว่าความเกลียดชังโดยไม่มีสาเหตุนั้นมีอยู่แต่ความรักที่ไม่มีสาเหตุย่อมไม่มี พี่ซ่งเสนอตัวออกมาขนาดนี้หากบอกว่าไม่มีอะไรแอบแฝง ข้าเชื่อไม่ลง”
“ตกลง ข้าเองก็ไม่คิดจะปิดบังท่านอยู่แล้ว”
ตามที่ซ่งเล่อเล่า เมื่อครึ่งปีก่อนมันเดินทางเข้าป่าปีศาจ์เพื่อฝึกฝนวิทยายุทธ์ แต่กลับพลัดหลงเข้าไปในโพรงถ้ำพิสดารแห่งหนึ่งโดยบังเอิญ
เมื่อเข้าไปแล้ว ถึงรู้ว่าเป็ที่กบดานของอสรพิษปาฉือลึกเข้าไปในโพรง ลูกอสรพิษปาฉือจำนวนหลายร้อยกำลังเฝ้าสมุนไพรวิเศษระดับสี่อยู่
หากนำสมุนไพรวิเศษนี้ไปมอบให้นักปรุงยาสักคนย่อมสามารถปรุงยาวิเศษออกมาได้ในปริมาณมาก มูลค่าสูงส่งสุดคณานับต่อให้ซ่งเล่อที่เป็ศิษย์ฝ่ายในของประตูหายนะเองเห็นแล้วก็ยังมิอาจไม่ใจสั่นไหวได้
การแข่งขันภายในประตูหายนะดุเดือดยิ่งผู้เข้มแข็งเหยียบย่ำผู้อ่อนแอ สำหรับซ่งเล่อแล้วสมุนไพรวิเศษชิ้นนี้ไม่ว่าอย่างไรมันก็ต้องเอามาให้ได้
ผ่านไปแล้วครึ่งปี คาดว่าสมุนไพรระดับสี่นั้นคงสุกงอมได้ที่แล้วรอให้มันไปเก็บเกี่ยวเท่านั้น
จะติดก็แค่สมุนไพรระดับสี่ชิ้นนี้รายล้อมไปด้วยอสรพิษร้ายหลายร้อยตัวแม้ลูกอสรพิษเหล่านี้ระดับจะไม่สูง หากแม้แต่วีรบุรุษยังต้องครั่นคร้ามฝูงหมาป่าซ่งเล่อจึงไม่กล้าเอาชีวิตเข้าเสี่ยงด้วยง่ายๆ
ยาวิเศษในรังอสูรแน่นอนว่าย่อมเป็วัตถุช่วยในการฝึกฝีมือของอสรพิษปาฉือ
หากคิด่ชิงโอสถวิเศษ ย่อมเป็การตอแยอสรพิษปาฉือนับร้อยๆ ตัวแม้แต่ยอดยุทธ์ชั้นปราณสุริยันยังต้องใคร่ครวญอย่างระมัดระวัง
“เมื่อถึงยามนั้นอาศัยพี่ฉินช่วยข้ารั้งอสรพิษเ่าั้ไว้ส่วนหนึ่งให้ข้ามีเวลาเก็บเกี่ยวสมุนไพริญญา ข้าก็ยินดีช่วยท่านปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จสำหรับผู้ช่วย ก่อนหน้านี้ข้าหาไว้ได้หนึ่งคน เมื่อรวมกับพี่ฉินยิ่งมีความเป็ไปได้ว่าจะทำสำเร็จมากขึ้น”
ซ่งเล่อบอกเล่าเื่ราวทั้งหมดออกมารอบหนึ่งอันที่จริงหากไม่เกิดปัญหาแทรกซ้อน การทำภารกิจนี้นับว่าไม่ยากเย็นถึงปานนั้นใจกลางรังอสูร ซ่งเล่อกำจัดอสรพิษปาฉือที่ยังไม่โตเต็มที่ไปบ้างหากคิดกำจัดเหล่าอสรพิษตัวกระจ้อยหลายร้อยตัวถือเป็เื่ง่ายดาย
“การค้านี้ ข้าฉินจิ่วเกอขอเอาด้วย” เสี่ยงชีวิตแลกเงิน ไหนๆตนก็ข้ามมาโลกนี้แล้ว ยังมีอะไรจะต้องกลัวอีก
ซ่งเล่อลุกยืนขึ้นอย่างหมดจดแช่มช้า ยื่นมือออกเอ่ยว่า“ยินดีต้อนรับพี่ฉินเข้าร่วม เมื่อเตรียมการเสร็จสิ้น พวกเราจะออกจากเมืองกัน”
“เ้าอ้วน ทุกวันต้องออกกำลังกายหนึ่งชั่วยามฝึกปรือร่างกายห้าสิบปี ่ที่ข้าไปยังป่าปีศาจ เ้าต้องรักษาขวัญกำลังใจไว้”
“ศิษย์พี่วางใจ เมื่อเหล่าหนิวอยู่ที่นี้ ไม่มีปัญหา” เ้าอ้วนน่าตายทุบอกตนเองจนไขมันกระเพื่อมแต่ยังคงไม่อาจเรียกความไว้วางใจจากผู้คน
จากนั้นฉินจิ่วเกอย่อร่างลง โอบหลังศีรษะของศิษย์น้องเล็ก“อยู่ในเมืองต้องเชื่อฟังวาจารอศิษย์พี่กลับมาถึงเวลานั้นศิษย์พี่จะพาเ้าไปหาของอร่อยๆ ทาน เล่านิทานให้เ้าฟังเยอะๆ”
“เฮอะ” ศิษย์น้องเล็กแค่นเสียงเย็น สะบัดหน้าไปไม่ยอมรับฟัง
จนกระทั่งนางหันหน้ากลับมาฉินจิ่วเกอและซ่งเล่อก็ออกนอกประตูเมืองไปแล้ว จากไปรวดเร็วราวเหินบิน
“ศิษย์พี่ ขอให้กลับมาอย่างปลอดภัย...”
แผ่นดินจรดขอบฟ้า สายลมเมฆาไหลพัดผ่านในอากาศปักษาหวนกลับรังบนแมกไม้
ดวงตะวันคงเหลืออยู่ปลายท้องนภาเพียงครึ่งดวงแผ่กลิ่นอายโดดเดี่ยวรกร้างอบอวล
ในชั่วขณะนั้น ผู้คนยิ่งเล็กจ้อย ไม่ต่างจากเมล็ดพืชท่ามกลางฟ้าดิน
สายลมเย็นพัดโบกทั่วท้องทุ่ง แหวกต้นไม้ใบหญ้าเป็ทางยาวผืนดินแตกระแหง
ฉินจิ่วเกอและซ่งเล่อหนึ่งหน้าหนึ่งหลัง สองคนเดินศีรษะโต้ลมเย็นกระทั่งหันหลังไปไม่เห็นเมืองซวนอู่อีกจึงได้หยุดร่างลง
ขณะมุ่งหน้าไปยังทิศทางของป่าปีศาจ์ขนบนร่างของซ่งเล่อลุกชี้ชันยันกระดูกสันหลังมันพบว่าสายตาของฉินจิ่วเกอตลอดรายทางจับจ้องตนเองเขม็งนิ่งแววตาเย็นเยียบชั่วร้ายยิ่ง
“พี่ฉิน ท่านดูทิวทัศน์ในที่นี้ทั้งเข้มแข็งยิ่งใหญ่ถึงเพียงไหน”เมื่อต้องเผชิญสายตาจ้องเขม็งของฉินจิ่วเกอ ในใจซ่งเล่อต้องเย็นวาบเร่งหาหัวข้อสนทนามาผ่อนคลายบรรยากาศ
ฉินจิ่วเกอไม่สนใจยังต้องจับจ้องใบหน้าหมดจดสดใสไร้รอยสิวของซ่งเล่ออยู่
“ท่านดูท้องฟ้าเป็สีฟ้าครามถึงปานนี้ สายน้ำรินไหลช่างทำให้ผู้คนต้องหลงใหลชื่นชม”
กล่าวพึมพำต่อตนเองอยู่คนเดียว หากฉินจิ่วเกอยังคงไร้ปฏิกิริยาจ้องมองจากยอดหอสังเกตการณ์มายังตนเองไม่คลาย
ซ่งเล่อบังเกิดความร้อนใจในห้วงสมองบังเกิดความเย็นเยียบหนาวเหน็บพวยพุ่ง “พี่ฉินมีอันใดสามารถบอกกล่าวกันตามตรง เอาแต่จ้องมองข้าทำอะไร”