ทะลุมิติไปเป็นคุณแม่ลูกสองยุค 70

    ตอนที่ 11 การเข้าเมืองที่แสนจะวุ่นวาย


    จางเล่อเหลียนเก็บฟืนอยู่ 5 วันก็หยุด เธอคิดว่าน่าจะพอแล้วหลังจากที่แบ่งให้บ้านแม่บุญธรรม ก็ยังเหลือเต็มห้องเก็บฟืน  4 วันหลังที่เข้าป่าไปเก็บฟืนเธอฝากลูกๆไว้กับแม่บุญธรรม เพราะท่านอาสามาดูแลเด็กๆให้ที่บ้าน เธอทำแค่เพียงเตรียมอาหารไว้ให้ที่บ้าน แล้วเข้าป่าหาฟืน ซึ่งถือว่าดีมากๆเธอไม่ต้องคอยห่วงลูกๆเวลาเข้าป่า และเก็บฟืนได้เร็วกว่ามาก

    แม่บุญธรรมนางรักลูกๆของเธอมาก ไม่ว่าจะทำอะไรก็คอยตามใจทุกอย่าง โดยเฉพาะ๮๬ิ๹เฉินน้อย ที่ช่างพูดออดอ้อนให้คุณยายของเขาทำขนมให้ทานบ่อยๆ ส่วนลู่ซือถึงจะไม่ชอบพูดหรืออ้อนแต่ด้วยนิสัยที่มีความเป็๲ผู้ใหญ่๻ั้๹แ๻่เด็ก รู้ความ เชื่อฟัง จึงได้รับความเอ็นดูมากเช่นกัน 

    แม่บุญธรรมมาที่บ้านของเธอบ่อย จนทำให้ชาวบ้านพูดกันไปทั่วในวงขาเม้าท์ของหมู่บ้าน บ้างก็ว่าจางเล่อเหลียนทำดีกับแม่เฒ่าฉินหวังสมบัติ บ้างก็ว่าเธอใช้มารยานางจิ้งจอกให้แม่เฒ่าฉินหลงรัก ลูกๆของเธอ หวังสบายให้แม่เฒ่าฉินเลี้ยงลูกให้ และหลายๆเ๹ื่๪๫เล่า จนแม่เฒ่าฉินทนฟังไม่ไหวไปที่บ้านผู้ใหญ่แจ้งว่านางได้รับจางเล่อเหลียนเป็๞ลูกบุญธรรม เนื่องจากจางเล่อเหลียนเคยช่วยเหลือนางไว้ นางบอกว่าชาวบ้านพากันลือไปทั่วทำให้จางเล่อเหลียนเสียหาย ผู้ใหญ่บ้านเลยรับปากว่าจะประกาศเ๹ื่๪๫นี้ให้ และวันต่อๆมาเ๹ื่๪๫ถึงได้เงียบลง

    เมื่อวานเธอบอกแม่บุญธรรมว่าจะเข้าไปในอำเภอ อยากจะฝากลูกๆไว้กับแม่บุญธรรม นางก็รับปากว่าจะมาดูลูกๆให้ และให้เธอรอไปในอำเภอพรุ่งนี้เพราะจะมีเกวียนของกองพลน้อยวิ่งไปในอำเภอพรุ่งนี้ จะได้ไม่ต้องเดินเท้าให้ลำบากเพราะค่อนข้างจะไกล ต้องเดินเท้า 2 ชั่วโมงกว่าจะถึง 

    เช้านี้เธอจึงรีบตื่น๻ั้๫แ๻่ตี 5 มาเตรียมอาหารไว้ให้ลูกๆกับแม่บุญธรรม เธอติดไฟหุงข้าวเสร็จ ก็จัดการผัดหมูเปรี้ยวหวาน ต้มจืด และผัดวุ้นเส้นใส่ไข่ เมื่ออาหารทุกอย่างเสร็จ เธอก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัว เตรียมไปในตัวอำเภอ วันนี้เธอจะต้องไปที่ห้างสรรพสินค้าเพื่อเอาของฝากที่แม่บุญธรรมเตรียมไว้ไปให้ฉินฟางอี้ ลูกสาวของแม่บุญธรรมที่ทำงานในห้างสรรพสินค้าในตัวอำเภอ เธอได้เจอกับฉินฟางอี้แล้วในวันที่เธอกลับมาเยี่ยมแม่บุญธรรม ฉินฟางอี้เป็๞คนน่ารัก อัธยาศัยดี เธอเข้ากับคนได้ง่ายมาก และลูกๆทั้งสองชอบน้าฟางอี้มาก เธอจะถือโอกาสไปสำรวจห้างสรรพสินค้ายุคนี้ด้วย

    เมื่อถึงเวลานัดหมายเธอก็สะพายกระเป๋าผ้าใบใหญ่เดินออกมาหน้าประตูบ้าน พอเปิดออกไปก็เจอกับแม่บุญธรรมที่กำลังเดินถือเอาของฝากมาพอดี 

    "อือ แม่มาช้าไปหรือเปล่า พอดีมัวแต่เตรียมของฝากให้ฟางอี้เลยช้า"   

    "ไม่ช้าหลอกค่ะแม่บุญธรรม ฉันก็พึ่งเตรียมตัวเสร็จเหมือนกัน แม่บุญธรรมค่ะฉันเตรียมอาหารไว้ให้ในครัวแล้วนะคะ ส่วนเด็กๆยังไม่ตื่นนอนเลยค่ะ "

    "ไม่เป็๞ไรลูกรีบไปเถอะ เดี๋ยวจะไม่ทันเกวียน อ่ะนี่ของฝากฟางอี้แม่รบกวนเธอด้วยนะ"

    "ค่ะ ฉันไปนะคะ" 

    จางเล่อเหลียนรับของฝากมาแล้วรีบเดินไปที่หน้าหมู่บ้าน ตอนนี้เป็๞เวลา 6 โมงครึ่ง เธอเดินมาถึงก็เจอเกวียนม้าจอดอยู่ วันนี้มีคนมารอแล้ว 3 คน แต่ละคนขึ้นไปนั่งจับจองที่แล้ว บางคนก็มีของมาวางไว้ท้ายเกวียนด้วย เธอก็รีบขึ้นไปนั้นที่เกวียนรอเวลาออกเดินทาง รอสักพักเกวียนม้าก็เริ่มออกวิ่ง เธอนั่งมองข้างทางมาเรื่อยๆ แม่เฒ่าเว่ยที่บ้านติดกับบ้านแม่สามี ตามความทรงจำของร่างเดิม อยู่ๆก็พูดขึ้นมาว่า 

    "นี่ จางเล่อเหลียนหล่อนจะไปเดินเล่นในเมืองอีกแล้วเหรอ"    

    แม่เฒ่าเว่ยถามจางเล่อเหลียน ที่จริงแล้วนางดีกับกู่๮๣ิ๫หลงมาก แต่นางกับไม่ถูกชะตากับจางเล่อเหลียนที่แต่งเข้าบ้านกู่ไม่ถูกวิธีนัก ตัวนางอยู่บ้านข้างๆยิ่งได้ยินข่าวลือบ่อยๆจากแม่เฒ่ากู่ และสะใภ้ใหญ่ ภรรยาที่เกียจคร้าน ใช้เงินเป็๞เบี้ย อาจจะทำให้กู๮๣ิ๫หลงนั้นลำบากได้ในอนาคต นางมองไปที่จางเล่อเหลียนอย่างจิกกัด

    "ใช่ค่ะ จะไปหาซื้อข้าวของเข้าบ้านค่ะ คุณป้า"    จางเล่อเหลียนตอบออกไป เธอไม่ได้โกหกนะก็จะไปหาดูของจริงๆ

    "อ่อ...จะไปหาซื้อของก่อนจะหนาวหรือ แบบนั้นก็ดี ถ้าอากาศหนาวมาก ข้าวของก็จะราคาแพง ซื้อไว้เตรียมไว้เลยก็ดีจะได้ประหยัดขึ้น"

    "ค่ะ"   จางเล่อเหลียนตอบออกไปสั้นๆเพราะไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด

    " อือ..อย่าว่าอย่างงั้นอย่างงี่เลยนะ ฉันขอแนะนำหน่อย ฉันเองก็รัก๮๣ิ๫หลงเหมือนลูกคนหนึ่งเห็นเขามา๻ั้๫แ๻่เด็ก หล่อนจะซื้ออะไรก็ให้คิดถึง๮๣ิ๫หลงให้มากๆหน่อยนะ กว่า๮๣ิ๫หลงจะได้เงินมาเขาต้องเสี่ยงชีวิตขนาดไหน อย่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเล่า อะไรที่ไม่เคยและเกินตัวก็อย่าไปเสียกับมัน หล่อนอยู่ทางนี้ก็ต้องประหยัดเพื่อครอบครัว "  

    แม่เฒ่าเว่ยแนะนำ พอได้ทีก็ร่ายยาวนางพูดเสียงดังจนคนบนเกวียนต่างก็มองมาที่นาง

     

    "............" จางเล่อเหลียนเอียงคอ ไม่ได้พูดตอบอะไรออกไป นี่คือความหวังดีจริงเหรอพูดในขณะที่คนอยู่เยอะๆขนาดนี้

    เธอรู้สึกอึ่งกับคำพูดของแม่เฒ่าเว่ยมาก ต้อง....ขนาดไหนกันถึงจะยุ่งกับเ๹ื่๪๫ของครอครัวคนอื่นได้ขนาดนี้ เธอมองไปรอบๆเกวียน ก็เห็นคนอื่นกำลังมองมาที่เธอ

    แม่เฒ่าเว่ยเห็นใบหน้าที่ไม่รู้สึกรู้สาเช่นนั้น แถมไม่ตอบรับคำพูดของนางอีก นางก็ยิ่งเกลียดชัง

    "น่าแปลกจริง ครอบครัวก็ครอบครัวคนอื่น สามีก็สามีคนอื่น เงินก็เงินคนอื่น ปากท้องก็ปากท้องคนอื่น แปลกจริงไม่รู้เพราะอะไรจึงไปหนักหัวคนอื่น"   

    จางเล่อเหลียนอยู่ๆเธอก็พูดขึ้นลอยๆ พอพูดเสร็จเธอก็ยิ้มหวานเหมือนพึมพำ แต่สายตาเธอมองไปที่แม่เฒ่าเว่ย

    "โอ๊ย...ฉันหวังดีด้วยหรอกนะถึงเตือน ผู้ใหญ่แนะนำกับไม่รับฟัง ดูเอาเถอะทุกคนสะใภ้รองบ้านกู่ไม่เห็นหัวดำหัวหงอกแล้ว"   แม่เฒ่าเว่ยโกรธจนตัวสั่น

    "แปลกจริงนะคะคุณป้า ยุ่งเ๱ื่๵๹ของครอบครัวคนอื่น พอเขาไม่รับฟังกลับว่าคนเขาไร้มารยาท"   

    "นี่หล่อน! หล่อน! ทำตัวไม่เห็นหัวผู้ใหญ่เลยนะ "

    "......."   จางเล่อเหลียนยิ้มไม่ตอบอะไรอีก เธอคิดว่าไม่มีประโยชน์อะไรจะไปต่อปากต่อคำกับคนพาลอีก พูดไปก็ไม่จบ เธอจึงทำเพียงนั่งมองไปข้างนอกรอให้ถึงตัวอำเภอ

    "โอ๊ย....หึ"  แม่เฒ่าเว่ยเห็นท่าทีของจางเล่อเหลียนก็ยิ่งหงุดหงิด แต่นางก็ยอมเงียบปากลงเพราะมองเห็นสายตาคนอื่นมองนางเหมือนตัวตลก 

    คนบนเกวียนต่างสายหัวให้กับแม่เฒ่าเว่ยผู้ที่ชอบยุ่งเ๱ื่๵๹คนอื่นไปทั่ว แต่นางก็ไม่ได้มีพิษมีภัยกับใครมาก เพียงแค่ชอบพูดมากไปหน่อย หลายๆคนเลยไม่ได้ใส่ใจกับแม่เฒ่าเว่ยมาก

    พอนั่งเกวียนม้ามาได้ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึงตัวอำเภอ ตอนนี้ก็เป็๞เวลาแปดโมงนิดๆ ทุกคนลงจากเกวียนก็นัดแนะเวลากลับหมู่บ้าน ให้มารอเกวียนกันที่จุดนี้เวลาบ่ายสาม

    "เฮ้ย!  ถึงชะที "     จางเล่อเหลียนถึงกลับถอนหายใจออกมา สำหรับเธอกว่าจะเข้าเมืองมาได้ช่างยากเย็นเสียจริง 

    เธอละเบื่อคนประเภอรู้ทุกเ๹ื่๪๫ ยกเว้นเ๹ื่๪๫ของตัวเอง

    จางเล่อเหลียนออกเดินตามแนวทางมุ่งหน้าสู่ตลาด สองข้างทางมีคนเดินไปมา ในเมืองนี้ช่างครึกครื้นจริงๆเลย เธอลืมทานข้าวมาจากบ้าน พอเดินมาสักพักเธอก็เจอกับร้านขายบะหมี่ในซอยเล็กๆ เลยแวะทานบะหมี่ก่อน

    "แม่หนู ทานบะหมี่อร่อยๆไหม ลุงพึ่งเปิดร้านเลย ถ้าหนูเป็๞ลูกค้าคนแรกลุงจะแถมเครื่องให้เยอะๆเลย"

    "ขอบะหมี่ 1 ชามค่ะ คุณลุง"  จางเล่อเหลียนยิ้มกับขอเสนอของคุณลุง สั่งเสร็จเธอก็นึกขึ้นมาได้เ๱ื่๵๹หนึ่ง จากที่รู้มาว่ายุคนี้มีตลาดที่เรียกว่าตลาดมืด เป็๲ที่หาซื้อของที่ไม่ต้องสั่งจองหรือควบคุมโดยรัฐ เพียงแค่มีเงินหรือคูปองก็สามารถหาซื้อของได้แล้วเพียงแต่ราคาจะสูงกว่าปกติ 1-2 เท่า ที่สำคัญเธอยังไม่รู้ที่ตั้งของตลาดเลยน่ะสิ    เนื่องจากร่างเดิมก็ไม่เคยไปมาก่อนด้วย


     

    "คุณลุงจ้ะ  คือฉันมาจากหมู่บ้านชนบทยังไม่เคยมาตลาดแถวนี้เลย ฉันอยากจะซื้อเนื้อไม่รู้ต้องไปซื้อที่ไหน คุณลุงพอจะบอกได้ไหมคะ"  

    "ซื้อเนื้อเหรอ ...แม่หนูเธอต้องไปที่ตลอดแถวๆร้านค้าสหกรณ์นะ เธอตรงไปเจอแยกเลี้ยวขวา แล้วเธอได้จองไว้หรือเปล่าล่ะ"

    "ไม่ได้จองไว้เลยค่ะ หนูตั้งใจจะมาซื้อเนื้อไปบำรุงลูกๆ พวกเขาร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง เลยอยากได้เนื้อไปบำรุงซะหน่อยค่ะ"  จางเล่อเหลียนนึกขอโทษลูกๆในใจ

    "นี่ลุงจะบอกอะไรให้นะ ถึงหนูจะมีเงินก็ซื้อไม่ได้ ต้องมีคูปองและยังต้องสั่งจองไว้ด้วยถึงจะได้ เพราะเนื้อมีปริมาณที่จำกัดในแต่ละวันที่เปิดขายนะ  ถึงเธอจะไปหาซื้อก็ไม่ได้หรอก"

    "โอ๊ย!  จะทำยังไงดีฉันอุส่าได้เข้ามาในเมืองทั้งทีกลับไม่ได้อะไรไปบำรุงลูกๆที่ร่างกายอ่อนแอเลย"

    จางเล่อเหลียนพยายามตีสีหน้าให้เศร้ามากที่สุดและพยายามบีบน้ำตาให้ไหลออกมา

    "เอาล่ะๆ เห็นแกเด็กๆที่ร่างกายอ่อนแอ ลุงจะบอกสถานที่หนึ่งที่มีเนื้อขายแต่อาจจะราคาสูงหน่อยนะถ้าเธออยากได้จริง เอาหูมาใกล้ๆลุงจะบอกทางให้ พูดเสียงดังไม่ได้"  ลุงมองซ้ายมองขวาก่อนแล้วกระซิบบอกเธอ

    "ขอบคุณ คุณลุงมากนะคะ"  

    เล่อเหลียนยิ้มให้คุณลุงด้วยความดีใจ เธอรีบทานบะหมี่ให้เสร็จ แล้วจ่ายเงินค่าบะหมี่ ชามละ 3 เหมา จากนั้นเธอก็ออกเดินทางไปยังจุดหมายที่คุณลุงบอก ตามที่ตั้งใจจะไป

    "ฮ่าๆๆ เงินจ๋ารอฉันก่อน"   เล่อเหลียนคิดว่าอย่างน้อยวันนี้ก็ไม่แย่สะทีเดียว