จางเล่อเหลียนเก็บฟืนอยู่ 5 วันก็หยุด เธอคิดว่าน่าจะพอแล้วหลังจากที่แบ่งให้บ้านแม่บุญธรรม ก็ยังเหลือเต็มห้องเก็บฟืน 4 วันหลังที่เข้าป่าไปเก็บฟืนเธอฝากลูกๆไว้กับแม่บุญธรรม เพราะท่านอาสามาดูแลเด็กๆให้ที่บ้าน เธอทำแค่เพียงเตรียมอาหารไว้ให้ที่บ้าน แล้วเข้าป่าหาฟืน ซึ่งถือว่าดีมากๆเธอไม่ต้องคอยห่วงลูกๆเวลาเข้าป่า และเก็บฟืนได้เร็วกว่ามาก
แม่บุญธรรมนางรักลูกๆของเธอมาก ไม่ว่าจะทำอะไรก็คอยตามใจทุกอย่าง โดยเฉพาะิเฉินน้อย ที่ช่างพูดออดอ้อนให้คุณยายของเขาทำขนมให้ทานบ่อยๆ ส่วนลู่ซือถึงจะไม่ชอบพูดหรืออ้อนแต่ด้วยนิสัยที่มีความเป็ผู้ใหญ่ั้แ่เด็ก รู้ความ เชื่อฟัง จึงได้รับความเอ็นดูมากเช่นกัน
แม่บุญธรรมมาที่บ้านของเธอบ่อย จนทำให้ชาวบ้านพูดกันไปทั่วในวงขาเม้าท์ของหมู่บ้าน บ้างก็ว่าจางเล่อเหลียนทำดีกับแม่เฒ่าฉินหวังสมบัติ บ้างก็ว่าเธอใช้มารยานางจิ้งจอกให้แม่เฒ่าฉินหลงรัก ลูกๆของเธอ หวังสบายให้แม่เฒ่าฉินเลี้ยงลูกให้ และหลายๆเื่เล่า จนแม่เฒ่าฉินทนฟังไม่ไหวไปที่บ้านผู้ใหญ่แจ้งว่านางได้รับจางเล่อเหลียนเป็ลูกบุญธรรม เนื่องจากจางเล่อเหลียนเคยช่วยเหลือนางไว้ นางบอกว่าชาวบ้านพากันลือไปทั่วทำให้จางเล่อเหลียนเสียหาย ผู้ใหญ่บ้านเลยรับปากว่าจะประกาศเื่นี้ให้ และวันต่อๆมาเื่ถึงได้เงียบลง
เมื่อวานเธอบอกแม่บุญธรรมว่าจะเข้าไปในอำเภอ อยากจะฝากลูกๆไว้กับแม่บุญธรรม นางก็รับปากว่าจะมาดูลูกๆให้ และให้เธอรอไปในอำเภอพรุ่งนี้เพราะจะมีเกวียนของกองพลน้อยวิ่งไปในอำเภอพรุ่งนี้ จะได้ไม่ต้องเดินเท้าให้ลำบากเพราะค่อนข้างจะไกล ต้องเดินเท้า 2 ชั่วโมงกว่าจะถึง
เช้านี้เธอจึงรีบตื่นั้แ่ตี 5 มาเตรียมอาหารไว้ให้ลูกๆกับแม่บุญธรรม เธอติดไฟหุงข้าวเสร็จ ก็จัดการผัดหมูเปรี้ยวหวาน ต้มจืด และผัดวุ้นเส้นใส่ไข่ เมื่ออาหารทุกอย่างเสร็จ เธอก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัว เตรียมไปในตัวอำเภอ วันนี้เธอจะต้องไปที่ห้างสรรพสินค้าเพื่อเอาของฝากที่แม่บุญธรรมเตรียมไว้ไปให้ฉินฟางอี้ ลูกสาวของแม่บุญธรรมที่ทำงานในห้างสรรพสินค้าในตัวอำเภอ เธอได้เจอกับฉินฟางอี้แล้วในวันที่เธอกลับมาเยี่ยมแม่บุญธรรม ฉินฟางอี้เป็คนน่ารัก อัธยาศัยดี เธอเข้ากับคนได้ง่ายมาก และลูกๆทั้งสองชอบน้าฟางอี้มาก เธอจะถือโอกาสไปสำรวจห้างสรรพสินค้ายุคนี้ด้วย
เมื่อถึงเวลานัดหมายเธอก็สะพายกระเป๋าผ้าใบใหญ่เดินออกมาหน้าประตูบ้าน พอเปิดออกไปก็เจอกับแม่บุญธรรมที่กำลังเดินถือเอาของฝากมาพอดี
"อือ แม่มาช้าไปหรือเปล่า พอดีมัวแต่เตรียมของฝากให้ฟางอี้เลยช้า"
"ไม่ช้าหลอกค่ะแม่บุญธรรม ฉันก็พึ่งเตรียมตัวเสร็จเหมือนกัน แม่บุญธรรมค่ะฉันเตรียมอาหารไว้ให้ในครัวแล้วนะคะ ส่วนเด็กๆยังไม่ตื่นนอนเลยค่ะ "
"ไม่เป็ไรลูกรีบไปเถอะ เดี๋ยวจะไม่ทันเกวียน อ่ะนี่ของฝากฟางอี้แม่รบกวนเธอด้วยนะ"
"ค่ะ ฉันไปนะคะ"
จางเล่อเหลียนรับของฝากมาแล้วรีบเดินไปที่หน้าหมู่บ้าน ตอนนี้เป็เวลา 6 โมงครึ่ง เธอเดินมาถึงก็เจอเกวียนม้าจอดอยู่ วันนี้มีคนมารอแล้ว 3 คน แต่ละคนขึ้นไปนั่งจับจองที่แล้ว บางคนก็มีของมาวางไว้ท้ายเกวียนด้วย เธอก็รีบขึ้นไปนั้นที่เกวียนรอเวลาออกเดินทาง รอสักพักเกวียนม้าก็เริ่มออกวิ่ง เธอนั่งมองข้างทางมาเรื่อยๆ แม่เฒ่าเว่ยที่บ้านติดกับบ้านแม่สามี ตามความทรงจำของร่างเดิม อยู่ๆก็พูดขึ้นมาว่า
"นี่ จางเล่อเหลียนหล่อนจะไปเดินเล่นในเมืองอีกแล้วเหรอ"
แม่เฒ่าเว่ยถามจางเล่อเหลียน ที่จริงแล้วนางดีกับกู่ิหลงมาก แต่นางกับไม่ถูกชะตากับจางเล่อเหลียนที่แต่งเข้าบ้านกู่ไม่ถูกวิธีนัก ตัวนางอยู่บ้านข้างๆยิ่งได้ยินข่าวลือบ่อยๆจากแม่เฒ่ากู่ และสะใภ้ใหญ่ ภรรยาที่เกียจคร้าน ใช้เงินเป็เบี้ย อาจจะทำให้กูิหลงนั้นลำบากได้ในอนาคต นางมองไปที่จางเล่อเหลียนอย่างจิกกัด
"ใช่ค่ะ จะไปหาซื้อข้าวของเข้าบ้านค่ะ คุณป้า" จางเล่อเหลียนตอบออกไป เธอไม่ได้โกหกนะก็จะไปหาดูของจริงๆ
"อ่อ...จะไปหาซื้อของก่อนจะหนาวหรือ แบบนั้นก็ดี ถ้าอากาศหนาวมาก ข้าวของก็จะราคาแพง ซื้อไว้เตรียมไว้เลยก็ดีจะได้ประหยัดขึ้น"
"ค่ะ" จางเล่อเหลียนตอบออกไปสั้นๆเพราะไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด
" อือ..อย่าว่าอย่างงั้นอย่างงี่เลยนะ ฉันขอแนะนำหน่อย ฉันเองก็รักิหลงเหมือนลูกคนหนึ่งเห็นเขามาั้แ่เด็ก หล่อนจะซื้ออะไรก็ให้คิดถึงิหลงให้มากๆหน่อยนะ กว่าิหลงจะได้เงินมาเขาต้องเสี่ยงชีวิตขนาดไหน อย่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเล่า อะไรที่ไม่เคยและเกินตัวก็อย่าไปเสียกับมัน หล่อนอยู่ทางนี้ก็ต้องประหยัดเพื่อครอบครัว "
แม่เฒ่าเว่ยแนะนำ พอได้ทีก็ร่ายยาวนางพูดเสียงดังจนคนบนเกวียนต่างก็มองมาที่นาง
"............" จางเล่อเหลียนเอียงคอ ไม่ได้พูดตอบอะไรออกไป นี่คือความหวังดีจริงเหรอพูดในขณะที่คนอยู่เยอะๆขนาดนี้
เธอรู้สึกอึ่งกับคำพูดของแม่เฒ่าเว่ยมาก ต้อง....ขนาดไหนกันถึงจะยุ่งกับเื่ของครอครัวคนอื่นได้ขนาดนี้ เธอมองไปรอบๆเกวียน ก็เห็นคนอื่นกำลังมองมาที่เธอ
แม่เฒ่าเว่ยเห็นใบหน้าที่ไม่รู้สึกรู้สาเช่นนั้น แถมไม่ตอบรับคำพูดของนางอีก นางก็ยิ่งเกลียดชัง
"น่าแปลกจริง ครอบครัวก็ครอบครัวคนอื่น สามีก็สามีคนอื่น เงินก็เงินคนอื่น ปากท้องก็ปากท้องคนอื่น แปลกจริงไม่รู้เพราะอะไรจึงไปหนักหัวคนอื่น"
จางเล่อเหลียนอยู่ๆเธอก็พูดขึ้นลอยๆ พอพูดเสร็จเธอก็ยิ้มหวานเหมือนพึมพำ แต่สายตาเธอมองไปที่แม่เฒ่าเว่ย
"โอ๊ย...ฉันหวังดีด้วยหรอกนะถึงเตือน ผู้ใหญ่แนะนำกับไม่รับฟัง ดูเอาเถอะทุกคนสะใภ้รองบ้านกู่ไม่เห็นหัวดำหัวหงอกแล้ว" แม่เฒ่าเว่ยโกรธจนตัวสั่น
"แปลกจริงนะคะคุณป้า ยุ่งเื่ของครอบครัวคนอื่น พอเขาไม่รับฟังกลับว่าคนเขาไร้มารยาท"
"นี่หล่อน! หล่อน! ทำตัวไม่เห็นหัวผู้ใหญ่เลยนะ "
"......." จางเล่อเหลียนยิ้มไม่ตอบอะไรอีก เธอคิดว่าไม่มีประโยชน์อะไรจะไปต่อปากต่อคำกับคนพาลอีก พูดไปก็ไม่จบ เธอจึงทำเพียงนั่งมองไปข้างนอกรอให้ถึงตัวอำเภอ
"โอ๊ย....หึ" แม่เฒ่าเว่ยเห็นท่าทีของจางเล่อเหลียนก็ยิ่งหงุดหงิด แต่นางก็ยอมเงียบปากลงเพราะมองเห็นสายตาคนอื่นมองนางเหมือนตัวตลก
คนบนเกวียนต่างสายหัวให้กับแม่เฒ่าเว่ยผู้ที่ชอบยุ่งเื่คนอื่นไปทั่ว แต่นางก็ไม่ได้มีพิษมีภัยกับใครมาก เพียงแค่ชอบพูดมากไปหน่อย หลายๆคนเลยไม่ได้ใส่ใจกับแม่เฒ่าเว่ยมาก
พอนั่งเกวียนม้ามาได้ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึงตัวอำเภอ ตอนนี้ก็เป็เวลาแปดโมงนิดๆ ทุกคนลงจากเกวียนก็นัดแนะเวลากลับหมู่บ้าน ให้มารอเกวียนกันที่จุดนี้เวลาบ่ายสาม
"เฮ้ย! ถึงชะที " จางเล่อเหลียนถึงกลับถอนหายใจออกมา สำหรับเธอกว่าจะเข้าเมืองมาได้ช่างยากเย็นเสียจริง
เธอละเบื่อคนประเภอรู้ทุกเื่ ยกเว้นเื่ของตัวเอง
จางเล่อเหลียนออกเดินตามแนวทางมุ่งหน้าสู่ตลาด สองข้างทางมีคนเดินไปมา ในเมืองนี้ช่างครึกครื้นจริงๆเลย เธอลืมทานข้าวมาจากบ้าน พอเดินมาสักพักเธอก็เจอกับร้านขายบะหมี่ในซอยเล็กๆ เลยแวะทานบะหมี่ก่อน
"แม่หนู ทานบะหมี่อร่อยๆไหม ลุงพึ่งเปิดร้านเลย ถ้าหนูเป็ลูกค้าคนแรกลุงจะแถมเครื่องให้เยอะๆเลย"
"ขอบะหมี่ 1 ชามค่ะ คุณลุง" จางเล่อเหลียนยิ้มกับขอเสนอของคุณลุง สั่งเสร็จเธอก็นึกขึ้นมาได้เื่หนึ่ง จากที่รู้มาว่ายุคนี้มีตลาดที่เรียกว่าตลาดมืด เป็ที่หาซื้อของที่ไม่ต้องสั่งจองหรือควบคุมโดยรัฐ เพียงแค่มีเงินหรือคูปองก็สามารถหาซื้อของได้แล้วเพียงแต่ราคาจะสูงกว่าปกติ 1-2 เท่า ที่สำคัญเธอยังไม่รู้ที่ตั้งของตลาดเลยน่ะสิ เนื่องจากร่างเดิมก็ไม่เคยไปมาก่อนด้วย
"คุณลุงจ้ะ คือฉันมาจากหมู่บ้านชนบทยังไม่เคยมาตลาดแถวนี้เลย ฉันอยากจะซื้อเนื้อไม่รู้ต้องไปซื้อที่ไหน คุณลุงพอจะบอกได้ไหมคะ"
"ซื้อเนื้อเหรอ ...แม่หนูเธอต้องไปที่ตลอดแถวๆร้านค้าสหกรณ์นะ เธอตรงไปเจอแยกเลี้ยวขวา แล้วเธอได้จองไว้หรือเปล่าล่ะ"
"ไม่ได้จองไว้เลยค่ะ หนูตั้งใจจะมาซื้อเนื้อไปบำรุงลูกๆ พวกเขาร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง เลยอยากได้เนื้อไปบำรุงซะหน่อยค่ะ" จางเล่อเหลียนนึกขอโทษลูกๆในใจ
"นี่ลุงจะบอกอะไรให้นะ ถึงหนูจะมีเงินก็ซื้อไม่ได้ ต้องมีคูปองและยังต้องสั่งจองไว้ด้วยถึงจะได้ เพราะเนื้อมีปริมาณที่จำกัดในแต่ละวันที่เปิดขายนะ ถึงเธอจะไปหาซื้อก็ไม่ได้หรอก"
"โอ๊ย! จะทำยังไงดีฉันอุส่าได้เข้ามาในเมืองทั้งทีกลับไม่ได้อะไรไปบำรุงลูกๆที่ร่างกายอ่อนแอเลย"
จางเล่อเหลียนพยายามตีสีหน้าให้เศร้ามากที่สุดและพยายามบีบน้ำตาให้ไหลออกมา
"เอาล่ะๆ เห็นแกเด็กๆที่ร่างกายอ่อนแอ ลุงจะบอกสถานที่หนึ่งที่มีเนื้อขายแต่อาจจะราคาสูงหน่อยนะถ้าเธออยากได้จริง เอาหูมาใกล้ๆลุงจะบอกทางให้ พูดเสียงดังไม่ได้" ลุงมองซ้ายมองขวาก่อนแล้วกระซิบบอกเธอ
"ขอบคุณ คุณลุงมากนะคะ"
เล่อเหลียนยิ้มให้คุณลุงด้วยความดีใจ เธอรีบทานบะหมี่ให้เสร็จ แล้วจ่ายเงินค่าบะหมี่ ชามละ 3 เหมา จากนั้นเธอก็ออกเดินทางไปยังจุดหมายที่คุณลุงบอก ตามที่ตั้งใจจะไป
"ฮ่าๆๆ เงินจ๋ารอฉันก่อน" เล่อเหลียนคิดว่าอย่างน้อยวันนี้ก็ไม่แย่สะทีเดียว